สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ประวัติศาสตร์เขมรสมัยโบราณ

ตอนที่ 1 : ว่าด้วย -ขอม- และ -เขมร-


     อัพเดท 3 ส.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Knight Historical Hospitallers ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Knight Historical Hospitallers Email : megas_basilius(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/constantine_xii
< Review/Vote > Rating : 20% [ 1 mem(s) ]
This month views : 4 Overall : 3,458
21 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 6 คน ]

[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ประวัติศาสตร์เขมรสมัยโบราณ ตอนที่ 1 : ว่าด้วย -ขอม- และ -เขมร- , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1857 , โพส : 4 , Rating : 9 / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ก่อนที่เราจะมาศึกษากันถึงรายระเอียดทางประวัติศาสตร์และความเป็นมาของขอมโบราณกันนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า “ขอม” และ “เขมร” กันเสียก่อนนะครับ ไม่งั้นเมื่อว่าในรายละเอียดอาจจะเกิดการสับสนได้ครับ
 
ในทุกวันนี้ เวลาที่เราจะอ้างอิงถึงชาวกัมพูชา เราก็มักจะเรียกกันอย่างติดปากว่าเป็นชาว “เขมร” แต่หากจะกล่าวอ้างถึงสิ่งที่เกี่ยวกับศิลปะ-วัฒนธรรมของชาวกับพูชา โดยเฉพาะที่ปรากฏบริบทในสมัยโบราณแล้ว เราก็มักจะเรียกกันติดปากว่าเป็น “ภาษาขอม”,“ศิลปะขอม”,“วัฒนธรรมขอม” หรือแม้กระทั่ง “ประวัติศาสตร์ขอม” ซึ่งแท้จริงแล้วคำทั้งสองคำนี้มีที่มาและความหมายที่แตกต่างกันหรือไม่ ? อย่างไร ?

ปัญหาดังกล่าวข้างต้นดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในประเด็นถกเถียงที่เรียกได้ว่า “คลาสสิก” อีกประเด็นหนึ่งในการศึกษาประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของกัมพูชาเลยทีเดียวครับ..... 

“ขอม” และ “เขมร” จะเป็นชนกลุ่มเดียวกันหรือไม่นั้น ทุกวันนี้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีก็ยังคงถกเถียงกันอยู่ยังไม่เป็นที่ยุติครับ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้จากจารึกโบราณทำให้เราได้ทราบว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชาในปัจจุบันนี้ในสมัยอดีตตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา ได้เรียกตนเองว่าเป็นชาว “กัมพุช” ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า “กัมพุชเทศ หรือ กัมพุเทศ” (อันเป็นต้นเค้าของคำว่ากัมพูชาในปัจจุบัน) โดยที่ในเอกสารจีนโบราณมักจะเรียกผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณประเทศกัมพูชาในปัจจุบันนี้ว่า “เจนละ” อยู่เป็นประจำ

ส่วนคำว่า “เขมร” เพี้ยนมาจากคำภาษาเขมรว่า “แขมร์ (ขะ-แม)” ซึ่งเป็นคำที่ชาวกัมพูชาในปัจจุบันใช้เรียกขานกลุ่มชาติพันธุ์ ภาษาและวัฒนธรรมของตนนั้น จากผลการศึกษาทางด้านจารึกของ ศ.จอร์จ เซเดส์ ปราชญ์ชาวฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของกัมพูชานั้น ได้ระบุว่า ในจำนวนจารึกในวัฒนธรรมขอมโบราณที่ได้มีการค้นพบนั้น จารึกที่ได้เก่าที่สุดที่มีการออกนามเรียกประชาชนว่า “แขมร์” นั้น ไม่เก่าไปกว่ารัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  (ประมาณพ.ศ. 1724-1760)[1]  แต่ท่านอาจารย์เซเดส์ก็ยังได้ให้ข้อสังเกตุที่น่าสนใจไว้ว่า คำนี้อาจมีการใช้มาก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ เพียงแต่ไม่ได้มีบริบทที่กล่าวถึงในจารึก หรือหากกล่าวถึง ก็อาจจะเลี่ยงไปใช้คำอื่นเช่น  “กัมพุช” แทนก็เป็นได้

ส่วนคำว่า “ขอม” นั้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกอยู่ประการหนึ่งว่า แม้คำนี้จะเป็นที่ใช้แพร่หลายยิ่งในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันมาอย่างช้านาน หากแต่เท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบัน ปรากฏว่าไม่เคยพบจารึกในประเทศกัมพูชาแม้เพียงสักหลักเดียวที่จะปรากฏใช้คำว่า “ขอม” ไม่ว่าจะในบริบทใด ทว่าคำว่า “ขอม” นี้ได้ปรากฏอยู่ทั่วไปในตำนาน พระราชพงศาวดารและจารึกซึ่งค้นพบในบริเวณที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันเท่านั้น

หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญของไทยที่มีบริบทการใช้คำว่า “ขอม”นั้น ที่สำคัญได้แก่ จารึกหลักที่ 2 วัดศรีชุมซึ่งมีบริบทที่ว่าด้วย  “ ...พระธาตุหลวงก่อใหม่เก่าด้วยสูงได้ร้อยสองวา ขอมเรียก พระธมนั้นแล...”[2]  ในประเด็นนี้ ศ. ดร .ม.ร.ว. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ ได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า จากข้อความในจารึก ทำให้อาจกล่าวได้ว่า เนื่องจากชนชาติขอมได้ใช้คำว่า “พระธม” ซึ่งเป็นภาษาเขมรอันแปลว่าใหญ่หรือหลวง ดังนั้นน่าจะเป็นไปได้ว่า “ขอม” ในที่นี้น่าจะหมายถึงเขมรด้วย[3]

ครั้นล่วงมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นได้ปรากฏความในพระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ ที่มีบริบทกล่าวถึงคำว่า “ขอม” ทั้ง พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน และฉบับพันจันทนุมาศ ความว่า ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) นั้น  “…ขอมแปรพักตร์จะให้ออกไปกระทำเสีย พระราเมศวรได้ฤกษ์ ยกพลห้าพันไปถึงกรุงกัมพูชาธิบดี…”[4] เป็นต้น หากแต่หลักฐานทั้งสองแม้จะมีการกล่าวถึงบริบทคำว่า “ขอม” ก็จริงอยู่ หากแต่หลักฐานทั้งสองฉบับนั้นก็จัดเป็น “หลักฐานชั้นรอง” (Secondary Source) เนื่องจากเป็นหลักฐานที่เขียนขึ้นในภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้เป็นเวลานาน (เหตุการณ์เกิดในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แต่พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ และฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพนนั้นเขียนขึ้นในรัตนโกสินทร์ ซึ่งห่างจากช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์จริงกว่า 400 ปี) ความน่าเชื่อถือของหลักฐานจึงลดลงในระดับหนึ่งเนื่องจากอาจจะมีการแต่งเสริมและใช้ถ้อยคำตามบริบทที่ใช้กันอยู่ในขณะที่เขียนนั้นเข้ามาแทรกในบริบทของข้อความได้ครับ
 
แต่ถึงหลักฐานข้างต้นมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเสริมแต่ง แต่ก็มี “หลักฐานชั้นต้น” (Primary Source  :  ซึ่งก็คือหลักฐานที่เขียนขึ้นร่วมสมัยกับเหตุการณ์ที่กล่าวถึง หรือเป็นหลักฐานที่เขียนขึ้นในสมัยที่ใกล้เคียงกับบริบทของการเกิดเหตุการณ์ที่ได้กล่าวถึงมากที่สุด มากกว่าหลักฐานชิ้นอื่นใด) ชิ้นหนึ่งที่มีบริบทการใช้คำว่า “ขอม” อยู่ด้วย นั่นก็คือ “พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์” ครับ ซึ่งเอกสารฉบับนี้เป็นหลักฐานชั้นต้นที่มีความสำคัญมากฉบับหนึ่งในการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา เพราะเป็นเอกสารที่บอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของสมัยอยุธยา และได้เขียนขึ้นตั้งแต่ครั้งที่กรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานี โดยมีการระบุไว้ที่ “บานแผนก” หน้าต้นสมุดไทย (ก็คล้ายๆกับ “คำนำ” ในหนังสือสมัยปัจจุบันนี้แหละครับ) ว่าได้เขียนขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2223 ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและนับเป็นเอกสารหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากที่สุดฉบับหนึ่งในการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา

โดยในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ได้มีบริบทที่กล่าวถึงคำว่า “ขอม” อยูว่า “…ศักราชได้ 965 เถาะศก (พ.ศ. 2146) ทัพพระเจ้าฝ่ายหน้า (คือสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) เสด็จไปเอาเมืองขอมได้…”[5] ซึ่ง เมือง “ขอม” ในบริบทดังกล่าวข้างต้นนี้ คงจะหมายความถึง “กรุงกัมพูชาธิบดี” ตามความในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ ดังที่ได้อ้างถึงไปแล้วก่อนหน้า

จากข้อความที่ได้กล่าวอ้างมาทั้งหมดข้างต้น ทำให้น่าเชื่อได้ว่า “ขอม” ที่กล่าวถึงในบริบทของเอกสารหลักฐานในสมัยกรุงศรีอยุธยา  น่าจะตรงกับบริบทคำว่า “ขอม” ในศิลาจารึกหลักที่ 2 วัดศรีชุม ซึ่งคงจะหมายความตรงกันว่า หมายถึง ชาวกัมพูชา (ชาวเขมร) นั่นเอง ทั้งนี้ก็เนื่องด้วย เมื่อสืบค้นบริบททางประวัติศาสตร์มาประกอบการตีความแล้วปรากฏว่า ทั้งในรัชกาลของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) และรัชกาลของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น ต่างก็ปรากฏหลักฐานการยกทัพของกรุงศรีอยุธยาออกไปรุกตีดินแดนที่เป็นประเทศกัมพูชาในปัจจุบันทั้งสิ้น ดังนั้นบริบทที่กล่าวถึง “ขอม” นั้นยอมเป็นไปได้มากว่าน่าจะหมายถึง ประเทศและประชาชนชาวกัมพูชานั่นเอง

นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาในทางภาษาศาสตร์จะพบว่า คำว่า “ขอม” น่าจะกร่อนเสียงมาจากคำว่า “กรอม” ในภาษาเขมร ซึ่งแปลว่า ต่ำ หรือ ล่าง (เนื่องด้วยพยัญชนะควบ “กร” ในภาษาไทยสามารถกร่อนเป็น “ข” ได้โดยง่ายนั่นเองครับ ) ซึ่งตำว่า กรอม หรือ ขอมนี้อาจจะถูกย่อมาจากคำเต็มที่ว่า แขมร์กรอม ที่แปลว่า “เขมรต่ำ” ( เขมรต่ำ ก็คือ ดินแดนที่เป็นประเทศกัมพูชาในปัจจุบันครับ ส่วนดินแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในปัจจุบัน แต่โบราณมาเรียกว่า “แขมร์เลอ” หรือ เขมรสูงครับ ทั้งนี้ก็เป็นไปตามสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ ดินแดนเขมรต่ำอยู่บริเวณที่ราบลุ่มรอบๆทะเลสาบเขมร ส่วนดินแดนเขมรสูงนั้นอยู่ถัดขึ้นมาทางตอนเหนือของเทือกเขาพนมดงเร็ก ซึ่งเป็นบริเวณที่เป็นที่ราบสูงเสียส่วนใหญ่ครับ)  ดังนั้นคำว่า “กรอม” หรือ “ขอม” นั้นอาจจะเป็นคำที่คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน เรียกชาวกัมพูชาซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนที่อยู่ต่ำลงไป หรืออยู่ล่างลงไปทางทิศใต้ก็เป็นได้

หากแต่ข้อถกเถียงเรื่องที่มาของคำว่า “ขอม” นี้ก็ยังไม่เป็นที่ยุติ นักวิชาการบางท่านก็ได้เสนอว่า “ขอม” กับ “เขมร” เป็นคนละเผ่าพันธุ์กัน เนื่องด้วยความเป็น “ขอม” (อารยธรรมสมัยเมืองพระนคร ทั้งหลาย ) ไม่ได้ถูกสืบทอดต่อโดยชนชาติที่เรียกตนเองว่า “เขมร” เลยในช่วงหลังรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นต้นมา (ซึ่งเป็นช่วงที่ปรากฏบริบทการใช้คำว่า “เขมร”เป็นครั้งแรก) แต่นักวิชาการส่วนมากต่างเชื่อว่า บริบทความหมายของคำว่า “ขอม” และ “เขมร” นั้นคงจะเป็นบริบทเดียวกัน คือ ใช้หมายถึง ผู้คนที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน ซึ่งอย่างน้อยตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นต้นมาได้เรียกตนเองว่าเป็นชาว “เขมร” (ในขณะที่ผู้คนชาวไทยในสมัยสุโขทัยและอยุธยา ก็ยังคงเรียกชาวกัมพูชาเหล่านั้นว่า “ขอม”ตามเดิม)

ก็หวังว่าในประเด็นเรื่อง “ขอม”และ “เขมร”นี้ คงจะเป็นที่กระจ่างแก่ใจของท่านผู้อ่านทุกท่านในระดับหนึ่งนะครับ ในบทต่อไปก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาประวัติศาสตร์ “ขอม” โบราณนั้น ผมก็จะขออธิบายถึงการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของขอมโบราณก่อนเพื่อเป็นการให้ความรู้พื้นฐานก่อนสักเล็กน้อยครับ

สำหรับบทแรกก็ขอจบเพียงเท่านี้...

ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ครับ

CONSTANTINE  XII  PALAEOLOGUS :
Grand Master of the Order of the Knight Historical Hospitallers.

[1] สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, รศ.ดร.ม.ร.ว., ศิลปะร่วมแบบเขมรในประเทศไทย : ภูมิหลังทางปัญญา-รูปแบบทางศิลปกรรม (กรุงเทพฯ : มติชน, 2537), หน้า 3
[2] ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 3 (กรุงเทพฯ : กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2542), หน้า 57
[3] สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, รศ.ดร.ม.ร.ว., เรื่องเดียวกัน, หน้า 4
[4] ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 3, หน้า  213
[5] พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2547), หน้า 69



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ประวัติศาสตร์เขมรสมัยโบราณ ตอนที่ 1 : ว่าด้วย -ขอม- และ -เขมร- , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1857 , โพส : 4 , Rating : 9 / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#4 : ความคิดเห็นที่ 19
อ่านยากงะ
Name : รีรี่ [ IP : 124.121.242.113 ]
Email / Msn: -
วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 / 14:04

#3 : ความคิดเห็นที่ 7
ปล ขอแซวหน่อยขนาดนามปากกาก็ออกประวัติศาสตร์ยุโรปนะค่า อิอิ
Name : nan [ IP : 222.123.150.199 ]
Email / Msn: -
วันที่: 15 สิงหาคม 2552 / 22:31


#2 : ความคิดเห็นที่ 6
หวัดดีค่า นู๋เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และ โบราณคดี และตอนนี้ก็กำลังเรียนปริญาตรีด้านประวัติศาสตร์อยู่ด้วย เรื่องที่พี่เขียนน่าสนใจมากๆค่า ปกติเข้าเว็บนี้บ่อยมาก แต่วันนี้ขอมาเยือนบอดร์นักเขียนหน่อย
ปกติจะเข้ามาโหวตให้นิยายเรื่องที่ชอบอยู่บ่อยๆ อ่านเรื่องที่พี่เขียนทำให้มีความรู้เพิ่มขึ้น อยากให้เอาเรื่องที่ไปออกฟิวมาเขียนบ้างอ่ะ อยากรู้คงสนุกน่าดู ตอนนี้นู๋สนใจประวัติศาสตร์หัวเมืองมลายูอยู่อ่ะ ว่างๆรบกวนช่วยเอาของมูลมาลงบ้างนะค่า ยินดีได้รู้จักค่า
Name : nan [ IP : 222.123.150.199 ]
Email / Msn: -
วันที่: 15 สิงหาคม 2552 / 22:28

#1 : ความคิดเห็นที่ 4

มาอ่านค่ะ ชอบมากอยากหาอ่านนานแล้ว เคยคิดจะเขียนนิยายไปยุคนี้แต่ว่าหาข้อมูลยากมาก

Name : Myjay< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Myjay [ IP : 115.67.187.177 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 สิงหาคม 2552 / 23:26

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android