">
สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เจาะเวลากู้แผ่นดิน ภาค กำเนิดเจ้าหญิงเทพธิดาดอกบัวพันปี"เหลียนฮวา"

ตอนที่ 11 : ฮวาน้อยทัวร์กับย้อนรอยตำนานสี่สัตว์เทพอสูร(เต่าดำ) Ver. 4/1


     อัพเดท 10 มี.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อดีต ปัจจุบัน อนาคต
Tags: จักรพรรดิ์จีนโบราณ
ผู้แต่ง : ปลาทองน้อยจอมดำน้ำ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปลาทองน้อยจอมดำน้ำ Email : ai_pjk_nekomi(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/darkakue6989
< Review/Vote > Rating : 65% [ 4 mem(s) ]
This month views : 507 Overall : 19,069
200 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 266 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เจาะเวลากู้แผ่นดิน ภาค กำเนิดเจ้าหญิงเทพธิดาดอกบัวพันปี"เหลียนฮวา" ตอนที่ 11 : ฮวาน้อยทัวร์กับย้อนรอยตำนานสี่สัตว์เทพอสูร(เต่าดำ) Ver. 4/1 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1110 , โพส : 8 , Rating : 38 / 8 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กลุ่มฮวาน้อยและเหล่าวิญญาณผู้ติดตามทั้งสามตอนนี้ได้เดินทางพ้นออกมาจากป่าไผ่เขียวแล้ว หลังจากที่ดอกบัวสวรรค์ฯพาบิน(มาด้วยอัตราความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชม ) ทำให้กลุ่มฮวาน้อยใช้เวลาการเดินทางออกจากที่นั้นไม่เกินครึ่งชั่วยาม (ใช้ประมาณครึ่งชม ก็พ้นเขตป่าไผ่เขียว) ตอนนี้ดอกบัวสวรรค์ฯกำลังพาคนทั้งกลุ่มเดินทางไปทางทิศเหนือเรื่อยๆ จนตอนนี้ทิวทัศน์ข้างล่างประกอบด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ แม่น้ำสายยาว และภูเขาที่ขึ้นสลับกัน และมีเหล่าฝูงนกโบยบินอยู่ข้างกลุ่มของพวกนาง ณ ตอนนี้

 ข้าว่าพวกเราควรจะเตรียมสัมภาระที่จะใช้เดินทางอย่างจริงจังซะทีได้แล้วนะ”---กุ้ยเจิน

ถ้าหาเมืองที่จะซื้อสิ่งของที่จำเป็นได้ความจะรีบเข้าไปซื้อทันที เพราะข้าคิดว่าหนทางการเดินทางไปที่นั้นคงไม่ได้สบายเหมือนการที่เราเดินเที่ยวในป่าแบบสบายๆเหมือนแต่ก่อนแน่ๆ” ---หย่งจื้อ

แล้วพวกเราจะหาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายหาสิ่งของที่จำเป็นพวกนั้นละ” ---ไป๋เจี้ยพูดจบก็เงียบหมดทุกคน (ถึงเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แต่อยู่ข้างนอกนานๆก็ต้องใช้เงินในการใช้จ่ายอะนะ)

เปิดการแสดงวิทยายุทธ์ผสมการร่ายรำในเมืองที่จะซื้อสัมภาระดีไหม ท่านพี่ทั้งสาม” ---ฮวาน้อย

แต่พวกเราให้คนอื่นเห็นหน้าที่แท้จริงไม่ได้นะฮวาน้อยในยุคนี้คนที่มีวรยุทธ์ส่วนใหญ่มักจะไม่เป็นที่ยอมรับของชาวบ้านซะส่วนใหญ่ เพราะแผ่นดินถูกแยกเป็นหลายแคว้นเลยทำให้มีสงครามระหว่างแคว้นต่างๆอยู่บ่อยๆ เลยทำให้ชาวบ้านรังเกียจพวกที่มีวิทยายุทธ์ และทหารต่างแคว้นนะ” ---ไป๋เจี้ย

งั้นพวกเราใส่หน้ากากเวลาทำการแสดงได้หรือไม่ หรือว่าพวกเราจะแสดงการเปลี่ยนหน้ากากผสมวิทยายุทธ์ดี แล้วให้ข้าเป็นเด็กเก็บตังค์ค่าชมการแสดงดีหรือไม่” ---ฮวาน้อย

อืม……พวกพี่เห็นด้วย เท่านี้ก็ไม่รู้ว่าพวกเราเป็นใครอาจจะนึกว่าเป็นคณะละครเร่ที่มีเอกลักษณ์อย่างหน้ากากแทน แถมไม่มีใครที่จะรู้หน้าตาที่แท้จริงตอนที่พวกเราแสดงด้วย (ที่จริงจะได้ไม่มีใครรู้หน้าตาที่แท้จริงของเจ้าหรอกนะฮวาน้อย)” ---หย่งจื้อ

งั้นตกลงตามนี้นะค่ะ แต่เราจะหาอุปกรณ์ที่จะใช้ในการแสดงได้จากที่ไหนบ้างอ่ะเกือบลืมไปเลย” ---ฮวาน้อย

อาวุธ เสื้อผ้า และอื่นๆที่พวกข้ารู้จักเสกขึ้นมาได้อยู่แล้วแต่หน้ากากที่เจ้าว่าเป็นแบบไหนละ ถ้าวาดให้พวกข้าดูอาจเสกขึ้นมาได้” ---หย่งจื้อ

อืมงั้นเราต้องหาเมืองที่ใหญ่พอที่จะหาซื้อสิ่งของที่ต้องการได้ซินะ งั้นเดียวข้าต้องไปบอกดอกบัวสวรรค์ฯก่อน” ---ฮวาน้อยเดินไปที่ลูกแก้วที่อยู่กลางดอกบัวและวางมือลงไปพร้อมเพ่งกระแสจิตไปว่าผ่านเมืองใหญ่เมื่อไหร่ให้แวะลงพักที่ชานเมืองเพื่อที่พวกตนจะได้เดินเท้าด้วยตัวเองต่อ เพราะถ้าชาวบ้านเห็นดอกบัวยักษ์ลอยได้บินผ่านงานนี้อาจมีข่าวแปลกๆกระจายไปทั่วแผ่นดินแน่ๆ

………………………………….

 และแล้วกลุ่มฮวาน้อยทัวร์ก็เตรียมของที่จะใช้ในการแสดงเร่ร่อนในเมืองซานซี แคว้นเหว่ย (สถานที่และชื่อที่ต่างๆตรงนี้เป็นนามสมมุติเท่านั้น)เสร็จเรียบร้อย หลังจากที่ให้ดอกบัวสวรรค์ฯลงพักที่ชานเมืองนั้นเอง(เมื่อลงจอดพักดอกบัวสวรรค์ฯก็เปลี่ยนให้ตัวเองเป็นแสงแล้วเข้าไปที่ต่างหูข้างซ้ายของฮวาน้อยทันที จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาพบเจอมันเข้าที่นอกเมือง)

 เดินทางเหนื่อยๆแบบนี้ชักหิวแล้วซิ แต่ยังไม่มีเงินติดตัวซะอีแป๊ะแล้วจะหาซื้ออะไรกินได้บ้างเนี่ยเฮ่อ……..”(1เด็กน้อยกับสามวิญญานผู้ติดตามพูดพร้อมๆกัน) ขณะที่กำลังเดินทางเข้าเมืองด้วยการเดินเท้าเข้าไปอีกซะระยะหนึ่ง

นี่ฮวาน้อยพี่ว่าเจ้าเปลี่ยนชุดเป็นเด็กชายตัวน้อยเหมือนเดิมดีกว่าไหม???” ---ไป๋เจี้ย

ทำไมข้าถึงต้องเปลี่ยนเป็นชุดเด็กชายแบบเดิมด้วยละพี่ไป๋เจี้ย” ---ฮวาน้อย

ที่จริงพวกพี่ก็ไม่อยากบอกเจ้าแต่สงสัยต้องบอกเจ้าให้รู้ไว้แต่เนิ่นๆดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง” ---ไป๋เจี้ย

เรื่องกำเนิดของเจ้าที่ว่าเป็นเด็กที่เกิดจากดอกบัวสวรรค์พันปีนั้นเป็นที่รับรู้กันทั้งสามโลกนะซิ และนั้นทำให้สวรรค์ โลกมนุษย์ และพิภพปีศาจรู้กันทั่ว นั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดศึกการแย่งชิงตัวเจ้าและดอกบัวสรรค์ฯขึ้นมา นั้นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เจ้าต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเอง เพราะถ้าพวกนั้นรู้ว่าเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไรแล้วเรื่องการหลบหนีคงยุ่งยากกว่าเดิมแน่แท้” ---ไป๋เจี้ย

งั้นปัญหาเรื่องการเปิดศึกแย่งตัวข้าตอนที่เกิดนั้นระหว่างเทพ ปีศาจ และมนุษย์มีข้อสรุปเป็นอย่างไร?” ---ฮวาน้อย

มาถึงตรงนี้เดียวข้าเล่าต่อเองเพราะข้าก็อยู่ในเหตุการณ์ช่วงนั้นพอดี” ---หย่งจื้อ

พวกเทพสวรรค์กับเหล่าปีศาจได้ต่อสู้กันบนสวรรค์อย่างดุเดือด จนฟ้าสั่นแผ่นดินสะเทือน จนแรงสะเทือนนั้นส่งผลต่อโลกมนุษย์ แต่สุดท้ายแล้วเหล่าเทพก็เอาชนะเหล่าปีศาจที่บุกรุกสวรรค์ได้สำเร็จ ส่วนราชาปีศาจตอนนั้นก็บาดเจ็บสาหัสก็ถูกจองจำไว้ใต้พิภพปีศาจ (ด้วยมนต์สะกด) แต่ลูกน้องบางส่วนของมันยังหนีไปได้ ปัจจุบันนี้พวกเทพก็ตามหาอยู่ นั้นคือสาเหตุหนึ่งที่ต้องให้เจ้าไปอยู่อีกด้านหนึ่งของโลกนั้นเอง เพื่อให้ทุกคนลืมเรื่องเจ้า แต่ตอนนี้ก็ยังมีพวกคนรุ่นแก่ๆ กับพวกเทพ และปีศาจในยุคสงครามคราวนั้นที่จำเรื่องเจ้าได้” ---หย่งจื้อ

(นอกจากจะต้องกู้แผ่นดินโดยการรวบรวมแว่นแคว้นต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว นี้ข้ายังต้องมาหนีเหล่าผู้คนโฉดชั่ว โลภมากและเหล่าปีศาจที่หวังครอบครองพลังวิเศษของดอกบัวสวรรค์ฯและตัวข้าอีกหรอ…..ฮวาน้อยคนนี้อยากอาระวาดแทนการหนีกลับโลกเดิมซะแล้ว อ๊ากกกกกกก!!! เค้าอยากกลายร่างเป็นก๊อตซิล่าทล่มโลก) …..ฮวาน้อย(=^=”)

เมื่อกล่าวกันถึงขนาดนั้นข้าก็คงต้องเปลี่ยนชุดตามที่ท่านพี่ไป๋เจี้ยว่าแล้วละ …..ฮวาน้อยพูดแล้วทำคอตก (ไม่ใช่ไม่อยากแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชายหรอกนะ แต่ที่คอตกเพราะข้าเริ่มเห็นเทพเจ้าแห่งความโชคร้ายกวักมือเรียกอยู่ละสิ)

 ซักพักทั้งกลุ่มก็เดินมาถึงประตูเมืองจนได้ ก่อนเข้าเมืองต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกับทหารยามเฝ้าประตูเมืองในแต่ละเมืองในแต่ละแคว้นก่อนดังนั้นทั้งกลุ่มจึงยังไม่ใส่หน้ากาก ณ ตอนนี้

 พวกเจ้าเป็นใคร และมาจากที่ไหนกัน …..ทหารยาม1

พวกข้าเป็นนักแสดงเร่ร่อนที่เดินทางมาจากป่าไผ่เขียวทางทิศใต้นู่น …..หย่งจื้อ

พวกเจ้ามาจากที่นั้นจริงหรือ ที่นั้นมันไกลมากเลยนะ …..ทหารยาม2

แล้วพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อทำสิ่งใด …..ทหารยาม2

พวกข้าแค่จะขอเดินทางผ่านเมืองนี้เท่านั้นเพื่อเดินทางไปทางเหนือ เพื่อเยี่ยมพ่อข้าที่กำลังป่วยกระเซาะกระแซะ และเอายาที่หาได้จากป่าไผ่เขียวไปรักษาท่าน (T^T) …..ไป๋เจี้ยรีบออกมาแสดงตัวให้ทหารยามทั้งสองเห็นสีหน้าและท่าทางเศร้าโศกเสียใจของตน

นางเห็นใจแม่นางจริงๆเชิญพวกเจ้าทั้งหมดรีบเข้าเมืองเถิด …..ทหารยาม1

ขอบคุณพวกท่านมาก” …..ไป๋เจี้ย(T^T) แกล้งบีบน้ำตาให้เหล่าทหารเห็นแต่พอหันหน้ามาทางพวกฮวาน้อยก็เขยิบตาส่งสัญญาณให้ว่าภาระกิจการเข้าเมืองสำเร็จ (ฮวาน้อยหัดดูไว้นะต้องหัดใช้มารยาหญิงในการเอาตัวรอดจำไว้ ดังคำกล่าวที่ว่าบุรุษถึงจะกล้าแกร่งสักเพียงไหน แต่สุดท้ายก็ย่อมพ่ายแพ้ให้แก่น้ำตาของสตรี)

………………………..

ทีนี้พวกเราจะไปแสดงที่ไหนกันดีพี่ๆทั้งสาม …..ฮวาน้อย

พี่ว่าแสดงกลางตลาดน่าจะดีที่สุดนะ เพราะชาวบ้านออกมาเดินจับจ่ายซื้อสอยที่นั้นกันมาก ที่นั้นน่าจะทำให้เราหาเงินได้ไวยิ่งขึ้น …..กุ้ยเจิน

งั้นก็รีบไปกันเถอะข้าอยากเห็นตลาดในยุคนี้ไวๆแล้วว่าจะแตกต่างจากยุคที่ข้าจากมาหรือไหม (อิอิ ตื่นเต้นๆตอนแรกนึกว่าต้องเรียนกับอาจารย์ทั้งแปดให้เสร็จก่อนถึงจะได้มาเห็น แต่ได้เห็นของจริงแบบนี้ไวกว่าที่คิด ตลาดในยุคนี้จะเป็นงั้ยนะ ถ้าต้นมาเห็นก็คงดีใจน่าดู!! เฮ้ย!! ลืมน้องต้นสนิทเลยป่านนี้หลงไปยุคไหนแล้วง่ะ=^=a) …..ฮวาน้อย

เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าฮวาน้อยตอนแรกเห็นทำหน้าดีใจน่าดู แต่อยู่ดีๆก็ทำหน้าตกใจแบบนั้น …..ฮวาน้อย

พี่ไป๋เจี๋ยจำที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟังได้ไหม? ว่าข้ามีคนอื่นตามมาด้วย” …..ฮวาน้อย

จำได้ซิ แต่ว่าทำไมหรือ?” …..ไป๋เจี้ย

ข้าเป็นห่วงคนๆนั้น ไม่รู้ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง? ไปหลงอยู่ที่ยุคไหน? หรือส่วนไหนของยุคนี้?”(ว่าแล้วก็เศร้าตอนนั้นไม่น่าปากพระร่วงเลยว่าถ้าจะหลงยุคแบบนิยายจริง จะเอาน้องต้นมาด้วยเลยฉัน แง้ๆ)(TT^TT) …..ฮวาน้อย

น่าๆฮวาน้อยพี่เชื่อว่านี้ก็เป็นลิขิตหนึ่งของสวรรค์ ไม่แน่คนๆนั้นอาจเป็นอีกหนึ่งคนที่จะอยู่ในกลุ่มคนที่จะเป็นกำลังให้เจ้าในอนาคตก็ได้นะฮวาน้อย …..ไป๋เจี้ย

จริงหรอพี่ไป๋เจี้ย ถ้าจริงอย่างที่พี่ว่าคนๆนั้นจะตัวหดเหมือนข้า หรือจะแก่กว่าข้ากันแน่ ถ้าเจอกันในอนาคตข้างหน้าเฮ่อ…..(ถ้าตัวหดจริงขนาดตัวฉันยังหดเหลือห้าขวบ น้องต้นไม้นั้นไม่กลายเป็นเมล็ดเลยหรอ=^=a) …..ฮวาน้อย

สองพี่น้องนั้นท่าทางจะคุยกันจนเพลินนะ จนจะเดินเลยตลาดอยู่แล้วนะพวกเจ้า ข้าว่าพวกเราเข้าไปที่ซอกในซอยนั้นเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และใส่หน้ากากเตรียมตัวเปิดการแสดงเถิด” …..หย่งจื้อ

เจ้าค่ะ/อืม” …..ฮวาน้อย/ไป๋เจี้ย

 และแล้วกลุ่มฮวาน้อยก็เปลี่ยนชุดออกมาได้ดังนี้คือ หย่งจื้อแต่งชุดแบบเฮ้งเจี้ย แต่ใส่หน้ากากที่ใช้ทำการแสดงเปลี่ยนหน้ากากไว้ที่ใบหน้าด้วย และเตรียมซ่อนหน้ากากแบบหลายๆอันไว้ที่ใต้เสื้อบ้าง(หรือจะแอบใช้เวทย์มนต์ตอนแสดงด้วยนะ) และถืออาวุธทวนยาวไว้ในกำมือ กุ้ยเจินใส่หน้ากากแบบเดียวกันกับหย่งจื้อแต่คนละลายและแต่งชุดดำทั้งตัวและมีหุ่นเชิดที่แต่งตัวคล้ายหย่งจื้อแต่คนละสีอยู่ในมือ ส่วนไป๋เจี้ยแต่งตัวอยู่ในชุดของชนเผาฮานี๋(ชนเผ่าแขกอยู่เร่ร่อนตามชายแดนเขตอื่น ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน) และเอาผ้าบางๆมาคาดหน้าตนเองพร้อมถือกระบี่คู่ขนาดไม่ยาวมากไว้ใช้ในการแสดงของตน ส่วนข้าฮวาน้อยอะหรอแต่งชุดเด็กชายใส่หน้ากากสีขาวครึ่งหน้า รวบผมหางม้ายาวไว้ที่ด้านหลังถือขันไม้เพื่อทำหน้าที่เก็บเงินค่าเข้าชมนะซิ(TT^TT) (เศร้าอยากโชว์ฝีมือวิชากระบี่อ่ะ แต่พี่ๆบอกว่าที่นี่ไม่มีเด็กอายุขนาดข้าที่ไหนเก่งกล้าสามารถทำแบบข้าได้หรอกนะ ถ้าให้ข้าแสดงเดียวความลับจะแตกเอา เชอะน่าเบื่อจริงๆเชียว)

 เร่เข้ามาพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่อยู่ ณ ตลาดแห่งนี้ วันนี้พวกข้ากลุ่มคณะนักแสดงเร่ร่อนจะทำการแสดงโชว์การเปลี่ยนหน้ากากพันหน้าพร้อมกับเทคนิคการต่อสู้ เชิญพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่สนใจมาดูได้เลยขอรับ” …..กุ้ยเจิน

 เมื่อกุ้ยเจินประกาศจบก็มีพวกชาวบ้านที่สนใจการแสดงที่เดินซื้อของอยู่ในตลาดแถวนั้น เดินเข้ามาล้อมวงเพื่อชมการแสดงทันที

เวลาการแสดงจึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีฮวาน้อยเป็นผู้ให้จังหวะเสียงดนตรี แล้วให้พี่ทั้งสามเป็นคนแสดง โดยคนแรกที่แสดงคือไป๋เจี้ย ไป๋เจี้ยออกมาโค้งคำนับให้กับคนดูก่อนที่จะร่ายรำวิชากระบี่คู่ประกอบจังหวะที่ฮวาน้อยที่ผู้เคาะให้ซึ่งแต่ละท่าที่ไป๋เจี้ยแสดงนั้นล้วนแต่หน้าหวาดเสียวเรียกเลือดจริงๆ เพราะกระบี่ที่ใช้นั้นเป็นกระบี่ของจริงถ้าพลาดท่าจริงๆงานนี้ได้มีเจ็บตัวของจริงแน่ๆ

พอไป๋เจี้ยแสดงเสร็จก็เป็นทีของคู่หย่งจื้อกับกุ้ยเจินที่ต้องออกมาแสดงต่อ โดยหย่งจื้อแสดงการเปลี่ยนหน้ากากพันหน้าพร้อมพ่นไฟออกมาเป็นพักๆ  และเดินไปหยิบทวนและแกว่งไกวไปด้วย ส่วนกุ้ยเจินก็เชิดหุ่นเล็กที่เปลี่ยนหน้ากากคล้ายแบบเดียวกับหย่งจื้อและสามารถพ่นไฟได้แบบเดียวกันกับหย่งจื้อ ส่วนไป๋เจี้ยที่แสดงเสร็จก็มาทำหน้าที่เอาขันไม้มาเก็บเงินค่าชม โดยให้ชาวบ้านจ่ายเงินตามราคาความพอใจในการชมการแสดงในครั้งนี้

 ไม่แน่ใจเพราะความบังเอิญหรือด้วยความที่เป็นคู่ร่วมชะตากรรมขององค์ชายใหญ่ที่ถูกด้ายแดงได้ลิขิตเอาไว้ ถึงทำให้องค์ชายใหญ่กับองค์รักษ์และกลุ่มผู้ติดตามได้(ปลอมตัว)เดินทางมาที่เมืองเดียวกันกับกลุ่มฮวาน้อย และกำลังดูการแสดงของกลุ่มฮวาน้อยตอนนี้ หลังจากที่กลุ่มฮวาน้อยทำการแสดงเสร็จทั้งกลุ่มก็ได้ก้มหัวทำการขอบคุณคนดูแล้วเดิมมารับตังค์จากผู้ชมที่ล้อมรอบวงอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ฮวาน้อยก็เดินถือขันไม้มาทางทิศทางที่องค์ชายใหญ่ได้ยืนอยู่ ทันทีที่ทั้งสองเจอหน้ากันก็ทำให้ทั้งสองเกิดอาการแปลกๆกับหัวใจตนทันที

ตุ๊บๆ (ทำไมแววตานั้นถึงได้คุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนกันนะ แล้วทำไมหัวใจข้าถึงได้เต้นผิดจังหวะแบบนั้นละ)…..ฮวาน้อยคิดในใจแล้วเอามือมาทุบที่อกตัวเองเบาๆ

ตุ๊บๆ (ความรู้สึกดีใจที่ได้พบเด็กน้อยตรงหน้านี้คืออะไรกัน แล้วทำไมหัวใจถึงได้เต้นรัวเร็วแบบนี้และกลิ่นที่ติดตัวเด็กน้อยนั้นทำไมถึงได้ทำให้ข้ารู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยได้กลิ่นนี้มาก่อน? )…..องค์ชายใหญ่หลังจากนิ่งไปซะพักและพึ่งนึกได้ว่าควรจะให้ค่าตอบแทนหลังชมการแสดง จึงหันไปบอกองค์รักษ์ให้หยิบถุงเงินขนาดกลางสีแดงมาใส่ขันที่ฮวาน้อยถึงอยู่

ขอบคุณขอรับคุณชาย” …..ฮวาน้อยกล่าวขอบคุณแล้วยิ้มหวานๆให้แล้ววิ่งไปที่กลุ่มพี่ๆทั้งสามทันที

องค์ชายพะยะค่ะ ทรงเป็นอย่างไรบ้างข้าเห็นท่านเหม่อตอนท่านได้สบตากับเด็กน้อยผู้นั้น” …..องค์รักษ์จ้าว

เจ้า!!! ผิดคำสั่งข้า ลืมข้อกำหนดที่ข้าบอกไว้ก่อนออกจากวังหรือ …..องค์ชายใหญ่หันไปทำหน้าดุและเย็นชา

ข้าขออภัยคุณชายใหญ่” …..องค์รักษ์จ้าว

ข้าไม่เป็นไร แค่นึกถูกชะตากับเด็กชายตัวน้อยคนนั้นเท่านั้น”(แต่ทำไมต้องปกปิดใบหน้ากันทั้งคณะนะ หรือว่าเป็นพวกสายลับจากต่างแคว้นมาแอบสืบข่าวในเมืองนี้เหมือนพวกเรา) …..องค์ชายใหญ่

งั้นพวกเรากลับโรงเตี๊ยมกันก่อนเถอะ ขอรับคุณชาย” …..องค์รักษ์หลี

อืม” …..องค์ชายใหญ่

………………………..

หลังจากที่กลุ่มฮวาน้อยเก็บข้าวของและเปลี่ยนชุดเสร็จ และกำลังนับเงินที่เรี่ยไรได้จากการแสดงเร่ร่อนอยู่นั้น ก็มีกลุ่มนักเลงเจ้าถิ่นมาหาเรื่องกลุ่มฮวาน้อยพอดี

เฮ้ย!! พวกแกเป็นใครกันฟ่ะ ถึงกล้ามาเปิดการแสดงในถิ่นของข้า” …..หัวหน้านักเลงตัวโตกล้ามใหญ่ แต่หน้าตาแสดงออกว่าเป็นพวกโง่ไร้สมองชอบใช้แต่กำลังกล่าว แล้วก็มองเลยไปที่ไป๋เจี้ย

(แม่จ้าววว ช่างงดงามบานนางฟ้านางสวรรค์ไม่น่าตอนทำการแสดงถึงได้มีการปกปิดใบหน้า) …..หัวหน้านักเลง

เพื่อเป็นการไถโทษที่พวกเจ้ามาเปิดการแสดงโดยไม่ขออนุญาตเจ้าถิ่นอย่างพวกข้า ก็จ่ายค่าใช้ที่แก่พวกข้าซะดีๆให้พวกข้าแปดส่วน พวกเจ้าสองส่วนดีไหมฮ่าๆๆๆ หรือเจ้าจะเปลี่ยนเป็นยกแม่นางคนสวยที่ยืนอยู่ในกลุ่มพวกเจ้าให้ลูกพี่ข้าแทนก็ได้นะ พอดีลูกพี่ของพวกข้าสนใจนางอยู่แถมตอนนี้ลูกพี่พวกข้าก็ยังไม่มีเมีย ถ้าได้นางมาลูกพี่ข้าก็จะได้มีเมียสวยราวนางฟ้าก็คราวนี้ …..ลูกน้องของหัวหน้านักเลง1



(ฮึ่ม!!เดียวเหอะจะมากไปแล้วนะ ไอ้จิ้งจกตากแห้งปากเน่าชอบพูดจาดูถูกผู้หญิงและชอบข่มขู่ชาวบ้าน……ไม่ได้ๆท่านอาจารย์บอกห้ามหาเรื่อง และห้ามใช้อารมณ์ในการตัดสินใจแก้ปัญหา เย็นหนอ ร่มๆหนอ น้ำแข็งเย็นๆหนอ ไม่ใช่ละ…… ) ……ฮวาน้อย

นี้พวกเจ้า เอาเปรียบพวกข้ามากไปหรือเปล่า เล่นให้พวกข้าแบ่งพวกเจ้าแปดส่วนแล้วพวกข้าได้สองส่วน แค่ค่าอุปกรณ์และค่าแรงพวกข้าก็หมดไปสี่ถึงห้าส่วนแล้ว ไหนค่ากินค่าที่พักที่พวกข้าจะต้องจ่ายในคืนนี้อีก” …..ไป๋เจี้ย

แม่นางคนสวยก็มาค้างกับพี่ซิจ๊ะ พี่จะไม่เก็บค่าที่พักจากเจ้าซะอีแปะเดียว แถมจะยังทำหน้าที่ผ้าห่มที่ดีให้เจ้าคลายหนาวอีกด้วย” …..หัวหน้านักเลง

ฮิ้ว…..วีดวิ้วๆ …..เหล่าลูกน้องของหัวหน้านักเลงทั้งเก้าคนส่งเสียงแซวกันใหญ่

ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!!!” (ขอฮวาน้อยใช้ท่าฮวาน้อยโหม่งหัวก๊อตซิล่าทีเหอะ)(p><q*)---ฮวาน้อยตะโกนแล้วคิดได้อย่างนั้นแล้วกำลังจะวิ่งไปเอาหัวโหม่งใส่หัวหน้านักเลง แต่ก็โดนไป๋เจี้ยจับที่ไหล่ตนเองไว้ก่อน แล้วส่งสัญญานให้ตนเองดูภาพเหตุการณ์ข้างหน้า ทันทีที่ฮวาน้อยดูภาพเหตุการณ์ข้างหน้าก็เห็นว่าพี่หย่งจื้อไปเตะปากหัวหน้ากลุ่มอันตพาลกระเด็นไปไกลอยู่หลายลี้ (O[]o) (โอ้พระเจ้าในยุคนี้ ท่านพี่หย่งจื้อไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไรตอนแรกยืนอยู่ข้างหลังข้า แต่งั้ยถึงได้ไปเตะปากก๊อตซิล่ายักษ์นั้นได้ หรือว่าท่านพี่จะใช้ท่าพยัคฆ์ตัดเมฆาหรือเปล่าหว่า….. )

ลูกพี่!!!” …..เหล่าลูกน้องของหัวหน้านักเลงทั้งเก้าคนส่งเสียงร้องตกใจพร้อมๆกัน แล้วเริ่มคิดในใจแล้วว่าหาเรื่องผิดคนหรือเปล่า เพราะเท่าที่เห็น(ที่จริงไม่ทันเห็นการเคลื่อนที่ของหย่งจื้อที่เร็วเหนือแสงได้หรอก หึหึ) ถ้าคนกลุ่มที่พวกตนหาเรื่องมีวิทยายุทร์ขั้นสูงทุกคน ยกเว้นไอ้เด็กเปี๊ยกที่ยืนกับแม่นางคนสวยตอนนี้จริงๆละก้อพวกตูจะรอดไหมฟ่ะ

ว่าแล้วกลุ่มนักเลงก็เริ่มส่งสัญญาณว่าจะล่อเด็กน้อยหนึ่งเดียวในกลุ่มนั้นออกมาเป็นตัวประกันทันที

(หึหึ คิดว่าพวกข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าคิดจะทำอะไรงั้นหรือ) …..ไป๋เจี้ย/หย่งจื้อ/กุ้ยเจิน/ฮวาน้อย (ปล.อย่าลืมว่าทั้งสี่มีวิชาอ่านจิตหรือความคิดเจ้าค่ะ: ปลาทองน้อยฯ)

ถุย!!!” …..เสียงหัวหน้านักเลงบ้วนเลือดที่มุมปากทิ้ง

ได้ในเมื่อพวกข้าเจรจาดีๆกับพวกเจ้าดีๆแล้วไม่ยอมกัน พวกข้าก็จะใช้กำลังแย่งชิงทั้งเงิน ทั้งผู้หญิงและเด็กในกลุ่มพวกเจ้าไปซะเลย ดีซะอีกข้าจะเอานางมาเป็นเมียชั่วคราวเบื่อแล้วค่อยขายทิ้งที่หอนางโลม ส่วนไอ้เด็กเปี๊ยกนั้นข้าจะได้ขายให้ไปเป็นทาสกับพวกหัวหน้าทาส แต่หน้าตาแบบดีแบบนี้อาจมีเศรษฐีดีๆมาซื้อไปลูกบุญธรรมก็ได้มั้ง หึหึ” …..หัวหน้านักเลง

                (ไอ้นี้เลวเสมอต้น เสมอปลายดีแท้จัดการซะเลยดีไหม ไม่ต้องนำตัวส่งทางการละ) …..ไป๋เจี้ย/หย่งจื้อ/กุ้ยเจิน/ฮวาน้อยคิดเหมือนๆกัน ว่าแล้วทั้งกลุ่มก็เริ่มวางแผนโดยกาส่งกระแสจิตถึงกัน

(ฮวาน้อยเดียวพี่ให้สัญญาณแล้ว เจ้ารีบไปหลบอยู่ที่ปลอดภัยก่อนนะ) …..ไป๋เจี้ย

(ไม่เอา ข้าไม่ยอม ข้าอยากลุยด้วย) …..ฮวาน้อย

(เจ้าอย่าดื้อสิฮวาน้อย เชื่อไป๋เจี้ยอะดีแล้ว ภาพต่อไปนี้ไม่เหมาะแก่เด็กอายุห้าขวบอย่างเจ้าดังนั้นไปหลบตามที่ไป๋เจี้ยบอกเถอะ) …..หย่งจื้อ

(แต่ว่า……)…..ฮวาน้อย

(ไม่มีแต่รีบไปซะ ฮวาน้อย) …..กุ้ยเจิน

(ก็ได้ บู…..3:1เสียงใครจะไปถียงชนะ)…..ฮวาน้อย( ̄ー+

ทันทีที่ทั้งสี่เถียงทางกระแสจิตจบฮวาน้อยก็รีบวิ่งไปหลบที่เพิงร้านค้าที่ไม่มีคนขายตั้งอยู่ในซอกซอยที่กำลังมีเรื่องกันอยู่ (เหมือนเจ้าของจะรู้ล่วงหน้าเลยแหะว่าวันนี้ แถวนี้จะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันแหะ) …..ฮวาน้อย(

 พวกเจ้าเตรียมตัวรับมือ!!!/พวกแกเตรียมตัวตาย!!!” …..กลุ่มวิญญาณผู้ติดตาม Vs กลุ่มนักเลงคุมถิ่น

ย๊าก!!! เคร็งๆ แคร่ง ตุบตับๆ ตุบ” …..เสียงดาบประทะกระบี่บ้าง เสียงการดวนแบบหมัดต่อหมัดบ้าง ดังสนั่นซอยจนเริ่มมีจีนมุง (ยุคนั้นจีนโบราณนิเนอะก็ต้องเป็นจีนมุงจริงไหม) …..ปลาทองน้อยฯ  

 จากภาพที่อยู่ข้างหน้าของฮวาน้อย ตอนนี้แบ่งกลุ่มการต่อสู้ออกได้เป็นสามกลุ่มดังนี้กลุ่มแรกพี่ไป๋เจี้ยรับไอ้ลูกกระจ๊อบนักเลงเจ้าถิ่นไปสามคน คนแรกผอมกระล่องตร่องเป็นไม้เสียบผีเจอพี่ไป๋ฯเตะสูงไปที่ยอดหน้าทีเดียวก็สลบ (ซะงั้นอะ ฝีมือมีแค่เนี่ยแล้วอยากมาเป็นนักเลง) …..ฮวาน้อย

 คนที่สองอ้วนท้วมมาก อ้วนยิ่งกว่าโลโก้ซีอิ๋วขาวตราเด็กสมบูรณ์ซะอีก (จ่ายค่าโฆษณาได้ที่ปลาทองน้อยฯ เหอะๆ) วิ่งๆมาทางพี่ไป๋ฯพร้อมถือดาบมาด้วย แต่อ้วนขนาดนั้นยังวิ่งมาไหวอีกหรอนั้นท่าน คิดอยู่ดีๆหันไปมองหมูวิ่งได้อีกทีก็เห็นวิ่งสะดุดก้อนหินแถวนั้นล้มต่อหน้าพี่ไป๋ฯพอดี พี่ไป๋ฯเลยเดินไปใกล้ๆแล้วเอาฝักกระบี่ฟาดที่ท้ายทอยไอ้หมูอ้วนนั้นสลบทันทีเสร็จไปอีกหนึ่งซะงั้น

และแล้วก็เหลือคู่ต่อสู้คนสุดท้ายของพี่ไป๋ฯดูท่าทางนายนี้จะเก่งจริงแหะเพราะดูเฉพาะหน่วยก้านแล้ว น่าจะมีฝีมืออยู่บ้างแต่ยังห่างชั้นกับพวกพี่ทั้งสามอยู่เยอะแหะ หน้าตาก็โคตรหน้ากลัวเลยแหะมีที่ปิดตาปิดอยู่ที่ตาข้างซ้ายด้วยง่ะ

ถึงตาเจ้าแล้วอย่าชักช้า จะเข้ามาโจมตีข้าก็รีบเข้ามา ข้าวโมโหหิวแล้วนะ ข้าอยากจะหาที่กินและที่พักแล้ว” …..ไป๋เจี้ย

(………)(เจอแบบนี้นู๋พูดไม่ออกเลยแหะ นี้ท่านพี่จะใช้กลยุทธ์ยั่วโมโหศัตรูใช่ไหมเจ้าค่ะ)----ฮวาน้อย (|||)

หึหึ ฮ่าๆๆ”-----นักเลงหน้าโหดตาเดียวหัวเราะ

เจ้าคิดว่าลูกไม้ตื้นๆแบบนั้นจะยั่วให้ข้าโมโห จนขาดสมาธิในการต่อสู้ได้หรอ ลูกไม้เด็กๆแบบนั้นข้าไม่หลงกลหรอนะ

(ก็ใครว่าข้าใช้ลูกไม้ละ ข้าคิดอย่างนั้นจริงๆเฮ่อ……พวกประมาท ปิดตาข้างซ้ายงั้นมุมอับของเจ้านั้นก็ทางซ้ายซินะ) …..ไป๋เจี้ยคิดเสร็จก็ใช้วิชาตัดเมฆา (วิชาย่นระยะเหมือนพวกนินจา) มาโผล่ที่ทางด้านซ้ายของนักเลงหน้าโหดตาเดียว พร้อมวางกระบี่พาดไว้ที่คอของนักเลงตาเดียวคนนั้นทันที

เจ้าสิ้นท่าให้แก่ข้าแล้ว เพราะความประมาทของเจ้า” …..ไป๋เจี้ย

กร๊อด…..เจ้าจะฆ่าข้าก็ฆ่าข้าซะอย่าได้พูดมาก -----นักเลงหน้าโหดตาเดียว

ข้าไม่เคยฆ่าคน ถ้าเจ้าสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก แล้วนำกำลังที่เจ้ามีไปช่วยชาวบ้านข้าจะละเว้นเจ้าไว้” …..ไป๋เจี้ย

เรื่องอะไรข้าต้องรับปากเจ้า” (ทีข้าตอนเด็กเป็นเด็กกำพร้าถูกทิ้งต้องเร่ร่อนอยู่นานไม่เห็นมีใครยื่นมือมาช่วยข้าซักคน) ----นักเลงหน้าโหดตาเดียวหัวเราะ

(ไม่ไหวๆคนๆนี้ดวงใจมืดบอด ไม่เปิดใจรับฟังอะไรเลย) …..ไป๋เจี้ยคิดได้ดังนั้นก็แอบหยิบเข็มอาบยาสลบมาแล้วแทงที่ต้นคอฝ่ายตรงข้ามสลบไปอีกราย

(ว้าว…..พึ่งเคยเห็นพี่ไป๋ฯสู้กับคนอื่นจริงๆก็คราวนี้แหละสุดยอดมากคร้า ฮวาน้อยขอยกนิ้วให้)  d(^o^)b 

 

เสร็จจากกลุ่มพี่ไป๋ฯต่อมาก็เป็นกลุ่มของพี่หย่งจื้อ  ทางนี้ก็รับพวกลูกกระจ๊อบไปสามคนเหมือนกันแต่ท่าทางจะรับศึกหนักกว่าพี่ไป๋ฯหน่อยนึงแหะ เพราะแต่ละคนอาวุธครบมือเลยแหะแถมหุ่นก็แค่น้องๆหัวหน้าพวกมันเท่านั้นแหละโดยลูกสมุนคนแรกของไอ้หัวหน้านักเลงก๊อตซิล่านั้นใช้อาวุธประเภทไม้พลองสองท่อน คนถัดมาใช้ดาบเล่มใหญ่ยักษ์มากท่าทางจะหนักน่าดูเลยแหะถ้าให้ข้าถือ ส่วนคนสุดท้ายใช้กระบี่ที่ดูสวยงามมากเลย(ท่าทางคงไถ่จากผู้อื่นมาเป็นของตนซะมากกว่า)

พวกเจ้าจะดาหน้าเข้ามาพร้อมๆกัน หรือจะให้ข้าเป็นคนจัดการพวกเจ้าทีเดียว” …..หย่งจื้อ

(………)(เจอแบบนี้นู๋พูดไม่ออกรอบสองเลยแหะ นี้ท่านพี่จะใช้กลยุทธ์ยั่วโมโหศัตรูแบบเดียวกับพี่ไป๋ฯใช่ไหมเจ้าค่ะ ท่านพี่อย่าลืมดูคู่ต่อสู้ด้วยสิแต่ละคนตัวใหญ่กว่าท่านนะ)----ฮวาน้อย (|||)

เจ้าหนุ่มนี้มันคิดว่าจะเอาชนะพวกเราได้ง่ายๆว่ะ ฮ่าๆ” -----คนที่ใช้พลอง

เจ้ามันรู้จักพวกเราสามพี่น้องแห่งเมืองซานซีน้อยไปแล้ว” -----คนที่ใช้ดาบยักษ์

อย่าแต่เสียเวลาพูดคุยกับมันมากไปเลย ข้าว่าพวกเรารุมมันเถอะ จะได้เสร็จงานไวๆ หาววววว ข้าจะได้รีบกลับนอนต่อ” -----คนที่ใช้บี่

งั้นรุม/ได้ข้าพร้อมรับมืออยู่” -----แก๊งสามพี่น้องแห่งเมืองซานซี Vs ท่านพี่ขาโหดหย่งจื้อ

ย๊าก!!! เคร็งๆ แคร่ง เสียงดาบท่านพี่หย่งจื้อตั้งท่ารับดาบยักษ์ฝ่ายตรงข้าม ขณะตัวคนที่ใช้กระบี่กำลังโจมตีทางขวาท่านพี่ก็หันมาทางนั้นพอดีเลยใช้ลูกเตะนรกถีบทีเดียวกระเด็นไปหลายหลี้ (o[]O”)(เออ….นั้นขนาดน้องๆก๊อตซิล่าเลยนะพี่หย่งฯจะแรงเยอะไปไหมหรือเพราะท่านเคยเป็นนายแบบแรงเย่อร์หรือเปล่าถึงได้แล้วเยอะ) (ไม่ใช่ล่ะยัยฮวาน้อยบรรยายเกินไปละ:ปลาทองน้อยฯ)

หลังจากพี่หย่งฯจัดการเตะไอ้คนที่ใช้กระบี่กระเด็นหลายหลี้นั้น คนที่ใช้กระบี่ก็ได้น๊อกกลางอากาศก่อนที่จะตกถึงพื้นแล้วเป็นหลุมซะอีก (ข้าเห็นอย่างนั้นไม่กล้าแหย่ท่านหย่งฯพี่อีกแล้ว:ฮวาน้อย) ทำให้ตอนนี้เหลือลูกน้องก๊อตซิล่าอีกสองตัว คือตัวที่ใช้ดาบยักษ์กับพลองสองท่อนคราวนี้สองตัวนั้นจะทำอย่างไรต่อนะ

(ไอ้หนุ่มนี้แรงเตะใช่ย่อย ประมาทไม่ได้ซะละ)-------ตัวที่ใช้ดาบยักษ์กับพลองสองท่อนคิดพร้อมกัน

น้องสองเอาอาวุธเจ้าสกัดอาวุธมันไว้ เดียวข้าจะใช้ดาบข้าฟันมันให้ตัวขาดสองท่อนเอง )-------ดาบยักษ์

(พี่หย่งฯงานหงอก พี่หย่งฯให้ข้าออกไปช่วยไหม?) -----ฮวาน้อย(o[]O”)เพ่งกระแสจิตส่งไป

(ไม่ต้องออกมาเกะกะข้าเลยนะ หลบอยู่ที่เดิมนั้นแหละ) -----หย่งจื้อ

(ง่ะท่านพี่ใจร้าย งั้นข้าแอบดูต่ออยู่ตรงนี้ก็ได้ชิๆ) -----ฮวาน้อย

เคร้ง!!” เสียงดาบของท่านพี่หย่งฯที่ถูกพรองสองท่อนรั้งเอาไว้จากด้านหลังของท่านพี่ (ตายแล้วๆท่านพี่หย่งฯโดนสกัดกั้นแบบนั้นจะขยับอย่างไรกัน ฮวาน้อยเริ่มจะวิ่งพลานละ)

เสร็จข้าละ” -----เสียงไอ้ดาบยักษ์วิ่งมาแล้วกระโดดพร้อมยกดาบยักษ์ไว้เหนือหัวย้อนแสงจากดวงอาทิตย์

(เอ๊ะ!! ท่านพี่หย่งฯแอบยิ้มที่มุมปากหรอ) -----ฮวาน้อยเริ่มขนลุกทันทีที่เห็นท่าทีของหย่งจื้อ

หย่งจื้อใช้แรงทั้งหมดที่มีจับคนที่ใช้พลองฯทุ่มไปข้างหน้าจังหวะเดียวกับที่ไอ้ดาบยักษ์กระโดดเข้ามาซึ่งนั้นทำให้…………อืม (ฮวาน้อยขอเปลี่ยนตัวคนบรรยายได้ไหม)(ไม่ได้!!!เพราะฉันก็ไม่อยากอยู่ในเหตุการณ์เลือดสาด : ปลาทองน้อยฯ)

จากภาพสโลว์โมชันพอพี่หย่งฯทำแบบนั้นผลที่ออกมาก็คือไอ้น้องสองของนายดาบยักษ์นั้นกลายเป็นผู้เอาหลังตัวเองรับดาบยักษ์นั้นไปเต็มๆ ทำให้ร่างนั้น….เป็นไปตามที่พี่ใหญ่มันพูดไว้คือขาดเป็นสองท่อน (อามิตตาพุทธจงไปสู่สุขติเทอญ…..ฮวาน้อย) ตอนที่ท่านพี่จับทุ่มมาข้างหน้านั้นพอทุ่มเสร็จก็รีบถอยหลังไปหลายก้าวทันทีจึงทำให้รอดจากคมดาบนี้มาได้นั้นเอง

น้องสอง!!!! อ๊าก!!!!!! พี่ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเจ้า ไม่ๆ ข้าไม่ได้ทำ

และแล้วไอ้ดาบยักษ์ก็สติฟั่นเฟือน วิ่งเตลิดออกไปจากซอกซอยตรงนี้ทันที โดยทิ้งให้น้องสามยังนอนหลับสบายอยู่ตรงนี้

 (อ้าว…..สติแตกจนลืมน้องชายทิ้งไว้ที่นี้ซะแล้ว) -----ฮวาน้อย Σ(ω´ノ)ノ 

 

และแล้วการต่อสู้ของท่านพี่หย่งจื้อก็ได้ผลออกมาเป็นอย่างนี้นั้นเอง (ปรื้อออออน่ากลัว ข้าชักไม่อยากเข้าใกล้พี่หย่งฯแล้วนะ:ฮวาน้อย) ต่อไปเป็นการต่อสู้ของท่านพี่กุ้ยเจิน (อ่ะๆทุกท่านอย่าพึ่งงงละว่าท่านพี่กุ้ยฯเป็นวิญญาณที่สิงอยู่ในลูกแก้วทำนายแล้วจะสู้เป็นหรอ  เผอิญพี่กุ้ยฯได้เรียนวิชาหมัดมวยแบบต่างๆติดตัวไว้บ้าง เผือเวลาต้องติดตามข้าแบบนี้จะได้ป้องกันตัวเองและช่วยข้าได้นะ:ฮวาน้อย) ตอนนี้พี่กุ้ยฯกำลังจดๆจ้องๆกับพวกนักเลงตัวร้ายทั้งสามอยู่(เหมือนจะสังเกตชั้นเชิงในการต่อสู้ก่อนแหะ=^=a) โดยนักเลงตัวร้ายทั้งสามนั้นไม่มีอาวุธอยู่ในมือซักคน??? หรือว่าพวกนั้นจะถนัดวิชาการต่อสู้แบบเดียวกันกับพี่กุ้ยฯกันนะ

พวกเจ้าทั้งสามถนัดหมัดมวยในการต่อสู้งั้นสิ???” -----กุ้ยเจิน

เจ้าก็เห็นว่าพวกข้าไม่มีอาวุธ ก็น่าจะคิดได้นะว่าพวกข้าถนัดการต่อสู้แบบไหน หน้าตาเจ้าก็ดูเหมือนจะฉลาดแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ตั้งคำถามโง่ๆกับพวกข้าฮ่าๆ” -----นักเลงที่ว่าเริ่มหยิบสิ่งที่คล้ายสนับมือมาใส่แล้วทั้งกลุ่ม

ปริ๊ดๆ(เส้นเส้นความอดทนของพี่กุ้ยฯขาด ตายละนรกแตกรอบสองแน่ๆท่านพี่กุ้ยฯโดนด่าอะไรๆก็ไม่เคยขันติแตกขนาดนี้ นอกจากด่าว่าท่านพี่แก่โง่ ไอ้พวกเบื๊อกจะด่าพี่แกแบบนั้นทำไม แต่ผิดคาดแหะนึกว่าพี่กุ้ยฯจะใช้เทคนิคการยั่วโมโหศัตรูแบบพี่ๆคนอื่นๆแต่ที่ไหนได้ตัวเองโดนยั่วโมโหซะเอง หวังว่าท่านพี่คงไม่ขาดสติจนพลาดท่าซะเองนะ :ฮวาน้อย)

(ฮวาน้อยได้ยินที่ข้าเรียกไหม) -----กุ้ยเจินส่งกระแสจิตถึงฮวาน้อย

(หือ……จะลงมือต่อสู้กันอยู่แล้วท่านพี่กุ้ยฯจะส่งกระแสจิตถึงข้าทำไมกัน???) -----ฮวาน้อย

(การต่อสู้ของข้าที่จะแสดงให้เจ้าเห็น เจ้าจงดูมันให้ดี เพราะข้าจะถือว่าเป็นการสอนนอกสถานที่ให้เจ้าได้ชมละกัน) -----กุ้ยเจิน

(ศิษย์น้อมรับคำสั่งท่านอาจารย์ จะจับตามองชนิดไม่กระพริบเลยขอรับ) -----ฮวาน้อยตะเบ๊ะรับแบบตำหนวด เฮ้ย ตำรวจ

ที่ข้าถามพวกเจ้า เพราะจะได้รู้ว่าจะได้เตรียมรับมือกับพวกเจ้ายังไงต่างหากละ ไอ้พวกกร๊วก!!!” -----กุ้ยเจินด่าแบบศัพท์สมัยฮวาน้อยที่อยู่ในโลกโน่นด้วยอ่ะ ด่าเสร็จก็ตั้งท่าพร้อมลุยและยื่นมือไปข้างหน้าและหงายฝ่ามือเพื่อกวักมือเรียกให้นักเลงทั้งสามมารุมตน (สุดท้ายพี่กุ้ยฯก็ใช้เทคนิคยั่วโมโหศัตรูเหมือนกันหรอเนี่ย: ฮวาน้อย) ท่าทางงานนี้จะมันส์ไม่แพ้กลุ่มอื่นๆแหะ อิอิ

จะมากไปแล้วไอ้หน้าอ่อน บังอาจมาด่าพวกข้าและไอ้ท่าทางแบบนั่นอีกหน่อยยยยยย” -----นักเลงสนับมือดำ

อย่ามัวแต่เสียเวลาเลยลูกเพ่ ลุยมันเหอะ” -----นักเลงสนับมือแดง

ได้ งั้นลุย” -----นักเลงสนับมือดำ

ย๊าก ----------กุ้ยเจิน Vs กลุ่มนักเลงสวมสนับมือดำ/แดง/น้ำเงิน

เปรี้ยง ตั๊บ ตุบ ----------กุ้ยเจินวิ่งไปที่ด้านหลังของนักเลงสนับดำด้วยความเร็วสูงพร้อมรวบรวมพลังลมปราณไว้ที่หมัดทั้งสองข้างแล้วต่อยไปที่กลางหลังของคู่ต่อสู้อย่างแรง ซึ่งนั้นส่งผลให้นักเลงสนับดำโดนสอยร่วงไปกับพื้นทันที พร้อมกับกระอักเลือดคำโต

(อั้ยย่ะ…..พี่กุ้ยฯจะเอาพวกมันถึงตายอีกคนหรอ??? :ฮวาน้อย)

 (ไม่ตายหรอกฮวาน้อย แค่หัวใจชอกช้ำนิดๆหน่อยๆอ่ะนะ ถ้าข้ากะแรงพอดีนะ:กุ้ยเจิน)

เมื่อนักเลงสนับแดงและน้ำเงินเห็นดังนั้นเลยเปลี่ยนทิศทางการวิ่งทันที จากที่ตอนแรงตั้งใจวิ่งมารุมกันโต่งๆก็เปลี่ยนมาเป็นวิ่งวนรอบๆกุ้ยเจินแทน

อ้าวววว พวกเจ้าไม่รุมข้าแบบที่ตั้งใจไว้แต่แรกแล้วหรือ???” ----------กุ้ยเจิน

นั้นเพราะพวกข้าประเมินฝีมือเจ้าต่ำเกินไปนะสิ” ----------นักเลงสนับน้ำเงิน

แต่พวกเจ้าทำแบบนี้มันเสียเวลาพวกข้านะ รีบๆทำให้มันจบเหอะ สู้แบบไหนผลก็ออกมาเป็นแบบเดิมอยู่ดี (กระซิบพูดกับตัวเองและยิ้มที่มุมปาก)” ----------กุ้ยเจิน

นักเลงสนับแดงและน้ำเงินวิ่งรอบตัวกุ้ยเจินซะพัก ก็สบตาส่งสัญญานพร้อมลุยโจมตีพร้อมกัน โดยสนับแดงวิ่งมาจู่โจมข้างหน้าและสนับน้ำเงินจู่โจมจากทางด้านหลัง (เฮ้ย!!! ขี้โกงอีกแล้ว : ฮวาน้อย )

หึหึ ----------กุ้ยเจินข้าชักสนุกแล้วสิ

เมื่อกุ้ยเจินเห็นดังนั้นจึงใช้กระบวนท่าคล้ายแบบเดิมคือ ใช้ความเร็วสูงในการหลบหนีออกมาแล้วมาอยู่ที่ด้านหลังของสนับน้ำเงินและจู่โจมด้วยฝ่ามือที่ท้ายทอยทันที(ไม่ได้ใส่พลังลมปราณไปด้วย เพราะกลัวมันตาย หรือเป็นอัมพาต) หลังโจมตีสนับน้ำเงินเสร็จ ไอ้เจ้าตัวสนับแดงก็ไม่ปล่อยให้พี่กุ้ยได้ตั้งตัวมั้งเลย เล่นชกมาที่หน้ากะเอาให้พี่หน้าหักเลยใช้ไหม แต่กุ้ยเจือยั้งหมัดนั้นไว้ทันพร้อมเกร็งพลังลมปราณอีกครั้งแล้วปล่อยหมัดหลุนมือเปล่าไปที่ลิ้นปี่ (งานนี้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่ๆเพราะอวัยวะภายในตอบบอบช้ำแง่มๆ: ฮวาน้อย)

ตุบ ตุบ ----------เสียงนักเลงสนับน้ำเงินและแดงโดนสอยร่วง

 

แปะๆ สุดยอดเลยพี่กุ้ยเจินว่างๆท่านมาสอนวิชาหมัดมวยเพิ่มให้ข้าบ้างสิ ข้าอยากเก่งเหมือนท่านบ้าง” ----------ฮวาน้อยตบมือให้และกล่าวชมพร้อมกันไปด้วย

(ว่าแต่ว่าไอ้หัวหน้านักเลงนั้นมันหายไปไหนหว่า…..)----------ฮวาน้อย(=^=a)

ว่างั้ยไอ้ตัวเปื๊ยกมาหลบอยู่นี้เอง มาเป็นตัวประกันให้ข้าหนีรอดซะดีๆ” ----------หัวหน้านักเลง

(อั้ยยะ พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา : ฮวาน้อยสำนวนเปรียบเทียบนะท่านผู้อ่าน)

เฮ้ย!!! พวกแกทิ้งอาวุธซะและยอมจำนนต่อข้าซะดีๆแล้วเอาเงินที่มีของพวกเจ้าทั้งหมดมาให้ข้า แลกกับชีวิตให้เด็กเปี๊ยกนี้ ฮ่าๆ” ----------หัวหน้านักเลงกล่าวขณะที่อุ้มแบบล๊อกคอฮวาน้อยไว้ข้างหน้าตัวเองแล้วเอาดาบยักษ์จี้คอฮวาน้อยไว้

ฮวาน้อย!!!!” ----------กุ้ยเจิน/หย่งจื้อ/ไป๋เจี้ย

(พวกพี่ๆไม่ต้องเข้ามาช่วยข้านะ ได้เวลาแล้วที่ข้าจะแสดงฝีมือมั้ง คันไม้คันมือเต็มทีละ ) ----------ฮวาน้อยส่งกระแสจิตให้พี่ๆทั้งสามทันที

(พี่ๆก็ไม่ได้ห่วงเจ้าหรอก แต่กลัวว่าเจ้าจะฆ่ามันตายเนี่ยละ เฮ่อ………)----------กุ้ยเจิน/หย่งจื้อ/ไป๋เจี้ย

หึหึ ได้เวลาฮวาน้อยอาราวาดแล้ว ----------ฮวาน้อยพูดจบก็ค่อยรวบรวมพลังลมปราณที่แขนและมือขวาทันทีพร้อมจับไปที่มือหัวหน้าฯ เพื่อจะจะยันดาบยักษ์เอาไว้ไม่ให้เชือดคอตัวเองเวลาจู่โจมโดยกระบวนท่าต่อมานั้นคือ

เตรียมรับกระบวนท่าใหม่ที่ข้าคิดค้นให้แก่เจ้าโดยเฉพาะไอ้ก๊อตซิล่าตัวร้าย จงรับมันให้ดี ย๊าก!!!ท่าฮวาน้อยโหม่งก๊อตซิล่า

โป๊ก/โป๊ก ----------ฮวาน้อย/หัวหน้านักเลง

โอ้ย!!เจ็บๆ ไอ้บ้านั้นหัวแข็งกว่าที่ข้าคิดอีกแหะ ตอนอยู่โลกโน่นข้าว่าข้าหัวแข็งแล้วนะ โดนเหล็กตีที่หัวยังไม่แตกแค่มึนกับหัวปูดเป็นมะนาว แต่ไอ้ยักษ์นี่เล่นเอาเรามึนเห็นดาวลูกไก่แต่หัววันเลยแหะ” ----------ฮวาน้อยที่หลุดจากการจับกุมกำลังนั่งย่องและกุ้มหัวที่เจ็บอยู่

โอ๊ย….ไอ้เปี๊ยกทำอะไรของเจ้าไม่กลัวข้าจะเชือดคอเจ้าบ้างหรือไง ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะกล้าบ้าบิ่นไม่แพ้พวกพี่ๆเจ้าเลย” ----------หัวหน้านักเลงยืนอย่างมึนๆหลังเจอท่าไม้ตายเฉพาะที่ฮวาน้อยคิดมาใหม่

เรื่องอะไรที่ข้าจะต้องกลัวเจ้าละ ข้าก็เลือดนักสู้เหมือนกันนะเฟ้ย!!! เจ้าอยากโง่เองที่ประมาทเด็กตัวเล็กๆอย่างข้านิ ท่าทางเจ้าคงจะยังไม่เคยได้ฟังนิทานราชสีห์กับหนูตอนเด็กสินะ” ----------ฮวาน้อย

หือ….เจ้าจะบอกว่าถึงข้าตัวใหญ่แต่ก็ต้องแพ้หนูเล็กๆอย่างเจ้าหรือ ข้าไม่เชื่อหรอกฮ่าๆ” ----หัวหน้านักเลง

                งั้นเจ้ามาลองสู้กับข้าซิ หรือว่าไม่กล้ากันแน่ ไอ้ยักษ์ขี้ขลาด เป็นเต่าหดหัวในกระดอง ให้แต่พวกลูกน้องมาสู้แทนตัวเอง ที่แท้ตัวเองฝีมือก็บ่มีไกด์หรือเปล่า อ่ะโด่ถึงได้เอาข้าเป็นตัวประกันเมื่อกี้นะ” ----------ฮวาน้อย

                “จะมากไปแล้วนะเจ้า!!!! ได้ข้าจะสู้กับเจ้า” ----------หัวหน้านักเลงทนให้ด่าและดูถูกต่อไม่ไหว

มาเลย” ----------ฮวาน้อยตั้งท่าพร้อมลุยและยื่นมือไปข้างหน้าและหงายฝ่ามือเพื่อกวักมือเรียกให้เข้ามาโจมตี

ย๊าก ----------ฮวาน้อยจ้าวแห่งความเกรียน Vs หัวหน้านักเลง (ก๊อตซิล่าของฮวาน้อย)

เจ้าหัวหน้านักเลงวิ่งมุ่งตรงมาที่ฮวาน้อยๆด้วยความเร็ว พร้อมยกดาบยักษ์ไว้เหนือหัวกะฟันฮวาน้อยให้ตัวขาดสองท่อนทันที ส่วนฮวาน้อยยืนอยู่นิ่งๆรอการมาของไอ้ยักษ์ทิ่วิ่งเข้ามาหาพร้อมมองหาจุดอ่อนเจ้าโง่ตัวยักษ์ที่ชอบใช้แรงมากกว่าสมอง พอเจ้ายักษ์วิ่งมาถึงแล้วฟันดาบลงมาฮวาน้อยก็เบี่ยงตัวหลบทางขวาแค่นิดเดียวก็หลบแนววิถีดาบยักษ์พ้นทันที นั้นยิ่งทำให้ให้ยักษ์น่าโง่โมโหมากขึ้นจึงเร่งดึงดาบออกจากพื้นดินที่ยังติดอยู่เพราะแรงที่ตัวเองใส่ไม่ยั้งในตอนแรก แต่ก็ยังช้ากว่าฮวาน้อยอยู่ดีเพราะตอนนี้ฮวาน้อยเตรียมเรียกพลังธาตุลมไว้ที่ฝ่าเท้าทั้งสอง และกระโดดไปล๊อกคอให้ยักษ์ใหญ่ทันที

เฮ้ย!!!ปล่อยมือกับขาเจ้าออกจากตัวข้าซะ ไอ้เปื๊อก” ----------หัวหน้านักเลง

โง่ดิถ้าทำแบบนั้นอ่ะ โอกาศแบบนี้หาได้ง่ายๆที่ไหน” ----------ฮวาน้อย

จะยอมแพ้ให้กับข้ายังได้ยัง เค้าอยากไปหาไรกิน แล้วก็นอนพักแล้วง่ะ

นี้ไอ้เปี๊ยก เจ้ากำลังดูถูกข้าหรือยังงั้ย หา…..!!!!”----------หัวหน้านักเลงดิ้นไม่หยุดและตะโกนด้วยความโมโหสุดขีด

“???? ดูถูกที่ไหนพูดเรื่องจริงตางหาก( โอ้ย!!! หิวโว้ย……. เริ่มเห็นหูคนเป็นหูหมูแล้ว งับ!!!!) ----------ฮวาน้อย

อ๊ากกกกกกกกกก ---------หัวหน้านักเลง

ไอ้เด็กบ้ามากัดหูข้าทำไม ปล่อยนะ…..”

อาอายอ่ะ อูดอาอายไอ่อู้เอื่อง …..”----------ฮวาน้อยตอบกลับแบบมึนๆขำพูดเพราะหิวจนตาลาย

ไอ้เด็กผี ข้าบอกให้เองปล่อยหูข้าออกจากปากแกได้แล้วหูข้าขจะหลุดแล้ว” ---------หัวหน้านักเลง

อ้อ” ---------ฮวาน้อยรีบปล่อยทันทีที่รับทราบแล้วสกัดจุดจี้จุดทันที เพราะตอนนี้มือทั้งสองของนักเลงมากุมอยู่ที่หูข้างที่ถูกกัดเลยมีพื้นที่ว่างให้กดจุดทันที ทำให้ยักษ์ใหญ่ล้มลงทันที

ตึ้ง!!!”

นี้เจ้าทำอะไรข้านะ ทำไมถึงขยับตัวไม่ได้” ---------หัวหน้านักเลง

ข้าก็แค่จี้จุดให้เจ้าขยับตัวไม่ได้เท่านั้นง่ะ ไม่มีอะไรมาก แต่ตอนี้ข้าชักรำคาญเสียเจ้าขึ้นมาซะละ---ฮวาน้อย (เดียวก็จี้จุดใบ้ให้พูดไม่ได้ดีกว่า เปลี่ยนใจละเอาตามนั้น จี้จุดใบ้แล้วอัดซ้ำให้หน่ำใจกับที่มันดูถูกพี่ไป๋ฯ)

ว่าแล้วฮวาน้อยก็เดินไปจี้จุดใบ้ให้อีก ทำให้เจ้ายักษ์ใหญ่ตอนนี้ขยับก็ไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ หึหึ แล้วฮวาน้อยก็เตรียมจัดหนักต่อให้ทันที

นี่แน่ๆ ตบซ้าย ตบขวา กระเทือบอีกหลายคราให้หน่ำใจกับเจ้าที่ดูถูกเพศแม่ แฮ่กๆ” ------ฮวาน้อย

พอแล้วฮวาน้อย เจ้านี้สู้เจ้าไม่ได้แล้ว” ------กุ้ยเจินมาถึงก็มาอุ้มฮวาน้อยเข้าอ้อมอกตนทันที

แต่ว่าข้ายังอัดมันไม่หน่ำใจตัวเองเลย” ------ฮวาน้อย

นี่เจ้าอยากเป็นฆาตกรฆ่าคนเหมือนหย่งจื้ออย่างนั้นหรือ” -----ไป๋เจี้ย

(….)(…..)------ฮวาน้อย/หย่งจื้อ

เย้/เย้ นักเลงเจ้าถิ่นที่ทางการไม่ยอมปราบซะทีสิ้นลายแล้ว วู้ๆ” ------เสียงชาวบ้านที่มุงดูโห่ร้องอย่างดีใจทำให้กลุ่มฮวาน้อยรู้สึกตัวทันที

ข้าว่าพวกเรารีบไปจากที่นี่เถอะ ก่อนที่พวกทางการของเมืองนี้จะแห่กันมา” ------กุ้ยเจิน

แล้วจะปล่อยให้มันนอนสลบอยู่แถวนี้อะหรอ แล้วถ้าพวกมันฟื้นก่อนที่ทางการจะมาถึงง่ะ” ------ฮวาน้อย

ข้ามีแผนดีๆพวกพี่สนใจแผนที่ข้าจะนำเสนอไหม???” ------ฮวาน้อย

แผนที่ว่ามาเป็นอย่างไรรีบว่ามาเราไม่มีเวลาแล้ว” -----หย่งจื้อ

จับพวกมันมัดรวมกัน แล้วเอารองเท้าเก่าพวกเรายัดปากมัน แล้วเขียนป้ายไว้ว่าพวกข้ามันชั่วช้าเลวทราม ขอร้องทางการช่วยจับพวกข้าไปสั่งสอน แล้วบอกให้ชาวบ้านลงโทษพวกมันอย่างเบาะๆรอทางการมารับพวกนั้นไป” ------ฮวาน้อยบอกแผนไปในดวงตาก็แวววาวไปด้วย

แผนเอาคืนแบบเด็กๆแบบนี้ก็ดีนะพวกข้าเอาด้วย” ------กุ้ยเจินพูดจบก็รีบไปขอแรงจากชาวบ้านที่มุงทำตามที่ฮวาน้อยบอก แล้วบอกกับชาวบ้านแถวนั้นให้ปิดเงียบเรื่องของพวกตน แล้วอุ้มฮวาน้อยก่อนที่จะใช้วิชาตัวเบาทั้งสามคนเพื่อหนีออกจากจุดเกิดเหตุทันที

 



อ่านบทนี้เจอฉากบู๊อย่าลืมกดฟังเพลงนี้ ด้วยนะเออ


 

 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เจาะเวลากู้แผ่นดิน ภาค กำเนิดเจ้าหญิงเทพธิดาดอกบัวพันปี"เหลียนฮวา" ตอนที่ 11 : ฮวาน้อยทัวร์กับย้อนรอยตำนานสี่สัตว์เทพอสูร(เต่าดำ) Ver. 4/1 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1110 , โพส : 8 , Rating : 38 / 8 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#8 : ความคิดเห็นที่ 166
นางเอกเราเอิ่ม ขำอ่ะตอนที่ใช้หัวโหม่งอ่ะ
Name : บุปผาสีม่วง< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บุปผาสีม่วง [ IP : 125.24.98.150 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 / 20:47

#7 : ความคิดเห็นที่ 159
แจ้งคำผิดคะ 

ก็อตสิล่าทล่มโลก

ถล่มโลก
Name : mellmell< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mellmell [ IP : 115.87.127.195 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 เมษายน 2556 / 18:38


#6 : ความคิดเห็นที่ 145
สนุกดีค่ะ
PS.  อัจฉริยะกับปัญญาอ่อน มีเพียงเส้นบางๆที่กั้นกันอยู่
Name : little-red-cap< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ little-red-cap [ IP : 101.108.15.65 ]
Email / Msn: little-red-cap(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:39

#5 : ความคิดเห็นที่ 116
มันดี ค่ะ 
PS.   [-ทำทุกวันไห้มีความสุข แล้วเราจะไม่มีความทุกในเเต่ละวัน-](งง ไหมนี้)
Name : สายลมแห่งโชคชะตา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สายลมแห่งโชคชะตา [ IP : 171.97.67.128 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:31

#4 : ความคิดเห็นที่ 80
สนุกดีจ้า

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2555 / 21:00
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 183.88.248.39 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 20:33

#3 : ความคิดเห็นที่ 39
สนุกคร่าาาาา


อัพเยอะๆ อัพบ่อยๆนะ


อยากอ่านฮวาน้อยบู๊อีก

อิอิ
Name : MooGaM [ IP : 58.8.68.71 ]
Email / Msn: gamiiiv(แอท)live.com
วันที่: 26 สิงหาคม 2555 / 23:12

#2 : ความคิดเห็นที่ 26
มันส์มากค่ะแต่งสนุกมากเลยค่ะตอนนี้
PS.  ป.ล. ทุกสิ่งที่มนุษย์จินตนาการได้ มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นจริง
Name : mushroom boy< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mushroom boy [ IP : 110.77.236.25 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 สิงหาคม 2555 / 07:58

#1 : ความคิดเห็นที่ 21
ข้าน้อยขอคาราวะจากใจ ท่านแต่งได้ถึงใจเยี่ยม ซุ้ดดด เลยอาจารย์
Name : หลินปิงซ่า< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หลินปิงซ่า [ IP : 223.206.230.189 ]
Email / Msn: dookran(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 สิงหาคม 2555 / 08:35

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android