"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว มีธุระอะไร?"
คำพูดห้วนๆ และเสียงที่ควรจะไพเราะหากแต่การที่ริมฝีปากบางนั้นกล่าวถ้อยคำออกมาช่างกระด้างอย่างที่ไม่ควรจะเป็น
ร่างสูงตรงหน้าไม่พูดเอาแต่หัวเราะคิก ทำเอาเจ้าของเรือนผมสีดำยาวออกอาการโมโหนิดส์~ (น็อตหลุด?)
"ถ้านายไม่พูดอะไรล่ะก็ ฉันกลับล่ะ..." กำลังจะหันหลังกลับหากแต่มือใหญ่ยึดข้อมือเรียวนั้นเอาไว้เสียก่อน ทำให้ร่างบางต้องหยุดกึก ใบหน้าสวยมีแววงุนงงระคนอารมณ์เสีย ซึ่งอย่างหลังนี่มักจะแสดงออกมาเป็นประจำอยู่แล้ว.... จะพูดทำไมเนี่ย...?
"เดี๋ยวก่อนสิยู รออีกซักแป๊ปน่า 5 นาที? โอเคมะ" ใบหน้าของคนตรงหน้าฉีกยิ้มอย่างอารมณ์ดี ผมสีแดงราวกับเปลวเพลิงตกลงมาปรกหน้าบ้างเนื่องจากมันไม่ได้ถูกแถบผ้าคาดหัวกันเอาไว้อย่างปกติ ...เพราะผ้าที่ว่านั้นห้อยอยู่ที่คอแทน
คันดะ ยู สะบัดข้อมือเรียวบางเป็นเชิงให้เจ้าของเรือนผมสีแดงนั้นปล่อยมือสักที ซึ่งราบี้เองก็ปล่อยอย่างว่าง่าย ...อาจจะเป็นเพราะกลัววิธีการที่นัยน์ตาคมคู่นั้นจ้องมาก็เป็นได้ล่ะมั้ง...? ร่างสูงเปลี่ยนที่วางมือไปเป็นบนระเบียงซึ่งตนพิงอยู่นั้นแทน
"แล้วมีเรื่องอะไร รีบว่ามาสิ นี่มันดึกมากแล้วด้วย" ดวงตาสีเข้มตวัดไปที่นาฬิกาแขวนผนังซึ่งขณะนี้บอกเวลาใกล้เที่ยงคืน... หรือจะปัดเป็นเที่ยงคืนก็ได้นะ แล้วแต่
"นี่ยู ไม่คิดจะยิ้มบ้างรึไง ลองยิ้มดูบ้างสิ ฉันว่าโลกนี้สดใสขึ้นเป็นกองแหง" ไม่พูดเปล่า เจ้าของมือซุกซนนั้นลากนิ้วมือไปตามเรียวปากบางก่อนจะดึงแก้มคันดะเล่น
"นี่ไง~ ยิ้มสิ น่ารักออก" ใบหน้าทะเล้นยิ้มร่าซึ่งทำให้ดูทะเล้นเข้าไปใหญ่ ตรงกันข้ามกับอีกคน ยิ่งพยายามทำให้ยิ้มยิ่งอารมณ์บูดเข้าไปใหญ่ ...ราบี้หนอราบี้ ช่างไม่กลัวตาย...
"ปล่อย..." น้ำเสียงซึ่งควรจะหวานกลับออกมาฟังแล้วน่าขนลุก คงเพราะมันผ่านการเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาล่ะมั้ง ...ด้วยความโกรธอย่างยิ่งซะด้วยสิ มือทะเล้นนั้นปล่อยจากใบหน้างามแต่โหดนั้นทันที ทำไมกันนะ? การที่ใบหน้านั้นแสดงสีหน้าออกมาช่างไม่เหมาะกับมันเอาซะเลย... ควรจะเป็นการยิ้มแย้มมากกว่าบึ้งบูดอย่างนี้... แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็น่ารักอยู่ดี
ราบี้ตัดสินใจหยุดการยั่วโมโหพ่อผมหางม้าซักครู่ ก่อนที่มุเก็นที่คาดอยู่ที่เอวนั้นจะถูกดึงออกมาคาดที่คอของเขาแทน
"อากาศตอนกลางคืนนี่สบายดีเนอะ ว่ามะ?" จงใจเปลี่ยนเรื่อง...
"เรียกมาคุยเรื่องไร้สาระแบบนี้เนี่ยนะ?" ใบหน้าที่ยิ้มแหยๆ ของราบี้ถูกเขม่นด้วยนัยน์ตาคมปลาบนั้น
"เอาน่า... ยู นายเองก็เครียดมาทั้งวันแล้ว ไม่คิดจะทำตัวสบายๆ มั่งเหรอ ดูสิ คิ้วจะผูกกันเป็นปมอยู่แล้ว" ราบี้หัวเราะคิก นิ้วมือเรียวจิ้มหน้าผากบริเวณหว่างคิ้วของคนตรงหน้า
ก่อนที่คันดะจะฟิวส์ขาด เสียงนาฬิกาโบราณแขวนผนังนั่นก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่า เวลาเที่ยงคืนได้มาถึงและผ่านไปแล้ว และในเวลานี้... คือเช้าวันใหม่
"อ๊ะ ดูนั่นสิ ดาวตก" ราบี้ชี้มือไปยังท้องฟ้ากว้างใหญ่ แสงสว่างจากพระจันทร์เสี้ยวเล็กๆ นั้นไม่เพียงพอที่จะบดบังประกายระยิบระยับของหมู่ดวงดาวที่ประดับอยู่บนแผ่นฟ้าสีดำสนิทราวกับกำมะหยี่นั้นได้ สีดำเรียบนั้นดูงดงามก็จริง... แต่ทว่าการที่มีสีขาวแต่งแต้มก็ยิ่งทำให้งดงามน่ามองเข้าไปใหญ่ ...แต่มันก็ยังไม่น่ามองเท่ากับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้ม ที่ยิ่งมองลึกเข้าไปก็ยิ่งเหมือนกับจ้องลงไปยังห้วงทะเลลึก ...ลึกราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
"ไหนล่ะดาวตกของนาย" คันดะอารมณ์บูดสะบัดหน้ากลับมาทางราบี้... ซึ่งใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึง 1 เซนติเมตร
...
...
...
กลายเป็นว่าริมฝีปากของราบี้สัมผัสเข้ากับพวงแก้มนุ่มๆ ของคันดะเข้าอย่างจัง
ใบหน้าแดงก่ำ รีบผละออกมาห่างจากร่างสูงนั้นทันที...
"..." ผิวหน้าที่เคยขาวเนียนภายใต้เรือนผมเหยียดตรงสีดำนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ มือจับอยู่บริเวณเดียวกับที่ปากเรียวของราบี้เคยสัมผัส ดวงตาสีเข้มจ้องหน้าอีกคนด้วยแววตากึ่งตกใจเล็กๆ
คนถูกจ้องกลับไม่พูดอะไร ใบหน้านั้นคลี่ยิ้มก่อนจะดึงตัวร่างเล็กกว่านั้นเข้ามาในอ้อมกอด
ราบี้ก้มหน้าลงกระซิบที่ใบหูของคนในอ้อมกอด ด้วยเสียงแผ่วเบา... ราวกับเสียงกระซิบของสายลม
"Happy Birthday นะ ...ยู"
ลมหายใจขาดห้วงไปเล็กน้อยเนื่องจากสติที่วนเวียนอยู่กับคำพูดเมื่อครู่ คันดะพยายามเบียดตัวออกจากกอดนั้น ...อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น
"...ให้ฉันได้เป็นคนแรก ที่บอกคำๆ นี้กับนาย" ราบี้ยังคงพูดต่อ ร่างในอ้อมกอดก้มหน้านิ่ง คล้ายกับว่าจ้องมองพื้นหินของหน้ามุกระเบียงนั่นอยู่ หากแต่ที่จริงแล้ว นัยน์ตาที่ดูราวกับน้ำทะเลลึกนั้นมิได้จับจ้องอยู่ที่ใด
สุขสันต์วันเกิด
...
...
...
คนแรก... |