ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แปะไว้เผื่อใครอยากแอด แต่ว่าไม่ค่อยมีอะไรในนี้หรอกนะ - -"
http://bluearrow30.hi5.com
http://twitter.com/blu_arrow
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บทนำ
“ว้าก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า!!” เสียงหัวเราะดังกังวานไปทั่วบริเวณ จริงๆ มันก็ไม่ได้ดังขนาดนั้นหรอก แต่ก็ดังพอจะทำให้คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างพากันหันหน้ามามองเป็นตาเดียว พลางคิดในใจว่ายัยเด็กนี่ท่าทางจะไม่ค่อยเต็ม และค่อยๆ เขยิบถอยห่างจากที่มาของเสียงนั้นทีละน้อย ผู้ปกครองบางคนถึงกับเอามืออุดหูลูกหลานของตัวเองไว้แล้วรีบพาเดินจากไปด้วยท่าทีหวาดๆ ในทันที “พอได้แล้วไอ้ต้น แกจะบ้าเรอะ คนมองกันใหญ่แล้ว” เด็กหญิงอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบห้ามปราม เธอเป็นเด็กผู้หญิงอายุราวสิบเอ็ดสิบสองปี เธอมีหน้าตาและผิวขาวอย่างคนที่มีเชื้อสายจีนผสมผสานอยู่ด้วยและยังถักเปียสองข้างดูน่ารักสมวัย แต่มีเพียงสายตาเท่านั้นที่ดูเหมือนกำลังเอือมระอาบางอย่างอยู่ อ้อ...ใช่แล้ว เธอกำลังเอือมระอาเด็กหญิงเจ้าของเสียงหัวเราะผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลนั่นเอง “ก็มันดีใจนี่หว่าไอ้แพรว!” เด็กหญิงผู้มีนามว่าต้นพูดด้วยความยินดีกับเพื่อนสนิท โดยที่ลดระดับเสียงลงประมาณหนึ่งในร้อยของเดิม...หรือเรียกอีกอย่างว่าระดับเสียงเท่าเดิมก็พอได้ “มีอะไรน่าดีใจนักหนา ก็แค่สอบเข้าเรียนต่อได้แค่เนี้ย” แพรวพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ปกติแล้วเธอก็เป็นเด็กธรรมดาที่ร่าเริงสดใสสมวัย แต่เวลาอยู่กับเพื่อนคนนี้ทีไร ทำไมเธอถึงได้ใช้น้ำเสียงแบบนี้บ่อยนักก็ไม่รู้ เฮ้อ... “ไม่ดีใจได้ไง โรงเรียนนี้ดังมากเลยนะ แถมขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนคุณหนูที่มีแต่ลูกผู้ดีมีเงิน หรือไม่ก็เด็กที่หัวดีจริงๆ เท่านั้นถึงจะสอบติดเชียวนะ แล้วคิดดูซิว่า เด็กโรงเรียนวัดอย่างพวกเราสอบติดได้ มันช่างน่าดีใจอะไรเช่นนี้” ต้น หรือชื่อเต็มว่า เด็กหญิงต้นน้ำ พร่ำพรรณนาด้วยแววตาชวนฝัน เหม่อลอยอยู่หน้าบอร์ดประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านในโรงเรียนของตน “พูดถึงเรื่องเด็กหัวดีแล้ว ฉันยังสงสัยไม่หายว่าทำไมถึงมีบางคนสอบติดได้นะ...” พูดจบแพรวก็ปรายตามองเพื่อนสนิทผู้ยังคงมีแววตาเหมือนติดอยู่ในโลกแห่งจินตนาการของตัวเอง ความจริงแล้วพวกเธอสองคนไม่ได้เรียนโรงเรียนวัดที่มีภาพลักษณ์ในแบบที่คุณผู้อ่านกำลังจินตนาการกันอยู่หรอก โรงเรียนประถมที่เธอสองคนเรียนนั้นก็เป็นโรงเรียนประถมระดับกลางที่ได้มาตรฐานในการสอนที่เรียกว่าเข้าขั้นดี เพียงแต่โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ข้างวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ดังนั้นถึงแม้ว่าโรงเรียนแห่งนี้จะมีชื่อของตัวเอง แต่ก็ไม่วายถูกคนในละแวกนั้นเรียกว่า ‘โรงเรียนวัดxxx’ อยู่ดี เพราะมันเรียกง่ายกว่าชื่อยาวเฟื้อยของโรงเรียน แพรวเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่หกห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องที่เรียกกันว่า ‘ห้องเด็กเก่ง’ และแพรวยังเป็นนักเรียนที่เรียนได้อันดับที่หนึ่งมาตลอดหกปีติดต่อกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะสอบติด และไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นเดียวกันที่เธอไม่มีทีท่าดีอกดีใจจนโอเว่อร์เหมือนเพื่อนสนิทของเธอ ทว่าในกรณีของต้นน้ำนั้นต่างกัน แม้ว่าต้นน้ำจะเรียนอยู่ห้องเด็กเก่งเช่นเดียวกันกับแพรว แต่ผลการเรียนของต้นน้ำนั้นมักจะอยู่ในสภาพจะตกแหล่มิตกแหล่ และมักได้อันดับบ๊วย หรือไม่ก็รองบ๊วยของห้องเป็นประจำ จนเกือบจะโดนลดระดับไปอยู่ห้องอื่นก็หลายที แต่แพรวก็สุดแสนจะประหลาดใจเหลือเกินที่ไม่รู้ทำไม ต้นน้ำยังคงรอดพ้นการตกดิวิชั่นมาได้จนกระทั่งเรียบจบแบบนี้ มีแต่คนแปลกใจที่ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันได้มาตั้งแปดปี..หรือจะเรียกว่าแพรวต้องทนทุกข์ทรมานมาตั้งแปดปีในการเป็นเพื่อนสนิทของต้นน้ำก็พอจะว่าได้... ความจริงแล้วต้นน้ำก็ไม่ใช่เด็กโง่ มิเช่นนั้นเธอคงไม่สามารถอยู่ในห้องเด็กเก่งได้ แต่เมื่อพิจารณาจากอัตราการสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนชื่อดังแห่งนั้น และจำนวนเด็กจากโรงเรียนของพวกเธอทั้งสองคนที่เข้าสอบที่นั่น มันก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจทีเดียวที่มีเพียงเธอสองคนที่สอบได้ในปีนี้ ...นึกว่าจะหลุดพ้นจากยัยนี่แล้วเชียว...แพรวแอบคิดในใจ พลางอมยิ้ม ไม่ใช่หรอก ถึงแม้ว่าแพรวจะชอบแสดงอาการเอือมระอาเพื่อนสนิทคนนี้บ่อยครั้ง แต่ความจริงแล้วเธอเองก็รักเพื่อนคนนี้มากเช่นกัน แม้นิสัยจะไม่ได้เหมือนกันมาก ทัศนคติในหลายๆ เรื่องก็แตกต่างกันสุดขั้ว เอ่อ...เรียกว่าไม่เหมือนกันซักกะอย่างจะดีกว่า แต่ว่าไม่รู้ทำไมเวลาอยู่กับเพื่อนคนนี้ไม่เคยทำให้แพรวเบื่อเลย ...แม้บางครั้งจะน่าเหน็ดเหนื่อยใจอยู่บ้างก็เถอะ... “ทีนี้ล่ะ ฉันก็จะเข้าใกล้เป้าหมายสูงสุดในชีวิตไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว!” ต้นน้ำพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น “เป้าหมายบ้าบออะไรอีกล่ะ” แพรวหันมามองหน้าต้นน้ำอย่างเซ็งๆ “อะแฮ่ม...” ต้นน้ำทำเสียงกระแอมในลำคอเพื่อให้ดูเหมือนว่ากำลังจะพูดเรื่องสำคัญ แล้วจึงหันมาจ้องหน้าเพื่อนสนิทของเธอ “ฉันจะต้องมีแฟนหล่อ รวย เก่ง เท่ เป็นสุภาพบุรุษที่แมนสุดๆ เหมือนพระเอกหนังให้ได้!” ต้นน้ำพูดด้วยเสียงอันดังอย่างเด็ดเดี่ยว...แต่ก็ดังแค่พอที่จะให้แพรวได้ยินคนเดียว เพราะถึงแม้ว่าเธอจะกล้าบ้าบิ่นสักเท่าไร แต่ก็ยังพอหลงเหลือความละอายใจอยู่บ้าง... “..........” “ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า!” ต้นน้ำเท้าสะเอวพลางยกมือขวาชึ้ขึ้นไปในอากาศราวกับว่าเป้าหมายของเธออยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามนั้น “ประสาทรึเปล่า...” แพรวพูดพลางถอนใจอย่างเซ็งชีวิตสุดขีด ก่อนจะชี้ที่ชื่อโรงเรียนที่ทั้งสองคนสอบติดเป็นการเน้นย้ำ “นี่มันโรงเรียนหญิงล้วน...” “...................................” “อย่าบอกนะว่าแกมาสอบโดยไม่รู้” “...................................” “คนบ้าก็คือคนบ้าอยู่วันยังค่ำจริงๆ ด้วย” “ว้ากกกกกกกกกกกกก!!” เสียงร้องโหยหวนของเด็กผู้หญิงอายุสิบสองปีดังก้องไปทั่วบริเวณจริงๆ แล้วคราวนี้...
|