สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บทแปลสรุป Shinkyoku Soukai Polyphonica Crimson Kinetic Novel

ตอนที่ 5 : Chapter 2 -เงามืดที่คืบคลาน- (Part 2)


     อัพเดท 14 ก.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: shinkyoku soukai polyphonica, polyphonica, kinetic novel, translation, crimson, sakaki ichirou, kannatsuki noboru
ผู้แต่ง : DarkNeon ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DarkNeon Email : anaksawat(แอท)yahoo.com
My.iD: http://my.dek-d.com/darkneon
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 4 Overall : 702
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 4 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บทแปลสรุป Shinkyoku Soukai Polyphonica Crimson Kinetic Novel ตอนที่ 5 : Chapter 2 -เงามืดที่คืบคลาน- (Part 2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 175 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เพลเซ่เลยถามพรีเน่ว่าเรื่องมันเป็นไงมาไงกันแน่ 

"เพลเซ่...ตอนที่พวกเรายังเด็กๆ พวกเราเคยเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลครั้งนึงใช่มั้ย"

"อื้อ หมายถึงตอนที่คุณพ่อใช้เพลงศักดิ์สิทธิ์รักษาบาดแผลให้พรีเน่สินะ"

"...ใช่ แต่ว่าเขาไม่ได้รักษาบาดแผลให้ฉันหรอก"

"เอ๊ะ...? หมายความว่าไง...? ก็พรีเน่บอกว่าจำเรื่องตอนนั้นไม่ได้ไม่ใช่เหรอ..."

"ขอโทษนะ ที่จริงฉันจำได้ดีได้เลยแหละ เพราะตอนนั้นมีทั้งตัวฉันที่ทรมานใกล้ตาย กับตัวฉันที่ทำได้แค่เฝ้ามองเพียงอย่างเดียว..."

"พรีเน่ที่มองพรีเน่...?"

"ตัวฉันที่นอนอยู่บนเตียง คือ ยูกิริ พรีเนซิก้า ส่วนตัวฉันที่เฝ้ามองอยู่ คือ ภูตที่ทำสัญญากับคุณพ่อ โดริสราเอ้ เรน มัคสเวริต..."

จากนั้นพรีเน่จะเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ในตอนที่เกิดเหตุก่อการร้ายจากพวก <คนต่างถิ่นแห่งเสียงร่ำไห้>  สองแฝดเองก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน เดิมทีพรีเน่ร่างกายอ่อนแอกว่าเพลเซ่อยู่แล้ว โอกาสรอดจึงมีน้อยมาก แถมพัลเทซิโอ้กับโดริสราเอ้ก็เพิ่งกลับมาจากการต่อสู้กับพวกก่อการร้าย โดริสราเอ้เองก็สูญเสียพลังไปมาก และสภาพของพัลเทซิโอ้ในตอนนั้นก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะบรรเลงเพลงศักดิ์สิทธิ์มอบพลังให้แก่เธอได้ โดริสราเอ้จึงได้แต่รอเวลาสลายไปอย่างเดียว ซึ่งเธอเองก็เข้าใจ

โดริสราเอ้จึงเสนอวิธีโดยตัวเองจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพรีเน่ อายุขัยที่ยืนยาวของภูตกับร่างเนื้อของมนุษย์ ถ้ารวมสองสิ่งมีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างเกื้อหนุนในสิ่งที่อีกฝ่ายขาดไปก็อาจรอดได้ทั้งคู่ มันไม่ใช่วิธีธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็นเทคนิคที่พวก <คนต่างถิ่นแห่งเสียงร่ำไห้> ได้ใช้เพื่อสร้างกองกำลังของตัวเอง

แต่วิธีนี้มีโอกาสสำเร็จที่ต่ำมาก ไม่รู้ว่าชีวิตใหม่ที่เกิดมาจะเป็นพรีเนซิก้า เป็นโดริสราเอ้ เป็นคนใหม่บุคคลที่สาม หรือดีไม่ดีอาจเป็นการทำลายบุคลิกของทั้ง 2 ฝ่ายจนกลายเป็นแค่ตุ๊กตาไร้วิญญาณไปเลยก็เป็นได้

พัลเทซิโอ้จึงสามารถบรรเลงเพลงศักดิ์สิทธิ์ได้อีกครั้ง โดยเดิมพันกับความหวังที่มีเพียงน้อยนิด

"ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือฉันในตอนนี้...ฉะนั้นฉันจึงเป็นทั้งพรีเนซิก้า และเป็นทั้งโดริสราเอ้ในเวลาเดียวกัน หรืออาจไม่ใช่ใครเลยก็ได้...อาจพูดได้อีกแง่หนึ่งเขาสังเวยทั้งพรีเนซิก้าและโดริสราเอ้เพื่อเหลือตัวฉันคนนี้เอาไว้..."

"พะ...พูดอะไรของเธอน่ะ พรีเน่...คุณพ่อเป็นดันทิสต์นะ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้อยู่แล้ว...ที่จริงก็ช่วยได้ทั้งคู่ใช่มั้ยล่ะ? พรีเน่ก็คือพรีเน่ใช่มั้ย...?"

พรีเน่ได้แต่เงียบอยู่อย่างเดิม

"อะไรกัน...คนที่ไม่รู้มีแค่ฉันคนเดียวงั้นเหรอ? ไม่จริงน่า...มีแค่ฉันคนเดียวที่ไม่รู้ ทั้งคุณพ่อ...ทั้งพรีเน่..."

ถ้าเด็กผมเงินคนนี้ไม่ใช่ทั้งพรีเนซิก้า ไม่ใช่ทั้งโดริสราเอ้ สรุปว่าพ่อของเธอช่วยใครเอาไว้กันล่ะ?

คนที่เธอคิดว่าเป็นน้องสาวฝาแฝดมาตลอด ไม่ใช่ทั้งคนหรือภูต

พรีเนซิก้าคนนี้เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทั้งคนหรือภูตที่กำเนิดมาจากเทคนิคอันน่ารังเกียจของพวก  <คนต่างถิ่นแห่งเสียงร่ำไห้> ทั้งที่รู้แต่ก็เงียบ เงียบแล้วแสดงเป็นน้องสาวฝาแฝดพรีเนซิก้า หลอกลวงเธอมาตลอด...

"แม้จะบรรเลงเพลงศักดิ์สิทธิ์ที่เลอเลิศหรือทำสัญญากับภูตได้ แต่ดันทิสต์ก็ยังเป็นคนอยู่วันยังค่ำ ใช่ว่าจะทำได้ไปหมดซะทุกอย่างเช่นพระเจ้าหรอกครับ มีทั้งการล้มเหลว และทำอะไรผิดพลาดได้เหมือนกัน"

".....!"

"ถึงจะยืมเพลงของพระเจ้า ยืมพลังของภูตมาใช้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เป็นพระเจ้าได้ครับ"

"พอซะทีเถอะ! ฉัน...ฉันไม่อยากฟังค่ะ!"

เพลเซ่วิ่งเตลิดออกไปนอกห้องฝึกซ้อม

"ผู้ที่บรรเลงเพลงศักดิ์สิทธิ์ จะลืมไม่ได้เด็ดขาดนะครับว่าตัวเองเป็นมนุษย์"

"ผอ.?"

"พวกเราไม่ใช่พระเจ้า และไม่ใช่ยอดมนุษย์ เป็นเพียงผู้ใช้ทักษะพิเศษเท่านั้น ถ้าลืมเรื่องนั้นแล้วลืมตัวล่ะก็จะทำให้ก่อความผิดอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาได้"

แต่ ผอ.ก็ปั้นหน้ายิ้มกลับมาอย่างเคย

"ก็นะ ผมแค่อยากบอกว่ามันก็มีทั้งเรื่องที่เพลงศักดิ์สิทธิ์ทำได้และไม่ได้แค่นั้นแหละ"

ผอ.เลยบอกให้โฟลอนช่วยดูแลเพลเซ่ด้วย เพราะยังไงก็เป็นลูกสาวของศิษย์รักคนนึงของเขาโฟลอนเลยรีบตามเพลเซ่ไป

พอโฟลอนไปแล้ว พรีเน่จึงถามว่า ผอ.รู้เรื่องของตัวเองมาแต่แรกแล้วใช่มั้ย ผอ.ตอบว่าเพราะพัลเทซิโอ้กลุ้มเรื่องนี้มาก และเอามาปรึกษาเขาหลายต่อหลายครั้งว่าตัวเองได้ทำในสิ่งผิดไปหรือเปล่า สิ่งที่เขาทำไปมันเป็นการฆ่าลูกสาวและคู่หูของเขาหรือเปล่า...จากนั้น ผอ.เลยบอกให้พรีเน่กับโคตี้กลับหอซะ แล้วก็จากไป หลังจากเงียบอยู่พักหนึ่ง โคตี้ก็โพล่งขึ้นมา

"นี่ เมื่อกี้เธอบอกว่าเคยสู้กับพวก <คนต่างถิ่นแห่งเสียงร่ำไห้> เมื่อ 12 ปีก่อนใช่มั้ย"

"ค่ะ"

"รู้รึเปล่าว่าหลังจากนั้นพวกนั้นเป็นไงบ้าง"

พรีเน่ก็สงสัยว่าโคตี้ถามทำไม แม้จะสืบทอดเอาความทรงจำจากโดริสราเอ้มา แต่ในตอนนั้นเธออายุเพียง 2-3 ขวบเท่านั้นเอง เลยส่ายหน้าบอกว่าจำไม่ได้

"งั้นเหรอ เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก"

จากนั้นทั้งคู่ก็กลับหอ ว่าไปโคตี้ก็รู้กาลเทศะดีเหมือนกันแฮะ ว่าเวลาไหนควรเอาแต่ใจ เวลาไหนไม่ควร

 

====================================================================================== 

 

 

 

 

โฟลอนตามเพลเซ่มาจนทัน เลยพาไปหาที่นั่งสงบใจก่อน เพลเซ่ก็ระบายความในใจต่างๆ ออกมาพร้อมกับน้ำตา

"รุ่นพี่...ฉันไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วค่ะ"

"เพลเซลเต้..."

"ในตัวพรีเนซิก้ามีอีกคนที่ฉันไม่รู้จักอยู่ แต่ทั้งเด็กคนนั้นทั้งคุณพ่อ ไม่เคยบอกอะไรให้ฉันรู้เลย...เหมือนกับมีแค่ฉันคนเดียวที่โดนตัดออกจากกลุ่ม...คนที่ฉันคิดว่าเป็นน้องสาวฝาแฝดมาตลอด อยู่ๆ กลับมาบอกว่าไม่ใช่...ทั้งที่อยู่ด้วยกันมาตลอดแท้ๆ เด็กคนนั้นคงแสดงเป็นพรีเนซิก้าที่ฉันรู้จักมาตลอด...ฉันนี่มันโง่จริงๆ เลย อยู่ด้วยกันตลอดแต่กลับไม่เคยรู้ตัว แถมยังคิดเองเออเองว่าคุณพ่อเป็นดันทิสต์แสนวิเศษที่ทำไปได้ซะทุกอย่าง ปลาบปลื้ม ใฝ่ฝันอยากจะเป็นแบบนั้นบ้างเลยพยายามเต็มที่...ที่จริงมันเป็นแค่ความเพ้อพกของฉัน ไม่ว่าที่ไหนก็คงไม่มีคนแบบนั้น แถมฉันไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้อยู่แล้ว..."

"แต่ฉัน...คิดว่าไม่ใช่หรอกนะ เพลเซ่บอกว่าจำเรื่องที่ตัวเองเคยบาดเจ็บสมัยก่อนไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ"

"อ่ะ...ค่ะ"

"ก็คือ ถ้าสมมุติพรีเนซิก้าตายตั้งแต่ตอนนั้น เธอก็อาจจะลืมด้วยใช่มั้ยล่ะว่าเค้าเคยมีตัวตนอยู่?"

"รุ่นพี่...?"

"อืม...ไม่รู้จะอธิบายยังไง...ก็คือถ้าเรื่องมันนานมากขนาดนั้น ถึงไม่ต้องโกหกเพลเซลเต้ ก็สามารถทำเป็นว่าพรีเนซิก้าคนเดิมตายไปแล้ว แล้วก็แนะนำพรีเนซิก้าให้เพลเซลเต้รู้จักอีกครั้งในฐานะลูกบุญธรรมหรืออะไรก็ได้ไง"

"หมายความว่ายังไงคะ...?"

"เค้าน่ะ ไม่จำเป็นต้องฝืนแสดงเป็นพรีเนซิก้า ไม่จำเป็นต้องแสดงเป็นน้องสาวฝาแฝดของเพลเซลเต้ก็ได้ ถ้าอายุแค่ 2-3 ขวบก็กลบเกลื่อนได้ง่ายสบายมากอยู่แล้วนี่"

"ก็คงใช่ค่ะ..."

"แต่ว่าเค้าไม่ทำ เพราะอะไรล่ะ?"

"...ไม่รู้สิคะ ฉันไม่รู้อะไร...เกี่ยวกับเด็กคนนั้นเลย"

"ด่วนตัดสินใจแบบนั้นไม่ได้นะ ลองคิดดูสิ การที่คนอื่นแสดงเป็นพรีเนซิก้า กับคนอื่นเป็นคนอื่นอย่างเดิม แบบไหนมันง่ายมากกว่ากัน? แบบหลังอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ ฉะนั้นเค้าไม่จำเป็นต้องแสดงเป็นน้องสาวฝาแฝดของเพลเซลเต้เลย ก็อย่างที่เค้าบอกว่า 'ตัวเองอาจเป็นบุคคลที่สามที่ไม่ใช่ทั้งพรีเนซิก้าหรือโดริสราเอ้' ไอ้คำว่า 'อาจ' น่ะมันหมายความว่าตัวเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นพรีเนซิก้าหรือโดริสราเอ้กันแน่ แต่การที่เค้าบอกว่าตัวเองคือพรีเนซิก้า ไม่ใช่โดริสราเอ้หรือบุคคลที่สาม เพราะเค้าปรารถนาที่จะเป็นแบบนั้นเอง หรือไม่ก็การที่คิดว่าตัวเองคือพรีเนซิก้าอาจทำให้เค้ารู้สึกสบายใจที่สุดก็ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตามแต่ ฉันไม่คิดว่าเค้าทำไปเพราะอยากหลอกลวงเธอหรอก ฉันก็ฟันธงไม่ได้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร...แต่ฉันคิดว่าเค้าแค่ต้องการอยู่ในฐานะน้องสาวฝาแฝดของเธอนั่นแหละ"

"ทำำไม...ทำไมรุ่นพี่ถึงเข้าใจได้ล่ะคะ"

"แล้วทำไมเพลเซลเต้ถึงไม่เข้าใจ พรีเนซิก้าดูท่าทางสนุกสนานเสมอในเวลาที่ได้อยู่ข้างเธอ เวลาที่เธอมีความสุขเค้าก็มีความสุข หรือถ้ามีเหตุผลอย่างอื่นแล้วเธอคิดว่าการที่เค้ามาแสดงเป็นน้องสาวฝาแฝดมันจะมีความหมายอะไรล่ะ เพราะอย่างนั้นเค้าไม่ได้แสดงเป็นน้องสาวฝาแฝดต่อหน้าเธอหรอก แต่เพราะเค้าคิดว่าตัวเองคือน้องสาว อยากจะเป็นน้องสาวของเธอ ถึงได้ไม่พูดอะไรมาตลอด พ่อของเธอก็เหมือนกัน พ่อของเธอหรือดันทิสต์ต่างไม่ได้มีพลังบันดาลได้ทุกอย่างจริงๆ นั่นแหละ แต่อย่างน้อยพ่อเธอก็พยายามสุดชีวิตเพื่อจะช่วยลูกสาว ขอโทษนะ...คนนอกอย่างฉันกลับพูดเหมือนรู้ซะทุกเรื่อง"

โฟลอนเห็นเพลเซลเต้ใจเย็นลงเยอะแล้ว เลยชวนเธอกลับหอ แต่...

 

 

 

 

"เพลเซลเต้...?"

 

"รุ่นพี่ วันนี้ฉันไม่อยากกลับค่ะ"

 

"เอ๊ะ..."

ถึงทึ่มแค่ไหน แต่โฟลอนก็จิตกระเจิงไปแล้ว พยายามเตือนตัวเองตลอดว่าไม่ใช่ ไม่ช่ายยยย~ เพลเซ่บอกว่าอยากอยู่ห่างๆ พรีเน่สักพัก แล้วขอไปค้างที่ห้องโฟลอน (เฮ้ย!)

 

====================================================================================== 

 

ยามดึกในเมืองทอร์วัส หญิงสาวชุดดำกำลังรอใครบางคน

"มาช้าจังนะ"

เสียงของหนักอะไรบางอย่างดังขึ้นมาข้างตัวหญิงสาว

"ก็อ้อมมาเผื่อเอาไว้ก่อน แต่ดูท่าทางมันจะไม่ได้ตามมา"

"ถ้าอีกฝ่ายคือเรย์ทอส ก็จำเป็นต้องระวังอยู่หรอก"

"อื้อ ไม่คิดว่ามันจะเข้ามาแทรกเร็วขนาดนั้นเหมือนกัน"

 

 

"แล้วหาของเจอรึยัง?"

"ยัง"

"แล้วเป้าหมายมีวี่แววว่าได้พบกับมันรึเปล่า?"

"ไม่มีเลย"

"งั้นเหรอ...แต่การที่เรย์ทอสพุ่งมาในทันทีแบบนี้ก็แปลว่าเป้าหมายจะต้องเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างด้วยแน่นอน..."

"หมอนั่นยังใช้เพลงศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่คล่องเลยนะ คนแบบนั้นมันจะเกี่ยวข้องแน่เรอะ"

"แต่การที่ทำสัญญากับภูตแล้วนี่แหละคือหลักฐานเหนือสิ่งอื่นใด เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่รู้วิธีใช้เท่านั้นแหละ ในทางกลับกันพวกเราควรจะระวังกับความสามารถที่สามารถทำสัญญาได้แม้อยู่ในสภาพแบบนั้น"

"แน่เร้อ"

"อื้อ แล้วเจ้านั่นมันยังทนไหวอยู่อีกรึเปล่าล่ะ"

"ไม่เลย ได้รับผลกระทบง่ายกว่าที่คิดเยอะ อีกเดี๋ยวก็แสดงอาการแล้ว ให้ตายสิ ใช้ประโยชน์อะไรไม่ไ่ด้เลย"

"หืม ไม่ว่ายังไงก็สรุปว่าเวลาไม่มีแล้วสินะ ถ้าเป้าหมายยังไม่เคยชินกับการต่อสู้ จะใชัวิธีรุนแรงหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง"

"ไม่คิดว่าคำพูดแบบนั้นจะหลุดออกมาจากปกคนใจเย็นแบบเธอเลยแฮะ"

"คราวนี้สถานการณ์ต่างจากที่เคยเป็นมา ถ้าพวกเราหาสิ่งที่ตามหาอยู่ได้พบจากการค้นหาครั้งนี้ แผนการจะเข้าสู่ขั้นสุดท้ายได้ทันที แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจพวกรัฐวิสาหกิจหรือรัฐบาลอีกแล้ว"

"เหะๆ งั้นก็น่าจะทำแบบนั้นซะแต่ทีแรก"

"แต่จะดูถูกนักเรียนในโรงเรียนนั้นไมไ่ด้เด็ดขาด ดันทิสต์ที่ใช้ <เซย์โร> เมื่อวานก่อน เป็นคนที่เพิ่งจะเรียนจบออกไปหมาดๆ เอง"

เซย์โร เป็นชื่อสายพันธุ์ของภูตนะคะ เซย์โรนี่หมายถึงภูตที่มีรูปร่างเหมือนหมาป่า อย่างเช่น โวลฟิส

จากนั้นไลกะจะสั่งให้เงาดำคอยสังเกตการณ์ "เป้าหมาย" ต่อไป พบโอกาสเมื่อไหร่ให้ลงมือได้ทันที

"ที่เหลือก็แค่สืบให้รู้ว่าหมอนี่รู้เรื่องราวมาแค่ไหน...แล้วก็...กุมความจริงอะไรไว้บ้าง...สินะ"

ไลกะมองเอกสารที่ตัวเองถืออยู่ ในนั้นมีรูปถ่ายของโฟลอนติดอยู่บนกระดาษด้วย

 

======================================================================================

 

กลับมาที่ห้องของโฟลอน โฟลอนก็โทรไปหาพรีเน่แล้วบอกว่าเพลเซ่อยู่ที่นี่ ไม่ต้องเป็นห่วง พรีเน่บอกว่าโคตี้ก็อยู่กับเธอและกำลังหลับอยู่ โฟลอนบอกว่าฝากดูแลโคตี้ด้วย โฟลอนเลยปล่อยให้หลับไปแบบนั้น เพราะโคตี้คงเหนื่อยจากการต่อสู้ 

เพลเซ่ออกมาจากห้องน้ำ  CG โคตรเซอร์วิสเลยซีนนี้ หุหุ

 

 

 

ไอ้จืดต่อให้ทึ่มแค่ไหนก็อดตะลึงไม่ได้แหละฟะ

นอนเตียงเดียวกัน นอนไม่หลับอีก กร๊าก

 

 

โฟลอนพยายามนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เพื่อให้นอนหลับ แต่ก็พาลนึกถึงตอนเพลเซ่ออกจากห้องน้ำเมื่อกี้จนได้...แถมเพลเซ่ยังขอจับมืออีก

เพลเซ่บอกว่าทำแบบนี้แล้วเธอนึกถึงสมัยเด็กๆ เวลาที่นอนไม่หลับก็จะจับมือพ่อ แล้วฟังพ่อร้องเพลงแบบนี้ แม้กระทั่งพรีเน่ที่ป่วยกระเสาะกระแสะก็ยังมีความสุขเมื่อได้ฟังเพลงของพ่อ แต่นั่นอาจเป็นเพราะตัวตนภูตในตัวของพรีเน่ และพ่อก็อาจจะแค่ร้องเพลงในฐานะดันทิสต์เฉยๆ เท่านั้น...

โฟลอนเลยถามเพลเซ่ว่าจำตอนที่เจอกันครั้งแรก ตอนที่เขาทำอาหารหกใส่เธอได้มั้ย แล้วก็มานึกว่าในตอนนั้นเขาถือซุปร้อนๆ อยู่ด้วย ถ้าทำหกรดหัวเพลเซ่ล่ะก็...

(ถ้าทำหกล่ะก็...?)

นั่นสิ ตอนนั้นทำไมซุปถึงไม่หกใส่เพลเซ่ล่ะ? จากความทรงจำของโฟลอน ซุปมันน่าจะหกใส่เพลเซ่แน่ๆ แต่ในตอนนั้นมีเพียงสลัดกับพวกเดรสซิ่งที่หกใส่เท่านั้น ซุปกับอุปกรณ์มีคมอย่างส้อมหรือมีดกลับหล่นอยู่ห่างตัว

โฟลอนเลยบอกเพลเซ่ว่า พวกส้อมกับมีดมันหล่นอยู่ในลักษณะที่ไม่น่าเป็นไปได้ ราวกับจะหลีกเพลเซ่ เขาคิดว่าในตอนนั้นพรีเน่คงใช้พลังของภูตเพื่อปกป้องเธอแน่นอน

"รุ่นพี่โฟลอน...ขอบคุณค่ะ"

เพลเซ่ก็จับมือโฟลอนทั้งแบบนั้นแหละ โฟลอนก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว สรุปว่าก็ไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น =w='

ตอนเช้า เพลเซ่ตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้โฟลอนเพื่อขอบคุณ เหมือนแม่บ้านเลย เหอๆ...(ชักอิจฉาไอ้บ้านี่แล้วแฮะ มันมีอะไรฟะ)

 

 

ตอนที่โฟลอนกำลังลงมือจะกินอาหาร มีเสียงเตะประตูเข้ามาปานประตูจะพัง

"โฟลอน!! เมื่อวานกลับมาแล้วทำไมไม่ไปเรียกฉัน!?"

กระชากคอเสื้อถามเลย แถมถามใหญ่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่มั้ย...แล้วศึกชิงนาง (?) ก็บังเกิดขึ้นอีกอย่างทุกที

ตอนไปโรงเรียนก็ยังไปกันพร้อมหน้า 4 คนเหมือนเดิม เพลเซ่ทักทายพรีเน่อย่างยิ้มแย้ม แต่โฟลอนมองออกว่าที่จริงแล้วเพลเซ่แค่แกล้งทำเป็นร่าเริงเพื่อไม่ให้คนรอบข้างเป็นห่วงเท่านั้น จริงๆ แล้วเพลเซ่ยังทำใจยอมรับเรื่องของพรีเน่ไม่ได้หรอก...เขานึกในใจว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยสองพี่น้องนี่

มาถึงโรงเรียน เรนบาร์ทจะเข้ามาเล่าให้ฟังว่าช่วงนี้ไอ้ดันกวิซท่าทางแปลกๆ โบ๋ๆ เหม่อลอย ทักแล้วก็ไม่ตอบ แล้วถามว่าคาบต่อไปโฟลอนจะทำอะไร ที่จริงมันเป็นคาบเรียนปฏิบัติ แต่จากเหตุผู้บุกรุกเมื่อวานทำให้ห้องฝึกซ้อมเสียหาย เลยมีการสั่งยกเลิกคาบปฏิบัติทั้งหมด เรนบาร์ทจะชวนไปเที่ยว แ่ต่โฟลอนขอบายเพราะคาบบ่ายก็มีเรียนอีก

โฟลอนเลยพาโคตี้ที่ยังหลับๆ ตื่นๆ จะไปนั่งเก้าอี้ในสนาม สถานที่แห่งนี้เขามักไปนั่งประจำเวลามีเรื่องอะไรต้องคิด ตอนแรกโคตี้นึกว่าจะไปกินข้าว แต่พอรู้ว่าไม่ใช่ก็เออ...ไม่เป็นไร ที่นั่นเงียบดี เหมาะเป็นที่หลับ (ฮา) มีแต่จะกินกับนอนสินะ ระหว่างเดินอยู่ตรงทางเดินก็เจอกับยูฟินลีพอดี ไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่ขึ้นปีการศึกษาใหม่

 

 

โฟลอนเลยแนะนำเจ๊ยูฟินลีกับโคตี้ให้รู้จักกันพอเป็นพิธี โคตี้ไม่ยอมจับมือกับเจ๊ยูฟินลีอีกต่างหาก แต่ไอ้จืดก็ไม่รู้ตัวว่าโคตี้ทำแบบนั้นทำไม ฮา (มองผู้หญิงทุกคนที่มาเข้าใกล้ไอ้จืดเป็นศัตรูหมดเลยสินะ...) เจ๊ยูฟินลีเลยหัวเราะแล้วก็บอกว่าเหมือนกับข่าวลือที่เธอได้ยินมาเลย เจ๊ยูฟินลีจะมาหา ผอ.เรื่องงานที่เธอรับค้างไว้ (งานเฝ้ายามนั่นแหละค่ะ) พอเธอรู้ว่าโฟลอนจะไปนั่งม้านั่งในสวน ก็รู้ทันทีว่าโฟลอนมีเรื่องกลุ้มใจอีกแล้ว สมกับเป็นรุ่นพี่ที่เคยดูแลมาจริงๆ เจ๊ยูฟินลีเลยบอกว่าจะเป็นที่ปรึกษาให้ก่อน แล้วค่อยไปหา ผอ.ทีหลัง

เมื่อมานั่งม้านั่งที่ว่านั่นแล้ว โฟลอนก็เล่าเรื่องพี่น้องยูกิริให้ยูฟินลีฟัง ถึงเล่าไม่หมด ยูฟินลีก็พอปะติดต่อปะต่อได้

"อา แต่ว่าหลังเกิดเรื่องแล้ว เด็กคนนั้นก็เสียขวัญอยู่บ้าง แล้วก็เล่าเรื่องอะไรๆ ให้ฟังเยอะแยะเลยครับ..."

"อะไร....นะ....? หลายเรื่องที่ว่านี่หมายถึงจากใจจริงรึเปล่า?"

"เอ...เอ มั้งครับ"

"แล้วไงต่อ โฟลอนคิดว่ายังไง?"

"ยังไงเหรอครับ...อืม ตอนแรกเค้าก็มองพ่อเป็นเหมือนฮีโร่ ผมคิดว่าเค้าคงช็อกที่มันไม่ใช่อย่างที่ตัวเองคิด ฟังจากที่เล่าๆ มาแล้วเนี่ย ที่จริงแล้วเค้าก็แค่รักคุณพ่อมาก และรู้สึกเจ็บปวดที่พ่อไม่เล่าความจริงให้ฟังเท่านั้นเอง แต่ว่ามันมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายจนเจ้าตัวอาจไม่รู้ความรู้สึกของตัวเอง"

ยูฟินลีเขกหัวโฟลอนเบาๆ

"ถ้ามองออกถึงขนาดนั้นแล้ว ทำไมไม่บอกไปล่ะหือ"

"แหม...ถ้าพูดไปแล้วเค้ายอมรับได้ง่ายๆ ผมคงไม่กลุ้มแบบนี้หรอกครับ"

ยูฟินลีเคาะอีกป๊อก

"เธอตั้งใจจะเป็นอะไร?"

"...ดันทิสต์ครับ"

"ถ้าบอกออกไปด้วยคำพูดไม่ได้ ก็บอกด้วยการกระทำซะสิ"

"การกระทำ?"

"ก็อย่างเช่น เพลงศักดิ์สิทธิ์ไง"

แม้จะไม่เท่าภูต แต่เพลงศักดิ์สิทธิ์ก็มีผลต่อคนได้เช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่คนๆ นั้นคิดอยู่ด้วยแล้ว จะยิ่งมีผลมากขึ้น...เดิมทีเพลงศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นดนตรีอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

"ในเมื่อมันมีผลกับจิตใจของมนุษย์ มันอาจเป็นได้ทั้งพิษหรือยารักษาขึ้นกับวิธีการใช้ แต่ถ้าเป็นเธอล่ะก็คงไม่ใช้อย่างผิดพลาดอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ?"

"...ครับ"

"สิ่งสำคัญคืออีกฝ่ายนึกยังไง คิดอะไร รู้สึกยังไง ไม่ใช่การยัดเยียดความคิดของตัวเองให้ แต่เป็นเราจะสื่อออกไปยังไง อีกฝ่ายจะยอมรับยังไง คิดโดยใช้จินตนาการของตนเองอย่างอิสระ ------ พื้นฐานของเพลงศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เหรอไงเนี่ย!?"

ยูฟินลีพูดขึ้นเสียงอย่างติดตลกตรงท้ายประโยค

โฟลอนขอบคุณยูฟินลีแล้วก็กลับเข้าตึกเรียน ยูฟินลีเห็นพัฒนาการของรุ่นน้องแล้วก็อดปลื้มไม่ได้ สมัยก่อนโฟลอนเป็นคนที่ไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวความผิดพลาด วันๆ เอาแต่นั่งเฟล นั่งเลม แต่ตอนนี้เขาดูร่าเริงมีความสุขขึ้นเยอะ แต่อยู่ๆ ผอ.ก็โผล่มาซะงั้น เล่นเอายูฟินลีตกใจ

"หวา ผอ.!? มาทำอะไรที่นี่คะ?"

"มาทำธุระนิดหน่อยน่ะครับ แต่ว่าศิษย์เก่าเก่งแบบนี้ ผมเลยมีอันต้องไร้บทไปเลย"

"คะ...?"

"เปล่าๆ ไม่มีอะไรครับ แต่โรงเรียนเรามีนักเรียนเก่งๆ เยอะจริงๆ เลยนะ น่ายินดีทีเดียว"

"อื๋อ?"

ผอ. มองตามโฟลอนที่วิ่งเข้าตึกเรียนไป แบบนี้ก็แปลว่าโฟลอนเป็น 1 ในนักเรียนที่ ผอ.คาดหวังไว้ ผอ.ที่ไม่รู้อายุคนนี้มักจะจุ้นจ้านกับนักเรียนเกินความจำเป็นไปทั่วอยู่แล้ว ยุฟินลีก็เคยเป็น 1 ในนั้น ตอนแรกเธอคิดว่า ผอ.จะยุ่งกับเฉพาะนักเรียนที่มีแววอัจฉริยะ

ที่จริงแล้วเธออาจมองผิดไป โฟลอนอาจเป็นอัจฉริยะที่เหนือกว่าเธอก็ได้

หรือไม่ก็...

"ผอ. คงไม่ได้วางแผนอะไรอีกใช่มั้ยคะ?"

"ไม่หรอกครับ 'อีก' อะไรกันแหม...เธอนี่พูดจาว่าร้ายคนอื่นจัง"

"จะยังไงก็ช่างเถอะค่ะ แต่อย่ามาทำเป็นเล่นกับรุ่นน้องที่น่ารักของฉันแล้วกัน"

"แน่นอนครับ"

 

======================================================================================

 

ภาคบ่ายเป็นคาบสอนเด็กปี 1 วันนี้ห้องเงียบผิดปกติ ไม่มีใครมาถามอะไร โฟลอนเลยนั่งบันทึกเสียงลงกล่องบันทึกเสียง แบบว่าพลังจดจ่อแรงกล้ามากจนไม่มีใครกล้าเข้าไปขัด ที่จริงโฟลอนขอให้โคตี้ช่วยเตือนด้วยถ้าได้ยินเสียงออดเข้าเรียน แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ โคตี้เลยปล่อยให้มันนั่งทำแบบนั้นแหละ ฮา แล้วหันไปสนใจดันกวิซแทน...สภาพ....

 

 

โทรมมาเลย แต่ทุกคนก็ไม่ได้สนอะไร ดีซะอีก ห้องเงียบ...

พลบค่ำมาเยือน โฟลอนบันทึกข้อมูลลงกล่องบันทึกเสียงเสร็จ หันมาดูอีกที คนเขากลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือแค่โคตี้กับสองแฝดที่รออยู่ โฟลอนเลยบ่นโคตี้ว่าทำไมไม่เตือน โคตี้ก็อ้าว ฉันเตือนแล้วนะเฟ้ย แต่แกไม่ได้ยินเอง (ฮา) แล้วก็ถามว่าแต่งเพลงอะไร พอโฟลอนบอกว่าอยากให้เพลเซ่ฟังเพลงนี้ โคตี้ถึงกับร้องเสียงหลง เพราะนึกว่าโฟลอนแต่งให้ตัวเอง เพลเซ่ก็งงๆ เหมือนกัน โฟลอนช่วยพรีเน่ไปด้วย แต่เธอขอบาย เลยไปห้องฝึกซ้อมกันแค่ 3 คน

พรีเนซิก้าออกมายืนรอที่ทางเข้าหน้าตึกคนเดียวด้านนอก เหตุผลที่เธอปฏิเสธไม่ฟังเพลงของโฟลอน เพราะกลัวว่าจะเผลอชอบเพลงของโฟลอนขึ้นมา สำหรับโดริสราเอ้ที่อยู่ในตัวเธอ ผู้ทำสัญญามีเพียงยูกิริ พัลเทซิโอ้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ระหว่างที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย พรีเน่ก็เห็นเงาคนเดินเข้ามา

 

 

ดันกวิซ...

เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ ไม่มีปฏิกิริยา ทั้งที่แค่เดินผ่านไปเฉยๆ แต่ทำให้พรีเน่เข่าอ่อนนั่งทรุดทีเดียว...

ทางด้านห้องฝึกซ้อม หลังจากเพลเซ่ได้ฟังเพลงที่โฟลอนอยากจะสื่อความรู้สึกให้ ก็ทำให้เธอนึกถึงสมัยเด็กๆ ที่จริงเธอไม่ได้โดดเดี่ยวเลย

ตอนเด็กๆ พรีเนซิก้ามีร่างกายอ่อนแอ เธอจึงรู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ ที่น้องสาวไม่เคยเล่นด้วยเลย แต่ในยามที่ตนต้องเจ็บป่วยนอนเตียงบ้างกลับรู้สึกเซ็งยิ่งกว่า เธอจึงเข้าใจความรู้สึกของน้องสาวขึ้นมา และตั้งใจจะเล่าเรื่องสนุกๆ ให้น้องฟัง เพียงเพื่อจะเห็นรอยยิ้มของน้องสาวเท่านั้น

แต่พยายามเท่าไหร่น้องสาวก็ไม่ยิ้ม เธอเลยร้องไห้ น้องสาวก็พลอยร้องไห้ตาม พอพ่อได้ยินเสียงลูกสาวร้องไห้ก็รีบรุดเข้ามา แล้วเล่นเพลงให้ฟัง สองแฝดจึงกลับมาหัวเราะได้อีกครั้ง ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข 3 คนพ่อลูก จนกระทั่งวันหนึ่งที่พ่อไม่กลับบ้านมาอีกเลย

ทั้งสองคนร้องไห้ด้วยกัน...จากนั้นมาก็ทำอะไรด้วยกันมาตลอด

จะมนุษย์หรือภูตก็ไม่เห็นเกี่ยว คนที่โตมาพร้อมกับเธอก็คือพรีเน่ นับแต่พ่อตายไปก็ยิ้มด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมถึงกลับลืมมันไปได้...

เหตุผลที่เธออยากเป็นดันทิสต์แบบพ่อ ก็เพราะทำให้เด็กคนนั้นที่ไม่เคยยิ้มแย้มเลยสามารถยิ้มแย้มออกมาได้ ทำไมถึงลืมกันนะ...

 

======================================================================================

 

ที่ห้อง ผอ.  ผอ.นั่งอยู่บนเก้าอี้ ทำท่าเหมือนเงี่ยหูฟังอะไรสักอย่าง

"...อืม นั่นคือคำตอบของเธองั้นเหรอ เอาล่ะ ทางโน้นก็กำลังจะเคลื่่อนไหว คืนนี้ไม่มีใครคอยช่วยเธอแล้วนะ แสดงความสามารถของเธอให้ดูหน่อยได้มั้ยล่ะ?"

โวลฟิสที่อยู่ข้าง ผอ. ครางเสียงต่ำๆ

 

 

"เป็นห่วงพวกเค้าเหรอครับ? แต่ในเมื่อเขาทำสัญญาภูตกับ <เธอ> แล้ว ไม่ช้าไม่นานเขาจะต้องเผชิญกับกำแพงอันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ในเวลานั้นก็ไม่แน่ว่าจะมีคนที่ช่วยเหลือเขาได้คอยอยู่เคียงข้างเสมอไป ฉะนั้นเขาจำเป็นจะต้องฝึกฝนตัวเองครับ"

โวลฟิสคำรามสั้นๆ เหมือนกับไม่เห็นด้วย

"ถ้าหากเขาอาจต้องตายในคราวนี้ล่ะก็ มันอาจเป็นความสุขสำหรับเขาก็ได้นะ"

 

======================================================================================

 

ทางด้านห้องฝึกซ้อม โคตี้มองโฟลอนกับเพลเซ่คุยกันอย่างสนุกสนานแบบไม่สบอารมณ์นัก เพราะในมุมมองของเธอ เพลงของโฟลอนต้องเป็นของตัวเองคนเดียว อุตส่าห์ไล่ภูตตัวอื่นๆ ตะเพิดไปหมดเพื่อยึดโฟลอนเป็นของตัวเองคนเดียว แต่กลับแต่งเพลงให้คนอื่น! อารมณ์คล้ายกับภรรยาที่โดนสามีนอกใจ (ฮา โนเวลบรรยายไว้งี้จริงๆ นะ)  แต่โคตี้ก็ปฏิเสธเพลงนั้นไม่ได้ เพราะเพลงที่โฟลอนแต่งให้เพลเซ่ มันเป็นเพลงเดียวที่โฟลอนเคยร้องบนหลังคาเมื่อ 12 ปีก่อน (แต่เอามาเรียบเรียงใหม่) สำหรับโคตี้มันคือเพลงที่พิเศษ เพลงที่ทำให้เธอตัดสินใจทิ้งอดีตทั้งหมดเพื่อมาทำสัญญากับไอ้จืด

แต่โคตี้ได้ยินเสียงเพลงศักดิ์สิทธิ์ จังหวะแบบนี้ มีเอฟเฟคต์เสียงก้อง มีคอรัส...

"โฟลอน เจ้านั่นมันมาอีกแล้ว!"

"เอ๋?"

"เจ้าตัวที่เล่นงานพวกเราเมื่อวานน่ะ"

โฟลอนเองก็ไม่คิดว่าจะซวยโดนลูกหลงพัวพันถึง 2 วันติดกัน...ไม่สิ นี่อาจไม่ใช่ติดร่างแหธรรมดา...เป้าหมายของมันจะเป็น...พวกโฟลอนเอง...

 

 

แต่ปรากฏว่าคนที่เข้ามา คือ ดันกวิซ...ทำเอาโคตี้แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง สัมผัสของเธอไม่น่าผิดพลาด...

ไอ้ดันกวิซก็โบ๋ๆ เข้ามาแล้วท้าดวลกับโฟลอนว่าเพลงศักดิ์สิทธิ์ของใครจะเหนือกว่า ดันกวิซก็ให้ทานุกิ...เอ๊ย บัลเกสโจมตี แต่โคตี้มาช่วยเอาไว้ทัน พอโฟลอนถามว่าทำแบบนี้ทำไม มันก็พูดเพ้อว่า มาสู้กันโฟลอน...อยู่ประโยคเดียว เหมือนวิทยุเล่นเทปซ้ำไปซ้ำมา...

ดันกวิซก็เล่นวันแมนออเคสตร้า เครื่องดนตรีถนัดประจำตัวของมันคือกีตาร์ ทานุกิบัลเกสโจมตีเข้ามาแต่โคตี้กลับหลบแทบไม่ทัน ทำให้เธอตกใจมากว่าบัลเกสได้รับพลังจากเพลงเห่ยๆ ที่ไม่น่าจะเป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์ของไอ้ดันกวิซเนี่ยนะ!?

"โฮ่ ไม่มีเพลงศักดิ์สิทธิ์แต่ยังหลบได้อีก ความสามารถในการต่อสู้พื้นฐานสูงจนน่าตกใจทีเดียว ดูท่าทางว่าแกคงไม่ใช่ภูตระดับสูงธรรมดาสินะ?"

บัลเกสยิ้มอย่างพึงพอใจ

"เพลงของเจ้านั่นคือเพลงศักดิ์สิทธิ์เหรอ...? เพลงแบบนั้นไม่น่าเป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์ได้อยู่แล้วนี่"

โคตี้ขอเพลงจากโฟลอน แต่ไอ้เวรนี่แม่งก็ยังบื้อ เล่นไม่ออกเหมือนเดิม (หงุดหงิดนะเนี่ย) เพราะว่าศัตรูคือคนที่รู้จักหน้าค่าตากันดี

ทางด้านพรีเน่ที่อาการไม่ค่อยดีจากตอนที่เจอดันกวิซเมื่อกี้ ก็รีบรุดไปหาเพลเซ่ด้วยความเป็นห่วง

กลับไปที่ห้องฝึกซ้อม เพลเซ่รู้ดีว่าคนนิสัยอย่างโฟลอนคงสู้กับใครเขาไม่ได้แน่ ยิ่งใช้โคติคาร์เต้เป็นอาวุธด้วยแล้วยิ่งทำไม่ได้ใหญ่ เพลเซ่เลยกะปัดกีตาร์ให้หลุดมือดันกวิซแทน ตอนแรกเข้าไปแล้วต้องถอยกลับออกมา เพราะสภาพรอบตัวดันทิสต์เวลาเล่นวันแมนฯ มันจะมีกระแสไฟฟ้า แต่ก็กลั้นใจจนทำได้สำเร็จ (แมนกว่าพระเอกอีก...ไอ้บ้านี่มันน่าใส่กระโปรง...) ปัดกีตาร์หลุดมือดันกวิซ แล้วผลักมันไปนอนพะงาบๆ กับพื้น

บัลเกสก็จะจัดการเพลเซ่ แต่มีใครบางคนมาผลักไอ้ทานุกิกลิ้งไปเลย

 

 

พรีเนซิก้านั่นเอง แต่หลังจากนั้นเธอก็หมดแรง พอเพลเซ่เข้าไปจับตัวก็รู้สึกว่าพรีเน่ตัวเย็นเฉียบ ส่วนที่เป็นภูตในตัวพรีเน่ไม่ได้ฟังเพลงศักดิ์สิทธิ์จากใครมาหลายสิบปีแล้ว ตอนนี้จึงอยู่ในสภาวะอิดโรย และอาจตายได้ ซึ่งถ้าด้านภูตตายเมื่อไหร่ ก็จะทำให้เสียสมดุลกระทบไปถึงด้านมนุษย์ด้วยเหมือนกัน ช่วงนี้เลยทำให้พรีเน่ป่วยนั่นเอง

บัลเกสรู้สึกขัดใจ ไม่มีเพลงศักดิ์สิทธิ์กันแท้ๆ แต่คนโน้นคนนี้ก็เข้ามาขวางกันอยู่ได้ ตอนที่บัลเกสกำลังจะจัดการพรีเน่ เพลเซ่ก็เข้ามาขวางพร้อมชี้หน้าด่า...

 

"อย่ามาแตะต้องน้องสาวของฉันมากกว่านี้นะ

ไอ้ทานุกิ!"

 

"หา น้องสาว? ละเม้อเพ้อพกอะไรของหล่อน แกเป็นมนุษย์ แต่ยัยนั่นเป็นภูตไม่ใช่เรอะ ไม่สิ ฉันรู้ ยัยนั่นเป็นผลผลิตที่เกิดมาจากเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ <คนต่างถิ่นแห่งเสียงร่ำไห้> ใช้สร้างกองทหารภูต เป็นของแก้ขัดครึ่งๆ กลางๆ ที่ไม่ใช่ทั้งมนุษย์หรือภูต"

"แล้วยังไงล่ะ พรีเนซิก้าเป็นน้องสาวของฉัน ไม่ใช่อย่างอื่นนอกจากนี้ทั้งนั้น"

จากนั้นสองแฝดก็ขอโทษและกลับมาเข้าใจกันอย่างเดิม บัลเกสบอกว่าจะเล่นพี่น้องอะไรกันก็เล่นไป มันไม่สนหรอก มีหน้าที่เจี๋ยนอย่างเดียว แล้วตอนนั้นเองเสียงเพลงศักดิ์สิทธิ์ก็ดังขึ้นพร้อมลูกพลังพุ่งเข้ามา

"จริงๆ เลย เอาจริงจนได้แล้วสินะ มีผู้ทำสัญญาติดไฟยากแบบนี้ลำบากลำบนจริงๆ"

โฟลอนไม่ได้เตรียมกล่องบันทึกเสียงสำหรับเพลงต่อสู้มา ตอนนี้เลยต้องเล่นสดเอาอย่างเดียว

แต่วันแมนออเคสตร้าก็ไม่ใ่ช่สิ่งจำเป็นเสมอไป เป็นเพียงอุปกรณ์ที่ทำให้เล่นเพลงศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ผลดีขึ้นเท่านั้น...เหมือนกับที่เขาเคยร้องเพลงเมื่อ 12 ปีก่อน

"บัลเกส! หยุดเถอะ! ตอนนี้นายไม่มีเพลงศักดิ์สิทธิ์แล้ว ไม่มีทางชนะได้หรอก!!"

ตอนนี้โคตี้มีโฟลอน แต่ไอ้ดันกวิซง่อยไปแล้ว (นอนเพ้ออยู่บนพื้น)

"โฟลอน เจ้านี่ไม่ได้ทำสัญญากับเจ้าโง่นั่นหรอก ผู้ทำสัญญาของเจ้านี่เป็นคนอื่น แล้วดันกวิซก็คงโดนดันทิสต์คนนั้นควบคุมนั่นแหละ"

เหมือนกับที่โฟลอนให้เพลเซ่ฟังเพลง ถ้าคนผู้นั้นมีช่องว่างในจิตใจแล้วให้ฟังเพลงที่แฝงเจตนาร้ายนานๆ เข้าก็สามารถควบคุมคนผู้นั้นได้เหมือนกัน

บัลเกสก็พูดอย่างเยาะๆ ว่าอย่างดันกวิซจะเล่นเพลงศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง ก็แค่ไอ้บ้าหลงตัวเอง หลอกใช้ง่าย เลยใช้มันเท่านั้นแหละ ที่ดันกวิซเพ้อว่ามันได้ทำสัญญากับบัลเกสแล้ว เพราะบัลเกสทำสัญญาซ้อน ต่อให้ทำถูกขั้นตอนทุกประการ แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่ได้ถือว่าทำสัญญากันจริงๆ หรอก ^^' เพราะเหตุผลที่ภูตต้องปรับร่างกายให้เข้ากับเพลงของผู้ทำสัญญา เลยทำให้ไม่สามารถทำสัญญาซ้อนได้ค่ะ

ไหนๆ ความก็แตกแล้ว บัลเกสเลยเลิกซ่อนไลกะซะเลย รู้สึกว่าจะใช้วิธีเนียนซ่อนไปกับอากาศหรือภาพลวงอะไรเนี่ยแหละ ไลกะก็ด่าๆ นิดหน่อย แต่ไม่ติดใจอะไร เพราะยังไงก็กะเก็บเด็กๆ ที่ "เรย์ทอส" เลี้ยงดูอยู่แล้ว

 

 

พอโฟลอนเห็นไลกะก็ถามว่าควบคุมดันกวิซทำไม ไลกะตอบว่าก็เพราะโฟลอนเห็นเธอเข้านั่นแหละ เลยทำให้เข้ามาสอดแนมโดยตรงไม่ได้ โฟลอนเลยนึกออกว่าไลกะคือเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจที่เจอที่ประตูปิดตาย โฟลอนเลยถามต่อว่าทำไมเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจถึงทำแบบนี้ ไลกะจึงตอบว่าคำตอบง่ายๆ เพราะเธอไม่ใช่คนของรัฐวิสาหกิจน่ะสิ แค่เนียนเข้ามาเพื่อตามหาของบางอย่างเท่านั้น

"ผมไม่รู้หรอกว่าคุณตามหาอะไร แต่เพื่อเรื่องแค่นั้นพวกคุณถึงกับต้องเล่นงานพวกเราหรือควบคุมดันกวิซเลยเหรอ...?"

"เพื่อเรื่องแค่นั้นงั้นเหรอ-----พูดมาได้นะ สิ่งที่พวกเรากำลังตามหาอยู่เป็นสิ่งสำคัญมากขนาดชีวิตของคนยังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ รู้มาบ้างแล้วว่ามันอยู่ภายในโรงเรียนแห่งนี้แหละ แต่สืบจากภายนอกเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนกันแน่"

ไลกะก็จะเล่นเพลงศักดิ์สิทธิ์ โฟลอนได้แต่ยืนอึ้ง ใช่ มันคือเพลงศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แต่แฝงไปด้วยเจตนาร้าย...ถ้างั้นภูตที่ชอบเพลงแบบนี้มันจะมีนิสัยแบบไหนกันนะ....

ว่าบัลเกสก็คืนร่างจริง ซึ่งร่างจริงของมันไม่ใช่ทานุกิแต่อย่างใด...บัลเกสเย้ยโฟลอนว่าเมื่อกี้บอกว่ามันชนะไม่ได้ใช่มั้ย แต่เพียงเท่านี้สถานะก็กลับมาเท่ากันแล้ว เพราะใช้พลังได้เต็มที่ ไม่ต้องเนียนปลอมตัวเป็นภูตระดับล่างอีกต่อไป...

"โคตี้..."

"อะไร...?"

"ฉัน...ไม่อยากแพ้คนพวกนั้น..."

"โฟลอน...?"

โฟลอนเพิ่งรู้สึกเป็นครั้งแรก ว่ายกโทษให้คนพวกนี้ไม่ได้ หลอกลวงคนอื่น ควบคุมคนอื่น ใช้เสร็จแล้วทิ้ง ตัวเขาเองก็เหมือนเพลเซ่ที่ชื่นชอบในเพลงศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงอภัยให้กับคนที่เอาเพลงศักดิ์สิทธิ์มาใช้ในทางชั่วร้ายไม่ได้

"โคตี้ ฉันขอโทษจริงๆ ที่ต้องให้เธอสู้คนเดียว แต่ช่วยฉันทีนะ"

"โฟลอน..."

"ได้รึเปล่า..."

"ดันทิสต์เขาไม่ถามจู้จี้จุกจิกกันหรอกน่า"

โฟลอนนึกถึงคำพูดที่ยูฟินลีบอกไว้เกี่ยวกับพื้นฐานของเพลงศักดิ์สิทธิ์

ไม่ใช่ใช้งาน ไม่ใช่ใช้ให้สู้ แต่หากความรู็สึกตรงกัน ความต้องการของเขาก็คือความต้องการของเธอด้วย และในตอนนั้นแหละที่ภูตจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเพลงศักดิ์สิทธิ์

"โคตี้ ช่วยถ่วงเวลาให้สักนิดได้มั้ย"

"เข้าใจแล้ว"

เฮ่ย...

จากนั้นโฟลอนก็หนีไปคนเดียว...ให้โคตี้สู้กับบัลเกสตามลำพัง...

ทางด้านโฟลอนที่ชิ่งออกมาก็กำลังเปลี่ยนกล่องบันทึกเสียงอยู่ เพื่อสำหรับเอาไว้เล่นเพลงสนับสนุนการต่อสู้ ในเมื่อตัดสินใจจะสู้แล้ว หากไม่ชนะก็ไร้ความหมาย เพราะเห็นได้ชัดว่าเพลงของไลกะตั้งใจจะฆ่าพวกเขา... 

ทางด้านโคตี้ที่สู้อยู่ ก็สู้กับบัลเกสด้วยพลังที่เหนือกว่ามาก จับมันเหวี่ยงได้เลยล่ะเอ้า...บัลเกสแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กอย่างโคตี้จะเป็นภูตระดับสูงจริงๆ แล้วทำไมถึงแอบซ่อนพลังของตัวเองมาถึงป่านนี้...ในที่สุดไลกะก็มองออกว่าโคตี้ไม่มีเพลงศักดิ์สิทธิ์ที่จะมอบพลังให้ แถมพอใช้พลังแต่ละทีก็เป็นการสูญสิ้นพลังมาก ดังนั้นที่ผ่านมาโคตี้จึงไม่เคยเอาจริงเลย ถ้าปล่อยให้โคตี้สู้ไปเรื่อยๆ แบบนี้ โคตี้นั่นแหละจะหมดแรงเอาซะเอง...

แล้วก็เป็นอย่างที่ไลกะว่าจริงๆ โคตี้เริ่มจะเสียท่าแล้ว...

"เหะๆๆ ถ้ามีเพลงศักดิ์สิทธิ์ซะหน่อยก็ชนะแล้วใช่มะ? ก็แกเป็นภูตระดับสูงนี่ ต่างจากภูตระดับกลางอย่างพวกเราอยู่แล้วใช่มะ? น่าเสียดายจริงๆ เหะๆๆ"

"...."

"ถ้าจะชิงชังล่ะก็ ชิงชังตัวเองที่ไม่ได้เจอดันทิสต์ดีๆ ก็แล้วกัน"

"อา จริงด้วยนะ ชิงชังซะเถอะที่ไม่ได้เจอดันทิสต์ดีๆ"

เสียงเพลงจังหวะดุเดือดดังขึ้น เสียงตีของหนักคล้ายกลอง

ออเคสตร้าฮิต

มีทั้งเสียงเปียโน เครื่องสี กลอง...เพลงศักดิ์สิทธิ์ แถมยังเป็นเพลงสำหรับต่อสู้ด้วย

"...จริงๆ เลย กว่าจะมาได้"

บัลเกสถึงกับสะดุ้งเฮือกจนผงะ ไม่ใช่แค่ฟื้นตัว แต่ในชั่วพริบตา พลังของโคติคาร์เต้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งที่โคติคาร์เต้ยังไม่ทันทำอะไร กลับทำให้บัลเกสขนลุก เพียงเท่านี้ก็ทำให้บัลเกสรู้ตัวแล้วว่า

ชนะไม่ได้...

 

 

 

นี่คือพลังของภูตสีแดงนี่ หรือเป็นพลังของเจ้าหนุ่มดันทิสต์ฝึกหัดนั่น?

"พร้อมลุยทุกเมื่ออยู่แล้ว....เกะกะจริง เจ้ายักษ์"

โคติคาร์เต้เพียงแค่สะบัดมือเหมือนไล่ยุง แต่กลับเป็นการโจมตีหนักหน่วงที่สุดเท่าที่บัลเกสได้รับมา

(ให้ตายสิ นายนี่ชอบทำให้ฉันรออยู่เรื่อย)

(ขอโทษ)

(แต่ว่า ทั้งหมดนี่ก็คือรูปลักษณ์แห่งจิตวิญญาณของนายสินะ)

 

 

พอแสงจางหายไป ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ผมสีแดง ตาสีแดง เค้าโครงหน้าเหมือนโคติคาร์เต้ เพียงแต่เป็นผู้ใหญ่กว่า...

"นั่นคือ...ร่างจริงของแกเรอะ...!? แก...แกเป็นอะไรกันแน่...ภูตระดับสูง...ไม่สิ หรือว่าแก..."

บัลเกสได้ยืนแข็งทื่อด้วยความกลัว แถมเพลงศักดิ์สิทธิ์จากไลกะก็หยุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ บัลเกสร้องเรียกไลกะ ไลกะก็เอาแต่ยืนอึ้งมองโคติคาร์เต้ด้วยความตกตะลึง

บัลเกสสู้กับภูตระดับสูงมากมาย เขารู้ซึ้งความต่างระหว่างภูตระดับกลางกับระดับสูงดี แต่สำหรับคราวนี้...มากเกินไป ต่างกันมากเกินไป

(ยัยนี่...มันเป็นภูตจริงๆ เรอะ!?)

"ดูท่าว่าคงพอแยกแยะความต่างระดับของตัวเองกับคู่มือได้สินะ แต่ว่ามันช้า...เกินไปแล้วล่ะ!"

ลูกพลังสีแดงรวมตัวกันบนมือขวาของโคติคาร์เต้ บัลเกสรีบแก้ตัวใหญ่ ไม่ไ่ด้มีเจตร้ายค้าบบบบบ (กลัวตายสินะเอ็ง)

อยู่ๆ ไลกะที่เงียบไปกลับหัวเราะออกมา

"กลัวจนเพี้ยนไปแล้วรึไงเนี่ย?"

"มันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้! หรือต้องเรียกว่าโชคชะตาดีนะ ฮ่ะๆๆๆๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอของอีกอย่างที่พวกเราตามหาที่นี่!"

"อะไรนะ...?"

ไลกะก้มหัวคำนับให้โคติคาร์เต้

 

"ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะได้เจอคุณในที่แบบนี้

<紅の殲滅姫 Crimson Annihilator>

โคติคาร์เต้ อพา ลาแกรงเจส"

 

"...!"

"นี่เธอ...เป็นใครกันแน่"

 

"ถ้าบอกว่าเป็นผู้สืบทอดของคุจิบะ คาโอรุ

----- แล้วคุณจะเข้าใจมั้ยนะ"

 

ไลกะยิ้มราวกับว่ากุมชัยชนะไว้ในมือแล้ว

"อะไร...นะ...?"

เห็นได้ชัดว่าโคติคาร์เต้หวั่นไหวกับชื่อนี้ แต่เพียงแค่ชั่วขณะเดียวเท่านั้น และไลกะเองก็คงเล็งเวลาชั่วขณะนี้เอาไว้เ่ช่นกัน บัลเกสใช้ช่วงจังหวะนี้ปาวันแมนออเคสตร้าที่ไลกะใช้ใส่โคติคาร์เต้แล้วหนี โคติคาร์เต้จะตามไป แต่โฟลอนบอกว่าไม่ต้องตามไป แบบนี้ก็ถือว่าพวกเขาชนะแล้ว

 

 

"โฟลอน ฉัน..."

โคติคาร์เต้พูดต่อไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งแล้วก็กลับคืนร่างเด็กตามเดิม

"นี่นะ โฟลอน...เมื่อกี้...ฉัน..."

"ทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ"

โฟลอนแทรกขึ้นมา เหมือนกับจะบอกว่าไม่ต้องพูดต่อแล้ว

"โฟลอน...ขอบใจนะ"

โฟลอนก็หันไปถามสองแฝดว่าเป็นอะไรมั้ย สองแฝดตอบว่าไม่เป็นอะไร แต่ที่เห็นเอ๋อกันก็เพราะเพิ่งเคยเห็นโคตี้โหมดเอาจริงร่างโตในระยะใกล้ๆ แบบนี้เป็นครั้งแรก โคตี้เลยเร่งเร้าโฟลอนให้รีบกลับหอซะ หิวแล้ว

 

================================================== 

 

เช้าวันต่อมา โฟลอนก็มีสอนเด็กปี 1 ตามปกติ โคตี้อารมณ์บูดเล็กน้อย เพราะในคาบฝึกต่อสู้ โคตี้แพ้ฝูงโบไรซะงั้น ถึงแม้ว่าเมื่อวานจะเพิ่งผ่านการต่อสู้จริงมา แต่ไอ้จืดก็เกรงใจเพื่อนสนิทอย่างเรนบาร์ทอยู่ดี เรียนภาคปฏิบัติเลยไม่ได้เรื่องตามเคย

เพลเซ่บอกโฟลอนว่าเธอมีโครงการลับว่าถ้าเล่นเพลงศักดิ์สิทธิ์ได้เมื่อไหร่ ก็จะให้พรีเน่ฟัง

ไอ้บ้าดันกวิซกลับมาปากมากตามปกติ ขนาดพวกโฟลอนยังพากันหมดแรง แต่ไอ้บ้านี่ชุ่มฉ่ำรีเฟรชราวกับเรื่องเมื่อวานไม่ได้เกิดขึ้น มันจำไม่ได้ด้วยซ้ำ...เพราะนิสัยดันกวิซเป็นพวกที่มักหนีความจริง เหตุการณ์อะไรที่ตัวเองไม่ชอบ ไม่สบอารมณ์ก็จะทำเป็นเหมือนว่า "ไม่เคยเกิดขึ้น" แต่มันทำให้ความเหนื่อยล้าทางกายหายไปได้ด้วยเรอะ...???

"เมื่อกี้ฉันรู้สึกว่าหมอนี่มันสุดยอดมากเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย"

"ฉะ...ฉันด้วยค่ะ"

"เป็นคนที่ไม่อยากให้เป็นศัตรูด้วยที่สุดเลยแฮะ..."

"ค่ะ..."

ไม่แน่ว่าไอ้หมอนี่อาจเป็นคนที่เจ๋งที่สุด...ฮา

 

======================================================================================

 

ในห้องโล่งมืดๆ มีผู้ชายใส่ชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่

อายุ ชื่อจริง สถานที่เกิดเป็นความลับ

ผอ.โรงเรียนเพลงศักดิ์สิทธิ์ทอร์วัส

ทุกคนรู้จักเขาในฐานะนี้ แต่ว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมด

"เอเลนดิวซ์"

พอเขาเรียกชื่อ ก็ปรากฏร่างของหญิงสาวอีกผู้หนึ่ง

 

 

 

"พวกเขาเริ่มลงมืออีกหนแล้ว ขอโทษด้วยนะ แต่ฉันอาจต้องขอยืมพลังของเธออีก"

"ทำเหมือนฉันเป็นคนอื่นอีกแล้วนะคะ ท่านเรย์ทอสแค่สั่งให้ 'มานี่' ก็เพียงพอแล้วค่ะ  เอเลนดิวซ์ ออล ไททรันเทลคนนี้จะรีบรุดไปหาทันที ไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรือแห่งหนใดก็ตาม"

"แม้ค่อยเป็นค่อยไปทีละนิด แต่ผู้ทำสัญญาของโคติคาร์เต้ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้จะบอกว่าไปได้สวยก็ไม่ผิด..."

"จะให้จบในหนนี้เลยเหรอคะ?"

"อื้อ...แต่พวกเขาไม่ตัดใจแค่เพราะเรื่องเล็กน้อยแน่ ห้ามประมาทเด็ดขาด"

"แน่นอนค่ะ"

"สุดท้าย..."

 

 

 

"ตราบเท่าที่ยังมีสิ่งนี้อยู่ มันอาจไม่มีวันจบสิ้นจริงๆ ก็เป็นได้"

วัตถุชิ้นยักษ์ตรงหน้า ผอ.และเอเลนดิวซ์คือเครื่องดนตรี....เปียโน 3 ชั้น ถ้าเป็นคนที่ศึกษาเกี่ยวกับเพลงศักดิ์สิทธิ์และภูตมาย่อมรู้จักสิ่งนี้เป็นอย่างดี เพียงแต่คนที่เชื่อว่ามันมีอยู่จริงมีแค่น้อยนิด และคนที่รู้ก็มีอยู่แค่น้อยนิดกว่านั้นอีก

1 ในเครื่องมือแห่งพระเจ้า -------- <เครื่องดนตรีสังคีตโลก> ---- <เปียโนอนันต์>

ใครลืมแล้วย้อนกลับไปอ่านใหม่ซะ...

http://darkneon.exteen.com/20090415/shinkyoku-soukai-polyphonica

 

Continue to Chapter 3



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บทแปลสรุป Shinkyoku Soukai Polyphonica Crimson Kinetic Novel ตอนที่ 5 : Chapter 2 -เงามืดที่คืบคลาน- (Part 2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 175 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ธันวาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android