[ FIC INFINITE ] Be sweet on. ♡ (myungyeol)

  • 97% Rating

  • 18 Vote(s)

  • 29,679 Views

  • 880 Comments

  • 474 Fanclub

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    113

    Overall
    29,679

  • Comments
    880

  • Fanclub
    474

ตอนที่ 17 : be sweet on ♡ 13th.Rating : 15 / 3 vote(s)

2 ส.ค. 56


13th



        อีซองยอลคิดว่าการที่ถอยออกมาอยู่ในที่ของตัวเองจะทำให้เขาห่างไกลจากสิ่งที่ทำให้หัวใจต้องเจ็บปวด ถ้าเกิดพระเจ้าไม่กลั่นแกล้งเขาจนเกินไปทุกอย่างมันควรจะเป็นแบบนั้น…                    

 

            “แย่วะ ฝนตั้งเคล้ามาอีกแหละดงอูนิ่วหน้ามองท้องฟ้ามืดครึมภายนอกหน้าต่างขณะกำลังเร่งมือสรุปข้อมูลรายงานที่จะต้องส่งก่อนสุดสัปดาห์นี้

            “อย่างนี้จะถึงบ้านไหมวะเนี่ย ไม่ได้เอารถมาด้วยดิ

            “อ้าว ! แล้วฉันจะกลับยังไงล่ะ อุส่ามาหวังพึ่งใบบุญนายเลยนะอีโฮวอนพูดพร้อมกับฟาดมือลงบนต้นแขนแน่นๆของอีกฝ่าย...คนเขาอุส่าหวังพึ่ง ทำไมอีโฮวอนถึงทำแบบนี้ล่ะวะ

            “ย๊า ! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันเนี่ย !”

ทำไมจะไม่เกี่ยว มันเกี่ยวกับนายเต็มๆ เพราะทั้งกลุ่มนายมีรถอยู่คนเดียว

ไม่เกี่ยวสักนิด ! ”

เกี่ยว ! ห้ามพูด ห้ามเถียง ทำงานของนายต่อไปซะ ชี้หน้าเหมือนออกคำสั่งจนอีกคนไม่สามารถเปิดปากต่อล้อต่อเถียงได้ โฮวอนแยกเขี้ยวใส่จางดงอูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อตัวเองไม่สามารถทำอะไรดงอูได้ ก่อนจะรีบปั่นรายงานในส่วนของตัวเองต่อ

แล้วนายจะกลับยังไงซองยอล ต้องไปทำงานพิเศษหรือเปล่า ไอ้โฮวอนไม่ได้เอารถมาด้วยวันนี้

ดงอูหันมาถามซองยอลที่ก้มหน้าก้มตาสรุปข้อมูลส่วนของตัวเอง พอได้ฟังคำถามของเพื่อนสนิทก็ถึงกับสะอึกและชะงักไปเล็กน้อย ซองยอลดันแว่นสายตาที่ตกลงมาอยู่ตรงปลายจมูกขึ้นก่อนจะเงยหน้าตอบคำถามจางดงอู

ไม่ต้องไปแล้วล่ะ ฉันเลิกทำงานนั้นแล้ว ส่วนเรื่องกลับยังไง..ไม่รู้สิ ยังไม่ได้คิด พยายามตอบออกไปไม่ให้แสดงอาการความรู้สึกข้างในมากที่สุด แต่ก็รู้ว่าคงไม่รอดพ้นสายตาของจางดงอูที่จ้องมองอย่างสงสัย

ต้องยอมรับว่ามันยากอยู่พอควรที่ต้องทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเป็นไม่นึกถึงเรื่องที่เขายังเจ็บปวดจนถึงตอนนี้...การตัดใจไม่ใช่เรื่องง่าย  หนึ่งอาทิตย์กว่าๆที่ถอยห่างออกจากคิมมยองซู มันทำให้รู้ว่าหัวใจของเขาอ่อนแอมากกว่าเมื่อก่อนนัก แม้ว่าร่างกายจะถอยออกมาแต่ไม่รู้ทำไม หัวใจของเขาถึงไม่ยอมถอยออกมาเสียที มันถึงได้ยังเจ็บปวดอยู่แบบนี้…อีซองยอลควรทำเช่นไร

โอ้ย ไม่ต้องคิดแล้วมั้งอีซองยอล ยังไงก็มีคนมารอรับหน้าคณะอยู่แล้วหน่าโฮวอนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อใส่คนที่นั่งยิ้มแห้งๆอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะโดนฝ่ามือจางดงอูประทับลงไปอีกรอบจนต้องร้องซี้ดด้วยความเจ็บปวด

รีบทำงานของนายให้เสร็จไปเถอะ ก่อนจะมานั่งแซวคนอื่นน่ะ หลังจากนั้นก็เกิดการปะทะคารมกันต่ออีกยกระหว่างดงอูและโฮวอน ซองยอลได้แต่ส่ายหัวมองอย่างขบขัน ก็คงมีแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถลืมเรื่องบางเรื่องที่คิดฟุ้งซ่านลงไปได้

กว่าพวกเขาทั้งสามคนจะสรุปข้อมูลรายงานทั้งหมดจนเสร็จสมบรูณ์ เข็มสั้นของนาฬิกาก็ล่วงเลยเลขหกมานิดหน่อย ทันฝนที่ยังไม่ตกลงมาให้เป็นอุปสรรคในการกลับบ้านและทันเวลาที่บรรณารักษ์ได้มาเชิญกลุ่มนักศึกษาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่มากออกจากห้องสมุด เขาช่วยดงอูและโฮย่าเก็บข้าวของอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเดินลงลงไปหน้าคณะพร้อมกัน

พนันได้เลยว่าหมอนั่นยังนั่งรอนายอยู่ที่เดิม

โฮวอนที่แทบวิ่งลงบันไดอย่างเร่งรีบเพื่อจะได้กลับบ้านก่อนที่ฝนจะตก ไม่วายหันกลับมาพูดแซวต่อจากในห้องสมุดด้วยใบหน้าทะเล้นจนดงอูถึงกลับหมั่นไส้พึมพำสาปแช่งออกมาเบาๆว่า ‘ขอให้สะดุดบันไดหัวทิ่มส่วนคนถูกล้ออย่างซองยอลได้แต่ถอนหายใจเมื่อนึกถึง หมอนั่นของอีโฮวอน

คนอย่างหมอนั่นน่ะนะจะยอมเสี่ยงเปียกฝนรอซองยอลดงอูพูดพร้อมกับเบ้ปากใส่อย่างไม่เชื่ออีโฮวอน

พนันไหมล่ะ ถ้าหมอนั่นยังอยู่นายต้องให้ฉันหมื่นวอน กลายเป็นเรื่องพนันไปเสียอย่างนั้น โฮวอนเร่งฝีเท้าไปยังหน้าคณะก่อนใครเพื่อน เหลียวซ้ายเหลียวขวาก่อนจะหันมายกยิ้มเหมือนผู้ชนะ เสร็จแล้วก็วิ่งกลับมาพร้อมกับแบมือไปทางจางดงอู

จ่ายฉันมาซะ ! หมอนั่นยังอยู่ นั่งที่เดิมมุมเดิม เดี๋ยวก็ต้องเดินเข้ามาถ้าเห็นพวกเรา

ดงอูฟาดมือลงไปแทนที่จะเป็นแบงค์หมื่นวอนแล้วชี้หน้าบอกกลายๆว่าให้หยุดพูด เล่นเอาโฮวอนนิ่วหน้าสงบปากสงบคำสะบัดมือคลายความเจ็บอยู่เงียบๆ ดงอูขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางเพื่อนสนิทอีกคนอย่างนึกเป็นห่วง แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะซองยอลไม่มีท่าทางกังวลหรือหนักใจอะไรแม้แต่น้อย เกือบจะเอ่ยปากถามแต่ว่าต้องหยุดชะงักไว้เพราะเสียงใครบางคนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับปรากฏตัวเสียก่อน

ทำรายงานเสร็จไหมซองยอลดงอูขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ เมื่อหมอนั่นที่พูดถึงกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับเอื้อมมือมาดึงหนังสือเรียนต่างๆของซองยอลไปถือไว้กับตัว ซึ่งเพื่อนของเขาก็ยอมปล่อยให้ไปง่ายๆเสียด้วยสิ

ซองยอลพยักหน้าตอบ ‘หมอนั่นกลับไปเล็กน้อยก่อนจะหันมามองและยิ้มบางๆให้เขาเหมือนจะบอกว่าไม่ต้องกังวลราวกลับล่วงรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนที่จะเอ่ยลาเขาทั้งสองแล้วเดินออกไปพร้อมกับคนที่มารอ เหลือทิ้งคำถามมากมายและความเป็นห่วงให้ดงอูขบคิดเล่น ถึงซองยอลจะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ แต่จะไม่ให้จางดงอูเป็นห่วงได้ยังไง เมื่อมานึกถึงเรื่องที่ซองยอลเคยปรึกษาเขาเมื่อคราวนั้น หมอนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อีซองยอลสับสนหัวใจอยู่ไม่ใช่เหรอ ? หรือว่าเพื่อนของเขาเลือกได้กันแล้วนะ

กังวลมากไปก็ปวดหัวเปล่าๆหน่า ซองยอลบอกว่าไม่ต้องห่วงก็ต้องเชื่อสิโฮวอนพูดขึ้นก่อนจะเดินตามซองยอลออกไปอีกคน คนฟังได้แต่ขมวดคิ้วแน่น

หรือจางดงอูควรเชื่ออีซองยอลสักครั้งตามที่อีโฮวอนบอกกันนะ

.

.

.

เย็นนี้เราไปที่ที่หนึ่งก่อนกลับบ้านกันนะซองยอล

ไม่ดีกว่า ฝนจะตกแล้ว

เถอะน่า แค่แป๊ปเดียวถึงจะหาข้ออ้างสารพัดยังไงท้ายสุดแล้วเขาก็ถูกลากมายังสถานที่ที่หนึ่งจนได้ ซองยอลได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามดั่งใจต้องการของอีกคน

เป็นแบบนี้มาได้สักระยะหนึ่งแล้วที่คำปฏิเสธของอีซองยอลไม่มีผลกับคนดื้อดึงอย่างแอลโจ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องใดก็ตาม หลังจากที่เขาลาออกจากบีสวีทออนแอลโจก็มาคอยตามไปรับมาส่งเขาแทบจะทุกวัน คอยตามตื้อขอให้เขากลับไปคบกันเหมือนเมื่อก่อน แต่วิธีการเข้าหานั้นไม่ได้แสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาเหมือนตอนแรกๆ ซึ่งทำให้อีซองยอลรู้สึกหนักใจน้อยลงและมองแอลโจในแง่ดีมากขึ้น

คิดถึงที่นี่ชะมัด นายจำยังได้ใช่ไหมซองยอลแอลโจหันมาพูดพร้อมส่งรอยยิ้มมาให้ซองยอลที่กำลังมองไปยังบริเวณรอบๆ ก่อนที่จะคว้าข้อมือเรียวให้เดินตามเข้าไปข้างใน

เสียงเอะอะอย่างเมามันส์ของเด็กวัยรุ่นทั้งมัธยมและมหาลัยดังโดยรอบบริเวณที่ซองยอลได้ก้าวตามแอลโจเข้ามา ตู้เกมส์ต่างๆถูกจับจองโดยกลุ่มเด็กผู้ชายบ้างผู้หญิงบ้างตามชนิดของเครื่องเล่น หลากหลายความทรงจำที่ผ่านมานานพอสมควรได้ผุดขึ้นภายในหัวสมองอีซองยอลอีกครั้ง สถานที่ที่เขาได้พบแอลโจครั้งแรกและเป็นที่ที่แอลโจมักจะชอบพาเขามาบ่อยๆในช่วงเวลาที่ยังคบกัน แหล่งที่รวบรวมวัยรุ่นหลังเวลาเลิกเรียนไว้มากที่สุด..ที่แห่งนี้คือเกมส์เซ็นเตอร์

ซองยอลหันไปมองคนข้างกายอย่างแปลกใจว่ายังจำได้อยู่หรือว่าได้เจอกันครั้งแรกที่ไหน เพราะเขาคิดว่าแอลโจน่าจะลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำ นิสัยที่ไม่เคยใส่ใจต่อสิ่งรอบข้าง ไม่เคยจดจำเรื่องเล็กๆน้อยๆหรือให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นมากไปกว่าตัวเองอย่างแอลโจน่ะเหรอจะจำได้

ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก ก็แค่อยากมาที่นี่กับนายอีกครั้งแอลโจพูดขึ้นพร้อมส่งรอยยิ้มมาให้ก่อนจะเดินแยกไปทางตู้แลกเหรียญในมุมหนึ่งของโซนนี้

ซองยอลถอนหายใจออกมาเล็กน้อยมองไปรอบๆบริเวณอย่างไร้จุดหมาย เมื่อก่อนที่มากับแอลโจบ่อยๆเขาก็ถูกปล่อยให้เดินเคว้งแบบนี้นั่นแหละ เพราะอีกคนจะสนใจกับตู้เกมส์พวกนั้นมากกว่าเขาเป็นไหนๆ สิ่งอื่นมักสำคัญกว่าเขาเสมอ จนถึงตอนนี้ซองยอลคิดว่าแอลโจก็ยังคงเป็นแบบนั้น ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าพาเขามาที่นี่ต้องการอะไร มาฟื้นความจำเขาหรือยังไงกัน ซึ่งบอกตรงๆว่าอีซองยอลไม่ต้องการ ที่เขายอมมาที่แห่งนี้ก็เพราะเหนื่อยกับการตื้อของแอลโจและเหนื่อยที่ต้องปฏิเสธให้เปลืองน้ำลายไปเปล่าๆ เมื่อยังไงก็ไม่ได้ผล

ตู้เกมส์หลายสิบแห่งถูกจับจองจนเต็มพื้นที่ไม่เหลือให้เขาได้ใช้บริการแม้แต่เครื่องเดียว ไม้เว้นแม้แต่ตู้คีบตุ๊กตาที่ตั้งไว้ใกล้ๆกัน เขาเห็นเด็กมัธยมคนหนึ่งกำลังขะมักเขม้นกับการคีบตุ๊กตาให้คนรักที่ยืนเชียร์อยู่ข้างๆ มันทำให้อดนึกถึงอดีตไม่ได้ ตุ๊กตาน่ารักเหล่านั้นเขาก็เคยขอให้แอลโจคีบให้เมื่อตอนที่ยังคบกัน แต่แอลโจไม่เคยคีบมันได้เลยสักครั้ง เขาจ้องมองคู่รักคู่นั้นอยู่นานจนเด็กผู้ชายสามารถคีบเจ้าตุ๊กตาเป็ดสีเหลืองตัวเล็กขึ้นมาได้แล้วยื่นมันให้กับคนรัก…อีซองยอลก็อยากได้เหมือนกันแฮะ คงทำได้แค่คิดเพราะคงไม่มีใครคีบให้เขาหรอก จะให้เขาคีบเองก็คงไม่ไหว เดินไปซื้อเองน่าจะง่ายกว่า

ซองยอลละสายตาจากคู่รักคู่นั้นและเดินต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงมุมหนึ่งที่เป็นโซนของเกมส์ขับรถ ซึ่งเขาจำได้ว่าเคยอยากเล่นมานานแล้วและประจวบเหมาะกับที่เด็กวัยรุ่นคนก่อนหน้าได้ลุกออกไป ซองยอลจึงได้โอกาสเข้าไปเล่นแทน เครื่องที่ซองยอลได้เล่นนั้นเป็นเกมส์ขับมอเตอร์ไซค์ มีทั้งแฮนด์บิดและตัวมอเตอร์ไซค์ที่จำลองขึ้นอย่างสมจริง เขาขึ้นไปนั่งคร่อมบนเบาะนั้นแล้วมองไปยังหน้าจอขนาดใหญ่อยู่นานโดยไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหนถึงจะเล่นไอ้เกมส์ขับรถนี้ได้

หนีมาอยู่นี่เองเสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆจนซองยอลต้องหันกลับไปมองด้วยความตกใจ แอลโจชะโงกหน้าจากทางด้านหลังเพื่อมองหน้าจอที่เขาจับจ้องอยู่เมื่อครู่ก่อนจะถามต่อว่า "จะเล่นไอ้เจ้านี่หรอ"

อื้อ

ฉันจำได้ว่านายเคยอยากเล่น แต่เล่นไม่เป็นใช่ไหมเป็นอีกครั้งที่ซองยอลรู้สึกแปลกที่แอลโจจดจำเรื่องที่ผ่านมานานแบบนั้นได้ ซองยอลพยักหน้ารับเบาๆก่อนที่ตัวของเขาจถูกดันให้เขยิบขึ้นไปอีกนิดพร้อมกับร่างของแอลโจที่สอดตัวขึ้นมานั่งซ้อนหลังเขาแทนที่

จะทำอะไรน่ะตกใจอยู่ไม่น้อยพยายามจะดันตัวออกจากการเกาะกุมนี้ แต่ทว่าไม่สำเร็จ แอลโจเอื้อมมือไปจับแฮนด์บิดทั้งสองข้างเป็นการกักตัวเขาไว้ไม่ให้ลุกหนี

เดี๋ยวฉันสอนให้เองซองยอลเหลียวมองด้านหลังอย่างลังเลใจก่อนจะยอมนั่งนิ่งๆอยู่ในอ้อมแขนของอีกคน อีซองยอลเหนื่อยจะสู้รบปรบมือกับทุกสิ่งทุกอย่างเพราะเขารู้ไม่ว่ายังไงแอลโจก็คงดึงดันจะสอนตามที่พูดนั่นแหละ

เหรียญเล็กๆถูกหยอดลงไปเพียงช่วงเวลาสั้นเครื่องเล่นก็เริ่มทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ ซองยอลมองไปยังหน้าจอขนาดใหญ่อย่างตื่นเต้น เส้นทางสามมิติด้านหน้าทำให้ความสนใจของเขาถูกดึงเข้าไปในเกมส์ทันทีจนไม่สนใจคนด้านหลังที่กำลังค่อยๆขยับตัวแนบชิด วางใบหน้าลงบนไหล่บางโดยที่ซองยอลก็ไม่รู้ตัว รอยยิ้มร้ายกาจค่อยๆฉายขึ้นบนมุมปากก่อนจะเหลือบสายตาอย่างท้าทายไปยังมุมๆหนึ่งของโซนเครื่องเล่นนี้

แอลโจยังไงก็ยังเป็นแอลโจอยู่วันยันค่ำ...ที่ทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ...เพื่อตัวเอง ทุกอย่างถูกวางไว้ตรงตามแผนทุกอย่างของเขา การที่ได้ก้าวนำคู่แข่งมันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง หลังจากที่เขาได้รับข่าวดีว่าซองยอลเลิกทำงานที่ร้านบีสวีทออนแล้วและดูเหมือนว่าแต้มของแอลจะลดฮวบลงไปโดยที่เขาไม่ต้องออกแรงทำอะไรมากมายเลยด้วยซ้ำ เขาจึงรีบดำเนินแผนใหม่ของตัวเองต่ออย่างไม่รีรอ ต้องขอบคุณความพลาดพลั้งของแอลที่เป็นตัวแปรทำให้เขาก้าวขึ้นนำได้อย่างสวยงามแบบนี้

สนุกไหมซองยอลอาแอลโจเอ่ยถามคนด้านหน้าที่กำลังสนุกกับเกมส์จนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง ทำให้เขาสามารถฉวยโอกาสแนบชิดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ซองยอลเหลียวหลังมาแทบจะชนกับใบหน้าของเขาโดยไม่ทันระวังก่อนจะรีบพยักหน้าตอบอย่างร่าเริงพร้อมรอยยิ้มน่ารักที่ใครเห็นเป็นต้องหลงใหล ตอนนี้มีเพียงแอลโจเท่านั้นที่ได้เห็นรอยยิ้มสวยๆอย่างใกล้ชิด

ดูเอาไว้นะแอล

ที่ฉันพามาที่นี่ก็เพราะอยากให้นายรู้ว่า ฉันไม่เคยลืมเรื่องของเรานะซองยอลและฉันอยากให้มัน...กลับมาเป็นเหมือนเดิมน้ำเสียงอ่อนนุ่มกระซิบใกล้ใบหูพร้อมกับมือที่ละจากแฮนด์บิดมากอดไว้ที่เอวบาง

กว่าซองยอลจะรู้ตัวว่ากำลังให้แอลโจใกล้ชิดจนมากเกินกว่าที่ตั้งไว้ก็ตอนที่ได้ยินประโยคขอคืนดีนั้นของคนด้านหลัง มันเรียกสติซองยอลให้กลับมาสู่ปัจจุบัน นานนับสิบนาทีที่เขายอมนั่งอยู่ในอ้อมกอดของอีกคน เจ้าตัวนึกอยากเขกหัวตัวเองที่เผลอสนุกจนลืมตัวแบบนี้ ซองยอลนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นว่า

ฉันจะกลับบ้านเขาเลี่ยงที่จะตอบอะไรกลับไปในสถานการณ์น่าอึดอัดนี้

เขาดันตัวแอลโจให้ออกห่างก่อนจะรีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋าและหนังสือเดินนำออกจากเกมส์เซ็นเตอร์ไป แต่ไม่พ้นแอลโจที่วิ่งตามออกมาพร้อมทั้งดึงข้าวของในมือซองยอลไปถือไว้เอง แถมยังถือวิสาสะเอื้อมมาจับมือเขาไว้อีก ซองยอลพยายามขืนมือออกจากการเกาะกุมนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่สำเร็จเลยได้แต่ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นตลอดทางเดินกลับบ้าน…อึดอัดจนอย่างจะหนีไปให้ไกลๆ

ส่งฉันแค่นี้ก็พอ ซองยอลเอ่ยปากบอกอีกคนพร้อมทั้งค่อยๆขืนมือที่ถูกกุมเอาไว้ออกก่อนจะเอื้อมมือไปดึงหนังสือกลับมา เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงบ้านของเขาแล้ว

ให้ฉันไปส่งถึงบ้านไม่ได้เหรอ

ไม่ได้..นายคงไม่อยากเจอพี่ชายฉันใช่ไหมเอ่ยออกมาอย่างเรียบๆเพียงแค่นั้น คนที่พยายามดื้อดึงจะไปส่งถึงบ้านก็ต้องรีบยอมจำนนเมื่อได้ยินชื่อของซองกยู แอลโจพยักหน้าช้าๆแล้วจะโบกมือลาด้วยสายตาระห้อย แต่ไม่วายทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินจากไป

พรุ่งนี้ฉันจะไปรับนะถึงจะรู้ว่าซองยอลอึดอัดที่จะต้องอยู่ใกล้ แต่เขาไม่มีทางละทิ้งความพยายามในการทำให้ซองยอลใจอ่อนและยอมคืนดีด้วยแน่นอน...ถ้าหากเขายังไม่ชนะ

ซองยอลไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธออกไป เขามองแผ่นหลังอดีตคนรักเดินจนพ้นจากสายตาไปก่อนจะถอนหายใจออกเบาๆ จะบอกว่าไม่นักใจที่ถูกตามตื้อก็คงจะไม่ใช่ อีซองยอลหนักใจและเหนื่อยล้าจากเรื่องราวต่างๆที่ถาโถมเข้ามาในช่วงเวลานี้จนไม่รู้จะหาวิธีไหนให้แอลโจล้มเลิกความคิดที่จะกลับมาหาเขา เพราะถึงแอลโจจะทำตัวดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากแค่ไหน อีซองยอลก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆมอบให้เหมือนอย่างเก่าอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวแค่ไหน เรื่องของเขากับแอลโจก็ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม

อีซองยอลหลับตาแล้วปล่อยให้สายลมอ่อนๆพัดพาความคิดอันหนักอึ้งในหัวสมองทุกอย่างให้สลายไป สูดดมเอากลิ่นชื้นของไอดินที่กำลังบ่งบอกว่าสายฝนใกล้จะโปรยปรายลงมาเข้าเต็มปอด ให้ทุกอย่างปล่อยวางบนความนิ่งสงบอยู่พัก จนใบหน้าหวานสัมผัสได้ถึงหยดน้ำฝนที่กำลังค่อยๆเริ่มร่วงหล่นลงมาจาท้องฟ้ามืดครึม ซองยอลลืมตาขึ้นพร้อมกับกระชับหนังสือในอ้อมแขนรีบจ้ำเดินต่อไปข้างหน้า อีกไม่ไกลก็จะถึงบ้านของเขา ขอให้พระเจ้าไม่ใจร้ายกระหน่ำสายฝนลงมาอย่างแรงจนเขาตัวเปียกก่อนจะถึงบ้านด้วยเถอะ แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่ได้ยินคำขอของอีซองยอลเพียงเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว ฝนก็เริ่มเพิ่มระดับความแรงขึ้น ซองยอลพยายามกอดกระเป๋าและหนังสือให้อยู่ในอ้อมแขนให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้เอกสารต่างๆเปียกหยาดน้ำฝน เขาแทบเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งเพื่อให้ถึงบ้านเร็วที่สุด แต่ทว่า...

อยู่ๆสายฝนที่กระหน่ำจนตัวเปียกปอนนั้นกลับเบาบางลงจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นไปมองสิ่งปกติที่เกิดขึ้น เสื้อสูทนักเรียนสีดำของใครบางคนกำลังกางอยู่เหนือศีรษะเขา เหลือบเห็นเรียวแขนที่อยู่เหนือศีรษะและสัมผัสไออุ่นของร่างกายใครบางคนที่โอบล้อมเขาไว้ เพียงแค่สูดหายใจเข้าปอด กลิ่นหอมของ CALVIN KLEIN Euphoria ที่คุ้นเคย ก็ทำเอาหัวใจของอีซองยอลเต้นระรัวจนแทบทนไม่ไหว...ทุกจังหวะการเต้นเหมือนย้ำลงบนร่องรอยความเจ็บปวด นอกจากพระเจ้าจะไม่ได้ยินคำขอของอีซองยอลแล้ว ท่านยังกลั่นแกล้งเขา...ที่ส่งคิมมยองซูมาในเวลานี้

ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมานอกเสียจากเสียงเต้นของหัวใจที่กำลังส่งเสียงแข่งกับสายฝนที่ตกกระทบบนพื้นซีเมนต์เบื้องหน้าของเขาทั้งคู่ ซองยอลเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นให้หลุดพ้นจากเสื้อสูทสีดำที่กำบังสายฝนให้เขาราวกับไม่ต้องการการปกป้องจากสิ่งใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าเขาเดินเร็วมากเท่าไหร่ก็สลัดไม่หลุด เสื้อสูทตัวนั้นก็ยังตามมากำบังเขาหยดน้ำฝนทันไปเสียทุกที แขนแกร่งล็อคตัวเขาให้อยู่ภายในเสื้อสูทนั้นจนขยับหนีไปไหนไม่ได้ ทำให้เขาต้องตวัดสายตาหันไปมองด้วยความไม่เข้าใจ

หากแต่ว่าดวงตาคมเข้มนั้นกำลังจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าหล่อเหล่าพราวไปด้วยหยดน้ำ ผมสีดำสนิทลู่ลงตามโคลงหน้า เสื้อเชิ้ตนักเรียนสีขาวที่หลุดจากกางเกงนักเรียนแทบจะเปียกไปทั่วทั้งตัวและหันกลับมามองตัวเองที่เปียกเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ซองยอลยิ่งขมวดคิ้วแน่นสบมองดวงตาคมเข้มอีกครั้ง แววตานั้นจ้องลึกราวเข้ามากับจะบอกอะไรบางอย่างแก่เขา ซึ่งเขาก็ไม่กล้าที่จะคาดเดาออกไป ได้แต่ปิดกลั้นความคิดของตัวเองอยู่เพียงแค่ว่า...คิมมยองซูทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

พระเจ้าจะทำให้เรามาเจอกันอีกครั้งทำไม ในเมื่อคนที่มยองซูเลือกไม่ใช่อีซองยอล เขาถอยออกมาเพื่อหนีความเจ็บปวดจากคิมมยองซู ไม่ใช่ให้มยองซูยิ่งวิ่งตามมาทำให้เขาเจ็บปวดอยู่แบบนี้ ยิ่งคิดยิ่งหายใจลำบากเพราะอาการปวดหนึบทั่วหน้าอก จนซองยอลต้องหลุบสายตาหนีเสียเอง

มยองซูเองก็เบนสายตาไปอีกทางเช่นกัน สีหน้าและแววตาเจ็บปวดของซองยอลทำให้เขาไม่กล้าที่จะจ้องมองนานๆ ถึงแม้ว่าอยากจะเห็นใบหน้าหวานนั้นใกล้ๆแทบขาดใจ เขารู้ตัวดีว่าที่ซองยอลเป็นแบบนี้เพราะเขาทั้งนั้น  ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่นานร่วมนาทีในขณะที่สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มยองซูเหลือบมองร่างที่เริ่มสั่นเล็กน้อยจากอุณหภูมิที่ต่ำลง เขาจึงดันตัวซองยอลให้ก้าวเดินอีกครั้งพร้อมกับเขาที่ทำหน้าที่เป็นที่กำบังฝนให้ตลอดทาง

อยากให้ระยะทางไกลกว่านี้ อยากให้สายฝนกระหน่ำลงมาจนไม่สามารถเดินต่อไปได้...เพื่อที่ว่าจะได้อยู่ใกล้อีซองยอลต่ออีกนิด นิดนึงก็ยังดี ถึงแม้ซองยอลจะไม่อยากอยู่ใกล้เขาก็ตาม แต่ในที่สุดขาทั้งสองข้างก็พาเขาก้าวเดินมาถึงประตูรั้วไม้สีขาว ปลายเท้าหยุดลงพร้อมกับอีซองยอลที่หยุดนิ่งเช่นกัน จนถึงตอนนี้คิมมยองซูก็ยังไม่สามารถเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆออกไปได้ เป็นอีกครั้งที่ต่างคนต่างปล่อยให้เราทั้งคู่ยืนฟังเสียงตกกระทบของหยดน้ำจากท้องฟ้าเหล่านั้น

คิมมยองซูที่ไม่สามารถบอกอะไรให้อีซองยอลเข้าใจถึงการกระทำ

อีซองยอลที่ในใจกำลังรอฟังคำอธิบายจากการกระทำเหล่านี้ของคิมมยองซู

ขอบคุณเป็นซองยอลที่ตัดสินใจหนีจากความอึดอัดนี้ ถึงรอยังไงคิมมยองซูก็คงหาคำตอบมาตอบเขาไม่ได้เช่นทุกครั้ง แล้วอีซองยอลจะรอ จะหวังอยากฟังอะไรจากผู้ชายคนนั้น...อีซองยอลเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องหาคำตอบจากคิมมยองซู

ซองยอลโค้งให้อีกเล็กน้อยก่อนจะก้าวออกจากเสื้อสูทที่กำบังสายฝนเพื่อจะเข้าบ้านเสียทีและหวังว่าต่อไปเขากับมยองซูคงไม่ต้องมาเจอกันเช่นวันนี้อีก แต่ทุกอย่างไม่ได้จบง่ายๆเพียงแค่นั้น เมื่อมือของเขาถูกคว้าไว้เบาๆจากคนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง ซองยอลเหลือบมองเพียงแค่เล็กน้อยหยุดนิ่งราวกับรอให้อีกคนพูดอะไรออกมา...เงียบ

ทุกอย่างยังคงเงียบเหมือนเดิม มยองซูยังคงไม่พูดอะไรออกมาเช่นเดิม เหมือนฟางเส้นสุดท้ายกำลังขาดลงไปพร้อมๆกับความเงียบนั้น ซองยอลกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะถอนหายใจเตรียมสะบัดมือนั้นทิ้ง แต่ทว่ามยองซูกลับยึดมือเขาแน่นและยัดบางสิ่งใส่อุ้งมือเขาแทนคำพูด

ตุ๊กตาเป็ดตัวเล็กสีเหลืองที่ซองยอลจำได้ว่าเขาเห็นมันอยู่ในตู้คีบที่เกมส์เซ็นเตอร์ ตุ๊กตาเป็ดที่เขายืนมองเด็กผู้ชายคนหนึ่งคีบให้แก่คนรักและคิดว่าอยากได้เหมือนกัน บัดนี้เจ้าเป็ดสีเหลืองตัวนั้นกำลังนอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือเขา หลากหลายคำถามผุดภายในหัวสมองจนไม่สามารถเรียงร้อยออกมาเป็นถ้อยคำได้

ทำไมมยองซูถึงมีตุ๊กตาเป็ดตัวนี้ ทำไมถึงมอบให้เขา คิมมยองซูรู้อย่างนั้นหรือว่าอีซองยอลอยากได้มัน...ทำไม ทำไม ทำไม และทำไมคิมมยองซูไม่พูดออกมาบ้าง อย่าให้เขาคิดไปเองว่ามยองซูตามเขามาตลอดตั้งแต่ที่เกมส์เซ็นเตอร์ ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือพระเจ้ากลั่นแกล้ง

ทำไม...ทำแบบนี้ทำไมมยองซู

ซองยอลหันไปสบดวงตาคมเข้มนั้นอย่างหาคำตอบ อีกคนก็ไม่มีทีท่าจะหลบสายตาเขา แต่มยองซูกลับยิ่งจ้องยิ่งมองลึกกลับมาแทนและยิ่งขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนเขาถอยไปแนบชิดกับประตูรั้ว ครั้งนี้หวังว่าคิมมยองซูจะตอบเขาได้เสียที

ฉันก็แค่มาตามหัวใจของฉันกลับไป...หัวใจของฉันที่มันอยู่กับนาย อีซองยอล

มีคนเคยพูดไว้ว่า...ถ้าเมื่อไหร่ที่ใช้ใจตัวเองเป็นเดิมพัน เมื่อนั้นหัวใจของเราจะไม่ใช่ของเราอีกต่อไป คิมมยองซูคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง เพราะเขาได้เผลอใช้หัวใจของตัวเองเป็นเดิมไปและมันก็เป็นแบบนั้น ตอนนี้หัวใจเขามันไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป แต่มันเป็นของอีซองยอลและเพราะเหตุนั้นถึงทำให้คิมมยองซูมายืนอยู่ตรงหน้าอีซองยอลตอนนี้

คิมมยองซูกำลังไล่ตามหัวใจของตัวเองให้กลับมา...กลับมาพร้อมเจ้าของของมัน
 

เขาเกือบต้องกลายเป็นคนโง่เง่าที่จมอยู่กับคำว่า เดิมพัน จนมองไม่เห็นความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เกือบจะปล่อยให้หัวใจของเขาลอยหายไปพร้อมกับคนที่เขารัก...รักด้วยหัวใจโดยไร้เหตุผลใดๆ อีซองยอลคือคนนั้น คนที่เขารักและเป็นคนแรกที่ทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดที่สุดตั้งแต่เกิดมา เสียงหวานที่พูดพร่ำพร้อมกับหยาดน้ำตาว่า...จะพอแล้ว พอแล้วกับการไล่ตามให้เขาหันมารัก

ซองยอลอาจจะไม่รู้ว่าในขณะที่พูดคำนั้น หัวใจของเขาที่กำลังรับฟังมันพร่ำบอกแข่งกับเสียงกังวานนั้นว่า...อย่าพอ ห้ามพอ เพราะคิมมยองซูรักอีซองยอล อาจดูเหมือนคนบ้าที่ข้างในใจตะโกนรั้งอีซองยอลไว้ทุกวิถีทาง สวนทางกับการกระทำภายนอกกลับนิ่งเฉย ที่เอาแต่ยืนมองอีซองยอลเดินจากไปพร้อมกับหัวใจของเขา แม้อูฮยอนจะพูดว่าทุกอย่างอาจจะสายเกินไป

 สำหรับคิมมยองซูไม่มีคำว่าสายเกินไป ไม่มีอะไรที่คิมมยองซูทำไม่ได้ หากเขาจะไล่ตามซองยอลให้กลับมาหาเขาอีกครั้ง

 

be sweet on

อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องเพราะสายฝนยังคงตกลงให้ความเฉอะแฉะมาอย่างเช่นทุกวัน เสื้อสูทที่สวมทับชุดนักเรียน มันไปด้วยกันไม่ค่อยได้ดีเท่าไหร่กับอากาศแบบนี้ในความคิดของมยองซู เสื้อสูทเพียงตัวเดียวกับร่มคันเล็กๆหนึ่งคันที่ไม่สามารถคุ้มกันเขาจากอากาศเย็นได้เลยสักนิด แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเฝ้ารอใครบางคนของเขาเลยแม้แต่น้อย มยองซูสอดมือข้างนึงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหาความอบอุ่น ส่วนอีกข้างยกนาฬิกาขึ้นมาเพื่อดูเวลา

             สิบหกนาฬิกายี่สิบนาที...อีกไม่เกินสิบห้านาทีน่าจะได้เวลาเลิกคลาสของอีซองยอล เป็นแบบนี้มาเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่คิมมยองซูมาเฝ้ารออีซองยอลหลังจากวันฝนตกวันนั้น เขาก็เริ่มเดินหน้าเพื่อทำให้ซองยอลเห็นว่าเขาจริงจังกับคำพูดมากแค่ไหน 
ถึงแม้จะโดนอีกคนออกปากต่อว่าให้เจ็บปวดหรือไล่ไปให้พ้นไม่เว้นแต่ละวันก็ตาม
 

มยองซูหยิบไอพอดขึ้นมากดเลือกเพลงฟังฆ่าเวลาปล่อยให้เข็มนาฬิกาเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ไม่นานนัก นักศึกษาของคณะนิเทศก็ทยอยกันลงมาจากอาคารและยืนออกันอยู่ด้านหน้าของตึกคณะเพราะสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รอบคอบพกร่มติดตัวมาจึงสามารถกางร่มเดินฝ่าฝนกลับบ้านได้อย่างปกติ แต่แน่นอนว่าหนึ่งในหลายคนนั้นคงไม่มีอีซองยอลรวมอยู่ด้วย

ร่างสูงบางในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีฟ้าอ่อนกำลังมองท้องฟ้ามืดครึมที่กำลังโปรยปรายหยดน้ำลงมา ใบหน้าหวานมุ่ยลงก่อนจะควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าแต่ก็ต้องทำหน้าผิดหวังที่ดูเหมือนจะไม่พบสิ่งที่ควานหา มยองซูเฝ้ามองอากัปกิริยานั้นอยู่ในระยะไกลๆสลับกับมองร่มอีกคันที่ถือติดอยู่ในมือ...เขารู้อยู่แล้วว่าอีซองยอลคงลืมพกร่มมาอีกตามเคย เจ้าของดวงตาคมเข้มส่ายหัวน้อยๆพลางยิ้มในใจก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินไปยังใต้อาคารที่มีร่างบอบบางกำลังยืนกอดตัวเองเพื่อคลายเย็นอยู่

แต่แล้วก้าวเดินนั้นก็ต้องหยุดลง มือหนาค่อยๆกำด้ามถือของร่มแน่นขึ้น เมื่อเห็นใครบางคนได้ตัดหน้าเขาเข้าไปรับอีซองยอลพร้อมกับร่มหนึ่งคัน ซองยอลยอมเข้าไปภายใต้ร่มสีสดใสของใครคนนั้นพร้อมทั้งยังมอบรอยยิ้มสวยหวานให้แทนคำขอบคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ในสายตาของคิมมยองซูไม่อาจทำให้เขาละสายตาออกไปได้ ได้แต่ลอบมองคนทั้งคู่เดินเคียงข้างออกจากใต้อาคารพร้อมกัน...วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่คิมมยองซูไม่สามารถเป็นเจ้าของพื้นที่ข้างกายอีซองยอล

ไม่สิ...ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะได้เป็นเจ้าของพื้นที่ข้างๆอีซองยอล เพราะทุกครั้งจะเป็นแอลโจที่ตัดหน้าเขาและได้พื้นที่นั้นไปเสมอ การไล่ตามใครสักคนต้องใช้ความพยายามเท่าไหร่ คนคนนั้นถึงจะหันกลับมามอง คิมมยองซูไม่เคยคิดหาคำตอบพวกนั้นมาก่อนเลยสักครั้ง จนกระทั่งเขาต้องกลายมาเป็นฝ่ายไล่ตาม อีซองยอล

การที่เห็นคนที่ตัวเองรักอยู่กันใครอีกคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทนมองอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรได้ แต่ถึงอย่างนั้นคิมมยองซูต้องยอม เพราะเวลานี้เขายังไม่มีสิทธิ์อะไรแม้แต่อย่างเดียวในตัวซองยอล และก็เขาไม่อยากเขาไปแย่งชิง เอาชนะแอลโจ แสดงตัวเป็นเจ้าของซองยอลเพื่อเกมส์เดิมพันเหมือนแต่ก่อน ตอนนี้มันไม่เหมือนตอนนั้น...หัวใจของคิมยองซูรักอีซองยอลโดยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมพันนั่นอีกต่อไป สิ่งที่คิมมยองซูอยากครอบครองไว้ตลอดไปคือ ตัวและหัวใจของอีซองยอล ไม่ใช่คำว่า สะใจและชัยชนะที่จะได้จากแอลโจ

มยองซูเดินตามหลังค่อยเฝ้าดูทั้งคู่อยู่ห่างๆตลอดทางกลับบ้านของคนน่ารัก จนใกล้ๆถึงที่หมายสองคนที่เขาเดินตามอยู่นั้นก็ได้หยุดฝีเท้าลงและเหมือนจะร่ำลากันตรงนี้

แยกกันตรงนี้นะ ขอบคุณที่ให้ติดร่มกลับมาด้วย

พูดอะไรอย่างนั้น ฉันตั้งใจมารับซองยอลทุกวันอยู่แล้วก็รู้นี่ซองยอลยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเออ ออตามอีกคน

ไปนะ

ไม่เอาร่มไปเหรอ

ไม่ล่ะ บ้านฉันอยู่อีกไม่ไกล ฝนก็ปรอยๆแล้วด้วย นายเอากลับไปเถอะ

เอางั้นก็ได้...พรุ่งนี้ฉันไปรับนะแอลโจเอ่ยย้ำเช่นทุกครั้งก่อนจากกันและซองยอลก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไปเหมือนทุกครั้งเช่นกัน มือเรียวสะบัดเล็กน้อยเป็นการบอกลาเพียงแค่นั้นก่อนจะหันหลังมุ่งหน้ากลับบ้านของตัวเอง ซองยอลรีบก้าวเดินให้เร็วเพื่อหลบเลี่ยงละอองฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอยู่และหลบเลี่ยงใครบางคน

ไม่ใช่ไม่รู้...อีซองยอลรู้ตัวทุกอย่างตั้งแต่ที่หน้าคณะจนถึงตอนนี้ เพราะไม่ว่ายังไงสายตาของเขาก็ยังคงมองเห็นคิมมยองซูเป็นคนแรกอยู่ดี ถึงแอลโจจะแยกจากซองยอลกลับไปแล้วแต่มยองซูไม่ได้ทำเช่นเดียวกัน หมอนั่นยังคงเดินตามเขาต่อไปจากสถานีรถไฟใต้ดินมาจนถึงซอยบ้านและต่อมาเรื่อยๆ อีซองยอลพึ่งนึกขัดใจในขาเรียวยาวของตัวเองที่ไม่สามารถเดินได้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ จากที่รู้สึกว่าอีกคนคอยตามหลังอยู่ห่างๆ ดูเหมือนระยะทางระหว่างเขาและมยองซูจะเริ่มสั้นลง ข้างในใจเริ่มนับถอยหลังลงเรื่อยๆ

ห้าก้าว


สี่ก้าว


สามก้าว


สองก้าว


หนึ่งก้าว

 

ไม่กลัวเป็นหวัดหรือไง ในที่สุดคิมมยองซูก็สามารถเดินตามทันพร้อมกับร่มสีดำเข้มที่กางบังละอองฝนให้แก่เขา

ตามมาทำไม

ถามทุกวันไม่เบื่อบ้างเหรอ ยังไงคำตอบฉันก็ยังเป็นคำตอบเดิมฉันตามหัวใจฉันมา

เลิกทำแบบนี้สักทีคิมมยองซู ! ฉันถอยออกมาแล้ว นายก็อย่ามาเข้าใกล้ฉันอีก !” ซองยอลตวาดเสียงสั่น พยายามห้ามความรู้สึกที่กำลังปะทุขึ้นภายในใจ

ทำไมซองยอล...ฉันอยากอยู่ใกล้นายไม่ได้เลยอย่างนั้นเหรอซองยอลหยุดก้าวเดินทันทีที่มยองซูเอ่ยถามออกมาพร้อมแววตาตัดพ้อ สายตานั้นทำให้ข้างในของเขาปวดแน่นไปหมดจนแทบหายใจไม่ออก แต่ก็ต้องสกัดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นแล้วส่ายศีษระเป็นคำตอบกลับไปอย่างชัดเจน

แต่กับแอลโจนายยอม...เสียงทุ้มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

มันไม่เหมือนกันนะมยองซู ไม่เหมือนกันสักนิดเดียวดวงตาสวยหลุบต่ำลง เขาไม่ต้องการเห็นแววตาตัดพ้อที่กำลังทำให้เขาหวั่นไหวและใจอ่อน ตั้งแต่วันแรกที่หวนกลับมาจนถึงวันนี้ อีซองยอลก็ยังไม่เข้าใจในคำพูดนั้นว่ามยองซูต้องการอะไรจากเขากันแน่ ทำไมต้องมาทำให้หัวใจเขาหวั่นไหวกับถ้อยคำเหล่านั้นที่ดูเหมือนว่า...มีใจให้กัน ทั้งๆที่ในช่วงเวลาก่อนนี้ คิมมยองซูไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจนกับเขาได้เลยสักครั้ง ทั้งเรื่องจูฮยอนและเรื่องของเขา แต่พอเขาถอยห่างออกมากลับตามมาฉุดรั้งให้อีซองยอลคนนี้กลับเข้าไปอยู่ในห้วงความรู้สึกเดิมๆที่คอยทำให้เจ็บปวดทำไมกัน...คิมมยองซูจะใจร้ายกับเขาไปถึงไหน

ไม่เหมือนยังไง ในเมื่อนายก็รู้ว่าหมอนั่นก็คิดกับนาย...แบบเดียวกับฉัน

 ซองยอลนิ่งเงียบไม่ยอมตอบเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นคอนกรีตที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝน มยองซูบีบคันร่มไว้แน่นก่อนจะย่างก้าวเข้าไปใกล้ร่างบอบบางนั้นและสวมกอดไว้ เขาทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับคำร้องขอของอีซองยอล

บอกฉันให้ฉันเข้าใจทีเสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหูอย่างอ่อนล้าจนใจของคนฟังแทบหยุดเต้น ในลำคอแห้งผากยากที่จะเอ่ยออกไป

ม-ไม่เหมือน...ทุกสิ่งทุกอย่างที่แอลโจมอบให้ฉัน ฉันไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้นซองยอลดันตัวให้ออกห่างจากอ้อมกอดนั้น สบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่กำลังเฝ้ารอประโยคสุดท้ายจากปากเขา

แต่กลับนายฉัน...หัวใจของฉันมันรู้สึก

ฉันก็รู้สึก...รู้สึกว่าใจของฉันมันอยู่ที่นายตลอดเวลา

“คิมมยองซู...”

“ถ้าเรารู้สึกแบบเดียวกัน อย่าหนีได้ไหม อย่าผลักไสฉันได้ไหมซองยอล ฉันอยากอยู่ใกล้ๆนาย” สิ้นสุดน้ำเสียงอ้อนวอน ลมหายใจของเขาก็ถูกช่วงชิงไปพร้อมๆกับหัวใจอีซองยอลที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา...

มันวาบหวิวและเจ็บปวดไปพร้อมกันที่อีซองยอลเผลอใจอ่อนให้กับความรู้สึกที่กำลังโหยหานี้

be sweet on

            ห้องครัวหลังร้านบีสวีทออนกำลังตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นหอมของแป้งพายคละคลุ้งไปกับกลิ่นหวานละมุนของลูกพีชสด กลิ่นหอมของพายพีชลอยตลบจนไปถึงด้านหน้าร้านทำให้นัมอูฮยอนที่กำลังรับลูกค้าอดไม่ได้ที่จะย่องเข้ามาแอบดูการทำพายชวนน้ำลายไหลครั้งนี้ เขาเห็นแผ่นหลังอันคุ้นเคยกำลังตั้งหน้าตั้งตาจัดพายชิ้นขนาดพอดีคำบรรจุลงกล่องตราร้านบีสวีทออนหนึ่งใบ

            “หอมจัง จะเอาไปออกหน้าร้านเหรอ

            “เปล่า ไม่ได้ทำขาย

            “อ้าว แล้วใส่กล่องร้าน ?เจ้าของพายหอมๆพวกนั้นเงยหน้าจากสิ่งที่กำลังจัดเตรียมอยู่ก่อนจะจุดยิ้มมุมปากเล็กน้อยแทนคำตอบแล้วก้มหน้าทำต่อ

อะไรของคิมมยองซูวะ

อูฮยอนย่นจมูกมองลูกพี่ลูกน้องตัวดีด้วยท่าทางสงสัย เสียงฮัมเพลงดังขึ้นเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็นกำลังประดับอยู่บนใบหน้านิ่งๆกวนประสาทของคิมมยองซู ไม่ให้อูฮยอนสงสัยก็คงไม่ได้แล้วล่ะ

มีเรื่องอะไรดีๆหรือไง?ลองถามหยั่งเชิงไปดูเผื่อว่าตอนอารมณ์ดีจะเผลอตอบง่ายๆ

แต่สงสัยนัมอูฮยอนคงคิดผิด มยองซูแค่เหลือบสายตาขึ้นมาเล็กน้อยแล้วอมยิ้มแทนคำตอบให้อีกหน เขาเลิกคิ้วสูงก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อรู้คำตอบจากรอยยิ้มนั้น

อีซองยอลสินะ...งั้นพายพวกนี้ก็คงเกี่ยวข้องกับเขาด้วยน่ะสิ

แบบที่คิดนั่นแหละ

เป็นไปได้ด้วยดีใช่ไหมคนที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดพายลงกล่องหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะโคลงศีรษะเบาๆ

ฉันยังบอกได้ไม่เต็มปากหรอก...แต่ก็ดีขึ้นกว่าตอนแรกๆล่ะนะมยองซูเองก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าระหว่างเขากับซองยอลกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว รู้แค่ว่าซองยอลเปิดใจให้เขามากขึ้นกลังจากที่เขาเผยความความรู้สึกให้รู้

           อูฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจและเผยยิ้มออกมาให้กับความพยายามของมยองซู 
อย่างที่เคยบอกว่านัมอูฮยอนเป็นคนที่รับรู้ทุกเรื่องราวของคิมมยองซู ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตามและรวมถึงเรื่องนี้ด้วย...เรื่องที่คิมมยองซูกำลังไล่ตามอีซองยอลให้กลับมาอีกครั้ง ในตอนแรกเขาเองยังหวั่นใจว่าคิมมยองซูจะทำได้หรือไม่ หมอนั่นไม่เคยต้องเป็นฝ่ายพยายามให้คนหันมาสนใจ ไม่เคยต้องแคร์หรือเป็นห่วงความรู้สึกของคนอื่น แต่ทั้งหมดทั้งมวลได้เปลี่ยนไปเพียงช่วงเวลาเดียว...ช่วงเวลาที่คิมมยองซูรู้ว่าตัวเองกำลังจะปล่อยของสำคัญให้หลุดลอยไป เรื่องราวในวันที่ซองยอลกำลังจะตัดใจมันทำให้มยองซูเลิกที่จะเล่นสนุกกับความรู้สึกและยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตอนนี้เขาก็เฝ้าดูและคอยให้กำลังใจอยู่ห่างๆ คอยภวานาให้ความรักของน้องชายไปได้ด้วยดี เพราะนัมอูฮยอนอยากให้คิมมยองซูมีรอยยิ้มเหมือนในวันนี้ตลอดไป

สู้นะมยองซู คนอายุน้อยกว่ายิ้มรับกำลังใจจากผู้เป็นพี่ชายก่อนที่จะหันไปสนใจทำของพิเศษที่เขาตั้งใจจะให้อีซองยอลด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเกือบจะเข้าสู่ช่วงเย็น มยองซูเหลือบมองนาฬิกาทรงกลมบนฝาผนังที่ตอนนี้เข็มสั้นเคลื่อนตัวชี้เลขสี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ้ากันเปื้อนสีดำถูกถอดออกก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหายขึ้นไปชั้นด้านบนของร้านสักพักและกลับลงมาพร้อมกลิ่นกายสะอาดสะอ้าน ในขณะที่ในมือได้ถือกล่องสีขาวประดับด้วยริบบิ้นขลิบทองใบเล็กหนึ่งใบ...สิ่งนี้มันพิเศษยิ่งกว่าพายลูกพีชเสียอีกแน่ะ

มยองซูเดินออกจากร้านอย่างไม่เร่งรีบ มองท้องฟ้าสดในที่ไร้เงาของเมฆฝนเช่นทุกวัน รอยยิ้มปรากฏบนมุมปากเล็กๆ พลางนึกในใจที่อะไรๆในวันนี้ดูจะไปได้ดีดั่งใจหวังและเขาก็ขอให้มันดีแบบนี้ตลอดจนกว่าสิ่งที่เขาตั้งใจจะสมหวังจริงๆเสียที  เหมือนเช่นทุกวันที่เขามักจะมายืนรออีซองยอลหน้าสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อเดินไปส่งคนน่ารักที่บ้านต่อจากใครบางคน เป็นเรื่องที่คิมมยองซูอดดีใจไม่ได้ที่เขาสามารถเดินไปส่งอีซองยอลถึงหน้าประตูบ้านได้ ในขณะที่แอลโจไม่เคยเลยสักครั้ง แม้แต่หน้าปากซอยบ้านซองยอลก็ไม่เคยอนุญาตให้หมอนั่นไปถึง มันทำให้เขารู้สึกว่าพิเศษ ถึงซองยอลจะยังวางท่าใส่เขาอยู่ในบางครั้งก็ตาม และวันนี้ทุกอย่างก็ยังดำเนินไปเหมือนเดิม

เขามองแอลโจกำลังร้องขอไปส่งซองยอลที่บ้านเหมือนทุกครั้งก่อนแยกกัน แต่ดูวันนี้แอลโจจะดื้อกว่าทุกวัน ทำให้ซองยอลต้องชักสีหน้าเรียบเฉยกึ่งไม่พอใจปฏิเสธจนเจ้านั่นยอมเดินหันหลังกลับไปทางเดิม แต่ก่อนที่แอลโจจะหันกลับ สายตาคมคายคู่นั้นได้มองเลยมาทางที่เขายืนรออยู่ไกลๆ มยองซูไม่แน่ใจว่าแอลโจเห็นเขาหรือไม่...แต่ไม่ว่าจะเห็นหรือไม่เห็น มันก็ไม่เป็นผลอะไรกับเขาอยู่แล้ว

คิ้วชนกันมากๆระวังหน้าแก่เร็วนะ สองขาเร่งจังหวะก้าวให้ทันอีซองยอลที่เดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่สนใจจะมองผู้คนรอบข้าง มยองซูจะแกล้งทักให้อีกคนรู้ว่าเขาเดินตามอยู่

ซองยอลชะงักหันมามองเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไรโต้ตอบกลับและก้าวเดินต่อ แต่แค่นั้นก็ทำให้คิมมยองซูยกยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อจังหวะการเดินของคนด้านหน้าลดช้าลงคล้ายจะชะลอให้เขาก้าวตามจนทัน หนังสือและชีทบทเรียนที่ซองยอลถือไว้ในอ้อมแขนถูกฉวยไปอย่างรวดเร็วโดยคนข้างๆที่เพิ่งเดินตามทัน ใบหน้าหวานหันไปมอง คิ้วบางขมวดฉับก่อนจะเอื้อมมือหวังไปดึงของตัวเองกลับมา แต่ไม่ทันความไวของคนขี้ขโมยที่นำมันไปไว้ด้านหลังเจ้าตัวอย่างรวดเร็ว

เอาคืนมาคิมมยองซูมยองซูยกยิ้มอย่างกวนประสาท โคลงศีรษะไปมาเหมือนอยากจะแกล้งคนน่ารักตรงหน้า มันเป็นวิธีหนึ่งที่คิมมยองซูใช้เป็นหนทางเพื่อลดระยะความห่างเหินระหว่างซองยอลให้ใกล้ชิดมากขึ้น

อ้ะ..ถุงกระดาษรูปทรงสวยงามหนึ่งใบถูกยื่นให้ซองยอลแทนที่หนังสือ

อะไรของนาย

รับไปสิ แล้วจะรู้เองมยองซูไม่รอช้ารีบยัดถุงกระดาษนั้นใส่มืออีกคน

ซองยอลเลิกคิ้วอย่างสงสัย ยังคงวางท่าทีทำเป็นไม่สนใจ แต่พอคิมมยองซูหันไปด้านหน้าเท่านั้นสองมือที่ถือยู่ค่อยลองแง้มถุงดูข้างในอย่างเงียบๆ

อยากกินไม่ใช่เหรอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างทำล่อกแล่กที่คนข้างๆจับได้ แถมยังรู้อีกว่าช่วงนี้เขากำลังอยากทานพายลูกพีชพอดี...คิมมยองซูอ่านใจอีซองยอลออกหรือไงนะ

เปล่าสักหน่อยถึงอย่างนั้นอีซองยอลก็ยังคงปากแข็งอยู่ดีนั่นแหละ ทำให้คนข้างๆหัวเราะออกมาเบาๆ

ความจริงแล้วคิมมยองซูไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจอะไรได้หรอก แต่ที่รู้เป็นเพราะสายตาเขาคอยเฝ้าสังเกตคนน่ารักตลอดเวลาต่างหาก เมื่อวานซืนเขาเห็นอีซองยอลจ้องพายลูกพีชตรงร้านเบเกอร์ข้างสถานีอย่างไม่วางตา ขนาดที่ว่าเดินเลยร้านไปแล้วยังไม่เลิกมอง เขาเลยคิดว่าคงจะดีถ้าได้ทำอะไรบางอย่างให้ซองยอลและมันก็ประจวบเหมาะกับที่เขามีของบางอย่างอยากจะให้เจ้าตัวด้วย

พูดโกหก ระวังจมูกยื่นนิ้วเรียวจิ้มปลายจมูกซองยอลเบาๆ ก่อนจะพูดต่อว่า พายลูกพีชฉันทำเองนะ...ทำมาให้นาย

มืออุ่นประทับลงบนเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนแล้วลูบอย่างเบามือ ดวงตาสีดำสนิทสบมองคนข้างกายอย่างสื่อความหมายให้อีกคนรู้ว่า...สิ่งที่ให้สำหรับอีซองยอลเพียงคนเดียว... ความอ่อนโยนที่คิมมยองซูมอบให้ทำเอาอีซองยอลตั้งรับแทบไม่ทัน เขารู้ตัวเองในทันทีว่าแก้มของเขาคงขึ้นสีให้อายมากแน่ๆ ดวงตากลมใสจึงรีบหลุบต่ำลงและขยับตัวออกจากอุ้งมืออุ่นนั้น

ปฏิกิริยาของซองยอลทำให้มยองซูชะงักไปเล็กน้อยพลางก่นด่าตัวเองในใจว่าไม่น่าทำตามใจตัวเองที่อยากจะสัมผัสคนตรงหน้าในเวลานี้

ขอบคุณนะแต่ข้อความนึกโทษตัวเองในใจกลับกลืนหายไปพร้อมกับน้ำเสียงอ่อนหวานที่เอ่ยขอบคุณขึ้นเบาๆ ด้วยใบหน้าสีระเรื่อมองดูแล้วน่ารักเป็นบ้าในสายตาคิมมยองซู

ถึงแม้ว่าซองยอลจะไม่ได้อนุญาตอย่างชัดเจนว่าจะยอมให้เขาอยู่ใกล้ๆหรือตอบออกมาตรงๆว่ารู้สึกแบบเดียวกับเขา แต่ครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวที่อีซองยอลยอมลดระยะห่างระหว่างเราทั้งคู่ลงและให้คิมมยองซูเข้าใกล้หัวใจได้อีกนิด ซองยอลไม่ได้เอ่ยปากไล่เหมือนเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนแถมยังเริ่มวางตัวกับเขาเหมือนเดิม...เหมือนตอนที่อยู่บีสวีทออน มันถึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคิมมยองซูถึงรู้สึกมีความสุขเล็กๆในเวลานี้

เพราะเขากำลังจะหัวใจคืนมา

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาต่อ ปล่อยให้ห้วงเวลาค่อยๆเดินไปอย่างเชื่องช้าพร้อมกับเสียงหัวใจที่กำลังดังกึกก้องแข่งกันอยู่ภายในของคนทั้งคู่ ฝ่ามืออุ่นเคลื่อนตัวไปสัมผัสกับคนข้างกายและกอบกุมมันไว้อย่างนุ่มนวลตลอดเส้นทางที่มีเพียงแค่...คิมมยองซูและอีซองยอล

ซองยอลหยุดปลายเท้าตรงหน้าประตูรั้งไม้สีขาว ค่อยๆคลายอุ้งมืออุ่นๆนั้นออก ดวงตากลมเสมองไปทางด้านข้างอย่างทำตัวไม่ถูกในบรรยากาศแบบนี้ เล่นให้เขาจับมือมาตลอดทางอย่างลืมตัวพอถึงที่หมายก็เลยทำตัวไม่ถูกว่าจะเอ่ยลายังไงให้ดูไม่มีพิรุธ...พิรุธที่ว่าคือหัวใจที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมาด้านนอกนี่ไงล่ะ

ถึงจะพยายามปกปิดอาการแต่อย่าลืมว่าคิมมยองซูไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้อะไร เขาอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยื่นหนังสือคืนให้แก่เจ้าของ ซองยอลรับมันมาไว้ในอ้อมกอดและทั้งคู่ก็เงียบไปอีกสักพักราวกับทำกล่องเสียงตกหล่นไว้ระหว่างทาง จนกระทั้งได้ยินเสียงฟ้าคำรามนั่นแหละถึงได้หาเสียงตัวเองเจอ

ฝนคงใกล้ตกแล้ว เข้าบ้านก่อนนะซองยอลเงยหน้าท้องฟ้าที่เคยสดใสเมื่อครู่ก่อนจะเอ่ยลาอีกคน

เข้าบ้านดีๆนะซองยอล แล้วก็อย่าลืมดูข้างในถุงนะ...มันมีของอีกอย่างที่ฉันอยากให้นาย

อื้อ กลับบ้านไปได้แล้วถึงจะดูเหมือนเอ่ยไล่ แต่คิมมยองซูก็ไม่ถือสาเพราะรอยยิ้มที่ส่งมาหลังถ้อยคำนั้นมันทำให้เขาเพิ่งเคยได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ว่า...หัวใจเต้นจนจะระเบิดมันเป็นยังไง

.

.

.

ซองยอลเปิดประตูก้าวเข้าภายในตัวบ้านด้วยรอยยิ้มน่ารักที่ไม่ได้ปรากฏบนใบหน้าหวานให้เห็นในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาวางหนังสือและกระเป๋าบนตู้วางรองเท้าตรงหน้าประตูก่อนจะชูถุงที่ได้รับจากคนที่เดินมาส่งเมื่อครู่ขึ้นมาเปิดดูอย่างตั้งใจ พายลูกพีชสีน้ำตาลอ่อนบรรจุอยู่ในกล่องของร้านบีสวีทออนอย่างสวยงาม ส่งกลิ่นหอมละมุนมาแตะปลายจมูกจนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จะว่าไปเขาไม่เคยชิมฝีการทำขนมของคิมมยองซูเลยสักครั้งเพราะเขาไม่ค่อยชอบของหวาน

พายลูกพีชไม่หวานมาก หวังว่านายจะชอบ ซองยอลหยิบโน้ตที่แปะตรงกล่องขึ้นมาอ่านก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ...คิมมยองซูจำได้ด้วยเหรอ

อ่านโน้ตนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่สักพักก่อนจะละสายตามองข้างในถุงอีกรอบ เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามยองซูบอกว่ามีของอีกอย่างในถุงนี้ด้วย กล่องสีขาวผูกริบบิ้นใบเล็กๆกำลังจะถูกหยิบขึ้นมาเปิดดู แต่ทว่า..

ครื้นนนน

เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกหนทำให้ซองยอลตกใจจนต้องมองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นว่าฝนมันเริ่มปรอยลงมาทีละนิดแล้ว คนน่ารักขมวดคิ้วกันยุ่งพลางบ่นในใจว่าเมื่อครู่ท้องฟ้ายังสดใสดีอยู่เลยและจู่ๆห้วงความคิดก็ทำให้เขานึกถึงอีกคนที่เพิ่งจากกันไม่กี่นาทีก่อน คิมมยองซูต้องโดนฝนเล่นงานกลางทางแน่ ซองยอลตัดสินใจหยิบร่มที่อยู่ในกระถางข้างประตูและรีบก้าวออกจากบ้านไปอีกครั้งโดยที่ลืมวางถุงกระดาษที่ได้มาเสียก่อน ยิ่งเร่งฝีเท้าเม็ดฝนก็ยิ่งตกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ภาพด้านหน้ามัวลงเล็กน้อย...หมอนั่นเดินหายไปไหนแล้วนะ

ซองยอลเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเท่าตัวเผื่อว่าจะตามคิมมยองซู แต่ระหว่างทางนั้นเขากลับได้ยินเสียงอันคุ้นเคยของใครบางคนกำลังตะโกนแข่งลอดเสียงสายฝนออกมา…

มึงจะเอายังไงกับกู แอล ! ” เสียงที่จำได้ว่าเป็นเสียงแอลโจกำลังตะโกนด้วยความเกี้ยวโกรธ ทำให้เขาต้องชะลอฝีเท้าลงและเดินเข้าไปใกล้ๆ ซอกเล็กๆ ก่อนจะถึงถนนใหญ่ตรงปากทางเข้าซอยบ้าน…แอลโจมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง...แล้วทำไมถึงมีเรื่องกับมยองซูได้

กูไม่เอายังไงทั้งนั้น

อย่ามาเล่นลิ้น มึงกลับมาเข้าใกล้ซองยอลอีกทำไม ! ”

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอีซองยอลไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปดูเหตุการณ์ อาจจะเป็นเพราะชื่อของเขาที่ถูกเอ่ยออกมา ทำให้เขาเลือกที่จะแอบฟังอยู่ตรงมุมนี้…

เกี่ยวอะไรกับมึง ทำไมกูจะเข้าใกล้ซองยอลไม่ได้มึงกลัวอะไรรึไงแอลโจมยองซูเหยียดยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจกับท่าทางเดือดพล่านของอีกฝ่าย

ความจริงเขาคิดว่าจะไม่เข้าไปข้องแวะกับแอลโจแล้วด้วยซ้ำเพราะเขาตั้งใจจะเลิกเดินตามเกมส์ที่อีกฝ่ายตั้งขึ้น แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น แอลโจปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เขาเดินห่างออกมาจากบ้านซองยอลได้ไม่ไกลนัก หมอนั่นตรงเข้ามากระชากคอเสื้ออย่างเอาเรื่องและพูดว่า คิดไม่ผิดที่เดินตามซองยอลกลับมาดู ไม่งั้นคงไม่รู้ว่ามึงกำลังคิดจะทำอะไรไม่เคยมีสักครั้งที่คิมมยองซูเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน ถ้าอีกฝ่ายไม่อยากเจอดี

มึงกลัวแพ้กูใช่ไหมล่ะและครั้งนี้เขาก็อดใจไม่ไหวที่จะไม่ตอบโต้กลับด้วยความสะใจ

ดวงตาที่ดูคล้ายคลึงกับของคิมมยองซูกำลังฉายความโกรธเกี้ยวอย่างปิดไม่มิดเมื่อได้ยินคำพูดแทงใจดำตอกกลับมาก่อนจะปล่อยหมัดเข้าใบหน้าหล่อตามแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นจนแทบล้นออกมา แต่อย่าคิดว่าคนอย่างคิมมยองซูจะยืนเฉยๆให้อีกฝ่ายกระทำ หมัดหลุนๆสวนกลับไปอย่างรวดเร็วจนแอลโจล้มลงกับพื้นที่นองไปด้วยหยาดน้ำฝน

กูจะไม่แพ้ ! กูต้องไม่แพ้เดิมพันนี้ ! ” แอลโจชี้หน้ามยองซูด้วยอารมณ์โกรธอย่างรุนแรง

มึงยังคิดวาจะชนะอยู่อีกงั้นเหรอ  มึงไม่เห็นตอนที่ซองยอลอยู่กับกูสินะ ว่าเขามีความสุขกว่าตอนอยู่กับมึงขนาดไหนทุกถ้อยคำที่คิมมยองซูพูดออกมา แอลโจไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันเป็นความจริงทั้งหมดที่เขาไม่อยากยอมรับ

เขารับไม่ได้หากต้องพ่ายแพ้ให้กับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น พี่ชายต่างสายเลือดที่เขารังเกียจนักหนาตั้งแต่จำความได้เขาเป็นฝ่ายที่อยู่เหนือผู้ชายคนนั้นมาโดยตลอด ไม่มีทางที่คิมมยองซูจะขึ้นมาเหนือเขาได้

กูบอกว่ากูจะไม่แพ้ กูก็ต้องไม่แพ้ เพราะกูไม่เคยแพ้มึงสักครั้ง...มึงน่าจะรู้นะแอลแอลโจเหยียดยิ้มมองมยองซูที่กำลังค่อยๆปะทุขึ้นด้วยแววตาร้ายกาจ และเดิมพันครั้งนี้ก็เหมือนกัน กูต้องชนะ ตัวซองยอลต้องเป็นของกู อย่างที่แม่เป็นของพ่อกู

กูไม่มีทางปล่อยให้เป็นแบบนั้นและซองยอลก็ไม่ใช่สิ่งของที่มึงอยากจะได้ต้องได้มยองซูกดเสียงต่ำมองด้วยสายตาดุดัน

แล้วไง ถ้ากูอยากได้ก็ต้องได้...มึงก็อยากได้ซองยอลมากเหมือนกันไม่ใช่รึไง แต่ขอโทษวะ...ยังไงกูก็ชนะ มึงคงรอต่อจากกูแล้วละ คงไม่ถือเรื่องพวกนี้ใช่ไหม เพราะมึงก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไรอยู่แล้วนี่

แอลโจ มึง !”

 

ที่แท้มันก็เป็นอย่างนี้เองสินะ

มือใหญ่ที่กำหมัดเตรียมจะปล่อยลงบนใบหน้าร้ายกาจของแอลโจหยุดชะงักกลางอากาศด้วยเสียงอันคุ้นเคยที่แทรกเข้ามา คิมมยองซูค่อยๆหันไปทางต้นเสียงช้าๆและดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวจะหยุดเคลื่อนไหวเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร

ซองยอลมยองซูเอ่ยชื่ออีกคนเบาๆ มองร่างบอบบางเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นใบหน้าสวยหวานนั้นชัดเจน ...ใบหน้าหวานซีดลง นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำคิมมยองซูรู้สึกใจหาย ซองยอลเม้มริมฝีปากแน่นมองมยองซูสลับกับแอลโจก่อนที่จะทำในสิ่งใจร้องบอกให้ทำที่สุดตอนนี้

เพี้ยะ

เสียงฝ่ามือกระทบลงบนผิวหน้าดังชัดเจนจนกลบเสียงสายฝนจนหมด ใบหน้าคมคายหันไปตามแรงฝ่ามือ กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งทั่วโพรงปากก่อนที่ใครคนนั้นจะดุ้นแผลที่เกิดขึ้นตรงมุมปากตัวเอง ไม่ใช่แอลโจที่ต้องเป็นคนเจ็บตัว แต่คนที่โดนอีซองยอลตบนั้นคือ คิมมยองซู เพราะคนที่ทำให้อีซองยอลเจ็บปวดใจคือมยองซูไม่ใช่แอลโจ แต่น่าแปลกที่คนโดนกระทำไม่นึกโกรธเลยสักนิด คิดว่าสมควรโดนเสียด้วยซ้ำ

เพราะแบบนี้ใช่ไหม พวกนายถึงเข้ามายุ่งกับฉัน เพราะเดิมพันบ้าๆของพวกนายใช่ไหม !”

ไม่ใช่นะซองยอล..ฉันไม่ได้...จะปฏิเสธก็ทำได้ไม่เต็มเสียง เพราะทุกอย่างของความรู้สึกคิมมยองซูที่มีต่ออีซองยอล มันเริ่มมาจากคำว่าเดิมพันทั้งนั้น

มันไม่ใช่ยังไงเหรอคิมมยองซู...นายเห็นว่าฉันโง่มากใช่ไหม ใช่ ! ฉันมันโง่ ที่ไม่เคยรู้ว่าทั้งหมดที่นายพูดมามันคือสิ่งจอมปลอมเสียงหวานสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อนึกถึงถ้อยคำต่างๆที่มยองซูพูดกับเขาในวันนั้น รวมถึงการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมาจนถึงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว

ความหอมหวานความอ่อนโยนที่คิมมยองซูมอบให้จนอีซองยอลเกือบเผลอใจ มันเป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่เกิดขึ้นเพราะเกมส์เดิมพันเพื่อจะได้เป็นฝ่ายชนะ อีซองยอลเป็นคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลยว่าทั้งหมดมันไม่ได้มีความจริงใจแทรกอยู่แม้แต่น้อย และยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่จมดินเมื่อนึกถึงตอนที่เขาพยายามจะคว้าหัวใจของคิมมยองซูเผื่อมาเย้ยแอลโจ แต่ดันเผลอตกหลุมรักไปเสียเอง มันน่าตลกสิ้นดีที่เขากลับต้องไปเป็นตัวหมากในเกมส์ของผู้ชายเลวๆสองคนนี้…คิมมยองซูไม่เคยคิดรักเขาจริงๆเลย

ไม่ใช่แบบนั้นนะซองยอล ทุกสิ่งที่ฉันทำในวันนี้ฉันไม่ได้โกหกแต่มันคือความรู้สึกจริงๆ...ของฉันมยองซูเอื้อมมือไปหวังจะดึงมือนั้นมากุมไว้พร้อมกับพยายามอธิบายให้อีกคนเข้าใจว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ดูเหมือนทุกอย่างมันจะแย่เกินแก้ไข

ซองยอลสะบัดมือนั้นอย่างแรงและจับจ้องคนตรงหน้าด้วยแววตาโกรธเคืองและเจ็บปวดปะปนกันไป ดวงตากลมโตคลอหน่อยไปด้วยหยาดน้ำตาที่คละเคล้ากับน้ำฝนที่ตกลงมาจนแยกไม่ออก...ถึงตอนนี้คิมมยองซูก็ยังจะโกหก

เลิกพูดโกหกสักทีคิมมยองซูมันคงสะใจพวกนายมากสินะที่เห็นฉันเจ็บปวดอย่างนี้ซองยอลพูดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาพร้อมกับปาถุงกระดาษที่คิมมยองซูเป็นคนให้จนของในถุงหล่นกระจายเต็มพื้น มยองซูขบกรามแน่นมองด้วยสายตาตัดพ้อแต่ซองยอลก็เลือกที่จะมองข้ามสิ่งที่ทำให้เจ็บปวด

นายขอฉันว่าอย่าหนีไปไหน...อย่าผลักไสนายใช่ไหมน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับแววตาไร้ความรู้สึกของคนพูดทำให้มยองซูใจหายจนเกิดความกลัวกลัวว่าจะไม่มีอีซองยอลที่เขารักอีกต่อไป

ต่อไปนี้ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราไม่ต้องเจอกันอีก...ตลอดไปกล้ำกลืนหยาดน้ำตามองใบหน้าที่คนที่อีซองยอลเคยมอบหัวใจให้ครั้งสุดท้าย ก่อนที่สองขาจะก้าวถอยออกมาและจะจากไปตลอดกาล

ยอมทำร้ายหัวใจตัวเองอีกครั้งเพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดที่ชื่อ คิมมยองซู จริงๆเสียที

ถึงแม้จะต้องทนทรมานอีกนานสักนิดอีซองยอลก็ยอม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนบทเรียนที่อาจทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น ถึงแม้จะมีแผลเหวอะวะ แต่เขารู้ว่ามีบุคคลที่คนเป็นดั่งยารักษาแก่เขาตลอดเวลา

ทำไมพี่ตัวเปียกแบบนี้..ล-แล้ว พี่ร้องไห้หรอ

ซองยอล...เป็นอะไร

พี่ซองกยู ซองจงและบุคคลเหล่านั้นก็คือพี่ชายและน้องชายที่แสนดีของอีซองยอล ยารักษาที่คอยอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา แม้ในวันที่หัวใจเขาแทบแหลกสลาย

ซองยอลโผลเข้ากอดพี่ชายทันทีที่ก้าวขาเข้ามาภายในบ้านโดยที่มีซองจงรีบวิ่งไปหาผ้าขนหนูมาให้เช็ดเนื้อเช็ดตัว ร่างบอบบางปล่อยหยาดน้ำตาจนตัวโยนออกมาอย่างไม่อายใคร ถึงจะสงสัยอยากจะเอ่ยถามจนแทบทนไม่ไหว แต่เมื่อเห็นน้ำตาของน้องชายสุดที่รักคนที่เป็นพี่ชายอย่างซองกยูก็เลือกที่จะเงียบรอเวลาให้เจ้าตัวพูดออกมาเองและคอยปลอบประโลมด้วยอุ้งมืออุ่นๆ ทั้งสองข้างบรรเทาให้อีซองยอลของเขาคลายความเจ็บปวดที่อยู่ในใจ

สุดท้ายก็มีแต่ครอบครัวเท่านั้นที่รักอีซองยอลที่สุด

.

.

.

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่คิมมยองซูยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา ไม่มีอะไรฉุดรั้งความรู้สึกให้ขึ้นมาจากหลุมขนาดใหญ่ภายในใจ หัวสมองขาวโพลนจนนึกอะไรไม่ออก มีเพียงภาพใบหน้าอันแสนเศร้าและแววตาอันแสนเจ็บปวดของอีซองยอลที่กำลังฉายวนลูปไปมาในหัวและยิ่งได้ยินเสียงหวานที่ยังคงดังก้องในหูพูดถ้อยคำสุดท้ายออกมา มันทำให้หัวใจคิมมยองซูบีบรัดแน่นจนแทบแหลกสลาย

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนคิมมยองซูตั้งตัวไม่ทัน เขาเหมือนคนล้มทั้งยืนที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่ฉุดรั้งหัวใจของตัวเองก็ยังทำไม่ได้ เขาปล่อยให้อีซองยอลก้าวถอยหลังจากเขาไปอีกครั้ง

และครั้งนี้มันคงไม่มีทางหวนกลับคืนมา แค่คิดว่าจะไม่มีอีซองยอลให้เขาเห็น น้ำตาที่ไม่เคยหลั่งออกมาเลยสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเจ็บจะเสียใจแค่ไหนกลับไหลออกมาอย่างง่ายดาย

มือหนาหยิบกล่องสีขาวที่เคยผูกริบบิ้นอย่างสวยงามบนพื้นเฉอะแฉะ มันถูกขว้างทิ้งอย่างไม่ใยดีจนสิ่งของที่บรรจุอยู่ข้างในกระเด็นออกมาเปื้อนน้ำฝน...จิวต่างหูอักษรภาษาอังกฤษตัวหนึ่ง มันเป็นของพิเศษที่คิมมยองซูตั้งใจจะมอบคนที่เขารัก บัดนี้รูปร่างมันได้แหลกสลายพอๆกับหัวใจของเขาตอนนี้

 

คิมมยองซูควรต้องทำยังไง อีซองยอลถึงจะไม่ไปจากเขา
 

To be con



lcheshirex ; เพลงหน้าฟิคบังเกิดจากความติ่งคุณชายพีร์ของอิคนเขียน XD เอาไว้เป็นแบคกราวน์ของพาสหน้าเนอะ กิกิ
กว่าจะปั่นจนครบ 100 % ใช้เวลานานกว่าทุกตอนเลยทีเดียว  เกิดอาการหัวไม่แล่นและก็งานเริ่มเข้ามาสุม T ^ T
ขึ้นปีสี่แล้วเหนื่อยจริงๆ #นอนแผ่ แต่เราสัญญาจะลงจนจบ 15 ตอนน้า ส่วนตอนพิเศษในเล่มนะคะจ้ะ ฮี่
ปมทุกปมคลายหมดแล้วเนอะ พาสหน้ามาย้อนอดีตมิงซูกันหน่อยและดูว่ามิงจะทำไงต่อ 
ฝากติดตามด้วยนนะคะ




ปล้ำมยองยอล ; ใครสนใจสั่งฟิค be sweet on ยังสั่งกันได้น้าาา ดูรายละเอียดในตอนที่ 15 ได้เลยคะ              

              



Supercell

Vote
ให้คะแนนตอนนี้

Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.

ส่งคะแนน

ตอนที่ 17 : be sweet on ♡ 13th.Rating : 15 / 3 vote(s)

2 ส.ค. 56

50 ความคิดเห็น

  1. #875 Adriel (@fudrodah19) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 13:58
    แง้ แอลอย่าร้องไห้นะ นายต้องง้อซองยอลให้ได้นะ สู้ๆนะแอลลลล
    #875
  2. #836 Pim.PN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 16:57
    ไม่นะ!!!!!!!!!

    ทำอะไรสักอย่างเทอะ!!!!!!!

    มยองสู้ๆนะ!!!!! ยังไงนายก็ต้องทำได้!!!

    ไปเอาหัวใจนายกลับคืนมาให้ได้นะ

    แล้วแอลโจถ้าแค่อยากเอาชนะมยองกลับไปหาRicky เทอะขอร้อง!!!
    #836

  3. #812 meawkim (@ma-meawkim) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 / 22:38
    เศร้าอีกแล้วอ่ะ จะร้องไห้เลย TT^TT สงสารทั้งสองคนเลย
    #812
  4. #793 EarnINSPIRIT (@en-boyfriend) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 02:17
    ฮือออออออ นึกว่าจะไปได้สวยTT^T
    แอลโจชิชะ ทำไมทำอย่างนี้= =
    #793
  5. #785 YJ_YS_M (@cassiopeia-inw5) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 23:01
    เอาน่ามยองซูเราไปทำกับเค้าไว้ก่อนนี่นะ

    และแหมเหมาะอะไรขนาดนั้นความจริงเปิดเผยพอดี

    เป็นใครๆก็โกรธทั้งนั้นแหละนะสู้ๆต่อไปแล้วกันนะ

    ให้เวลากับยอลลี่เค้าหน่อยเค้าเจ็บซะขนาดนั้นน่ะ
    #785
  6. #698 opalmina (@opalmina) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 20:18
    ซองกยูกะจงน่ารักจัง เศร้าอ่ะ TTTTTTTTTTTTTTT
    #698
  7. #693 Pangpond (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 15:06
    น้ำตาไหลเป็นสายเลือดT_____T''ไรท์เตอร์แต่งเก่งเว้ออ่ะ!!
    #693
  8. #658 Demolish. (@jan_hikaru) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 17:21
    T_____________T
    คือแบบ
    อ่านเพลงนี้แล้วฟังเดสทินี่ไปด้วยพอดี
    อร๊ากกกก ยิ่งท่อนที่แอลร้องนี่แบบ T[]T

    แงงงงงงงงงงงงงงงง
    ยอลลี่ กะ แอล เศร้าทั้งคู่ มันหนน่วงอ่ะ มันหน่วงงงง
    คือเข้าใจความรู้สึกยอลลี่นะ แตแบบ แงงงงงให้อภัยแอลเถอะ ฟังนางพูดด้วย 
    แต่คิดว่ายอลคงไม่เชื่ออยู่ดี ฮือออออ ฉันเศร้าาาาา
    #658
  9. #647 mininut (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 14:45
    ไรต์เค้ารอนานแล้วน๊าาาาาาาา มาต่อไวๆจิค๊าาาาาาาาาาาาาา>< มันกำลังฟินนนนเรยยยย ไม่มาอัพจนแทบจะลืมเนื้อเรื่องแล้วววววว
    #647
  10. #644 mali (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 20:53
    สงสาร~ มยองอ่ะ สงสารซองยอลด้วย T_T

    รีบมาอัพไวไวนะคะูุ^^
    #644
  11. #643 aris_kim (@arisa_kim) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 21:32
    เศร้อ่ะ ดราม่าด้วย สงสารยอล สงสารมยอง สงสารหมดเลย งื้อออออออ ฮืออออออออ ร้องไห้แล้วอินมากกกกกกกก ไรต์ สู้ๆนะคะT^T
    #643
  12. #642 Nazca line (@2921) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 13:50
    เศร้าอ่าาาา ฮือๆ สงสารยอลลี่ สงสารอิมิงซูด้วย T^T
    #642
  13. #641 nono (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 13:45
    มาต่อเร็วๆ นะคะไรต์ นี่เข้ามาดูทุกวันเลย ฟิคทุกเรื่องของไรต์ด้วย อิแวมไพร์ ยังงงค่ะ เรื่องนี้รักมากเลยจริง น่าอ่า่นฝุดๆ >
    #641
  14. #640 tip (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2556 / 14:21
    เวรแล้วไง เรื่องกำลังไปได้สวยแต่กลับมาพังไม่เป็นท่า

    แต่จะไปโทษใครได้ละ ในเมื่อตอนแรกนายเห็นซองยอลเป็นแค่ของเดิมพันจริงๆ

    แล้วตอนนี้ถึงแม้ความรู้สึกของนายจะเปลี่ยนไปแล้วแต่มันก็ยากที่จะเชื่อ

    ซองยอลรักนายมากๆเลยนะมยองซู นายต้องตามซองยอลกลับมาให้ได้นะ
    #640
  15. #635 yuiyoiiii'x (@namimori-y) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 20:56
    สงสารอิมยองงงง ค้างอ่ะๆ ไรท์รีบมาอัพตอนต่อไปนะ ไฟท์ติ้งงงงงงงงงง TT^TT
    #635
  16. #632 '~Hina๋cha๊n~ (@hanhaah14) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 19:18
    คือแบบ กำลังแฮปปี้แล้วแท้ ๆ !@#$%^&*

    ฝนจะตกทำไมฟะ..ถ้าฝนไม่ตกยอลลี่ก็จะไม่ออกไป

    แอลโจ จะตามมาทำไมถ้าไม่ตามมาก็จะไม่เกิดเรื่องขึ้น จริงๆนะ

    แล้วตกลง2คนนี้มีความลับอะไรกัน

    อีก2ตอนจบแล้วสินะ แต่เรื่องมันยังๆค้างๆคาๆทั้งนั้นเลย

    ยอลลี่อย่าจากมยองไปเลยนะ งิ้งงง
    #632
  17. #631 Mona Lisa_Melody (@monalisa-melody) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 10:26
    โอยย เรื่องกำลังจะดีแล้วแท้ๆ อีนังแอลโจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจ!!
    งื้อออ สงสารซองยอลลลลลล สงสารมยองด้วยง่ะ
    แล้วอย่างงี้ทำไง เกิดอียอลมันหนีไปเรียนเมืองนอกแบบหนังไทยบ้านเรานี่จบเลยนะ
    อ๊ากกกก มยองสู้สู้
    #631
  18. #629 Pe' earn (@sawasdeebutter) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 01:06
    ทำไมในวันนั้นแอลโจไม่รักซองยอลในแบบนี้ เดี๊ยนไม่เข้าใจ -___________-*
    เกือบมองแอลโจดีสุดท้ายผู้ชายคนนี้ก็แค่บ้าเอาชนะ#แด.กจุด
    อ่านไปอ่านมาทำไมฟิลลิ่งมันช่างเข้ากับเพลง 'แบบไหนที่เธอจะรัก' ว่ะ แม่งตรงทุกท่อนอ่ะ
    อีกเพลงนึงเลยอิงคุณชายรณพีร์ของแท้ ป๊าดดดดดดดดดด คมแท้หลาว ฮิๆๆ
    มยองซูผู้ไม่เคยง้อใคร ไม่เคยสนใจใคร ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร วันนี้มาเดินตามหาหัวใจกลับคืนจากซองยอล
    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยย ~ -//////////////-
    พายลูกพีชไม่หวานมาก ใครเล่าจะรู้ใจเท่าหมิงจูคนนี้อีกแล้วววววววววว เกร้ดดดดดดดด
    ฟหกดเ้่าสวง1-/:.;,(?)!฿&"@ หายงอนเถอะยอลลี่
    ฟร๊าคคคคคคคคคคคคคคยูวววววววววววววววววววว !!!!!!!!!!
    จะสวยล่ะงานนี้ทำไมกลายเป็นซวยล่ะห่ะ !?!?!? โอ้ยยยยย T______________T
    ปวดใจอ่ะฮรือออออๆๆๆๆๆ สงสารทั้งคู่เลยสงสารได้ยินม้ายยยยยยยย
    (ดักตีคนแต่งหน้าปากซอยแน่ !!!! )
    #629
  19. #627 Reader1 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2556 / 23:24
    ไรท์เตอร์ค้า ขอบคุณมากนะคะ



    ตอนนี้เศร้ามากกกก T__T ถึงแม้จะเดาไว้แล้วว่า มันน่าจะเศร้าเพื่อคลายปมหลาย ๆ อย่าง



    พอไรท์อัพครบ 100% เรื่องก็เฉลยปมที่ผูกไว้หมดแล้ว แต่ ๆ ...มันเศร้าาาาาา สงสารมยอง สงสารยอลลี่



    ปล. คิดถึงอารมณ์อ่านฟิคแล้วยิ้ม มีความสุข อร้าย แอร้ย แบบตอนแรก ๆ รอตืดตามตอนต่อไป จะ T__T หรือ :) นะคะ
    #627
  20. #626 peddkoy (@ktsm1997) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2556 / 23:05
    กรี๊ดดดดดดด พี่จูนทำให้ค้างตลอดเลย 5555555555

    อดทนรอได้ รอพี่จูนนะ พี่จูนต้องกลับมาต่อไวๆนะ

    พี่จูนไฟล์ทติ้งค่ะ ><
    #626
  21. #623 mali (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 20:05
    กว่าจะรู้ตัวนะมยองซู

    รีดมาอัพไวไวๆๆๆๆๆๆๆ

    นะคะ~

    ^^
    #623
  22. #622 mali (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 20:04
    กว่าจะรู้ตัวนะมยองซู

    รีดมาอัพไวไวๆๆๆๆๆๆๆ

    นะคะ~

    ^^
    #622
  23. #621 kk_in (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 16:13
    พอเถอะแอลโจอย่าพยายามเลย-_-

    ยอลลี่~~~
    #621
  24. #612 พลอย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 17:59
    แอลโจ....เลิกพยายามเถ้อะ จริงๆนะ= =

    อืมมม...ถึงแอลโจกับยอลลี่จะเป็นเมนเราทั้งสองคนก็เหอะ แต่แบบบ...เราไม่ข้ามวงค่ะ!!

    สงสารซองยอลนะ ยอลลี่น้อยย อย่างง่ายนะลูก เราต้องทำให้มันเจ็บกว่าเราเป็น100เท่าพันเท่าาาาา!!!!



    #แต่งต่อไปค่ะสู้ๆ เราแอบอยากรู้กยูอูนะ มาต่อเร็วๆนะไรท์
    #612
  25. #607 Teruin~bd (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 23:58
    เห็นด้วยกับความเห็นก่อนๆ

    แอลโจจจ กลับไปหาริคกี้ไปปปป (?)

    [ทำไมอ่านฉากเกมเซ็ยเตอร์แล้ว..นี่มัน MV Crazy รึ //โดนไรท์ตบ]

    อาา ไรท์แต่งสนุกอ่ะ แรกๆฮา กลางๆเครียด หลังๆดราม่า (หือ??)

    40เปอร์แล้ว ยอลจะยังไงต่อกับ 60 เปอร์หลังกันนะ

    ...o_o =_= เห็นว่าเป็นพระเอก เอาใจช่วยหน่อยละกัน

    แต่อย่าง่ายๆนะยอล ทิ้งทั้งแอลทั้งแอลโจไปเลย! [ห๊ะ???]

    ไม่ใช่ละ..เอาให้มันมาม่า(?)ถึงขีดสุดแล้วค่อยยอมละกันนะ ยอล - -; (เอิ่ม?)

    ....ทำไมแอลโจจริงจังขนาดนั้นนะ ปล่อยวางเถ๊อะ แล้วกลับบ้านไป (?)

    OTL นั่งพิมเม้นแล้วก็พูดวนไปมา อย่าใส่ใจกับคอมเม้นนี้

    ไรท์สู้ๆ อีก 60 เปอร์ สู้ๆ (=3=)9!!
    #607
พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android