ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    ★ YUNMIN HOUSE ♥ 윤민 ★

    ลำดับตอนที่ #329 : ☆ [Full Trans] บทสัมภาษณ์ Tohoshinki's Grazia November Issue - 111001

    • อัปเดตล่าสุด 7 ต.ค. 54






    [Full Trans] บทสัมภาษณ์ Tohoshinki's Grazia November Issue – 111001





    To Make Our Tone

    อะไรคือสิ่งที่ พวกเราเพียงสองคนทำได้”? ยุนโฮและชางมินถามตัวพวกเขาเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า อัลบั้มใหม่ “TONE” ที่พวกเขาได้วางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้หลังจากหายไปสองปีครึ่ง เป็นผลพิสูจน์สิ่งที่อยู่ภายในของพวกเขา เป็นสิ่งที่นำเสนอสีสันใหม่ๆ ของโทโฮชินกิให้กับแฟนๆ

    ผมอยากจะไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ เหมือนไมเคิล แจ็กสัน ที่ผมนับถือ ผมอยากจะเต้นและร้องเพลงไปเรื่อยๆ แม้ว่าผมจะอายุมากขึ้น ผมอยากจะมียังมีชีวิตอยู่ที่เป็นชีวิตที่ดีกับโทโฮชินกิ (ยุนโฮ)

    ผมอยากจะได้ลองและมีประสบการณ์ในหลายๆ อย่างเพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการทำแบบนี้ ผมเชื่อว่าพวกเราสามารถสร้างสีสันใหม่ๆ ของโทโฮชินกิได้ (ชางมิน)

    Tohoshinki of two members has started ticking their new time

    ฉันถามพวกเขาว่าพวกเขาใช้เวลายังไงในตอนที่พวกเขาไม่สามารถทำกิจกรรมได้ ยุนโฮทำให้ประหลาดใจด้วยคำตอบที่ซื่อสัตย์

    YH: ในตอนแรกผมรู้สึกเศร้ามาก ผมเดินไปเรื่อยๆ จากสถานีรถไฟใต้ดินหนึ่งไปอีกสถานีหนึ่งมากกว่า 6 ชั่วโมง ในตอนที่ผมเดินขึ้นและเดินลงเขา ผมรู้สึกว่าถนนก็เหมือนกับชีวิตที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ ก่อนที่จะหยุดทำกิจกรรม ผมเชื่อว่าการแสดงให้เห็นถึงความอดทนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าอย่างอื่น แต่หลังจากนั้น ผมเริ่มคิดว่าผมควรจะมองอะไรให้กว้างกว่าเดิม

    พวกเราจะรักษาโทโฮชินกิต่อไป เป็นข้อสรุปที่ยุนโฮและชางมินได้ หลังจากมีประสบการณ์และต่อสู้ภายหลังการทำกิจกรรมเดี่ยวของพวกเขา พวกเขากลับมาบนเวทีคอนเสิร์ต SMTown ที่สนามกีฬา Jamsil Olympic ที่โซล ในวันที่ 21 สิงหาคม 2010 เมื่อพวกเขาปรากฏตัวในตอนท้ายของคอนเสิร์ตที่ยาวนาน 6 ชั่วโมง ความตื่นเต้นจากการรอคอยเป็นเวลานานของแฟนๆ ก็พุ่งขึ้นสูงสุด

    YH: ผมกังวลจริงๆ แฟนๆ มากมายที่ใจดีจะยังคงรอคอยพวกเราอยู่หรือเปล่า เพราะว่าพวกเราไม่ได้ขึ้นเวทีมานานแล้ว ผมรู้สึกกดดันด้วย ผมมองไม่เห็นอะไรเลยจากบนเวทีเพราะความกังวล แต่เมื่อผมได้ยินเสียงเชียร์ดังขึ้นมา จริงๆ แล้วแค่แฟนๆ ยังคงอยู่เพื่อเรา ผมก็รู้สึกขอบคุณแล้ว แต่ผมได้ยินเสียงเชียร์จากคนนับหมื่น ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะร้องไห้ได้ง่ายๆ แต่ผมแทบจะร้องไห้และคิดว่าพวกเราจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับเส้นทางใหม่นับตั้งแต่นี้

    ฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ยุนโฮและชางมินได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเริ่มทำกิจกรรมใหม่อีกครั้งในฐานะโทโฮชินกิ พวกเขาวางแผงซิงเกิ้ล “Why [Keep Your Head Down]” ในเดือนมกราคมปีนี้หลังจากหายไปนาน ชางมินพูดว่าเพลงนี้เป็นสิ่งพิสูจน์ถึงการกลับมาของโทโฮชินกิ มันเป็นความจริงตามที่เขาพูด พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา ทำให้เสียงต่างๆ เงียบหายไปด้วยการแสดงที่มีพลังและเสียงที่มีพลังอย่างลูกผู้ชาย ในเดือนกันยายน ในที่สุดพวกเขาก็วางแผงอัลบั้มของพวกเขา “TONE” หลังจากเงียบหายไปสองปีครึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็มาได้ไกล มันเป็นเวลายาวนานสำหรับแฟนๆ รวมทั้งสำหรับยุนโฮและชางมิน

    CM: พวกเราทำอัลบั้มนี้เพื่อเป็นของขวัญสำหรับแฟนๆ ด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจของพวกเราถึงแฟนๆ ที่รอคอยพวกเราอย่างอดทนและให้การสนับสนุนพวกเราตลอดมา ชื่ออัลบั้ม “TONE” มีความหมายได้หลายอย่าง พวกเราท้าทายกับดนตรีหลากหลายรูปแบบและพยายามที่จะควบคุมโทนในรายละเอียดต่างๆ โดยการเปลี่ยนเสียงของพวกเราและแสดงให้เห็นเส้นทางของพวกเราผ่านทางรูปแบบเหล่านี้ นี่เป็นอัลบั้มแรกตั้งแต่พวกเรามาเป็นดูโอ เพราะอย่างนั้นพวกเราจึงร้องเพลงแต่ละเพลงด้วยความละเอียดรอบคอบด้วยหัวใจทั้งหมดของพวกเรา ผมหวังว่าทุกๆ คนจะรู้สึกถึงความเป็นลูกผู้ชายที่พัฒนาขึ้นและโทโฮชินกิที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นพร้อมๆ กับการเติบโตของพวกเรา




    เพลงเปิดตัว “Introduction ~magenta~” เป็นดนตรีที่บริสุทธิ์เหมือนเพลงเด็กๆ “Why” เป็นเพลงจากซิงเกิ้ลของพวกเขาก่อนหน้านี้ ส่วน “Weep” ยุนโฮพูดว่ามันเป็นความดีใจและง่ายที่จะจดจำ และผมอยากจะร้องเพลงนี้ไปพร้อมๆ กับแฟนๆ ในตอนจบของคอนเสิร์ตอัลบั้มนี้ยังมีเพลงที่มีสีสันที่หลากหลาย และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของพวกเขาที่จะท้าทายแนวคิดใหม่ๆ ชางมินพยายามแร็พเป็นครั้งแรกในเพลง “B.U.T (BE-AU-TY)” พวกเขาต่างร้องคอรัสทั้งหมดในท่อนที่ 1 และ 2 ของเพลง “Maximum” ส่วนเพลง “Shiawaseiro no Hana” เป็นเพลงที่เหมือนจะเป็นเพลงเดี่ยวของพวกเขา มันเป็นเพลงบัลลาดยาว 6 นาที 42 วินาที และเป็นบางอย่างที่คล้ายกับงานชิ้นเอกที่มีการคอรัสที่ซับซ้อนเหมือน “Bolero” พวกเขาอัดเพลงนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนพวกเขาพอใจ พวกเขาทั้งสองคนกับความสับสนเล็กน้อยในความแตกต่างกัน 180 องศาของพวกเขา ที่ดูเหมือนจะเป็นทางที่สร้างสีสันใหม่ๆ ที่มีแต่เพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่สามารถสร้างสรรค์ขึ้นมาได้

    CM: บางทีผมไม่ควรจะพูดแบบนี้ แต่ทั้งหมดมันเป็นความจริง พวกเรายังไม่พบสิ่งที่มีแต่พวกเราสองคนเท่านั้นสามารถสร้างสรรค์ได้ พวกเราเป็นวงแบบดูโอมาประมาณหนึ่งปี มันเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเราถึงคิดค่อนข้างมากและค้นหาดนตรีที่พิเศษที่มีเพียงพวกเราสองคนที่สามารถสร้างสรรค์เติมเต็มให้สมบูรณ์ได้ และสุดท้ายก็ออกมาเป็นอัลบั้มนี้ มันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความอดทนและการต่อสู้ของพวกเรา

    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชางมินยังคงเยือกเย็นและเลือกคำพูดที่เขาใช้อย่างระมัดระวัง ยุนโฮพูดว่า บ่อยครั้งที่เขาสบายใจกับความสงบนิ่งและความเห็นที่เป็นกลางของชางมิน ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ยุนโฮผลักดันก้าวไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายที่ไกลที่สุดของเขา และทัศนคติของเขาก็ผลักดันชางมินที่มักจะคิดมากเมื่อต้องก้าวไปข้างหน้า

    YH: ไม่ใช่แค่เพียงการแสดงการเต้นที่เท่ห์ แต่ยังมีการประสานเสียงและคอรัสที่เป็นอาวุธของโทโฮชินกิ พวกเรารู้สึกสับสนในตอนแรกว่าจะนำเสนอดนตรีที่น่าพอใจได้ยังไงด้วยเสียงเพียงสองเสียง ถ้าพวกเราเป็นวงใหญ่ บางคนก็จะสามารถเติมเต็มให้จุดอ่อนของอีกคนหนึ่งได้ แต่ตอนนี้พวกเราจะต้องเติมจุดอ่อนของพวกเราด้วยตัวของพวกเราเองจึงต้องพยายามจนถึงที่สุด อย่างเช่น ในเวลานี้ผมพยายามอย่างหนักที่จะขึ้นเสียงสูงให้อยู่ในระดับของเสียงผู้หญิงให้เหมือนชางมิน ถ้าพวกเรายังคงพยายามที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง พลังก็จะเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อพวกเราทำงานด้วยกัน

    ในช่วงรอยต่อของการสัมภาษณ์ ก่อนที่จะสัมภาษณ์ทีละคน พวกเขาดูเต็มไปด้วยความดีใจที่สุดท้ายก็สามารถนำเสนออัลบั้มใหม่ให้กับแฟนๆ ได้

    ยุนโฮพูดซ้ำด้วยรอยยิ้มว่า ผมมักจะพูดเล่น แต่วันนี้ผมอยากจะพูดเรื่องนี้อย่างจริงจัง ขอบคุณมากครับที่มาในวันนี้ ผมดีใจที่ได้เห็นทุกคนเขายังคงพูดต่อแม้ว่าจะมีสัญญาณว่าการสัมภาษณ์จบลงแล้ว ชางมินยิ้มด้วยความสับสนเล็กน้อย แต่ก็เคารพการตัดสินใจของยุนโฮและกลับมานั่งข้างๆเขา ยุนโฮเป็นคนร่าเริงและตรงไปตรงมาและรักที่จะสนุกไปด้วยกันกับแฟนๆ ส่วนอีกด้านหนึ่ง ชางมินเป็นคนเยือกเย็นและเป็นคนประเภทที่จะไปตามทางของตัวเอง และพยายามที่จะควบคุมตัวเองให้อยู่ในระเบียบวินัย ชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันมีความผูกพันกันอย่างแข็งแกร่งด้วยความรักต่อโทโฮชินกิ เหมือนกับยุนโฮ ประสบการณ์ในคอนเสิร์ต SMTown ยังคงเป็นสิ่งประทับใจที่อยู่ในใจของชางมินด้วยเหมือนกัน

    CM: พวกเราแสดงบนเวทีหลังจากหายไปนาน....มันเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจมากที่สุดในชีวิตของผม ผมคิดว่าผมคงไม่มีทางได้รับความรักจากคนมากมายอย่างนี้ถ้าผมทำงานอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานนี้ ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ผมปลื้มใจและมีความสุขเท่ากับตอนที่ผมอยู่บนเวทีและหายใจด้วยอากาศเดียวกันกับแฟนๆ ผมได้รู้สึกถึงความจริงอีกครั้งว่าผมมีชีวิตอยู่และอยู่ที่นี่ ที่เป็นที่ของพวกเรา

    เมื่อฉันได้ยินเนื้อเพลงเพลงโบนัส “Somebody to Love” ฉันรู้สึกเหมือนมีก้อนอยู่ในคอของฉัน เนื้อเพลงมีว่าฉันจะเริ่มต้นกับช่วงเวลาใหม่ของฉันเพลงนี้เป็นเพลงที่ปิดคอนเสิร์ตมาแล้วมากมาย และผู้ชมก็ได้มีส่วนร่วมไปกับเพลง สำหรับพวกเขานี่เป็นเพลงที่มีค่ามากที่สุดที่จะเติมเต็มความทรงจำที่มีความสุขร่วมไปกับแฟนๆของพวกเขา

    YH: นี่เป็นอีกเรื่องที่เราต้องก้าวข้ามไปด้วยความพยายามให้ถึงที่สุด ผมรู้ว่าบางคนยังคงไม่ยอมรับโทโฮชินกิที่มีสมาชิกสองคน ผมอยากจะให้ผู้คนได้รู้สึกถึงเสน่ห์ที่ผ่านมาของโทโฮชินกิและในขณะเดียวกันก็ได้เห็นสีสันใหม่ๆ ของโทโฮชินกิที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงของพวกเรา

    เป้าหมายของพวกเขาในเวลานี้คือการทำให้ทัวร์คอนเสิร์ตในปีหน้าประสบความสำเร็จ เพราะพวกเขาหวังว่าจะถ่ายทอดข้อความผ่านการกระทำ ดนตรี และการแสดงในฐานะศิลปินมากกว่าการใช้คำพูดต่างๆ

    CM: ข้อความที่พวกเราอยากจะส่งผ่านในอัลบั้มนี้ การวางแผนทัวร์คอนเสิร์ตและกิจกรรมต่างๆ ในอนาคตคือทางที่พวกเราเลือกไม่ใช่สิ่งที่ผิดผ่านทางกิจกรรมต่างๆ ของพวกเราสองคน ผมอยากจะแสดงให้แฟนๆ ที่ใจดีรอคอยพวกเราว่าเวลาของพวกเขาไม่ได้สูญเปล่า






    ผู้ใหญ่มักจะคิดมากเกินไปและยอมแพ้แม้ว่ายังมองเห็นเป้าหมาย ผมจะไม่คิดอย่างนั้น และจะก้าวไปข้างหน้าต่อไปเพื่อให้ถึงเป้าหมายของผม (ยุนโฮ)

    ตอนนี้ผมยังขาดในทุกๆด้าน ผมจะทำงานหนักขึ้นทีละน้อยทุกๆ วันเพื่อให้ดีขึ้นทีละนิดให้มากกว่าวันก่อนและจะเติบโตขึ้นต่อไปในฐานะศิลปิน (ชางมิน)

    อัจฉริยะไม่สามารถเอาชนะคนที่ทำงานหนัก และคนที่ทำงานหนักไม่สามารถเอาชนะคนที่สนุก ผมอยากจะสร้างความทรงจำที่มีความสุขร่วมกันกับแฟนๆ มันเป็นสิ่งที่ผมต้องการมากกว่าอะไรทั้งหมด (ยุนโฮ)

    เพลงที่สามารถทำให้ผู้คนร้องไห้หรือยิ้มได้ภายใน 3-4 นาที เป็นเพลงที่มีพลัง นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากจะร้องเพลงและมีความสุขกับมัน เพราะว่าหัวใจของผู้คนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยแรงจากภายนอก (ชางมิน)

    พวกเราทะเลาะกันบ้างแต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่มีปัญหา พวกเราก็จะดีกันเมื่อเวลาผ่านไป! (ยุนโฮ)

    มันไม่เรียกว่าการทะเลาะ มันเป็นแค่ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ผมคิดว่าใช้คำนั้น (ทะเลาะ) ไม่ถูกต้อง (ชางมิน)

    พวกเราเป็นเหมือนเพื่อนที่ดีโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไร แต่ผมไม่ได้พูดแบบนี้กับเขาเพราะเขาเป็นคนขี้อายมาก (ยุนโฮ)

    นอกจากนี้ พี่ยุนโฮเป็นเหมือนพี่ชายของผมที่ผมเชื่อใจ/พึ่งพาได้ ผมไม่พอใจ...เวลาที่คนเปรียบเทียบพวกเราว่าเป็นคู่แต่งงาน! (ชางมิน)

    To Make Our Tone


    Source: Grazia November Issue

    Translated by: Lisalio @ContinueTVXQ.com

    Distributed by: Lisalio @ContinueTVXQ.com

    Thai trans by: theredgeneration.exteen.com

    Please keep the original credit intact, thank you.

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×