|

บทที่ 2 …
20… บีบบังคับ
กิจการของเมืองใต้น้ำเป็นไปด้วยดี แค่ 3 เดือนแรกก็แทบเห็นหน้าเห็นหลัง ห้องพักคัดคนรวยและดีมาอยู่อาศัย เริ่มต้นที่ห้องละ 50 ล้านบาท สูงสุดเป็นระดับ Premium ห้องละ 80 ล้านบาท มีคนจองแน่นเอียด ทำให้ต้องค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลและการพยากรณ์โดย GAC เพื่อเอาคนที่ไม่สร้างปัญหาจริงๆมาอยู่ แน่นอนเรื่องนี้ต้องทำให้ใครหลายคนขัดใจโดยเฉพาะผู้มีอำนาจบนโลกที่ไม่ได้รับคัดเลือก ซึ่งนอกจากจะเสียหน้าแล้วยังทำให้คิดว่าตนเองไม่อยู่ในสายตาของผู้สร้างเมือง ทำให้หาทางลบรอยแค้น
โครงการแรกมีห้องพักสำหรับผู้อยู่อาศัย 5,000 ห้อง เป็นห้องปกติ 4,000 ห้อง ห้อง Premium 1,000 ห้อง โครงการต่อไปจะสร้างให้มีขนาดใหญ่ขึ้น นั่นคือ 10,000 ห้อง สร้างบนพื้นที่ใหม่ที่อยู่ห่างออกไปราว 30 กิโลเมตร เป็นที่ราบที่ปลอดภัย ทำเลคล้ายที่แห่งแรกแต่กว้างใหญ่กว่า ยันนำเงินที่ได้มาลงทุนโดยไม่คิดอะไร ทีมงานก็ช่วยกันอย่างเต็มที่เพราะเห็นว่าสนุกและมีประโยชน์
“โครงการแรกน่าจะคุ้มทุนใน 1 ปี ส่วนโครงการที่สองก็ราวๆ 2 ปี เร็วกว่าที่เคยทำธุรกิจอื่นๆบนโลก ที่อย่างน้อยต้อง 5 ปี” พ่อของAliceบอกเมื่อมีการพูดคุยพบปะกันเป็นส่วนตัวในห้องอาหาร
“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ครีมถามด้วยความสงสัย โครงการเป็นแสนล้านคืนทุนอย่างรวดเร็วมันเกินคาดจริงๆ
“ใช่! เพราะนอกจากคนจะสนใจจองห้องจนเต็ม ต้องเสียเวลากลั่นกรองผู้ที่เหมาะสมแล้ว ยังมีกิจการท่องเที่ยวและร้านค้าอีกด้วย”
“แหม! พูดถึงเรื่องร้านค้า ต้องขอบคุณพวกพี่ๆจากดาว Uharo ที่เอาสินค้ามาขายให้ ทำให้คนมาเที่ยวซื้อของกันเต็มทุกทัวร์เลย” Alice อดพูดออกมาไม่ได้
พวก Qualex ได้มาเที่ยวหาเพื่อนและถูกนำมายังเมืองแห่งนี้ ทุกคนตื่นเต้นมากเนื่องจากในดาวของเขาก็มีทะเล แต่ไม่มีใครคิดลงไปอยู่ใต้ทะเล เนื่องจากไม่คิดว่าอยู่แล้วสบาย พอได้มาอยู่หลายๆวันชักติดใจ ก่อนจากก็ซื้อข้าวของบนโลกติดไม้ติดมือไปฝากพ่อแม่พี่น้อง ญาติๆและแฟน ครั้นกลับมาอีกครั้งก็นำของมาขายให้กับยันต์เป็นการฝึกค้าขายเพราะเห็นว่าสนุกดี เงินที่ได้ไม่เอาแต่เปลี่ยนเป็นธาตุ Quadium ที่เป็นธาตุพลังงานแทนเพื่อเอาไปขายเปลี่ยนเป็นเงินคืนที่ดาวของตน
สินค้าต่างดาวเป็นที่น่าสนใจในโลกมาก เพราะไม่มีใครเคยเห็น อย่างเสื้อหนังสัตว์ที่มีสีสวย ใส่แล้วนุ่มสบายคลายร้อนเป็นหนึ่งในสินค้าขายดี พวกเครื่องประดับที่เป็นอัญมณีก็มีสีสวยแปลกตา ส่องแสงเรืองรองกว่าอัญมณีในโลก ยังไม่นับพวกสิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค เช่น ของเล่นเด็ก หุ่นยนตร์ตัวเล็ก อุปการณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องพักฯลฯ การค้าของที่นี่จึงแทบไม่มีวันหยุดเอาเลย
ยันต์หมกตัวอยู่ที่เมืองใต้น้ำแห่งนี้หลายเดือนโดยไม่ได้ขึ้นไปปรากฎตัวบนพื้นโลกให้ผู้ใดเห็น ทำให้กระแสของเขาค่อยๆจางหายไป แต่งานที่เคยทำก็ไม่หมด ยังมีคนติดต่อจ้างงานอยู่ตลอดเวลา เดือนหนึ่งเขาจะขึ้นไปทำลายตึกสัก4-5 ตึก ส่วนงานสำรวจใต้น้ำนานๆสัก 2 เดือนจึงจะได้ซักงาน ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่เดือดร้อนถือเป็นงานอดิเรก
แล้วก็ถึงเวลาแห่งการเอาคืนของ Mubator Zula ผู้มีอำนาจแห่งประเทศ Vikaria ทวีปเวลัน ที่คิดหาหนทางแก้มือจากการที่เขาไม่ได้รับการคัดเลือกให้ซื้อห้องพักในเมืองใต้น้ำ การจะเก็บภาษีก็ทำไม่ได้เพราะเมืองอยู่ในเขตน่านน้ำสากล ไม่มีประเทศใดเป็นเจ้าของ มานึกได้ว่าจะต้องเก็บภาษีคนไปเที่ยวและยานที่รับคนไปเมืองใต้น้ำให้แพง จึงสั่งการให้คณะรัฐมนตรีในอาณัติดำเนินการทันที
ผู้แทนของเมือง Aqualancia ที่ถูกเจ้าหน้าที่ของประเทศเรียกให้เข้าประชุมรับทราบข้อกำหนดในการเก็บภาษี กลับมารายงานผลให้กับผู้บริหารเมืองใต้น้ำได้รับรู้
“พวกเขาคิดภาษีเรา 35% ต่อการเดินทางหนึ่งเที่ยว และทราบว่าเก็บค่าออกนอกประเทศกับคนที่จะเดินทางมาคนละ 2,000 บาทครับ”
“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะครับพ่อ” อัลถามผู้เป็นพ่อด้วยความงุนงง หลังจากรู้เรื่องตอนรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
“น่าจะเป็นเรื่องที่ GAC ไม่อนุญาตให้รับประธานาธิบดีเป็นพลเมืองของเราน่ะแหละ” Steward ตอบ
“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะคะ รายได้หายไปเยอะแน่ๆ” Aliceบ่น
“ผมว่าเราไม่เดือดร้อนอะไรนะครับตอนนี้ พวกนั้นแค่นักท่องเที่ยว เราหยุดการให้บริการประเทศเดียวก็ไม่กระทบกระเทือน คิดเสียว่าไม่เคยมีเมืองของเราเกิดขึ้นพลเมืองเขาก็เพียงขาดที่เที่ยวไปแห่งเดียวเท่านั้น” ยันต์ให้ความเห็น ทุกคนคิดแล้วก็เห็นด้วย ดังนั้นการรับนักท่องเที่ยวจากประเทศ Vikaria จึงถูกงดไปโดยปริยาย
ห้องประธานาธิบดี
“พวกนั้นยกเลิกจัดการท่องเที่ยวจากประเทศเราไปเมืองใต้น้ำครับท่าน” รัฐมนตรีการท่องเที่ยวรายงานในที่ประชุมสามัญประจำเดือน
“หือ! ไม่ยอมให้เราเก็บภาษีเลยเรอะ มากไปมั้ง ทำมาหากินได้ก็ควรแบ่งให้ประเทศเจ้าของพลเมืองบ้างสิ” ประธานกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“แต่ภาษีของเราสูงมากนะครับ เมือง Ratonia เก็บเพียง 5% เท่านั้น ค่าคนที่เดินทางไปเที่ยวก็ไม่เก็บ พวกผู้แทนการค้าของเอกชนฝากให้ทบทวนเรื่องนี้ด้วย” รัฐมนตรีการค้ากล่าวท้วงขึ้น ทำให้ใบหน้าของผู้นำเคร่งเครียด
“เรื่องของประเทศอื่นก็แล้วแต่เขาสิ ประเทศเราต้องการมีส่วนแบ่งให้มากขึ้นไม่ได้รึไง รึคุณไม่อยากทำตามนโยบายของผม” เสียงอ้างนโยบายของผู้นำที่สร้างความเจ็บปวดให้กับเอกชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐมาทุกยุคทุกสมัยดังขึ้น ทำให้ผู้ค้านเงียบไปในทันที คนอื่นๆที่เริ่มเห็นด้วยกับผู้ค้านก็ยกเลิกคำกล่าวสนับสนุน การประชุมจึงกลายเป็นการรับฟังคำสั่งไปโดยปริยาย
Mubator Zula สั่งการให้ประกาศห้ามรุกล้ำน่านน้ำของประเทศทันที ให้มีผลเพียงยานบินของเมือง Aqualancia เพียงเมืองเดียว คนอื่นๆไม่กล้าโต้เถียงคัดค้านเพราะเขามีอำนาจ มีอิทธิพล มีเงินและจ่ายเงินเดือนนอกระบบให้กับรัฐมนตรีทุกคน ทั้งหมดจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับทราบอย่างเดียวเท่านั้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นเบี้ยตัวหนึ่งบนกระดานหมากรุกที่ถูกปลดออกจากกระดานไปอย่างไร้ค่า ซึ่งไม่มีใครอยากเป็น
ข่าวนี้ทำให้หลายประเทศไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดประเทศ Vikaria จึงต้องใช้อำนาจบีบบังคับเมืองใต้น้ำขนาดนั้น เนื่องจากไม่รู้ความนัยลึกๆ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงส่งเรื่องท้วงติงการกระทำที่ไม่ชอบพากลไปยังผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่ได้รับการสนใจ
“หมอนั่นฟาดหัวฟาดหางใหญ่แล้ว เราจะทำยังไงดีเพราะการออกจากทะเลต้องผ่านน่านน้ำของประเทศนี้” อัลถามยันต์ด้วยความกังวล
ยันต์นิ่ง เขาไม่อยากทำใครแต่ก็มีเหตุให้ต้องเล่นบทโหดอยู่เรื่อย ประธานาธิบดีผู้ทรนงไม่ศึกษาข้อมูลบ้างเลย ไม่เฉลียวใจว่ากำลังจะเล่นกับอะไร มันน่าเหนื่อยใจจริงๆ ไม่รู้เขาแล้วลุยลูกเดียวก็มีแต่เสียวและเจ็บปวดเท่านั้น
“อ้อมเอาสักหน่อยแล้วกัน เปลี่ยนทิศทางการเดินทางให้ไกลกว่าเดิมเล็กน้อยคงไม่เป็นไร ชั้นไม่อยากปะทะ เบื่อ!”
คำพูดของเพื่อนทำเอาอัลอึ้ง คิดในใจว่า ‘อะไรวะ แค่แผลงฤทธิ์หน่อยเดียวขี้คร้านเจ้า Mubator จะไม่มีรูอยู่ ไหงมันไม่ทำ’ โดยไม่ได้เข้าใจถึงจิตใจที่ใฝ่สันติ ไม่อยากรังแกผู้อ่อนแอกว่า พยายามหลีกเลี่ยงจนถึงที่สุด เมื่อเพื่อนว่าอย่างไรเขาก็ทำตาม และคอยดูว่าถ้ามันหนักกว่านี้ยันต์จะทำอย่างไร แต่คาดเอาไว้ว่าคงสนุกมาก
เมื่อหาเรื่องไม่ได้อย่างใจนึก ผู้นำประเทศ Vikaria ก็หาแนวร่วมเพื่อบีบให้เมืองใต้น้ำจนตรอก เขาติดต่อไปยังเพื่อนที่เป็นผู้นำประเทศที่มีอาณาเขตทางทะเลต่อเนื่องกันให้ออกกฎเช่นเดียวกับประเทศของเขา เพื่อนๆไม่อยากทำแต่เลี่ยงไม่ได้เพราะประเทศตนต้องพึ่งพาอาศัยประเทศ Vikaria อยู่มาก จึงจำใจต้องออกกฎขึ้นมา
เมื่อประเทศที่มีอาณาเขตทางน้ำออกกฎห้ามการรุกล้ำน่านน้ำ หนทางออกจากทะเลก็หมด คราวนี้ยันต์ไม่นิ่งแล้ว เริ่มมีอารมณ์โกรธขึ้นมา คิดว่าโลกติดอยู่ในคำว่า ‘อำนาจ’ ผู้มีอำนาจแต่ไร้คุณธรรมจะรังแกคนที่ไม่มีทางสู้อยู่เสมอมา ในอดีตนั้นบางประเทศที่รุ่งเรืองด้วยแสนยานุภาพจะพยายามจำกัดการสร้างอาวุธของประเทศอื่น เพราะไม่ต้องการให้เกิดการคานอำนาจ ต้องการเป็นใหญ่เพียงผู้เดียว การที่เขาหลบเลี่ยงไม่ใช่อ่อนแอ เพียงแค่ไม่อยากรังแกผู้ด้อยกว่าเท่านั้น เมื่อต้องการมีเรื่องก็ย่อมได้
น่านน้ำประเทศ Vikaria
ยานขนาดใหญ่สีเทาดำบินผ่านน่านฟ้าของประเทศ Vikaria มุ่งหน้าเข้าหาเมืองหลวงของประเทศนี้ พวกยานรบที่รักษาการณ์ตามคำสั่งพากันบินเข้าหาและสั่งการให้ยอมจำนน แต่ยานลำนี้ไม่ยอมยังคงบินพุ่งหน้าตรงเข้ามาหาเรื่อยๆ ทำให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ยิงทันที
แสงสีขาวซึ่งเป็นพลังสูงสุดจากปืนของยานจำนวนกว่า 10 ลำพุ่งเข้าหายานที่ขัดขืนโดยหวังทำลายทิ้ง แต่ยานลำนั้นกลับบินหลบหลีกได้เกือบหมดมี 3-4 สายที่พุ่งโดนตัวยานแต่ไม่เป็นอะไร นั่นถือเป็นชนวนแห่งการวิวาทบนท้องฟ้าเหนือผืนน้ำได้แล้ว
ยานสีเทาดำบินหลบไปมา โดนลำแสงบ้างแต่ไม่เป็นอะไรเพราะมีบาเรียบางๆคุ้มกันอยู่ ปืนต่อสู้ที่ติดไว้เปิดใช้พลังงานแสงระดับต่ำสุด เป้าหมายเป็นจุดที่ไม่สำคัญ ยันต์สั่ง GAC ล็อคเป้าแล้วยิงเข้าใส่อย่างไม่กลัวเกรง ยานฝ่ายตรงข้ามเริ่มโดนยิงบ้างแล้ว ทำให้ต้องบินหนีไปเพื่อกลับฐาน เพราะได้รับความเสียหายหนักหากรบต่อต้องร่วงลงน้ำแน่
เจ้าของเมืองใต้น้ำรบอย่างใจเย็น โดนยิงบ้างก็ช่างมันไม่เป็นอะไร แต่ยามที่ยิงกลับสามารถทำอันตรายยานฝ่ายตรงข้ามได้จนต้องบินหนี จำนวนยานรบที่ฝ่ายตรงข้ามมีน้อยลงเรื่อยๆจนหมด
ชายฝั่งทะเลของเมือง Berad ประเทศ Vikaria มียานไร้สัญชาติปรากฎตัวขึ้นหนึ่งลำ ยานนี้บินตรงเข้ามาในเมืองอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจคำเตือนจากยานที่บินมาสกัดกั้นจำนวนมาก เมื่อมีแสงยิงเข้ามายานลำนี้ก็โต้ตอบ ทำให้ยานเจ้าบ้านเสียหายควันโขมงขึ้นจากหนึ่งเป็นสองและบินหนีออกไป ผู้บุกรุกบินบุกลึกเข้าด้านในเมืองเพื่อผ่านไปยังเมือง Oka ที่เป็นเมืองหลวง
พรมแดนเมืองหลวงของประเทศ Vikaria มีปืนต่อสู้อากาศยานคอยต้อนรับศัตรูผู้แกล้วกล้าอยู่ รวมถึงยานรบจำนวนมากมายหลายร้อยลำที่ดูแล้วน่าขำในการรุมยานบินเพียงลำเดียว แต่จากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา เพียงชั่วโมงกว่าๆยานลำนี้ทำลายยานรบของประเทศไปมากมายนับร้อยลำแล้ว
“จัดการมันให้ได้ อะไรวะ อีแค่ยานลำเดียวถึงกับปล่อยให้มันบุกเข้ามาเมืองหลวง รีบเก็บมัน” เสียงประธานาธิบดีสั่งการให้รัฐมนตรีป้องกันประเทศผ่านจอภาพสื่อสาร หน้าตาถมึงทึง ทำให้ผู้รับคำสั่งต้องหลบตา รับคำและรีบสั่งการให้ลูกน้องรีบๆลุยด่วนที่สุด
ยันต์ขับยานผ่านไปเรื่อยๆอย่างไม่สนใจสิ่งใด ต้องการไปสั่งสอนเจ้าประธานาธิบดีผู้บ้าอำนาจเพียงอย่างเดียว เขาไม่ได้ชวนใครมาเป็นเพื่อนเนื่องจากคิดว่ามีอันตรายได้ทุกเมื่อ ตัวเองไม่เป็นอะไรเพราะป้องกันตัวได้ การมาครั้งนี้เขาหลบออกมาโดยไม่ได้บอกกล่าวผู้ใด
ภาพจากสื่อทั่วโลกแสดงให้เห็นยานสีเทาดำบินจากทะเล ต่อกรกับยานรบที่ป้องกันประเทศ Vikaria ลำแล้วลำเล่า แล้วบุกคืบหน้าเรื่อยๆเข้าหาเมืองชายฝั่ง จัดการยานรบที่มาขัดขวางอย่างใจเย็น สร้างกระแสแห่งความมันให้กับผู้ชมยิ่งนัก ตอนนี้เรทติ้งของการถ่ายทอดสดติดลมบนทะลุทะลวงเรทอื่นๆไปจนหมดแล้ว
มีผู้ชมมากมายทั่วโลกสอบถามไปยังผู้สื่อข่าว ได้รับการอธิบายว่าเป็นยานจากเมือง Aqualancia ออกมาโดนยานรบของเมืองสะกัดเลยต่อสู้กัน และรบกันเรื่อยจนมาเข้าเขตเมืองหลวง ไม่ทราบจุดหมายของการมาของยานลำนี้เพราะไม่ตอบคำถามใดๆ
ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ คนทั้งประเทศ Vikaria ให้ความสนใจ รวมถึงตัวต้นเหตุที่พอรู้ว่ามียานบุกรุกเข้ามาก็ให้จัดการขั้นเด็ดขาดทันที เพียงแต่การจัดการไม่สำเร็จกลับโดนจัดการเสียหายมากมาย ในเมืองหลวงตอนนี้ยานรบบินป้องกันอันตรายเต็มน่านฟ้ามีจำนวนเป็นพันลำ ส่วนที่ออกไปยับยั้งการบุกก็มากมายหลายร้อยลำ
ข้าศึกผู้โดดเดี่ยวยังคงบุกเรื่อยมา สอยยานรบไปเรื่อยๆจนคนดูสงสัยไม่ได้ว่าทำไมยานลำนี้สร้างขึ้นจากอะไรจึงแข็งแกร่งนัก ผู้นำประเทศอื่นๆที่ดูสถานการณ์อยู่ให้ความสนใจกับยานลำนี้มาก หากบุกประเทศตนก็คงต้านทานไว้ไม่ได้เช่นกัน
ยานหลายร้อยลำที่ต้องแจวอ้าวกลับฐานทัพด้วยควันโขมง นี่ถ้าโหดจริงคงระเบิดเป็นจุลไปหมดแล้ว นักการทหารที่ดูอยู่มีความเข้าใจเจตนาของผู้บุกรุกว่าไม่ได้เอาจริงเพียงแต่ไม่รู้จุดประสงค์ ตอนนี้ยานมาถึงเมืองหลวงแล้ว พวกที่คุ้มกันเมืองพากันเข้าโจมตีอย่างดุเดือด ฝ่ายตัวคนเดียวก็ตอบโต้ การรบเป็นไปอย่างดุเดือด ยานบินฉวัดเฉวียนทำให้ชาวเมืองพากันวิตก กลัวว่าจะได้รับอันตรายหากยานตกใส่บ้านเรือนของตน
ฝ่ายป้องกันที่มีมากมายนับพันกลายเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ พากันทะยอยติดไฟปล่อยควันดำคละคลุ้งและบินจากไปเรื่อยๆ การรบติดพันอยู่นานเป็นชั่วโมงยานรบของเมืองหลวงก็หมด
ผู้บุกรุกบินเข้าหาทำเนียบประธานาธิบดี เมื่อถึงหน้าทำเนียบก็หยุดลอยนิ่งบนท้องฟ้า มีเสียงประกาศดังกึกก้องท้องฟ้าได้ยินทั่วกันว่า
“ข้ามาเพราะเจ้าหาเรื่องก่อน หากมีความกล้าให้ขึ้นยานมารบกัน เจ้าคิดว่าตัวเองเก่งกล้านักหรืออย่างไร ข้าไม่อยากมีเรื่อง แต่เมื่อต้องการข้าก็จะให้ บอกมาว่าจะยกเลิกกฎบ้าบอของเจ้าในเรื่องน่านน้ำหรือไม่ ถ้าเจ้าไม่เลิกข้าจะถล่มเมืองนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง เริ่มจากทำเนียบของเจ้าก่อน ออกมาตอบวาจาข้า อย่าหลบอยู่แต่ในอาคาร Mubator Zula จงทำให้คนในประเทศของเจ้าเห็นว่าเจ้าเป็นคนกล้า ไม่ใช่หดหัวอยู่ในกระดองเหมือนเต่า”
คำท้าทายนี้ไม่ได้ดังเพียงแค่ในประเทศ Vikaria แต่กึกก้องไปทั่วโลก เข้าสู่จิตใจผู้ฟัง ทำให้เข้าใจความหมายของคำว่าผู้กล้าเป็นอย่างไร หนึ่งต่อพันก็กล้าต่อกร แค่จิตใจก็น่าประหวั่นแล้วไม่นับอาวุธที่ทรงอานุภาพอีกต่างหาก
ความเงียบเกิดขึ้น พักใหญ่มีกลุ่มคน 10 คน ออกมาจากประตูทำเนียบ ผู้เดินหน้าเป็นชายร่างใหญ่ แข็งแรง ผิวสีดำ หน้าตาเคร่งเครียดเต็มไปด้วยโทสะ ที่ตามหลังเป็นบรรดาองครักษ์ที่ตัวใหญ่โตพอๆกับผู้นำ มีที่ใหญ่กว่าอีก 3 คน
ทั้งหมดเดินออกมาอยู่ที่ลานหน้าทำเนียบห่างจากยาน 20 เมตร ขณะนั้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตะลึงก็เกิดขึ้นเมื่อประตูยานเปิดออก มีร่างหนึ่งลอยลงสู่พื้นอย่างรวดเร็วจากความสูง 20 เมตร
ร่างนั้นตกลงมายืนหยัดบนพื้น เสียงกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว
“ตึง”
พื้นที่ยืนถึงกับปริแตกเป็นรอยร้าวไปทั่ว มีรัศมี 30 เมตรโดยรอบ ทุกคนตกใจและนิ่งเงียบ
“เฮอะ! ยังดีที่มีใจกล้าอยู่บ้าง มาพูดกันให้รู้เรื่องจะได้จบๆไป”
ประธานาธิบดีมองดูผู้ที่อยู่ห่างออกไปอย่างพรั่นพรึง โดดลงจากยานบินสูง 20 เมตรตกลงมาบนพื้นดินทำให้พื้นแตกร้าว คนที่ไหนจะทำได้ ใครจะไปสู้ไหว พวกองครักษ์ที่ตัวใหญ่ทั้งหลายก็คิดเช่นเดียวกัน แถมคนผู้นี้ยังตัวใหญ่และสูงกว่าคนที่สูงที่สุดของพวกตนเสียอีก
“ข้ามาเพื่อให้เจ้ายกเลิกกฏของการห้ามรุกล้ำน่านน้ำ จะว่าอย่างไร” เสียงถามจากร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ครั้งนี้ยันต์ใช้ใบหน้าปกติของตนเองในการทำสงคราม
“ถ้าข้าไม่ยกเลิกล่ะ เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะมาสั่งข้า” Mubator ถามขึ้นกวนๆ ตอนนี้เริ่มลดความหวั่นไหวลงได้แล้ว เพราะเห็นพวกสไนเปอร์เข้าประจำที่ในจุดต่างๆรอบๆทำเนียบ สร้างความอุ่นใจให้เกิดขึ้น
“ถ้าไม่ยกเลิกก็คงจะเป็นอย่างวันนี้ไปเรื่อยๆ แต่คราวหน้าคงจะไม่มียานให้ซ่อมอีกแล้ว” เป็นคำตอบสบายๆไม่ดุเดือดเหมือนตอนแรก
“งั้นให้จบวันนี้เลยดีกว่า ยิง” เสียงประธานาธิบดีสั่งการและฉากหลบกลับเข้าทำเนียบโดยมีพวกองครักษ์เข้ารายล้อมคุ้มกันภัย
“สิ้นเสียงสั่งการ กระสุนปืนแสงที่มีความเร็วและร้อนแรงสีขาวพุ่งเข้าหาเป้าที่ยืนเด่นอยู่หน้าลานทันที
ทุกคนเห็นเกราะแสงสีฟ้าอ่อนใสบางๆเกิดขึ้นเคลือบร่างที่ยืนนิ่งอยู่ กระสุนทุกนัดถูกเป้าหมายอย่างแม่นยำเป็นหัว อก ท้อง ลำคอ แต่ไม่สามารถทะลุเกราะใสเข้าไปในร่างได้ ชุดที่สองและสามก็เป็นเช่นเดียวกัน
ผู้บุกรุกยืนอย่างใจเย็น ปล่อยให้ศัตรูหายเข้าไปในตึกพักใหญ่ เมื่อรับลูกกระสุนจนเบื่อแล้วก็ชักปืนออกมาจากเอวขวา เล็งยิงไปยังทำเนียบโดยไม่สนใจกระสุนปืนชุดถัดมาที่กำลังพุ่งเข้าหา แสงสีฟ้าใสจากปืนพุ่งวาบเข้าหาตัวอาคารที่สูงเพียง 2 ชั้น
ตัวอาคารเรืองแสงสีฟ้าอยู่ชั่วครู่แล้วสลายไป ทำให้เห็นตัวประธานาธิบดี เหล่าองครักษ์และทหารหลายสิบคนที่ล้มคลานอยู่บนพื้นเพราะตกจากชั้นสองที่สาบสูญ บ้างแขนหัก บ้างขาหัก ร้องโอดโอยอยู่ ตัวผู้ยิ่งใหญ่เองนั้นร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด เพราะขาหักทั้งสองข้าง
ยันต์เดินช้าเข้าหาพวกที่นอนอยู่ บรรดาสไนเปอร์ทั้งหมดแม้จะยิงไม่เข้า แต่หน้าที่คือหน้าที่ พวกเขาตั้งหน้าตั้งตายิงไม่หยุดยั้ง จึงเกิดภาพที่แปลกประหลาดออกสู่สายตาชาวโลก ชายที่เดินไปท่ามกลางแสงกระสุนปืนอย่างไม่ยี่หระใดๆ แต่เมื่อโดนยิงไม่เลิกคล้ายจะเกิดความรำคาญ ทุกคนเห็นเขากวาดปืนไปมาอย่างรวดเร็ว สาดกระสุนแสงออกไปเป็นสายสีขาวรอบตัว
จุดที่ยิงเป็นจุดที่เหล่าสไนเปอร์ซุ่มอยู่ พวกนี้มีจำนวน 60 คน แสงสีขาวยิงใส่จุดละครั้ง ทุกคนเห็นเขาวาดปืนสลับไปมา แสงของลูกกระสุนที่ตัดกันของทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดภาพที่สวยงาม ครั้นชายเดี่ยวเลิกยิง แสงจากกระสุนปืนทุกกระบอกก็หยุด
กล้องทีวีซูมไปที่จุดต่างๆซึ่งมีคนซุ่มยิงหลบอยู่ พบว่าแต่ละคนนอนกุมแผลที่โดนยิง บ้างที่ไหล่ บ้างที่ขา บ้างที่มือ หมดสภาพที่จะต่อสู้ ผู้บรรยายก็พูดไม่ออก ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน คิดว่าจะเป็นสิ่งที่ประทับใจของเขาไปชั่วชีวิต
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
ใช้หน้าจิงทำไมเนี่ย