ค่าเริ่มต้น
- เลื่อนอัตโนมัติ
- ฟอนต์ THSarabunNew
- ฟอนต์ Sarabun
- ฟอนต์ Mali
- ฟอนต์ Trirong
- ฟอนต์ Maitree
- ฟอนต์ Taviraj
- ฟอนต์ Kodchasan
- ฟอนต์ ChakraPetch
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #424 : 10 เรื่องตำนานเมืองขนหัวลุกของญี่ปุ่น
Red Barn Murder ไ้รับารีพิมพ์ไทยรับับ 12 ุมภาพันธ์
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2385567
ุ็รู้ว่าประเทศี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่เหมือนาวบ้าน ำนานเมือและภูผีปีศา็เ่นัน มีหลายำนานที่เป็นเรื่อแปลประหลาไม่เหมือนใรที่ไหน และวันนี้เราะนำเสนอ 10 เรื่อำนานเมือนหัวลุอี่ปุ่น (ปล.ออภัยที่บาภาพในบทวามนี้ไม่รับอินเมอย่ารุนแร หลายนอารับไม่ไ้ โปรทำใ)
10.Nure-Onna
นูเระ อนนะ (หรือเรียอีื่อหนึ่ว่า “ผู้หิเปีย”) เป็นสัว์สะเทือนน้ำสะเทินบ(ปีศา?) ที่ ำนานอี่ปุ่นที่มีหัวเป็นหิสาวลำัว (ร่าาย) เป็นู รายละเอียอรูปร่าหน้าาอเธอะแ่าเล็น้อยไปามเรื่อเล่า โยัวเธอยาว 300 เมร มีผมสวย (บาำนาน็มีลำัวเป็นผู้หิมีแนและหน้าอ) มัอาศัยามายฝั่ทะเล
ำนานที่มาอเธอนั้นไม่มีใรทราบ แ่สิ่ที่หลายนรู้แน่นอนือมันเป็นสิ่อันรายสำหรับมนุษย์ ที่เธอสามารถรัมนุษย์้วยพลัมหาศาลที่สามารถบยี้้นไม้ไ้อย่า่ายาย บาำนานล่าวว่าเธอมัพาลูน้อยมา้วยเพื่อล่อเหยื่อเ้ามาหา านั้น็ใ้ลิ้นูพันัวเหยื่อและูเลือออาร่าาย อย่าไร็ามเธอเป็นปีศาที่สันโษ และะทำร้ายมนุษย์หารบวนเธอเท่านั้น
นูเระ อนนะในำนานเมือปัุบัน มีวามเื่อว่าเิาวิาแ้นอผู้หิามน้ำ และมัอยู่สระว่ายน้ำหรือายหาที่เียบสบ หาใรที่ลไปในน้ำะถูปีศาูลาเหยื่อให้มน้ำาย ึ่ผู้ปรอมัเือนบุรหลานไม่ให้ไปว่ายน้ำนเียว
9.Hitobashira
ฮิโบาิระ หมายถึ เสามนุษย์หรือเสาหลัเมือในำนานี่ปุ่น ึ่เป็นสัเวยหรือบวสรวมนุษย์ที่ใ้มนุษย์ทั้เป็นฝัไว้ใ้หรือใล้อาารให่ ำพวเื่อน, สะพาน และปราสาท ึ่เพื่อเป็นำอธิษาน่อเทพเ้าเพื่อ่อสร้าเสร็ลุล่วและไม่ให้อาารโนทำลายาธรรมาิหรือารโมีอศัรู เื่อว่าเสามนุษย์เริ่มึ้นในสมัยระหว่า่อสร้าสุสานโบราอนั้นสูและไ้ลายเป็นประเพีที่อยู่ในท้อถิ่นและเมือหลายแห่ในี่ปุ่นอย่าไร็าม แม้ว่าะมีำนานเสาหลัเมือพบเห็นในสถานที่่าๆ ในี่ปุ่น แ่เหุาร์เหล่านี้ไม่มีหลัานยืนยัน
8.Gozu (Cow Head)
โูเป็นที่รู้ัในานะหัวหน้าวัวึ่เป็นำนานเมืออี่ปุ่น โยำนานเล่าว่ามีลุ่มเ็และอาารย์แห่หนึ่ำลัเบื่อในระหว่าเินทา ทำใหุ้รูรู้สึัวัลใับนัเรียนอเา ึัสินใเล่าเรื่อผี ึ่สำหรับเ็แล้วอบเรื่อเหล่านี้อยู่แล้ว และแล้วุรู้็ถามนัเรียนพวเาว่าในที่นี้มีใรเยไ้ยิน “หัววัวบ้า” นัเรียนไ้ฟั็อบว่าไม่เพราะไม่เยุ้นเยับเรื่อัล่าวเลย านั้นรู็เราเรื่อึ่เรื่อน่าสนใมานนัเรียนเหมือน้อมน์สะ านั้นเรื่ออรู็เริ่มน่าลัวึ้น น่าลัวึ้น นเ็นัเรียนหลายนบอว่าให้รูหยุ แ่ปราว่ารูไม่สามารถหยุเรื่อนี้ไ้ นระทั้่อมาู่ๆ รถ็หยุลาถนน เ็เอนลเบาะและ็พบว่าเ็และนับรถั้ล่าวไม่สามารถเลื่อนไหวหรือพูอะไรไ้เลย เนื่อาเาไ้ยินเรื่อสยอวัอรูและเิอาารหวาลัวมานั้นเอ นระทั้่อมาเมื่อทั้หมเลื่อนไหวไ้ ็พบเรื่อแปลือพวเาำเรื่อสยอวัน่าลัวนั้นไม่ไ้ อีทัุ้รู็ไม่สามารถำไ้เรื่อเล่า “หัววัว” ที่เาเล่าไ้เ็ไ้เลย ึ่เรื่อสยอวัน่าลัวัล่าวเาไ้ลืมไปหมสิ้น
ำนานเรื่อสยอวัอหัววัวนั้นมีรูปแบบแ่าไปามแ่ละท้อที่ บาท้อที่ถึั้นเป็นำสาปว่าหาใรฟัเรื่อสยอวััล่าวพวเาะายไม่นานหลัานั้น ทำให้ไม่มีใรที่รู้เนื้อหาว่าเรื่อมันน่าลัวนาไหน
7. Jinmenken (Human Faced Dog)
หรือสุนัหน้าน เป็นเรื่อเล่าที่ฮิมาในี่ปุ่น่วหนึ่ ในปลายศวรรษที่ 1980 และ 1990 (แ่ำนานเ่าแ่ที่สุพบว่ามันมีมาั้แ่สมัยเอโะ 1603-1868) โยเป็นรายานารพบสุนัที่มีใบหน้าเป็นมนุษย์ มัปราัวในลาืน บนถนนทาหลวเเมืออี่ปุ่น หรือไม่็ามเมืออนลาืนในะุ้ยถัยะ ึ่มันวิ่เร็วมาประมา 100 ิโลเมร่อั่วโม นอานี้มันยัสามารถพูุยเป็นภาษามนุษย์ไ้อี้วย แ่ส่วนมามัพูเป็นประโยไม่ี่ำส่วนมาเป็นำหยาบึ่ส่วนมาพูว่า “อย่ามายุ่ับัน” หรือไม่็ออิน มีเรื่อเล่าว่ามีเ็สาวประถมนหนึ่นั่ทาไอศรีมที่สวนสาธาระบนมานั่ และแล้วเธอ็ไ้ยินเสียหนึ่ัึ้นว่า “ินมั้ ินมั้” เมื่อเธอหันลับไป็พบสุนัหน้าายวัยลานน่าลัวำลัแลบลิ้นระิหา ส่ผลทำให้เธอใสุี
ส่วนที่มาอสุนัหน้านนั้นมีวามแ่าันาม บ้า็ว่าเป็นวิาอเหล่านบาปที่ทำรรมเอาไว้อีาิ หรือเป็นวิาอนที่ายบนท้อถนน บ้า็ว่าเป็นสัว์ที่หนีาารทลอวิทยาศาสร์ลับๆ แ่อย่าไร็ามสิ่้อเท็ริที่น่าเื่อถือที่สุือมันน่าะเป็นลิี่ปุ่นที่เลื่อนไหวแบบสี่เท้าอสุนัทำให้เหมือนสุนัหน้านอีทั้เสียร้ออมัน็เหมือนำพูอมนุษย์นั่นเอ
6. Kokkuri-San
แม้ว่าประเทศี่ปุ่นะเป็นประเทศึ้นื่อว่าลัวผีมาที่สุ แ่ระนั้นี่ปุ่นับื่นอบเล่นุริั(ล้ายับผีถ้วยแ้วบ้านเรา) อยู่ไม่น้อย โยเป็นเมี่ปุ่นใน่วยุเมิึ่ล้ายๆ ับารทำนาย โยวิธีเล่นะใ้ระานที่เรียว่า Ouija (หรือะเป็นระาษ ึ่เียนรูปประูรลาหัวระาษและพยันะี่ปุ่น) และใ้เหรียสิบเยนเรียวิาเลื่อนไปมาสร้าำเพื่ออบำถาม โยผุ้เล่น้อมีสอนึ้นไป และให้ทุนวานิ้วบนเหรียสิบเยนแล้วท่อว่า “ุริั ุริัที่นี้ือโลาวเราะห์วที่สามแห่ระบบสุริยะ (ที่อยู่) รุามาที่นี่้วย ถ้าหามาแล้วละ็่วยรุาเลื่อนไปยัำว่า ใ่ ที่เถิ” หาเหรียเลื่อนไปำว่าใ่็สามารถอบำถามไ้ามอบใ ึ่เื่อว่าวิาัล่าวือสุนัิ้อ อย่าไร็ามถ้าใรถอนิ้วออลาันะถูเ้าสิและ่านนั้นาย ึ่ำนานเมือไ้ล่าวว่ามีผู้ิะเลิุริัลาันและถูวิาเ้าสิำนวนมา ึ่ส่วนมามัมีอาารโริ
5. Hanako-San of the Toilet
ุฮานาโะแห่ห้อน้ำ ฮานาโะั เป็นื่อวิาที่เป็นวามเื่ออนัเรียนในประเทศี่ปุ่นที่ฮิี่ปุ่นในปี 1980 ในหมู่เ็ประถมทั่วประเทศ โยเล่าว่ามีวิาเ็นัเรียนหิที่เสียีวิในห้อน้ำ ึ่นัเรียนลือันให้ทั่วว่าฮานาโะัะอยู่ในห้อน้ำห้อสุท้ายทาวามือ ถ้าอยาเอเธอ ะ้อเาะประูห้อนั้นสามรั้แล้วเรียื่อเธออนลาืน
ำนานอฮานาโะมีอยู่หลาหลาย บ้า็ว่ามีมีมาั้แ่สมัยสรามโล มีเ็หินหนึ่พลัหลามือแม่ยามที่เรื่อบินมาทิ้ระเบิ ผู้น่าหนีายันแบบมั่วไปหม เธอผู้นั้นลัวมาเลยเ้าไปหลบในห้อน้ำสาธาระ แ่แล้วห้อน้ำถูไฟไหม้ เธอเอื้อมมือไปเปิประูแ่ประูเิเสียเลยเปิไม่ออ เธอร้อไห้ทรมานอยู่ในนั้น แล้วลมหายใเฮือสุท้ายอเธอ เธอร้อหาแม่ำสุท้ายนไฟ็ลามมาถึ เธอเลยถูไฟลอายในนั้น ั้แ่นั้นมาหลายสมัย วิาอเธอไม่ไ้อยู่ับที่ ไม่ไ้ำเพาะเาะว่าะเลือสิห้อน้ำให้อน้ำหนึ่ เธอล่อลอยไปทั่ี่ปุ่นแล้วเ้าไปในห้อน้ำ่าๆ พอเ้าไปแล้ว็เปิประูไม่ออ ร้อให้น่วยเป็นอย่าี้มาเรื่อยๆ ถ้าบัเอิใรไปเ้าห้อน้ำสาธาระยามวิาลนเียว ็ะมีเสียเ็ผู้หิร้อไห้อยู่ห้อ้าๆ เสียนั้นทรมาน ร้อว่า เปิไม่ออ เปิไม่ออ
อย่าไร็ามำนานที่ฮิที่สุอฮานาโะ็ือ ำนานน้ำหมึสีแ เป็นวามเื่อที่เล่าสืบ่อันมาว่ามีลุ่มเ็ผู้หิลุ่มหนึ่ที่เป็นพวท้าทาย ไ้เ้าไปพิสูน์วามล้าในโรเรียนยามวิาล ที่ห้อน้ำึ่เื่อันว่ามีฮานาโะสิสถิอยู่ หนึ่ในลุ่มเ็หิเห็นหมึสีแวาอยู่ในห้อน้ำึิพิเรนท์เอาหมึสีแมาทาัวราวับัวโเลือ และเ้าไปหลอทุน เพื่อนๆในสั่ให้เธอนนี้ลบหมึสีแบนัวออ วัน่อมา เ็หิที่แล้เอาหมึสีแมาทาัว ไ้ถูรถบรรทุนเสียีวิ ในสภาพมีเลือโัวเหมือนที่เธอแล้เพื่อนในืนนั้นเอ
4. Gashadokuro
าาโุโระเป็นื่ออปีศาโรระูยัษ์ให่ว่ามนุษย์หลายเท่า มีนิสัยั่วร้ายอำมหิโหร้าย อบปราัวลาป่าเปลี่ยวหลัเที่ยืน วิธีที่ทำให้รู้ว่ามันะปราัวือะไ้ยินเสียแปลๆ ในรูหูอเรา เมื่อเอมนุษย์ะว้ามนุษย์นนั้นและพยายามัหัวนาย ที่มาอโรระูยัษ์นั้นมีหลาหลาย บ้า็ว่าเิาารรวบรวมระูอนายเพราะวามออยา ที่ไม่ไ้ถูเผา และวิาอศพึรวมันเป็นระูยัษ์
นอานี้ยัมีำนานล่าวว่าสมัย่อนปีศาโรระูยัษ์เยเป็นแม่ทัพนำอทหารบุ่าและผ่านศึสรามมามามาย นในที่สุไ้ิใที่เหี้ยมโหผิมนุษย์ เาไ้่าัรพรริโุนอนเอายและึ้นเป็นประมุแทน ้วยบาปรรมนี้เอเมื่อเาายไปึถูสาปให้ไปเิเป็นาาโุโระ เฝ้าสุสานอยู่นว่าะหมรรม... าาโโระมีพลัพิเศษสามารถเ้ารอบำิใมนุษย์ไ้แ่ิในั้น้อเป็นิที่ั่ว้า และิใ้านมือมนุษย์เมื่อมนุษย์หลทาผิ มัมุ่นอยู่ในโมหะและิเลศัหา เมื่อถึเวลานั้นมัน็ะเ้ารอบำิใและสิร่าอาศัยไป่อวามเือร้อนวุ่นวาย
3. Aka Manto
เสื้อลุมแเป็นำนานเมืออี่ปุ่นว่าหาุำลันั่ัโรในห้อน้ำสาธาระหรือโรเรียน หามีเสียลึลับถามุฯว่า้อารระาษสีแหรือระาษสีฟ้า ถ้าุอบว่าระาษสีแุะถูหั่นออาันนเสื้อผ้าอุถูย้อมเป็นสีแ ถ้าุเลือระาษสีฟ้าุะถูรัอนผิวหนัอุเปลี่ยนเป็นสีน้ำเิน ันั้นหาุที่ิะรอล่ะ็วรอบไม่เอาทั้สออย่า แ่ส่วนมาหลายนมัอบระาษสีใสีหนึ่เนื่อาเป็นำถามระทันหันทำให้หลายนอบอย่าไม่รู้ัว ัวที่มาอเสียนั้นล่าวันว่าเป็นมนุษย์ที่อยู่ในเสื้อลุมสีแ ึ่ไม่ทราบเป็นผู้หิหรือผู้ายเพราะสวมหน้าามิิ แ่ำนานที่เื่อันือเป็นผู้หิสาวสวยที่ลายเป็นวิาหลอหลอน
เสื้อลุมสีแ็เป็นอีำนานหนึ่ที่มีหลายเวอร์ั่นบาเรื่อ็เปลี่ยนาระาษสีแเป็นเสื้อั๊สีแ โยเล่าันว่ามีำรวหินหนึ่ถูเรียัวไปที่โรเรียนหลัาไ้รับรายานว่าไ้ยินเสียผู้ายในห้อน้ำหิ เมื่อำรวหิเ้าไป (โยใหู้่หูที่มีำรวายอยู่้านอ) และู่ๆ ็มีเสียถามะทันหันวา “เธอะใส่เสือสีแไ้หรือไม่” เมื่อเธอไ้ยิน็เผลออบว่าใ่ และแล้วเสียรีร้ออำรวหิ็ัึ้น เมื่อำรวาย้านนอไ้ยินึรีบเ้าไป้าในและเปิประูห้อน้ำ็พบศพำรวหิไร้หัว เลืออเธอไ้เลอะเสื้ออเธอนเสื้อเปลี่ยนเป็นสีแ
2. Teke-Teke
เทเ-เทเ เป็นำนานเมือี่ปุ่นึ่เป็นเรื่ออหิสาวหรือนัเรียนหิที่เิอุบัิเหุหล่นลไปทารถไฟและร่าายอเธอ็ถูัรึ่โยรถไฟที่แล่นมาทับ และเธอ็ลายเป็นวิาพยาบาล ถือเียวหรือเลื่อยและเินทาโยใ้้อศอเลื่อนัวไปลานไปมาโยะที่เธอลาัวเธอะเิเสีย ทัเ-ทัเ อันเป็นที่มาอื่อัล่าว แม้ว่าะลานแ่มีวามเร็วมา หาใรพบเห็นเธอและหนีเธอไม่พ้นะถูเือ และัรึ่ัวอเหยื่อเพื่อเป็นเทเัวใหม่่อไป
อย่าไร็ามำนานัล่าวมีหลายเวอร์ั่น แ่ที่ไ้รับวามนิยมมาที่สุือำนานเี่ยวับผู้หิที่่าัวายาารโรารถไฟ นร่าายาเป็นสอท่อน แ่เธอไม่ายทันที โยเธอใ้้อศอลานพร้อมร้อเรียว่าโยเสียโหยหวนว่า “าอันอยู่ไหน”
1. Kuchisake-onna
ผีสาวปาีเป็นำนานที่มีื่อเสียในี่ปุ่น ึ่มีลัษะปาีถึใบหู โยผีปาีเป็นำนานผีพยาบาลที่อยู่ในสมัยเฮฮัน หาแ่ปัุบันผีสาวปาีไ้ลายเป็นำนานเมือที่มีพฤิรรมน่าลัว ที่เล่าลือในลุ่มเ็ที่เล่าว่า มันมัะยืนอยู่รริมถนนใน่วเย็นๆถึ่ำ ในวันที่หมอล และะสวมผ้าปิปาไว้ พอใรเินผ่านมาะเ้าไปทั แล้วถามว่า ันสวยไหม? ถ้าอบลับไปว่าสวย แล้วสาวปาีะถอผ้าปิปาออ แล้วถามอีรั้ว่า แล้วแบบนี้ละ? เหยื่อที่เห็นใบหน้าที่แท้ริอสาวปาี ถ้าใแล้วพยายามวิ่หนี สาวปาีะวิ่ไล่ และหนียัไ็หนีไม่พ้น สาวปาีะเล่นานเหยื่อโยะัให้ปาีเหมือนเธอ เื่อันว่าหาถูสาวปาีวิ่ไล่ให้โยนนมหวานื่อั ะึวามสนใสาวปาีไปที่อื่นไ้ และยัมีเรื่อเล่า่อเนื่อในารอบำถามอเธอรั้ที่สอ หาอบว่าไม่สวยเธอ็ะวิ่ไล่และเล่นาน แ่หาอบว่า ็ูปิีนี่ ็สวยีนี่ สาวปาีะพอใและไม่ทำร้ายเหยื่อ แล้วาไปแ่โยี
ผีสาวปาีเป็นำนานที่ไ้รับวามนิยมและื่นระหนในประเทศี่ปุ่นในระหว่าปี 1980 ึ่ในเวลานั้นทาารถึั้นประาศให้โรเรียนระมัระวัเพื่อวามปลอภัย
้อมูลอ้าอิและัอันับาารสุ่มวิีพีเีย+
+
ความคิดเห็น