นิยายรักข้ามกาลเวลา... สลักรักอ๋องนักรบ เขียนโดย ซินเหมย

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 120,721 Views

  • 986 Comments

  • 1,039 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2,461

    Overall
    120,721


รนิดายอมหยุดเอาไว้แต่เพียงแค่นี้ หลังจากนั้นจึงแยกย้ายกับน้องๆ ทั้งสี่เพื่อเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่อำเภอบ้านแพ้ว ไปนอนเป็นเพื่อนมารดาอย่างที่บอกกับพวกเธอเอาไว้

ยามค่ำคืนในบรรยากาศที่เย็นสบายเพียงแค่เปิดพัดลมหนึ่ง

ตัวไม่ได้ช่วยให้หญิงสาวเข้าสู่ห้วงนิทราได้เลย เพราะจิตใจของเธอกำลังเป็นกังวลกับท่าทางของน้องสาวคนที่สองเป็นอย่างมาก ที่สำคัญเธอยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายนั้น และเธอก็เป็นประเภทที่ไม่ชอบโทรจิก จึงเฝ้ารอคอยอย่างใจจดจ่ออยู่เงียบๆ

แต่การกระทำที่เธอคิดว่าเงียบเชียบพอหาได้รอดพ้นสายตาของผู้เป็นมารดา “นอนไม่หลับเหรอหงส์”ท่านพลิกตัวขยับขึ้นมานั่งมองลูกสาวคนโตด้วยสายตาเปี่ยมรัก ไม่มีแววง่วงงุนแม้สักนิด

“แม่ยังไม่หลับอีกเหรอจ๊ะ”

“แม่จะนอนหลับได้ยังไงในเมื่อลูกสาวของแม่เอาแต่นอนถอนหายใจอยู่แบบนี้”

“หงส์ถอนใจด้วยเหรอแม่” เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอถอนหายใจดังจนรบกวนการนอนของมารดา “หงส์ขอโทษนะจ๊ะแม่ หงส์เครียดเรื่องงานนิดหน่อยก็เลยเผลอถอนหายใจแรงไปนิด แม่นอนเถอะจ้ะ หงส์จะไม่รบกวนแม่แล้ว”

“เครียดเรื่องเงินหรือเปล่า ถ้าใช่ก็บอกแม่ได้นะ” ท่านรู้ว่าช่วงนี้ลูกสาวต้องใช้เงินเยอะเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน จึงยินดีที่จะให้เธอหยิบยืมเงินไปใช้หมุนเวียนก่อนอย่างเต็มใจ “แม่ไม่บอกเตี่ยเขาหรอก”

“เปล่าหรอกจ้ะแม่ หงส์ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินหรอกจ้ะ หงส์กำลังเครียดกับการปรับเปลี่ยนตารางเรียนพิเศษต่างหาก”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นแม่ก็คงช่วยอะไรลูกไม่ได้หรอกนะเพราะแม่ไม่เก่งเหมือนลูก”

“ใครว่าแม่ของหงส์ไม่เก่ง แม่ของหงส์เลี้ยงลูกมาตั้งหกคน แต่ละคนก็เรียนจบสูงๆ กันทั้งนั้น แบบนี้จะเรียกว่าไม่เก่งได้ยังไงจ๊ะแม่” ขณะที่เธอกำลังออดอ้อนกับมารดาอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือของเธอก็ร้องดังขึ้นมาพอดี “แม่นอนไปก่อนนะ หงส์ขอไปคุยโทรศัพท์แป๊บหนึ่งก่อน” เธอกดรับแล้วกรอกเสียงลงไปขณะเดินออกไปจากห้องนอนของบุพการี

และไม่ได้กลับมานอนในห้องอีกเลย พอถึงรุ่งเช้าเธอก็รีบ

ขับรถกลับไปที่สามพราน ตรงดิ่งไปยังห้องพักของคนรัก

ก๊อกๆๆ

เป็นธนายุทธที่มาเปิดประตูให้เธอในอาการงัวเงีย เขาเบิกตาโตเล็กน้อยพร้อมกับตั้งคำถามด้วยความสงสัย

“ทำไมไม่โทรมาบอกผมก่อนล่ะครับว่าจะมา ผมจะได้ตื่นมาเตรียมอาหารเช้าไว้ให้”

“หงส์ไม่ได้มาเพื่อจะทานอาหารเช้ากับติ๊กหรอกนะ แต่หงส์มาเพราะอยากแวะมาหาติ๊กเท่านั้น” เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บความอยากรู้เอาไว้ที่ก้นบึ้งของหัวใจ และยอมเดินเข้าไปในห้องของเขาตามแรงจูงของมือใหญ่ “อย่า”

“ทำไมล่ะ หงส์ไม่ได้คิดถึงแบบนี้เหรอครับ” ธนายุทธซุกปลายจมูกลงบนลำคอระหงที่พยายามหลบหลีก

“วันนี้หงส์ไม่มีอารมณ์หรอกติ๊ก อย่าทำแบบนี้กับหงส์” เธอผลักเขาออกสุดแรงแล้วจ้องเขาเขม็งอย่างลืมตัว

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณถึงดูหงุดหงิดนักล่ะครับ”

“หงส์ขอโทษ หงส์อารมณ์ไม่ดี หงส์แค่อยากจะแวะมาบอกว่าพรุ่งนี้เรามีนัดถ่ายรูปแต่งงานอย่าลืมซะล่ะ” คนอย่างเธอไม่ชอบแหวกหญ้าให้งูตื่นและไม่เคยสนใจคำพูดของใครมากกว่าความคิดของตัวเอง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเพราะคนที่พูดคือคนในครอบครัวของเธอ ซึ่งเป็นคนที่เธอเชื่อใจมากที่สุด ถึงจะไม่เห็นกับตาแต่ก็เชื่อไปแล้วเก้าในสิบส่วน อีกส่วนก็คือตามหาความจริง

ถ้านกไม่เห็นติ๊กกับนักศึกษาคนนั้นเดินกอดเอวกันไปนกก็

คงไม่คิดลึกหรอกพี่หงส์ ท่าทางแบบนั้นมันไม่ใช่ลักษณะของคนรู้จักแน่ๆ จะว่าเป็นน้องสาวก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะติ๊กเขามีแต่พี่น้องผู้ชายไม่ใช่เหรอพี่หงส์คำพูดของน้องสาวคนที่สองยังดังก้องอยู่ในสมองอันน้อยนิดของเธอ

“ไม่ลืมหรอกครับ เมื่อคืนเราก็คุยเรื่องนี้กันแล้วนี่ครับ” เขารั้งเธอมากอดเอาใจ แต่เธอกลับฝืนกายถอยหนี

“หงส์กลับก่อนนะ พรุ่งนี้สิบเอ็ดโมงเราจะเจอกันที่สตูเลยหรือว่าติ๊กจะแวะไปรับหงส์ที่บ้าน” บ้านของเธอในครั้งนี้ก็หมายถึงอาคารพาณิชย์สี่ชั้นสองคูหา ที่เปิดเป็นฟิตเนสสองชั้นและใช้สอนพิเศษหนึ่งชั้น ส่วนชั้นที่สี่ทำเป็นห้องชุดสำหรับอยู่อาศัยและใช้เป็นห้องหอ “เจอกันที่สตูเลยก็ได้ติ๊ก เสร็จแล้วหงส์จะได้กลับบ้านแพ้วเลย”

“ทำไมช่วงนี้คุณกลับบ้านบ่อยจัง”

“ก็เตี่ยไม่อยู่นี่”

“แล้ววันนี้ล่ะ”

“วันนี้หงส์ก็ต้องกลับไปนอนกับแม่เหมือนกัน หงส์แวะมาบอกแค่นี้แหละ ไปก่อนนะ”

“เดี๋ยวสิครับหงส์” ธนายุทธดึงแขนเรียวของคนรักเอาไว้ ส่งยิ้มหวานตะล่อมใจให้เธอ “คุณลืมอะไรหรือเปล่าครับ”

เธอไม่ลืมการกอดลาพร้อมกับจูบหวานๆ ที่เกิดขึ้นทุกครั้งก่อนแยกจากกันแต่สำหรับวันนี้เธอไม่มีอารมณ์ที่จะทำมันสักนิด และเธอก็ไม่ใช่ประเภทชอบทำอะไรฝืนใจตัวเองซะด้วยสิ

“อะไรหรือคะ”

“ติ๊กว่าหงส์ต้องงอนอะไรติ๊กแน่ๆ เลย”

“นี่คงเป็นข้อดีของคุณสินะ รู้ใจหงส์ดียิ่งกว่ารู้ใจตัวเองเสียอีก”ถึงแม้จะพยายามระงับอารมณ์เอาไว้แล้วแต่เธอก็อดประชดใส่เขาไม่ได้

“คุณงอนผมจริงๆ ด้วย” เขารั้งเธอเข้ามาหาแต่เธอก็ฝืนเอาไว้ จึงขยับเข้าไปและโอบกอดอย่างอ่อนโยน “โอ๋ๆๆ ไม่งอนนะครับคนดีของติ๊ก ติ๊กทำอะไรไม่ถูกใจบอกมาสิครับ ติ๊กจะได้ปรับปรุงตัวเอง”

“ปล่อยนะ” เธอดิ้นรนออกจากอ้อมแขนที่แสนอบอุ่นนั้นด้วยหัวใจที่อ่อนแอลงไปบ้าง “ยังไม่ต้องรู้หรอกว่าเรื่องอะไร  แต่ที่

ฉันอยากรู้ก็คือคุณรักฉันจริงไหม”

“ทำไมถึงถามคำถามโง่ๆ แบบนี้ล่ะครับหงส์ ถ้าติ๊กไม่รักหงส์แล้วติ๊กจะแต่งงานกับหงส์ทำไม”

“หงส์ดีใจที่ได้ยินแบบนี้”

“มีใครทำให้คุณไม่สบายใจหรือเปล่า ผมไม่สบายใจเลยที่เห็นหงส์เป็นแบบนี้” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มคล้ายหนุ่มอาหรับตั้งคำถามด้วยท่าทางซีเรียส รอฟังคำตอบด้วยหัวใจจดจ่อ

“ไม่มีหรอก หงส์ก็แค่อ่อนไหวเพราะเป็นวันนั้นของเดือน หงส์กลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน”

“ขับรถดีๆ นะครับ”  ธนายุทธยืนส่งคนรักด้วยสายตาจน

เธอหายไปจึงปิดประตูห้องและกลับไปนอนต่อ เพราะเขาเพิ่งกลับมาถึงห้องเมื่อตอนตีสี่นี้เอง

วันต่อมา

รนิดากับธนายุทธเดินออกมาจากสตูดิโอหลังจากถ่ายภาพชุดแต่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้วในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม

“คุณดูเหนื่อยๆ นะหงส์ ให้ผมขับรถไปส่งไหม”

“ไม่ต้องหรอก ติ๊กไปธุระของติ๊กเถอะ นัดเพื่อนไว้ไม่ใช่เหรอ” สามชั่วโมงที่ผ่านมาเขามีสายเข้ามาไม่ต่ำกว่าสิบสาย พอถามก็บอกว่าเพื่อน แต่ลักษณะการแอบคุยของเขาบอกให้เธออย่าเชื่อคำพูดนั้น

 

มันแปลกแต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด เมื่อก่อนเขาก็มีท่าทางแบบนี้อยู่บ่อยๆ เวลาที่อยู่ด้วยกัน แต่เธอกลับไม่ติดใจสงสัยจนกระทั่งได้ยินคำพูดของน้องสาว มันทำให้เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องและพบว่าเขาเป็นแบบนี้มาพักใหญ่ๆ แล้ว

“แต่ติ๊กอยากไปส่งคุณก่อนนี่นา ติ๊กเป็นห่วงคุณนะ”

“หงส์ไม่เป็นอะไรหรอก ติ๊กรีบไปเถอะ”

“แน่ใจนะ”

“แน่สิ หงส์ไปก่อนนะ”

“โอเคครับ ขับรถดีๆ นะ ถึงแล้วโทรมาบอกผมด้วยล่ะ” ธนายุทธยืนส่งคนรักขับรถจากไปแล้วเดินไปที่รถของตัวเอง เขาขับรถออกไปจากหน้าสตูดิโอถ่ายภาพโดยที่ไม่รู้เลยว่าถูกสะกดรอยตามจากคนที่เพิ่งกล่าวลา

รนิดาสะกดรอยตามคนรักมาครบสามวันแล้ว แต่สิ่งที่ได้มายังไม่มากพอที่จะเป็นข้อกล่าวหาว่าเขานอกใจตนได้เต็มร้อย แต่เธอก็ยังไม่ถอดใจซะทีเดียว แต่ก็ต้องพักเรื่องของคนรักเอาไว้แต่เพียงเท่านี้เพราะติดภารกิจต้องไปรับบิดาที่สนามบิน

“อะไรคะเตี่ย” รนิดารับของฝากจากมือของบิดาเหมือนเช่นน้องสาวคนอื่นๆ แต่ที่ถามออกไปเพราะนอกจากแหวนกับกำไลหยกเข้าคู่กันแล้ว ของเธอพิเศษตรงที่มีหนังสือเก่าๆ อีกเล่มหนึ่งเป็นของฝากด้วย

“เตี่ยเก็บหนังสือเล่มนี้ได้ตอนที่ออกจากพระราชวังกู้กง ถามหาเจ้าของก็ไม่มี เตี่ยเห็นว่ามันเป็นนิยายก็เลยเอามาฝากลูกให้ลูกอ่าน” เพราะรู้ดีว่าลูกสาวคนนี้ชอบอ่านหนังสือนิยายเขาจึงนำหนังสือที่เก็บได้มาฝากเธอ ถึงแม้สภาพของมันจะบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเป็นหนังสือเก่ามากๆ แล้วก็ตาม

“หงส์ชอบอ่านแนวทะเลทรายอย่างเดียวจ้ะเตี่ย แนวอื่นหงส์ไม่อ่านหรอก”

“อ่านไปเถอะลูก บางทีนิยายจีนอาจจะสนุกกว่านิยายทะเลทรายของลูกก็ได้นะ”

“แต่มันเป็นภาษาจีนนี่จ๊ะเตี่ย”

“ลูกก็เก่งภาษาจีนพอๆ กับภาษาไทยไม่ใช่เหรอ” นี่คืออีกสาเหตุหนึ่งที่เขาภูมิใจในตัวลูกสาวคนโตที่สุด เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเดียวในบรรดาห้าคนที่มีพรสวรรค์เกี่ยวกับภาษาจีนมากที่สุด เธอสามารถอ่านเขียนภาษาจีนได้มากพอๆ กับตนผิดกับลูกๆ คนอื่น

ที่พอจะพูดโต้ตอบกับตนได้เท่านั้น

“เตี่ยเขาให้อ่านก็อ่านเถอะเจ๊ มันอาจจะสนุกกว่าชีคของเจ๊ก็ได้” น้องสาวคนที่สองกล่าวเอาใจบิดา หลังจากนั้นคนอื่นๆ ก็ช่วยกันพูดอีกคนละคำสองคำ

“เออๆๆ เดี๋ยวเจ๊จะลองอ่านดูก็แล้วกัน เมื่อคืนเพิ่งอ่านชีคอัมรานจบไปพอดี ถ้าสนุกเดี๋ยวจะแปลลงเว็บเลยดีป่ะ”

“ถ้ามีคนติดตามอ่านเยอะเจ๊ก็ติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์แล้วเอามาแปลขายเลยสิ” น้องสาวคนที่สี่เสนอ

“ก็ดีเหมือนกันนะ” เธอทำเป็นเห็นด้วยก่อนจะกลั้วหัวเราะอย่างมีความสุข เก็บหนังสือนิยายเล่มขนาดเอสี่ใส่กระเป๋าสะพายใบ

โตของตนเอง

จากนั้นจึงเรียกพนักงานร้านอาหารเช็กบิลและพาบิดาแยกจากน้องๆ เพื่อเดินทางกลับบ้านแพ้ว

หลังจากเว้นว่างการติดตามข้อมูลในวันที่สี่ ในวันที่ห้าวันนี้

เธอจึงกลับมาสะกดรอยเขาอีกครั้ง

แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม หลังจากสอนหนังสือเสร็จเขาก็มักจะแวะดื่มกับเพื่อนๆ ไม่ซ้ำหน้า ประมาณเที่ยงไม่เกินตีหนึ่งก็จะขับรถกลับที่พักนับเป็นความรู้ใหม่ที่ค้นพบว่าเขาคือหนุ่มสังคมคนหนึ่ง เพราะเข้าใจผิดมาตลอดว่าเขามักจะหมกมุ่นอยู่กับการทำรายงานเพื่อจบปริญญาเอก

วันที่ห้า วันที่หก วันที่เจ็ด วันที่แปดและวันที่เก้าผ่านไป จวบจนกระทั่งถึงวันที่สิบ

วันนี้เธอขับรถตามเขามาจนถึงห้องพักแล้วเตรียมตัวจะวนรถกลับเหมือนทุกวัน แต่อยู่ดีๆ รถของเธอก็เกิดดับขึ้นมาดื้อๆ สตาร์ทอย่างไรก็สตาร์ทไม่ติด

“เป็นอะไรของมันนะ” เธอเริ่มบ่นอย่างหงุดหงิดแล้วเปิดประตูลงมา ไปตามคนรักให้ช่วยมาดูรถให้

“ลิฟต์เสียค่ะพี่ เมื่อกี้ไฟมันดับลิฟต์มันก็เลยค้างเลยค่ะ” เจ้าหน้าที่ของหอพักบอกกับรนิดาที่กำลังจิ้มๆ ตรงปุ่มขึ้นลง

“ขอบคุณค่ะ” เธอรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันซวยที่สุดในรอบปีของตัวเอง และจำใจต้องเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสี่ด้วยสองเท้า เพราะคนรักของเธอไม่ยอมรับโทรศัพท์อีกแล้วเธอเดินผ่านชั้นหนึ่ง ชั้นสองและขึ้นสู่ชั้นที่สามอย่างสบายๆ แต่ยังไม่ทันก้าวเท้าขยับต่อก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยอันเคร่งเครียดของชายหนุ่มคนหนึ่งแว่วเข้าหู

“จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อผมก็บอกจ๋าแต่แรกแล้วว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ ผมมีผู้หญิงที่จะแต่งงานด้วยแล้ว”

“แต่อาจารย์บอกว่าอาจารย์รักจ๋านี่คะ ส่วนอาจารย์หงส์เป็นแค่ความรับผิดชอบที่อาจารย์จำใจ”

“ถึงยังไงผมก็เลือกแต่งงานกับหงส์มากกว่าจ๋า เราจบกันแค่นี้เถอะ”

“ทำไมอาจารย์มาตัดรอนจ๋าแบบนี้ล่ะคะ แล้วอนาคตของจ๋าล่ะ”

“ผมจะส่งเสียเลี้ยงดูจ๋าเองจนกว่าจะเรียนจบตกลงไหม”

“ไม่ตกลงค่ะ อาจารย์จะให้จ๋าแบกท้องเรียนหนังสือไปด้วยเหรอคะ”

“ก็ผมบอกว่าให้จ๋าไปเอาออกแล้วไง ถ้าจ๋าไม่อยากเอาออกก็พักการเรียนไปคลอดลูกให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยกลับมาเรียนใหม่ ส่วนเรื่องลูกผมจะรับผิดชอบเองก็ได้”

“อาจารย์ยอมรับลูกของเราแล้วเหรอคะ”

“ก็ไม่ได้อยากจะยอมรับหรอกนะ แต่ในเมื่อจ๋าค้านหัวชนฝาว่าจะไม่ทำแท้ง ผมก็ต้องหาทางออกอื่นมาทดแทน”

“อาจารย์จะทำอะไรกับลูกของเราคะ”

“เรื่องนั้นจ๋าไม่ต้องรู้หรอก แต่ผมรับรองว่าเขาจะถูกเลี้ยงดูอย่างดี ขอเพียงแค่จ๋าอย่ามายุ่งกับผมอีกก็พอ”

“ไม่! จ๋าไม่ยอม จ๋าต้องได้เป็นเมียของอาจารย์อย่างถูกต้องเท่านั้นจ๋าถึงจะยอม”

“จะตะโกนทำไมล่ะ”

“ก็ตะโกนให้ทุกคนในที่นี่ได้รู้ไปเลยไงคะว่าจ๋าเป็นเมียของ

อาจารย์และเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” ธนายุทธกระชากแขนเรียวแล้วตะคอกเสียงเครียดลอดไรฟัน ดึงเธอไปที่ห้องพัก “ไปคุยกันที่ห้อง”

“ไหนๆ ก็คุยมาตั้งเยอะแล้วก็คุยให้มันจบตรงนี้ไปเลยดีกว่า”

เสียงที่สามที่แทรกขึ้นมาทำให้สันหลังของธนายุทธเย็นวาบ เขาหันกลับไปมองด้วยลักษณะที่เรียกได้ว่าศีรษะแทบเคล็ด เบิกตาโตเต็มขนาดด้วยความตกใจ

“หงส์!

“อาจารย์หงส์!

“ฉันขอยกเลิกงานแต่งงาน นายกับฉันขาดกันตั้งแต่วันนี้” เธอไม่สนอาการไก่ตื่นของหญิงร้ายชายเลวคู่นี้ พูดจบก็สะบัดหน้าเดินจากไปโดยไม่ยอมให้น้ำตาที่แทบจะทะลักออกจากดวงตาไหลออกมาให้คนทั้งคู่ได้เห็น

“หงส์ฟังติ๊กก่อน ติ๊กอธิบายได้นะ”

“หยุดอยู่แค่นั้นเลยนะ! อย่าให้ฉันต้องเกลียดนายมากไปกว่านี้เลย” เธอตะคอกเสียงเครียดโดยไม่หันไปมองทางด้านหลังเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังวิ่งตามลงมา “ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ฉันฟังทั้งนั้น นายไปจัดการชีวิตอันบัดซบของนายให้ได้ก่อนที่เรื่องมันจะไปถึงหูของอธิการบดีเถอะ ฉันไม่อยากให้นายต้องตกงาน เดี๋ยวจะไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูกที่กำลังจะลืมตามาดูโลก”

“แต่คุณกำลังเข้าใจติ๊กผิดนะ เด็กในท้องของจ๋าไม่ใช่ลูกของผม ผมแค่สงสารก็เลยอยากจะรับอุปถัมภ์เอาไว้ก็เท่านั้นเอง ไม่เชื่อคุณก็ถามจ๋าเขาดูสิ” ธนายุทธคลี่ยิ้มยินดีเมื่อเห็นคนรักยอมหันกลับมามอง เขากางแขนออกเมื่อเธอก้าวขึ้นบันไดมาหาเพราะคิดว่าเธอหลงเชื่อคำพูดของตนจึงน้ำตาริน

ฉาด! ฉาด!

แต่เขาคิดผิดถนัด ร่างสูงใหญ่ของเขาถึงกับเซตามแรงมือของเธอ ได้ลิ้มลองรสเลือดเค็มๆ ที่อยู่ในปาก

“ไอ้หน้าตัวเมีย” เธอแค่นเสียงลอดไรฟันทั้งน้ำตา  “ ฉันมัน

โง่ที่ไปรักผู้ชายหน้าตัวเมียอย่างนาย แต่ก็ยังโชคดีที่ได้รู้ความจริงก่อนจะถึงวันแต่งงาน”

ธนายุทธโกรธที่ถูกหญิงสาวที่กำลังจะแต่งงานด้วยตราหน้าว่าเป็นหน้าตัวเมีย แต่เขาก็พยายามข่มอารมณ์ไว้จนถึงที่สุด เพราะถึงอย่างไรเขาก็รักเธอมากที่สุด ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ตัดสินใจเลือกเธอเป็นภรรยาแน่นอน

“ติ๊กไม่ยกเลิก ต่อให้หงส์เกลียดโกรธติ๊กแค่ไหนติ๊กก็จะแต่งงานกับหงส์ เพราะติ๊กรักหงส์”

“ความรักของนายมันไม่ทำให้ผู้หญิงอย่างฉันปลื้มจนตาบอดหรอกนะ ต่อให้นายรักฉันจนตายแทนฉันได้ ฉันก็รับการกระทำที่เรียกว่านอกใจของนายไม่ได้หรอก”ใจของเธอเจ็บปวดกับคำว่ารักของเขาเหลือเกินในตอนนี้ มันไม่ได้ทำให้หัวใจพองโตเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

“ติ๊กสัญญาว่าติ๊กจะเลิกกับผู้หญิงทุกคนถ้าหงส์ให้โอกาสติ๊ก”

ใจเธอเจ็บปวดซ้ำสองกับคำขอร้องของเขา เพราะมันทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่านอกจากนักศึกษาคนนี้แล้วเขายังมีผู้หญิงอื่นอีก

“โอกาสของนายหมดตั้งแต่สิบนาทีที่ผ่านมาแล้ว”

“โธ่หงส์ ขอโอกาสผมสักครั้งนะครับ” ธนายุทธยังมั่นใจว่าเธอทำไปทั้งหมดเพราะความโกรธ ถ้าเขาง้อหนักๆ เข้าเดี๋ยวเธอก็ต้องใจอ่อน

“ฉันให้โอกาสนายได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่นายนอกใจฉัน

จำคำพูดของฉันใส่สมองของนายไว้ด้วย” แล้วเธอก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ไม่สนใจอดีตคนรักที่เดินตามหลังมาเงียบๆ

เมื่อเดินมาถึงรถก็เปิดประตูขึ้นไปลองสตาร์ทดูอีกครั้ง   เมื่อมันยังมีอาการเหมือนเดิมจึงหยิบกระเป๋าสะพายลงจากรถ

“ให้ผมไปส่งนะหงส์” ธนายุทธจับมือของคนรักไว้ก่อนที่เธอจะเดินไป

“ไม่ต้องยุ่ง”

“หงส์” เขาไม่เลิกตามตื๊อถึงแม้จะโดนเธอตะโกนใส่หน้า

“ไสหัวไปซะ เราจบกัน” เธอโบกมือเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เหลืออยู่เพียงคันเดียว ก้าวขึ้นนั่งแล้วบอกสถานที่  “พี่ไปหน้าโรงเรียนนายร้อยค่ะ”

“ผมไม่ยอมจบเพียงแค่นี้หรอกนะหงส์ ผมจะไม่ยกเลิกงานแต่งงานของเราเด็ดขาด”

ธนายุทธบอกกับหญิงสาวที่ซ้อนอยู่ท้ายรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

“ให้ฉันตายซะยังดีกว่าถ้าต้องแต่งงานกับนายรีบไปเลยค่ะพี่” เธอไม่อยากจะฟังไม่อยากได้ยินคำพูดของเขาอีกจึงเร่งเร้าคนขี่มอเตอร์ไซค์ให้รีบไป

ชายหนุ่มมองตามด้านหลังของเรือนร่างระหงที่ห่างออกไปทุกทีๆ แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าที่พักเพื่อตั้งหลัก

เอี๊ยดดด..ดด..ดด.... 

ธนายุทธหันไปมองตามเสียงรถเบรกที่ดังสนั่นหวั่นไหว และหัวใจแทบจะหลุดลอยไปจากหัวอก                

โครมมมม...มม..!!!

เมื่อเห็นรถสิบล้อบรรทุกดินคันหนึ่งชนรถมอเตอร์ไซค์คันที่คนรักของตนนั่งซ้อนไปกับตา ทั้งรถและคนกระเด็นลอยไปคนละทิศละทางก่อนจะกระแทกตกลงบนพื้นแล้วกลิ้งตกไปข้างทางอีก

“หงส์!!!” สองขายาวแกร่งแบบนักกีฬาออกวิ่งพร้อมกับเสียงเรียกอันตื่นตระหนกสุดเสียง

Vote
ให้คะแนนตอนนี้

Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.

ส่งคะแนน

ตอนที่ 2 : 2View : 7233 , Rating : 98% / 11 vote(s)

5 ก.ค. 59

1 ความคิดเห็น

  1. #973 yoshiza (@yoshi31670) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 15:34
    บีบคั้นมากครับ ตายสมใจเลย
    #973
    0
  2. #4 555 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 23:37
    อ่านแล้วเจ็บแปลบขึ้นมาทันที แต่ยังเบากว่าของเรา
    #4
    0
พิมพ์เลขที่เห็น