สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ซาตานสีน้ำผึ้ง

ตอนที่ 10 : บทที่9 [100%]


     อัพเดท 19 มิ.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : cah_yen/ทานตะวัน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cah_yen/ทานตะวัน Email : cahyen_novles(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/cah_yen
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 39 Overall : 3,047
4 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 28 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ซาตานสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 10 : บทที่9 [100%] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 142 , โพส : 0 , Rating : 15 / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่9

                รสสุคนธ์วางกระเป๋าลงบนโซฟาแล้วเอนตัวลงนอนหลังจากต้องเดินทางหลายชั่วโมง พลันต้องสะดุ้งโหยงเมื่อมารดากระโดดผลุงมานั่งข้างๆเธอ

                “ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะยัยรส”

                “ก็รัชนนท์น่ะสิดันมีเมียคนใช้หมกอยู่ที่ไร่” รสสุคนธ์พูดอย่างรำคาญในขณะที่มารดาถึงกับทำหน้าหรา

                “อาร๊าย... ไหนเราบอกว่านายรัชนนท์นั่นน่ะทั้งรักและหลงเรานักหนา แล้วอย่างนี้เรื่องแต่งงานล่ะยัยรสไปถึงไหนแล้ว”

                “ก็ไม่รู้ค่ะ”

                “ไม่รู้ได้ยังไง” คุณรัตนาหยิกแขนนวลของบุตรสาสวเป็นการใหญ่ ทำเอาคนที่ต้องการจะพักผ่อนถึงกับร้องโอ๊ยเสียงดัง

                “อะไรกันนักหนาแม่”

                “แล้วนี่แกมานี่ทำไม ทำไมไม่จัดการนังนั่นให้มันกระเด็นไปเลยล่ะยัยรส ทำไมแกมันโง่แบบนี้นะ กลับมาแบบนี้เดี๋ยวนายรัชนนท์อะไรนั่นก็หลุดมือไปหรอก”

                “ไม่มีทางหรอกค่ะคุณแม่”

                “มั่นใจได้ยังไง ไม่อย่างนั้นน่ะนะแกจะกระเด็นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงห๊ะยัยรส แกนี่มันโง่ โง่ โง่จริงๆ”

                “โอ๊ย... แม่ เลิกด่าฉันสักทีได้มั้ย ที่ฉันกลับมานี่นะมันยิ่งทำให้รัชนนท์เขาเร่งที่จะแต่งงานกับรส ยิ่งรสงอนเขาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจะอยากเร่งงานแต่งงานให้กระชั้นมาเท่านั้น”

                “แน่ใจนะ” คุณรัตนายังคงไม่วางใจ แต่เมื่อได้เห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของรสสุคนธ์นักหนาจึงวางใจอยู่บ้าง “แล้วเอาเงินมาได้บ้างมั้ย”

                รสสุคนธ์ยิ้มหวาน “รสสุคนธ์ซะอย่าง”

                “อูย..ลูกแม่ ลูกแม่นี่เก่งจริงๆ” คุณรัตนาเอ่ยชม พลางคว้าเอากระเป๋าสะพายใบหรูของบุตรชายมาคว้าเปิดหาเงินในนั้น เห็นซองสีน้ำตาลหนาปึกแล้วถึงกับตาโต “ตายแล้ว...ยัยรสนี่แกไปแค่ไม่กี่วันได้เงินมาเป็นฟ่อนๆเลยงั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นนายรัชนนท์อะไรกันนี่ก็รวยจริงน่ะสิ เป็นแค่เจ้าของไร่รวยขนาดนี้เลยอย่างนั้นหรือ”

                “ใครบอกว่ารัชนนท์น่ะเป็นแค่เจ้าของไร่ล่ะคะ เขายังมีกิจการอีกเยอะแยะ นี่แค่เสี้ยวเดียวเท่านั้นนะคะแม่ ถ้ารสรู้ก่อนหน้านี้สักนิดล่ะก็ ป่านนี้เราคงสบายกันไปแล้วล่ะแม่”

                “หมายความว่ายังไง”

                “ก็หมายความว่ารัชนนท์ขอรสแต่งงานแล้วน่ะสิคะ แต่เพราะไอ้ลูกรัฐมนตรีที่แม่อยากให้รสแต่งงานด้วยนั่นแหล่ะ รสถึงปฏิเสธ”

                “นี่หมายความว่า...” คุณรัตนาโผเข้ากอดบุตรสาวด้วยความรักแสนภาคภูมิใจ “แกจะได้แต่งงานกับนายรัชนนท์นั่นจริงๆใช่มั้ยลูก”

                “อีกไม่เกินอาทิตย์หรอกค่ะที่รัชนนท์จะต้องมาตามรสกลับไป” รสสุคนธ์ยิ้มอย่างมั่นใจ โผเข้ากอดมารดาเอาไว้แน่น

                ตั้งแต่จำความได้เธอก็มีเพียงมารดาคนเดียวเท่านั้นที่ยอมลำบากเพื่อเธอทุกประการ ในเวลานี้มันเป็นเวลาที่เธอจะต้องทดแทนพระคุณนั้น ต่อให้ต้องนอนกับผู้ชายอีกกี่พันกี่ร้อยคนก็ตาม แต่ถ้าเพื่อไถ่ถอนหนี้สินมหาศาลที่บิดาก่อเอาไว้ และเพื่อต่อลมหายใจให้แม่กับเธอ เธอก็ยอมและไม่มีวันยอมให้รัชนนท์หลุดมือไปเป็นอันขาด

                “เงินก้อนนี้เราพอจะใช้หมุนไปได้อีกหลายเดือน แต่เราคงต้องประหยัดกันหน่อย ระหว่างนี้รสจะหางานทำนะคะแม่”

                รสสุคนธ์บอกพลางนั่งมองมารดานับธนบัตรทั้งหลายด้วยความตื่นเต้น นานแล้วที่ทั้งเธอและมารดาไม่ได้นับเงินก้อนมากขนาดนี้ เรื่องอะไรจะยอมปล่อยให้รัชนนท์เป็นของยัยเด็กบ้านนอกนั่น!

 

                รัชนนท์บดก้นบุหรี่ลงกับขอนไม้แล้วคว้าหมวกมาใส่ก่อนจะเดินฝ่าเปลวแดดออกไป ร่างสูงใหญ่ของเขายืนสั่งงานเสียงเหี้ยม ชายหนุ่มในวันนี้แตกต่างไปจากรัชนนท์คนเดิมราวกับคนละคน เหมือนกับเป็นคนมีสองบุคคลิก ใบหน้าคมดุเหี้ยมจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้และไม่มีใครเข้าหน้าติดเลยสักคน

                ส่วนแหวนอนงค์ที่ตั้งใจจะทำหน้าที่ของตัวเองตามปกตินั้นกลับต้องจนซมจับไข้ เพราะพิษแผลที่เท้าซึ่งเริ่มจะอักเสบและเพราะ...เหตุการณ์สดๆร้อนๆที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เป็นเคราะห์หรือโชคช่วยก็ไม่รู้ที่ทำให้เจ้าหล่อนนอนซมจนลุกไม่ขึ้น เพราะไม่แน่ว่าแหวนอนงค์อาจจะเหลือแต่ชื่อก็เป็นได้

                “แหวน... ลุกขึ้นมากินยาหน่อยลูก”

                ป้าผ่องแก้วประคองให้หญิงสาวลุกขึ้นนั่งพิงกับกำแพงห้องอย่างเอ็นดู สายตาที่ผ่านโลกมามากมองสภาพก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแหวนอนงค์โดยไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยด้วยซ้ำ พอทั้งยาและน้ำเข้าปากไปแล้วแหวนอนงค์จึงค่อยๆประคองตัวเองลงนอนอย่างเดิม

                “เอ็งทำแบบนี้ทำไม”

                แหวนอนงค์ไม่ตอบเสียงสั่นเครือของป้าผ่องแก้ว เธอรู้ดีว่านอกจากพ่อกับแม่ที่ตายไปแล้วก็ยังมีป้าผ่องแก้ว สายใยและคนงานเก่าแก่ที่นี่อีกหลายคนที่หวังดีและเป็นห่วงเธอเหมือนกับลูกหลานคนหนึ่ง แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้เธอหยุดความรักอันเห็นแก่ตัวของตัวเองลงได้

                “เอ็งก็รู้ว่าเราน่ะมันเป็นแค่กรวด ทำไมเอ็งถึงไม่เจียมเนื้อเจียมตัว หรือว่าป้าเลี้ยงเอ็งไม่ดีเอ็งถึงอยากมี อยากเป็น อยากได้ในสิ่งที่เอ็งไม่ควรจะได้”

                หญิงสาวนอนฟังนิ่ง ปวดหัวจนแทบจะระเบิดก่อนกัดฟันตอบเสียงต่ำ “คุณราชเป็นของฉัน”

                “ของที่เอ็งแย่งเขามา สักวันเขาก็กลับไปหาเจ้าของคนเดิมของเขา”

                “แต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะยึดคุณราชเอาไว้เป็นของฉันคนเดียวนี่ป้า ฉันผิดตรงไหนที่ฉันรักคุณราชและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณราชมีความสุข”

                “แล้วเขาแลตามองมึงมั้ยนังแหวน” สายใยที่ยืนฟังอยู่หน้าห้องนานแล้ว ปึงปังเดินเข้ามา นี่ถ้าไม่ติดว่าแหวนอนงค์ไม่สบายอยู่ล่ะก็ เธอจะท้าตบเอาให้มันตายกันไปข้างเลยทีเดียว “สองตาของเขาน่ะก็มองมึงเป็นแค่คนใช้ เป็นแค่เด็กที่เขาสมเพชเวชนาเลี้ยงเอาไว้เอาบุญ ทำไมมึงไม่สำนึกตัวเองบ้าง”

                “ฉันรู้!” แหวนองค์หลับตาลง น้ำเสียงอ่อนล้า “ฉันรู้”

                “รู้แล้ว....” สายใยอยากจะเอ่ยปากด่าอีกหลายคำรบ แต่ถูกผู้เป็นแม่ห้ามเอาไว้เนื่องจากน้ำตาอันมีค่าของแหวนอนงค์ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นนั้นมันไหลออกจากหางตา ทั้งอัดอั้นตันใจ ทั้งเสียใจและทั้งน้อยใจในโชคชะตาวาสนาที่ให้เธอเกิดมาเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น

                “ออกไปกันเถอะนังสายใย คุณราชกลับมาแล้วเผื่อเธอเรียกหา”

                สายใยและป้าผ่องแก้วจำยอมล่าถอยออกไป ปล่อยให้แหวนอนงค์จมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครา และเป็นอีกครั้งที่แหวนอนงค์ต้องทบทวนตัวเอง ตอกย้ำตัวเองว่าเธอเป็นเพียงก้อนกรวดอย่างที่ทุกคนบอกและย้ำเตือนกับตัวเองว่าถึงเธอจะรักรัชนนท์สุดหัวใจแค่ไหนแต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองเขา

                รัชนนท์ขังตัวเองในห้องทำงานอยู่หลายชั่วโมงกว่าจะเดินขึ้นไปบนห้องนอน ชายหนุ่มชำเลืองมองเตียงนอนนุ่มเรียบตึงนั่นด้วยสายตาว่างเปล่าที่ยากจะเดาออก เขาเคยใจดีกับแหวนอนงค์ และมันคงจะทำให้เจ้าหล่อนคิดเข้าข้างตัวเองไปไกลจึงทำให้ชีวิตของเขาต้องวุ่นวายจนถึงทุกวันนี้

                ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาจะส่งคนมาคุมงานที่นี่แทนเขาและชายหนุ่มจะกลับไปบริหารกิจการรับเหมาก่อสร้างที่กรุงเทพฯแทนเพื่อเป็นการตัดปัญหา แต่ระหว่างนี้....ขุมนรกได้เปิดรอแหวนอนงค์แล้ว

                รัชนนท์คว้าเอาผ้าขนหนูและเสื้อผ้าลำลองของตัวเองติดมือเข้าห้องน้ำไป ชายหนุ่มยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำด้วยสายตานิ่งเรียบ ใบหน้าหล่อยาวคมเข้มนั้นสงบนิ่งราวกับทะเลก่อนพายุจะเข้า จ้องมองมันอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจะเข้าใจมันได้แล้วจึงถอนหายใจยาว

                “เธอเลือกที่จะเป็นแบบนี้เองนะแหวน”

 

                รัชนนท์มองหน้าสายใยและป้าผ่องแก้ว ซึ่งทั้งคู่ต่างพร้อมใจกันหลบตา เขาลากเก้าอี้ออกแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งพร้อมรอรับประทานอาหารก่อนที่สายใยจะรีบตาลีตาเหลือกเปิดฝาหม้อเตรียมตักอาหาร

                “แหวนล่ะ...”

                “คือ..” สายใยชะงักมือ พูดอะไรไม่ออก

                “ทำไมแหวนไม่มาทำ อยากทำนักไม่ใช่หรือ”

                “แหวนมันไม่สบายค่ะคุณราช” ป้าผ่องแก้วชิงตอบเสียเอง

                “ให้แหวนมาทำ”

                “แต่มันไม่สบายอยู่นะคะคุณราช” สายใยย้ำ พยายามจะตักข้าวใส่จาน ทว่ามือทั้งสองข้างของชายหนุ่มกลับขวางเอาไว้ พร้อมหันไปสั่งกับสายใยเสียงเรียบ

                “ให้แหวนทำ”

                สายใยหันไปมองหน้าแม่ด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งที่คุณราชไม่ได้อยากจะเห็นหน้านังแหวน แล้วทำไมถึงอยากให้นังแหวนมันมาวนเวียนทำงานอยู่ใกล้ๆนัก

                “เดี๋ยวสายใยไปตามแหวนให้ก็แล้วกันนะคะ”

                ใช้เวลาไม่นานนัก ร่างบอบบางของแหวนอนงค์ก็มาบริการ ทำหน้าที่เป็นสาวใช้ให้กับรัชนนท์ ชายหนุ่มรับประทานอาหารไปเงียบๆ

                “ป้าผ่องกับสายใยมีอะไรทำก็ไปทำกันเถอะ” เขาเอ่ยปากไล่ตรงๆ

                “แต่นังแหวนมันยังเจ็บขาอยู่นะคะ คงทำอะไรไม่สะดวก ให้สายใยอยู่ช่วยดีกว่าค่ะ”

                รัชนนท์หันไปมองหน้าสายใย เป็นสายตาประหลาดที่ทั้งสองแม่ลูกไม่ได้เห็นมันมานานแล้ว ป้าผ่องแก้วจึงสะกิดแขนบุตรสาวแล้วกึ่งลากกึ่งจูงออกจากห้องอาหาร ทิ้งให้ทั้งรัชนนท์และแหวนอนงค์อยู่ภายในห้องอาหารเพียงลำพัง

                “คุณราชอยากได้อะไรเพิ่มอีกรึเปล่าคะ”

                ชายหนุ่มยกแก้วน้ำดื่มแล้วถือมันค้างเอาไว้ ขณะมองมือเล็กๆขมีขมันเก็บกวาดโต๊ะอาหาร

                “แหวน...”

แหวนอนงค์หยุดมือเพื่อรอฟัง หัวใจเริ่มพองโตอย่างมีความหวัง ทั้งที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคุณราชของเธอมีจุดประสงค์อะไรและอยากจะคุยกับเธอเรื่องอะไร

 “คุณราชมีอะไรจะคุยกับแหวนรึเปล่าคะ”

“เรื่องเมื่อวานก่อน”

“แหวนไม่ถือสาหรอกนะคะคุณราช” แหวนอนงค์กลั้นใจตอบ

“อย่าคิดว่าฉันจะเอาเรื่องนั้นเก็บมาคิดให้รกสมอง ฉันแค่จะบอกกับเธอว่าหน้าที่ของเธอเป็นแค่คนใช้ คงเป็นไม่ได้มากกว่านั้นหรอกนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา อย่าได้คิดเผยอตัว”

“แหวน...” แหวนอนงค์น้ำตาจุกอก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ “แหวนเข้าใจค่ะ คุณราชกับคุณรสคงรักกันมาก มากจนแหวนเข้าไปแทรกไม่ได้แหวนทราบค่ะ แหวนจะอยู่ในที่ของแหวน คุณราชไม่ต้องห่วงนะคะ”

“ฉันไม่เคยห่วงเลยแหวนเพราะเธอไม่มีค่ามีความหมายในสายตาของฉัน ฉันแค่อยากจะย้ำให้เธอรู้ตัว รู้ตำแหน่งและรู้ฐานะของตัวเองเท่านั้น”

“ถ้าอย่างนั้น...แหวนขอไปทำหน้าที่ของตัวเองก่อนนะคะ”

แหวนอนงค์รับคำอย่างว่าง่าย ไม่มีโวยวายเหมือนอย่างปกติที่เคยทำและไม่มีทีท่าตีโพยตีพาย เธอเดินกะโผกกะเผลกเก็บจานเข้าห้องครัวอย่างเงียบกริบ

“เตรียมกาแฟให้ฉันที่ห้องทำงานด้วย”

“ค่ะ”

แหวนอนงค์รับคำสั่งเมื่อเจ้านายหนุ่มเดินผ่านมาสั่งงานหน้าเค้าเตอร์แล้วเดินหายกลับเข้าไปในห้องทำงาน ทิ้งให้แหวนอนงค์เช็ด ถูและเก็บกวาดเพียงคนเดียวโดยที่ป้าผ่องแก้วและสายใยถูกสั่งห้ามไม่ให้ช่วยงานทั้งหมด

 

“คุณราช!”

ป้าผ่องตะโกนเสียงดังอย่างแตกตื่น เมื่อเห็นแหวนอนงค์ล้มลงไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวต้องทำทั้งงานบ้านและงานในไร่ แบกกระสอบปุ๋ย โยกย้ายพันธุ์ไม้และอื่นๆอีกมากมาย สารพัดงานที่รัชนนท์จะสั่งให้แหวนอนงค์ทำ จนป้าผ่องแก้วทนไม่ไหว เข้าไปประคองเสียเอง

“เลิกทรมานนังแหวนมันเสียทีเถอะค่ะ ป้าขอร้อง”

“แหวนเขาเต็มใจ” ชายหนุ่มพูดอย่างเย็นชา ไม่แม้แต่จะชำเลืองมองร่างน้อยนั่นเสียด้วยซ้ำ “ไม่เชื่อป้าก็ถามแหวนเขาเองสิครับ ใช่มั้ยแหวน”

“ใช่จ๊ะป้า แหวนเต็มใจมาช่วยงานคุณราชเอง” แหวนอนงค์รับคำ พยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ร่างกายก็เหนื่อยล้าเกินไป “ป้ากลับบ้านไปดีกว่านะ”

“อย่าทำแบบนี้เลยนังแหวน ทำให้คนที่เขาไม่ได้รัก ยังไงเขาก็ไม่เห็นค่า”

“แต่แหวนเต็มใจ”

ป้าผ่องแก้วมองหน้าแหวนอนงค์อย่างไม่เข้าใจพลางส่ายหน้าช้าๆ ต่อให้พยายามเข้าใจเท่าไหร่ป้าผ่องแก้วก็ไม่มีวันเข้าใจ รวมทั้งคนอื่นๆที่เริ่มระแคะระคายถึงความเย็นชาของรัชนนท์ต่างก็ไม่เข้าใจกับความดื้อเพ่งของแหวนอนงค์

เมื่อก่อน..ก็ไม่มีใครใส่ใจกับความรั้นของแหวนอนงค์นัก เพราะรัชนนท์ไม่ได้เล่นด้วย หนำซ้ำยังพยายามหลบเลี่ยง แต่มาหลังๆดูเหมือนว่ารัชนนท์จะเย็นชาและไม่หนี ไม่หลบเลี่ยงแต่กลับเป็นฝ่ายพุ่งชนเสียเองอย่างน่าประหลาด

“แต่.....”

“เชื่อฉันเถอะจ๊ะป้า ฉันยังไหว”

“แล้วเอ็งจะไหวไปถึงเมื่อไหร่ ทำไมเจ็บแล้วไม่รู้จักจำล่ะวะนังแหวน คนไม่รักต่อให้ทำยังไงเขาก็ไม่รัก”

แหวนอนงค์ยิ้มอย่างอ่อนล้า “ฉันเชื่อจ๊ะป้า ฉันเชื่อว่าสักวันคุณราชจะรักฉัน”

“ถ้าไม่ตายไปซะก่อนนะนังแหวน”

สายใยแขวะเข้าให้ มองตามหลังของรัชนนท์ที่เดินดุ่มเข้าไปในไร่ดอกไม้หายลับไปเหมือนไม่มีตัวตนมาก่อน ปล่อยให้ป้าผ่องแก้ว สายใยและคนงานอีกสองสามคนช่วยกันหามแหวนอนงค์กลับเข้าที่พัก

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ซาตานสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 10 : บทที่9 [100%] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 142 , โพส : 0 , Rating : 15 / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android