สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

วิวาห์แค้นซ่อนรัก(ต่อเนื่องวิวาห์ปรารถนารัก)

ตอนที่ 7 : เลขาคนใหม่100%


     อัพเดท 27 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักเศร้าๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : ดาวสะท้อนแสง ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดาวสะท้อนแสง Email : daw_1466(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/daw_19
< Review/Vote > Rating : 100% [ 1 mem(s) ]
This month views : 259 Overall : 12,552
25 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 195 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
วิวาห์แค้นซ่อนรัก(ต่อเนื่องวิวาห์ปรารถนารัก) ตอนที่ 7 : เลขาคนใหม่100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 207 , โพส : 0 , Rating : 10 / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


วิวาห์แค้นซ่อนรัก

 
         หลายวันต่อมา นลินนิภาก็ได้รับเชิญให้ไปพบคุณหญิงปรางทิพย์ คุณย่าของปิยวัตรที่บ้าน หญิงสาวไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆเธอถึงได้ถูกเชิญให้ไปพบ เธอเดินทางมาที่บ้านอัครวัตนนท์ทันทีที่พี่ชายโทรมานัดแนะ

       "พี่เมฆค่ะ  คุณหญิงเรียกให้ฟ้ามาพบท่านทำไมค่ะ  พี่เมฆพอจะรู้ไหม"นลินนิภาถามด้วยความสงสัย  แต่นภัทรทำเป็นเงียบความจริงเขารู้แต่ไม่อยากบอกให้น้องสาวรู้ตอนนี้

       "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน  ไว้เจอคุณหญิงเราก็ถามท่านซิ"นภัทรเอ่ยขึ้นมา

       "ไม่เอาหรอกค่ะ  ฟ้าเข้าข้างในดีกว่า เดี๋ยวคุณหญิงจะหาว่ามาไม่ตรงเวลา"นลินนิภารีบสาวเท้าเดินเข้าข้างในทันที

   
         เมื่อเดินเข้าไปข้างในตัวบ้าน  เห็นขวัญรดาแม่ของปิยวัตรนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นที่เธอชอบนั่งเวลาลูกๆและสามีไปทำงาน  ขวัญรดาส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้หญิงสาวที่ยกมือไหว้ท่าน แล้วรีบเดินเข้าไปหาคุณหญิงปรางทิพย์ที่ห้องทำงาน 

        (ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก)เสียงเคาะประตูดังขึ้น  

        "เข้ามาได้ฉันไม่ได้ล็อคประตู"หญิงชราเอ่ยขึ้น นลินนิภาดันประตูเข้ามา

        เมื่อประตูเปิดออกหญิงสาวก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของปรางทิพย์ทันที

        "สวัสดีค่ะ  คุณหญิง"นลินนิภายกมือไหว้หญิงชราตรงหน้าทันทีที่ยืนตรงหน้า

        "สวัสดีจ๊ะ  เป็นไงบ้างเห็นว่าเรียนจบจากเมืองนอกเมืองนา เห็นว่าได้เป็นถึงเลขาของเจ้าของบริษัทส่งออกสินค้าของสิงคโปร์"ปรางทิพย์ทักหญิงสาวคราวหลานตรงหน้า

         "ค่ะ  ฟ้าทำงานเป็นเลขาคุณเดวิดค่ะ  ท่านใจดีมากค่ะ"หญิงสาวตอบความจริง

         "อืมดีมาก  ลูกของดนัยมีเธอกับตาเมฆนี่แหละที่ใช้ได้  ส่วนพี่สาวเธอไม่ได้เรื่องเลย เรียนจบจากเมืองนอกเมืองนา  แต่กลับมาทำงานเปิดนั้นเปิดนี่โชว์ให้พวกตาแก่หัวงูดู เฮ้อ.."คุณปรางทิพย์บอกอย่างหนักใจ

         "เป็นอาชีพที่พี่ฝนรักค่ะ  แล้วพี่ฝนก็เรียนจบการแสดงจากฝรั่งเศสมาด้วย ไม่ทำงานนี้ พี่ฝนก็ทำงานอื่นไปเป็นหรอกค่ะ"นลินนิภาหญิงสาวที่พูดตรงไปตรงมา

         "ใช่  พี่เราเลือกเรียนสาขานี้ ตอนที่ดนัยมาบอกฉันว่าเธอย้ายไปเรียนที่สิงคโปร์ ตอนนั้นดนัยดีใจมากเพราะเธอเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ได้ทุนนั้นทุนนี้ตั้งแต่เรียนประถม  เขาภูมิใจในตัวเธอมากน่ะ หนูฟ้า"ปรางทิพย์มองหญิงสาวตรงหน้าแววตาเอ็นดู

         "ไม่น่าเชื่อว่าเธอกับพี่สาวนิสัยต่างกันราวฟ้ากับดิน  ทั้งที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน"ปรางทิพย์เอ่ยขึ้นมา  นลินนิภามองหน้าหญิงชราตรงหน้าไม่ค่อยเข้าใจที่ท่านพูดเท่าไร แต่ก็รับฟังเพราะมันเป็นเรื่องครอบครัวเธอ ท่านจะสื่ออะไรเธอไม่รู้

          "พี่ฝนเป็นคนดีค่ะ  แต่แค่เป็นคนใจร้อนและเอาแต่ใจบ้าง"นลินนิภาเอ่ยชมพี่สาว ทั้งที่ความจริงพี่เธอเห็นแก่ตัวที่หนึ่ง

          "หนูฟ้า  ถ้าฉันจะขอให้หนูมาเป็นเลขาให้กับตาต่อ หนูจะมาทำงานให้ฉันได้ไหม"หญิงชราเอ่ยขึ้น  นลินนิภาอึ้ง นิ่งเงียบ ไม่รู้จะตอบอย่างไร

          "คือ..ตาหมอก้องมาบอกฉันว่าเธอลาออกจากงานเลขาที่สิงคโปร์ เพื่อกลับมาดูแลดนัยที่ป่วยเป็นมะเร็ง  ฉันเลยอยากจ้างเธอให้เลขาตาต่อน่ะ  คนทำงานเก่งๆอย่างเธอต้องทำให้บริษัทเรารุ่งแน่นอน"ปรางทิพย์เอ่ยอย่างชื่นชม  แต่นลินนิภาฝืนยิ้มให้ท่านเพราะไม่รู้ว่าจะยังไงดี

          "คือ..ฟ้าว่า..."เอ่ยไม่ทันจบ  คุณหญิงปรางทิพย์ก็เอ่ยขัดทันที

          "ถ้าจะปฏิเสธ ฉันขอให้คิดใหม่น่ะ  เพราะอย่างน้อยก็เห็นแก่ค่าใช้จ่ายที่จะรักษาพ่อเธอด้วยก็แล้วกัน  เพราะลำพังเงินเดือนทนายของตาเมฆคงไม่เท่าไร  แต่ถ้าเธอตกลงฉันจะช่วยค่ารักษาของพ่อเธอครึ่งหนึ่ง ไม่รวมเงินเดือนเธอน่ะ  ลองคำนวณดูซิ  เหลือเงินอีกหลายหมื่นเชียวน่ะ"คุณหญิงปรางทิพย์จอมเจ้าเล่ห์ที่ลูกๆหลานๆยอมแพ้ แล้วนับประสาอะไรกับนลินนิภาที่เป็นคนนอกล่ะ

          "ค่ะ  ฟ้ารับงานนี้ก็ได้ค่ะ"ตอบอย่างฝืนใจ  เพราะรู้จักคนตรงหน้าดีว่าถ้าเธอปฏิเสธ หญิงชราคนนี้ก็ต้องพูดกับย่ากับพ่อกับแม่กับพี่ชายเธอจนเธอต้องยอมทำงานจนได้  คิดแล้วเหนื่อยใจ


        ที่บ้านสวนของคุณนวลนางคุณย่าของหญิงสาว  เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านตอนเย็น ทั้งพ่อแม่และย่าต่างรอหญิงสาวอย่างเป็นห่วง

         "ยัยฟ้าทีหลังถ้าไปกรุงเทพก็ไม่ต้องขับรถกลับมาใกล้ถึงขนาดนี้น่ะลูก มันอันตราย เกิดเป็นอะไรขึ้นมา แม่ต้องขาดใจตายแน่"พิมภาเอ่ยขึ้นอย่างกังวล 

         "ฟ้าแค่เป็นห่วงคุณพ่อค่ะ  อยากอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา"นลินนิภาเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงบิดา

         "ห่วงตัวเองก่อนเถอะเราน่ะ  เฮ้อ..."พิมภาถอนหายใจเสียงดัง

         "พอเถอะแม่พิม  เดี๋ยวยัยฟ้าก็น้อยใจขับรถกลับไปกรุงเทพจะทำยังไงล่ะทีนี้"นวลนางส่ายหน้าระอากับลูกสะใภ้ขี้บ่นเหลือเกิน

         "ก็พิมเป็นห่วงยัยฟ้านี่ค่ะ  เห็นพิมไม่สนใจใช่ว่าพิมจะไม่รักน่ะค่ะ  ลูกๆทุกคนพิมรักหมดแหละค่ะ  แต่มากน้อยอยู่ที่การทำตัว"พิมภาเอ่ยขึ้นมาทันที

         "พอเถอะครับ แม่กับพิม ฟ้าเป็นไงบ้างลูก เห็นตาเมฆบอกว่าคุณหญิงปรางทิพย์เรียกเราไปพบ"ดนัยถามลูกสาวอย่างเป็นห่วง

         "ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ  แค่อยากให้ฟ้าไปเป็นเลขาให้กับหลานชายเท่านั้นเองค่ะพ่อ"หญิงสาวบอกกับคนเป็นพ่อที่มองมาอย่างต้องการคำตอบ

         "ไปเป็นเลขา  คิดดีแล้วเหรอ ไปช่วยงานลุงวิทย์ดูแลร้านเพชรไม่ดีกว่าเหรอ"พิมภาเอ่ยอย่างเป็นกังวล

         "อย่าเลยค่ะแม่   เดี๋ยวป้าพรจะหาว่าเราอยากได้สมบัติของคุณตาน่ะค่ะ  ลืมแล้วเหรอค่ะ ที่เขาเคยด่าเราว่า อยากได้สมบัติจนตัวสั่น"นลินนิภาพูดความจริงที่พี่สาวแม่เคยว่าครอบครัวเธอ ตอนที่แม่ไปขอยืมเงินก่อนที่จะเปิดพินัยกรรมช่วงคุณตาของเธอเพิ่งเสียใหม่ๆ

         "เฮ้อ...ไม่น่าเชื่อว่าพี่พรจะใจร้ายกว่าพี่วิทย์ที่ไม่ใช่พี่ฉันน่ะค่ะดนัย"คิดถึงความหลัง

         "พอเถอะพิม  เรามีแค่นี้ก็ถือว่ามากพอแล้ว  บ้านหลังนั้นถ้าพ่อคุณไม่ยกให้เรา ตอนแต่งงานตอนนี้เราคงจะยังอาศัยบ้านคุณแม่อยู่กระมัง"ดนัยเอ่ยอย่างเจียมตัว เพราะเขาเป็นคนฐานะปานกลางไม่รวยและไม่จน

         "ฟ้าไปอาบน้ำก่อนน่ะค่ะ  เดี๋ยวลงมาทานข้าวกับพ่อแม่และย่าค่ะ"หญิงสาวเดินออกไปทันทีที่พูดจบ

         "คุณแม่ค่ะหนูผิดมากใช่ไหมที่รักยัยฟ้าน้อยกว่ายัยฝน"เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่ลูกสาวเดินเข้าไปในห้อง
         
         "พิม  ต่อให้ลูกเราจะเป็นยังไงเราก็ต้องรักแกให้มาก  ลืมเรื่องอดีตไปเถอะ มันไม่มีประโยชน์ที่เราจะรื้อฟื้นมันขึ้นมา"ดนัยเอ่ยขึ้น เพราะรู้ดีว่าพิมภารักนลินนิภามากกว่านภัสวรรณ แต่ที่อคติกับลูกสาวคนเล็ก
 เนื่องจากตอนนั้นดนัยทำคดีเรื่องการโกงเพชรของตระกูลภรรยา  จึงโดนคนโกงตามมาเพื่อเอาชีวิตลูกสาวคนเล็ก แต่มันไม่เป็นดังคิดเพราะคนเป็นพ่อของภรรยายอมเสียชีวิตแทนหลานสาวที่อายุได้ประมาณ 4 ขวบ และพี่ๆของภรรยาก็เกลียดหลานสาวคนเล็กและยังตราหน้ามาครอบครัวของเธอเป็นฆาตกรฆ่าบิดาตัวเอง

           "ตอนนั้นยัยฟ้าไม่ผิด  คนผิดคือผม  ผมคนเดียวเท่านั้น"ดนัยก็ยังจดจำเรื่องในอดีตได้เป็นอย่างดี   นวลนางฟังสองสามีภรรยาพูดคุยเรื่องอดีต ทำให้หญิงชราตรงหน้าทนไม่ไหว

           "พิม  แม่ไม่พูดเรื่องนี้ตอนนั้นเพราะแม่คิดว่าวันนึงพิมจะรู้ว่า คุณภพเขาตั้งใจที่จะให้หนูฟ้ารอด  พูดง่ายๆคือยอมตายเพื่อหลานของเขา"นวลนางเอ่ยอย่างอึดอัด

           "แต่ไม่มีคนคิดอย่างนั้นซิค่ะแม่  เขาต่างคิดว่ายัยฟ้าเป็นคนทำให้พ่อต้องตาย"พิมภาเอ่ยอย่างเจ็บปวดใจ

           "พอเถอะ  ไปเตรียมอาหารให้พร้อมเถอะ ลูกลงมาจะได้ทานข้าวกันเลย"หญิงชราตัดบทไม่อยากพูดเรื่องอดีตต่อ  พิมภาปาดน้ำตาออกแล้วกุมมือคนเป็นสามี ดนัยรู้ว่าพิมภารักนลินนิภามาก แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่างทำให้เธอต้องทำเป็นรักน้อยกว่าลูกสาวคนกลาง



        สามวันต่อมา  เป็นวันที่นลินนิภาต้องมาเริ่มงานที่บริษัทของอัครวัตนนท์  โดยที่ปิยวัตรเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเลขาคนใหม่ของเขาเป็นใคร  เพราะคนเป็นย่าบอกให้เขาจะให้เลขาคนใหม่มาทำหน้าที่ช่วยเลขาคนเดิม  เมื่อมาถึงนลินนิภาก็ถูกเรียกให้เข้าพบ

         "น้องคือ น้องนลินนิภาใช่ไหมค่ะ  คือบอสบอกว่าถ้ามาถึงให้เข้าพบทันที"มุกดาบอกทันทีที่หญิงสาวมาถึงหน้าห้องทำงานรองประธานบริษัท

         "คะ..ค่ะ"เอ่ยอย่างติดขัด  แล้วก็เดินไปที่ประตู เคาะประตูให้คนข้างในรู้ว่าเธอมาถึงแล้ว

         (ก๊อก..ก๊อก..)เสียงเคาะประตูดังขึ้น  ปิยวัตรก็พูดขึ้นทันที

         "เข้ามา"สั้นๆได้ใจความ  เมื่อประตูเปิดออกร่างหญิงสาวที่คุ้นตาก็เดินเข้ามา  เดรสสีหวานกับผมยาวที่ปล่อยไว้ทำให้หญิงสาวดูสวยหวาน  แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใคร เธอคือคนที่ทำให้เขาต้องเจ็บเจียนตาย

         "มาทำไม"ถามขึ้นทำลายความเงียบ  นลินนิภาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า

         "มาทำงานค่ะ"ตอบสั้นๆแล้วก็มองหน้าคนตรงหน้าอย่างเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยว  ปิยวัตรมองเธอด้วยแววตาเยาะเย้ย

         "ทำยังไงล่ะถึงได้มาทำงานที่นี่  หรือว่าไม่มีบริษัทไหนรับเธอทำงาน"ปิยวัตรเยาะเย้ยหญิงสาวตรงหน้า  นลินนิภากำมือแน่น

         "ไม่ใช่ไม่มี  แต่มาเพราะคุณหญิงขอให้มาทำงานกับรองประธานที่ไม่ได้เรื่องต่างหากล่ะ"นลินนิภาว่าชายหนุ่มตรงหน้าที่เป็นเจ้านายของหญิงสาว

         "นลินนิภาให้มันน้อยๆหน่อยน่ะ  ฉันเป็นเจ้านายเธอหัดให้เกียติบ้าง"ปิยวัตรเห็นเธอกำเริบต้องปรามด้วยวิธีนี้

         "ค่ะ  ฉันรู้"นลินนิภามองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า ปิยวัตรก็จ้องหน้าหญิงสาวกลับ ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้ซึ่งกันและกัน

         "ถ้าไม่มีอะไร  ขอตัวน่ะค่ะเจ้านาย"นลินนิภาเอ่ยจบแล้วก็เดินออกไปทันที  เมื่อร่างบางพ้นประตูห้อง ปิยวัตรกำมือแน่นแล้วต่อยกำแพงระบายอารมณ์โกรธทันที

          "ทำไม...ทำไมเธอต้องการอะไรอีก..นลินนิภา  เธอเป็นคนเข้ามาหาฉันเอง ครั้งนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือแน่นอน  เตรียมตัวรับมือกับความทรมานได้เลย นลินนิภา"เขาเอ่ยพร้อมแววตาที่เจ็บปวดและโกรธแค้นหญิงสาวที่มาเป็นเลขาคนใหม่


         หน้าห้องทำงานของรองประธาน  มุกดาเลขาคนเก่งของปิยวัตรมองหน้านลินนิภาเลขาคนใหม่ที่จะมาช่วยงานเธออย่างเห็นใจ เพราะตั้งแต่ออกมาหญิงสาวตรงหน้าโดนเจ้านายใช้ให้สรุปยอดเงินประจำปี 50-56 ทำเอาเลขาอย่างมุกดาถึงกับอึ้ง

         "ไหวไหมค่ะน้องฟ้า"ถามอย่างเป็นห่วงคนตรงหน้า

         "ไหวค่ะพี่มุก  ไปทานข้าวเถอะค่ะ  ฟ้าทำได้แค่นี้เองค่ะ บริษัทเก่าหนักกว่านี้เยอะ"นลินนิภาบอกกับมุกดาให้หายเป็นห่วง   แต่มุกดาดูจะยังไม่หายห่วงเพราะเธอลงไปซื้ออาหารที่ข้างบริษัทมาสองกล่องแล้วมานั่งทานเป็นเพื่อนนลินนิภาที่นั่งทำงานอย่างเคร่งเครียด

          "ทานข้าวก่อนดีกว่า  เดี๋ยวงานค่อยทำต่อ  ไม่มีแรงก็ทำงานไม่ได้น่ะน้องฟ้า"มุกดาหญิงสาวรุ่นพี่เอ่ยอย่างเป็นห่วง  

          หลังจากทานข้าวเสร็จนลินนิภาก็นั่งทำงานต่อ  ปิยรดาที่รู้ว่าเพื่อนสาวจะมาทำงานที่บริษัทตอนนี้เพิ่งเข้ามาที่บริษัทเพราะโดนกรวิชย์ลากไปดูโครงการที่จะทำที่ชานเมือง เมื่อมาถึงบริษัทปิยรดาก็รีบตรงมาหาเพื่อนสาว โดยมีกรวิชย์ตามมาด้วยอีกคน

         "ยัยฟ้าทำไรอ่ะ  กินข้าวยังฉันซื้อสลัดผักกับคาปูชิโน่ของโปรดแกมาฝาก"ปิยรดาเอ่ยทันทีที่ถึงโต๊ะของนลินนิภา

         "อืม  ขอบใจจ๊ะ  แต่ขอทำงานก่อนน่ะ  ต้องเสร็จภายในวันนี้"นลินนิภาบอกกับปิยรดาที่อ้าปากค้าง อึ้ง และรู้ทันทีว่าพี่ชายกลั่นแกล้งเพื่อนสาว

          "นี่  พี่ต่อแกล้งเราขนาดนี้เลยหรือ"กรวิชย์เอ่ยอย่างเป็นห่วง

          "แค่นี้เอง  ไม่ต้องห่วงฟ้าหรอกค่ะพี่กาย"นลินนิภาเอ่ยเพื่อให้ทั้งสองเลิกเป็นห่วง

          "แค่นี้ได้ไงอ่ะ  งานตั้งเยอะ ใช้งานคนๆเดียวเนี่ยน่ะ"ปิยรดาเริ่มร้อนขึ้นมาทันที

          "พี่อยากช่วยน่ะค่ะน้องฟ้า  แต่(หันไปมองที่ห้องของปิยวัตร)เข้าใจพี่น่ะค่ะ"มุกดาเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสารหญิงสาวตรงหน้า

          "ไม่เป็นไรค่ะพี่มุก  ฟ้ารู้ค่ะ"หญิงสาวยิ้มอย่างเข้าใจ รุ่นพี่เลขาสาวสวยที่เพิ่งรู้จักกัน

          "ยัยฟ้า  ถ้าเป็นฉันล่ะก็อาละวาดตั้งแต่ใช้งานแล้ว  อะไรกันทำงานวันแรกใช้ยังกะเป็นคอมพิวเตอร์ ให้รวบรวมข้อมูลการเงินตั้งแต่ห้าปีก่อน ตาย"ปิยรดาเอ่ยอย่างหนักใจแทน

          "555...ยัยตาล ตกลงแกเป็นคนดูแลฝ่ายการบัญชีได้ไงเนี่ย  งานโดยตรงแกยังอยากตาย  แล้วยัยฟ้าล่ะ ใช่งานโดยตรงก็ไม่ดันโดนให้ทำ ยัยฟ้ายังไม่บ่นสักคำ"กรวิชย์พูดพรางยิ้มมุมปากให้สองสาว

          "ก็อยากตายแทนยัยฟ้าเนี่ยแหละ  สรุปยอดงบตั้งแต่ห้าปีก่อน คิดได้ไงพี่ชายฉัน  เฮ้อ.."ถอนหายใจดังมาก จนนลินนิภาส่ายหน้าระอากับเพื่อนสาว

          "เอาน่าอย่าคิดมากเลย  เขาอยากแกล้งก็ให้เขาแกล้งไปซิ  ฟ้าไม่แคร์"นลินนิภาตอบอย่างไม่สนใจ  แต่กรวิชย์กับปิยรดาเนี่ยซิแคร์ความรู้สึกของเพื่อนสาวแทนตัวเอง

          "ไหวไหมแก  ไม่ไหวบอกฉันได้น่ะ"ปิยรดาเอ่ยอย่างเป็นห่วงกลัวเพื่อนสาวจะเหนื่อยกับพี่ชายที่แสนจะหาเรื่องของเธอ

          "ไม่ต้องห่วงฉันหรอกแก  นลินนิภาซะอย่างไม่เคยท้ออยู่แล้ว"นลินนิภาหญิงสาวที่ไม่เคยท้อแท้กับทุกสิ่ง แม้แต่เรื่องของปิยวัตรที่เธอยังรัก เธอไม่เคยลืมเขา แต่การที่เธอทำเป็นเกลียดเขา เพราะอคติที่ต่างคนต่างมี ต่างคนต่างเจ็บ 

          "จ๊ะ   ไปก่อนน่ะ  เดี๋ยวต้องไปตรวจงานที่ห้อง  โดนพี่กายลากไปดูโครงการแต่เช้า สงสัยป่านนี้งานเต็มโต๊ะแล้วมั้ง"ปิยรดาบอกกับเพื่อนสาวพรางมองหน้ากรวิชย์ที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

          "เออ..พี่ไปก่อนน่ะฟ้า  ไปหาอะไรทานหน่อยดีกว่า  เดี๋ยวซื้อเค้กมาฝาก"กรวิชย์พูดจบก็เดินออกไปทันทีไม่รอให้สองสาวแซว

          "เหอะ..ถึงบริษัทไม่ทันไร  ต้องไปที่ร้านยัยข้าวฟ่างทันที  ยังไงๆน่ะอีตาพี่กายเนี่ย"ปิยรดาเอ่ยขึ้นพรางขำกับอาการเพล์บอยหนุ่มลูกพี่ลูกน้องเธอ

          "สงสัยมีอะไรในกอไผ่กระมั้ง..ยัยตาล"นลินนิภาเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะสังเกตได้จากสีหน้าของชายหนุ่มแล้วเหมือนมีอะไรอยู่ในใจ

          "มั้ง"ตอบเสร็จก็เดินไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที  หลังจากเพื่อนๆไปแล้วนลินนิภาก็ส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ

          "ทนหน่อยน่ะ  เพื่อพ่อ..เราต้องทำได้ซิ  นลินนิภา เธอต้องเข้มแข็ง"  คิดในใจอย่างให้กำลังใจตัวเอง



         
       



 
 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
วิวาห์แค้นซ่อนรัก(ต่อเนื่องวิวาห์ปรารถนารัก) ตอนที่ 7 : เลขาคนใหม่100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 207 , โพส : 0 , Rating : 10 / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android