ถึงเวลารำ ถึงเวลาตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 124 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    124

    Overall
    124

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
เมื่อมึงเริ่มรำ นั่นแหละเวลาตาย !


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีนะคะ นี่ก็เป็นนิยายแนวสยองขวัญ พอดีได้มีโอกาสแต่งเรื่องสั้นส่งครู ละเห็นว่ามันก็พอจะเอามาลงในเด็กดีได้ ก็เลยตัดสินเอามาลง เป็นเรื่องแรก หวังว่าทุกคนจะชอบ 
 
ปล.มีอะไรติชมได้น้า

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 15 ก.ย. 59 / 19:02

บันทึกเป็น Favorite


ถึงเวลารำ ถึงเวลาตาย

 

โอ้ละหนอดวงเดือนเอย

พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง

โอ้ว่าดึกแล้วหนอพี่ขอลาล่วง

อกพี่เป็นห่วงรักเจ้าดวงเดือนเอย

…………………………………………………

          ณ โรงละคร มหาวิทยาลัยปพิช ในยามรัตติกาล อากาศในวัสสานฤดูช่างหนาวเย็น สายลมโชยพัด สายฟ้าฟาดผ่านผืนนภา เสียงฟ้าผ่าราวกับเสียงมนุษย์กำลังเพรียกหา เป็นสัญญาณเตือนว่าฝนกำลังจะตก เสียงดนตรีไทยทำนองเพลงลาวดวงเดือนบรรเลงขึ้น นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จรดเข้าหากัน ส่วนนิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย กรีดตึงออกไปคล้ายพัด ซอยเท้าไปมาอย่างอ่อนช้อย แต่เวทีนั้นกลับมีเพียง พัด ที่รำอยู่บนเวที ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยปนกับความโกรธแค้น ใบหน้าแสนสวยเริ่มกลายเป็นหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด เธอกำลังรอ รอใครคนหนึ่งที่เคยทำไว้กับเธอในอดีต..

               กูยังอยู่ อยู่เพื่อรอ แก้แค้นมึง

              รอวันนี้ ที่มึงทำ ในชาติก่อน

              ทำสิ่งใด ทิ้งไว้ ยังไม่ลืม

             กูจักตาม ไปแก้แค้น ทุกชาติไป

             เฮ้ยมึง นี่ไงสายสิญจน์ที่ล้อมรอบโรงละคร ที่เขาใช้สะกดวิญญาณ  เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งพูดขึ้น

             ทันใดนั้นเอง จู่ๆก็เหมือนมีอะไรมาดลใจให้ เขาหันไปดึงสายสิญจน์ให้หลุดออกมา ขณะนั้นฟ้าส่งเสียงร้องคำรามจนน่าสะพรึง ลมแรงราวกับกำลังจะเกิดพายุ เพียงพริบตาสายฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมา เสียงโหยหวนของวิญญาณหญิงสาวที่ถูกกักไว้ก็ดังลั่นโรงละคร พวกมึงต้องตาย!”

          บรรยากาศของมหาลัยเต็มไปด้วยความเงียบงัน ทุกคนกำลังไว้อาลัยกับเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มาลองของและตายโดยไม่ทราบสาเหตุ คนหนึ่งนอนหงายในขณะที่หน้านั้นคว่ำอยู่ อีกสองคนสภาพศพเละเป็นชิ้น ดวงตาหลุดออกมา ปากฉีกกว้างจนถึงหู

 

          นี่แหละนะ ไอ้พวกเด็กมันชอบมาลองของ ตาหนานพูด

          ทำไมล่ะลุง มันอาจจะฆ่ากันเองก็ได้ ใช่ว่าจะเป็นอี่พัดๆเพิดๆที่เขาเล่ากันมาซะที่ไหน

          ผีพัด ตั้งแต่ที่มันรำในงานต้อนรับเฟรชชี่แล้วตายในวันนั้น เขาว่ากันว่าวิญญาณตนนี้เฮี้ยนมาก มันไม่ยอมไปเกิดสักที รุ่นน้องนางรำในคณะที่เข้ามารำเปิดตัวทีไร ก็ตายกันทุกคน เขาเลยทำพิธีและขังมันไว้ในสายสิญจน์ แต่ก็มีเด็กวัยรุ่นมันมาลองของเนี่ยสิ ตอนนี้สายสิญจน์ก็หายไปแล้ว ต่อไปนี้ก็ขอให้พวกเองระวังให้ดี

             ขอบคุณฟ้า ที่ส่งมึง มาให้กู

            มาเจอะกู พบกู อีกหนึ่งครั้ง

            กูสัญญา จะล้างแค้น เมื่อเจอกัน

            เจออีกครั้ง ระวังไว้ จะเอาคืน

          “กริ๊งงงงง…” เสียงนาฬิกาปลุก ปลุกเต้ตื่นขึ้นมาจากความฝัน หลายคืนที่ผ่านมาเต้ได้ฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งว่ากำลังชมเธอร่ายรำอยู่บนเวที แต่สีหน้าของเธอกลับเศร้าโศกเหมือนอยากให้ทราบช่วยอะไรบางอย่าง

          ในมหาวิทยาลัยปพิช มีหอพักภายในสำหรับน้องปีหนึ่งอย่างเต้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาตื่นสายได้เพราะว่าหอของเขาอยู่ในมหาวิทยาลัย ทางเดินจากหอไปในคณะวิศวกรรมศาสตร์ประมาณ200เมตร แต่ถึงแม้ว่าหอของเขาจะอยู่ใกล้แค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไปเรียนทันเวลา

          แก วันนี้พี่เขาจะมาแนะแนวอะไรเรานะ ตื่นเต้นจัง อรกำลังพูดคุยกับเพื่อนในรถอย่างสนุกสนาน อรเป็นลูกคนเดียวของคนในครอบครัว พ่อแม่จึงตามใจทุกอย่าง สอบเข้ามหาวิทยาลัยปพิชติด พ่อถึงกับถอยรถป้ายแดงมาให้โดยที่ลูกนั้นขับยังไม่คล่องเสียด้วยซ้ำ

         ตึงงง…..!!”

         โอ๊ย!”

         พี่คะ พี่เป็นอะไรรึเปล่าคะ อรถามอย่างเป็นห่วง และ โมโหที่ตัวเองไม่ดูตาม้าตาเรือ

         “พี่บ้าอะไรล่ะ ผมอยู่ปีหนึ่งครับ เต้ตอบกลับด้วยเสียงหงุดหงิด

         อ่าว จริงหรอ เราก็เพิ่งขึ้นปีหนึ่งมา เธอเป็นอะไรมากรึเปล่า เราขอโทษนะที่ไม่ดูให้ดี

         “ไม่เป็นไรมากหรอก ผม เต้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ครับ

          แหม่ ไม่ต้องแทนตัวเองว่าผมก็ได้นะ เราชื่อ อร จากคณะวิจิตรศิลป์

          วันหลังก็ขับรถดีๆล่ะ ดูทางบ้างนะป้า อย่ามัวแต่โม้

          เดี๋ยวนะ เรียกใครว่าป้า เราไม่มีเวลาเถียงกับเธอหรอกนะ ขอตัวก่อนล่ะ

          กับบางคนแค่เจอเพียงแป๊บเดียว ทำไมถึงรู้สึกดีได้ถึงขนาดนี้นะ... เต้พูดเบาๆ

          ก๊อกๆ... ขออนุญาตครับอาจารย์ พอดีผมเดินหาห้องไม่เจอเลยมาสายครับ เต้อ้าง ทั้งๆที่ในใจอยากจะบอกเหลือเกินว่าเพิ่งโดนเด็กจากคณะวิจิตรศิลป์ขับรถมาชน ดีที่ไม่เป็นอะไร มาเรียนได้ก็ดีนักหนาแล้ว

          อันที่จริงแล้ว คุณควรจะศึกษาแผนที่ก่อนที่จะมาเรียนก่อนหนึ่งวัน เพื่อที่จะไม่เสียเวลาในวันนี้ ไว้มาเรียนคาบหน้าละกันนะครับ ครูตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

          ยัยป้านั่นทำให้ฉันเข้าเรียนสาย... เต้พูดไปกัดฟันไปด้วยความหงุดหงิด

          วันแรกของการเรียนที่มหาลัย เต้ก็มาสายเสียแล้ว จึงทำให้เขาอยากเจออร เพื่อที่จะไปบอกว่าเธอทำให้เขามาสาย แต่ก็ไม่ใช่ว่ามีเพียงจุดประสงค์เดียว เพราะว่าเขาเริ่มตกหลุมรักอร

          “วันนี้กินอะไรกันดี ข้าวหมูแดงหน้าตึกมั๊ย เพื่อนอรถาม

          อืม..อะไรก็ได้นะ  อ้าว! นั่นเด็กวิศวะ ปีหนึ่งที่ฉันขับรถชนตอนเช้านี่

          “ว่าไงป้า รู้ตัวมั๊ยว่าทำให้คนอื่นเขาเข้าเรียนสาย

          ขอโทษนะ

          “นี่เธอจะพูดแค่คำว่า ขอโทษ หรอ

          “อ่าว แล้วที่เธอมาที่นี่เธอต้องการให้ฉันพูดอะไรอีกล่ะ

          เปล่าหรอก แค่อยากมาเดินดูคณะวิจิตรศิลป์ เผื่อมีผู้หญิงน่าสนใจบ้าง

          จริงอย่างที่เขาว่ากันเนาะ วิศวะมักเจ้าชู้

          เธอเอาอะไรมาตัดสินว่า เด็กวิศวะเจ้าชู้ ถ้าอยากรู้ความจริงเธอก็ลองมาคบกับเด็กวิศวะสิ!”

          ไม่เอาด้วยหรอก ฉันกลัวเจ็บ อรตอบไป ถึงแม้ว่าในใจของเธอก็อยากรู้จักเต้มากขึ้นแล้ว

 

          หลังจากนั้นเต้มักจะเดินผ่านคณะวิจิตรศิลป์อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่มันจะดีแค่ไหนกันนะถ้าเกิดว่าเราจะได้เจอกับคนที่เราชอบ เต้พยายามชวนอรไปเที่ยวบ้าง ชวนคุยบ้าง แม้ว่าอรอยากที่จะปฏิเสธ แต่เธอกลับไม่ทำตามที่สมองต้องการ เธอเลือกที่จะทำตามหัวใจ

          โอ้ความรัก ของทั้งสอง น่าอิจฉา

          แม้ว่าภพ นี้จะ ยังรักกัน

         กูจักตาม แย่งคน ของกูคืน!!

         น้องๆ ปีนี้ในคณะวิจิตรศิลป์ของพวกเรา จะมีการรำเปิดพิธีเหมือนทุกๆปีนะ เป็นงานต้อนรับเฟรชชี่ เดี๋ยวพวกพี่จะคัดเลือกนางรำต้อนรับพิเศษนะ มีใครจะเสนอชื่อมั๊ย

         อรค่ะ !!!” เสียงจากห้องประชุมดังมาแต่ไกล

         คนไหนน้องอร ลุกขึ้นซิ

        อรเองค่ะ  อรตอบพร้อมกับลุกขึ้น

        “โอเคเลยนี่ มีน้องคนไหนคัดค้านมั๊ย รุ่นพี่ในคณะถามแต่ไม่มีเสียงคัดค้านใด ทุกๆอย่างเงียบกริบราวกับไม่มีใครอยู่เสียด้วยซ้ำ อรจึงได้เป็นนางรำเปิดพิธีในงานต้อนรับเฟรชชี่

        แต่คือ น้องอร น้องต้องไหว้ครูก่อนขึ้นและที่สำคัญอย่าลืมขอขมารุ่นพี่คนนึงที่เคยจบไปแล้วด้วยนะ พี่เขาเสียชีวิตบนเวทีตอนรำเปิดพิธีในงานต้อนรับเฟรชชี่ รุ่นพี่ที่คณะกล่าวตักเตือน ทำให้บรรยากาศในห้องตอนนี้มีแต่ความเงียบสงบ รุ่นพี่ทุกคนต่างก้มหน้าและไม่ได้บอกรุ่นน้องเลยว่าทุกๆปีคณะจะมีคนตาย คนที่เป็นนางรำเปิดต้อนรับ เมื่อนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จรดเข้าหากัน นั่นแหละคือเวลาตาย!

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------     

        เหล่าข้าพระบาท    

       ขอวโรกาสเทวฤทธิ์อดิศร

       ขอฟ้อนกราย

       กริ๊ดดดด !! เสียงร้องของนางรำดังลั่นโรงละคร ผู้ชมต่างก็ตกใจ เมื่อมองไปบนเวทีเห็นนางรำในสภาพที่แขนและขาสลับกัน ปากยิ้มแสยะจนฉีกถึงใบหู ลูกตากลับกลายเป็นสีดำล้วนจ้องมองผู้ชม ก่อนนางรำตายวิญญาณของพัดได้ปรากฏพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจ พวกมึงต้องตาย!

         ต่อไปนี้จะเป็นการแสดงเปิดงานต้อนรับเฟรชชี่ของนางรำชั้นปี1 คณะวิจิตรศิลป์ ขอเชิญรับชมได้เลยครับ พิธีกรพูด อรเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยเช่นกัน

           ขออวยพรอ่อนหวานประสานศัพท์   

          ร้องรับบรรเลงเพลงประสม

         ทั้งร่ายรำงามตาน่าชม           

         สุขสมอารมณ์รื่นชื่นฤดี

        ในขณะที่อรรำอยู่ วิญญาณของพัดก็ปรากฏ ทำให้เธอหยุดรำ ร่างกายของเธอขยับไม่ได้ราวกับต้องมนต์สะกด เวลาปัจจุบันหยุดหมุนความเงียบงันเข้ามาแทนที่ เสียงจากอดีตเพรียกหาอรให้กลับไปในชาติที่แล้ว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

        เต้ ทำไมทำกับพัดแบบนี้ พัดก็เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือเต้มาตลอด พัดรักเต้นะ อย่าไปหาอรเลย

        พัด เต้ไม่ได้รักพัดนะ ถึงพัดจะไม่ได้เป็นแฟนกับเต้ พัดก็ยังเป็นเพื่อนเต้นะ แต่สำหรับอรเราสองคนเป็นมากกว่านั้นจริงๆ

        มึงรักมันมากใช่ไหม กูจะฆ่ามัน กูจะฆ่าอี่อร!”

        เมื่อถึงวันงานต้อนรับเฟรชชี่  พัดได้รับคัดเลือกเป็นนางรำคู่กับอร เมื่อเสียงเพลงบรรเลงขึ้น ทั้งสองเริ่มรำ ส้นเท้าเขย่งไปมาอย่างอ่อนช้อย แต่จู่ๆ พัดก็ได้ล้มลง ริมฝีปากและลิ้นของเธอเหมือนมีเข็มมาแทงเบาๆ ร่างกายอ่อนแรง สูญเสียการตอบสนองทั้งหมด โลกอันสวยงามของเธอจึงถูกปิดลงด้วยการฆาตกรรมของคนบางคน..

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

       มึงยังจำ จำวัน ที่มึงทำ

      แกล้งทำดี แสร้งทำดี ให้กูเชื่อ

      เพียงคนเดียว ทำให้มึง นั้นตามัว

     จบชีวิต กูด้วย น้ำมือมึง

 

         

        ภาพในอดีตย้อนกลับคืนมา ทำให้อรรู้สึกผิด แต่มันก็สายไปแล้ว เธอเป็นคนตัดสินใจลงมือฆ่าพัดด้วยตัวของเธอเองโดยการใส่เทโทรโดท็อกซิน พิษร้ายจากปลาปักเป้า เข้าไปผสมกับเครื่องแต่งหน้าของพัด อรทำไปเพียงเพราะกลัว กลัวว่าพัดจะแย่งเต้ไปจากเธอ เธอจึงตัดสินใจจบชีวิตของพัดด้วยน้ำมือของเธอเอง

        กูขอโทษ กูผิดไปแล้ว อย่าฆ่ากูเลยอรอ้อนวอน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความแค้นของพัดนั้นหายไป ความแค้นต้องชำระด้วยการแก้แค้น

        กริ๊ดดดด !!” เพื่อนของอรตกใจเสียงดังลั่น ทำให้ผู้คนในโรงละครตกใจและไม่คิดว่าปีนี้จะมีคนตายเพิ่มขึ้นอีก

        อร !!” เต้วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอุ้มร่างบางๆของผู้หญิงที่เขารักไว้ในอ้อมกอด ว่าทำไมเธอถึงต้องตายไปจากเขา เขาจะต้องสืบหาฆาตกรให้ได้ว่าใครเป็นคนลงมือฆ่าคนที่เขารัก แต่ความตายมันก็พรากได้เพียงร่างกาย หาใช่ใจไม่

        งานศพของอรจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เต้จึงตัดสินใจไปที่โรงละครเพื่อที่จะหาว่าใครเป็นตัวการที่ทำให้คนที่เขารักตาย

        กว่าจะมา ฉันรอ แทบขาดใจ

        แม้ชาติไหน ฉันก็รอ เพียงแต่คุณ

        คุณทำให้ ฉันรัก แล้วจากไป

        นี่หรือที่ เขาเรียก ว่าความรัก

           คุณเป็นใคร คุณฆ่าอรทำไม !!” เต้ตะโกนดังลั่นโรงละคร

        ชาตินี้มึง คงลืม หมดแล้วสิ

        กูนั้นคง ต้องทำ ให้มึงรู้

       ว่าชาติแล้ว พวกมึงทำ ไว้กับกู

       จักต้องสนอง เวรกรรม ที่เคยทำ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      

 

        “เต้ ทำไมทำกับพัดแบบนี้ พัดก็เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือเต้มาตลอด พัดรักเต้นะ อย่าไปหาอรเลย”

        “พัด เต้ไม่ได้รักพัดนะ ถึงพัดจะไม่ได้เป็นแฟนกับเต้ พัดก็ยังเป็นเพื่อนเต้นะ แต่สำหรับอรเราสองคนเป็นมากกว่านั้นจริงๆ”

        “อรไม่ได้เป็นคนที่ลงมือฆ่าพัดคนเดียวหรอก มีอีกคนหนึ่งต่างหากล่ะ มึงไงเต้ มึงไง!”

        “เราขอโทษนะพัด เราขอโทษจริงๆ ไม่ว่าชาติไหน เราก็ไม่ได้รักพัด เรารักพัดไม่ได้จริงๆ

       แค้นนี้หนอ สะสม มาหลายภพ

        เขาว่ากัน แค้นมัน ต้องชำระ

       ด้วยความแค้น ที่มี มาแต่นาน

       ขอสะสาง ให้สิ้น ให้จบไป

       อยู่กับฉัน สักที นะที่รัก

       อยู่ด้วยกัน กับฉัน อย่าได้กลัว

       แม้ว่าใน ชาติก่อน ไม่สมหวัง

      ชาตินี้จึง ขออยู่ กับเธอไป

      อยู่กับฉัน จับมือกัน ตลอดไป

          ภาพในอดีตย้อนคืนทำให้เขารู้สึกผิดต่อเธอ แต่ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ ทำได้เพียงอยู่กับปัจจุบัน ชดใช้กรรมที่เคยทำ เขาเคลิ้มหลับไปโดยที่ไม่มีวันกลับมา พัดจับมืออุ่นๆของเต้ พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข

          ถึงเวลาแล้วสินะที่เราสองคนจะได้รักกัน พัดพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

          ทำไมนะ ทำไมน้ำตาของเต้ยังคงไหลริน” 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ก้มแกลม จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น