สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

พัฒนาการด้านการเมืองและการปกครองของไทย

ตอนที่ 2 : การเมืองการปกครองของไทยสมัยอยุธยา


     อัพเดท 5 พ.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้เรื่องเรียน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : =.,+ b-eau >//< ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ =.,+ b-eau >//< Email : kanakwan_beau(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/b-eau
< Review/Vote > Rating : 100% [ 1 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 7,215
29 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 6 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
พัฒนาการด้านการเมืองและการปกครองของไทย ตอนที่ 2 : การเมืองการปกครองของไทยสมัยอยุธยา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 44519 , โพส : 13 , Rating : 302 / 81 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


สมัยอยุธยา พ.ศ.1893-2310

บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาในภาคกลางของประเทศไทย ปรากฏผู้คนตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนเป็นเมือง เป็นแคว้น และอาณาจักร มีความมั่นคงเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและการค้าจน สามารถสร้างสรรค์ศิลปกรรมอันงดงาม

 

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาในพ.ศ.1893 ความเหมาะสมคือ ทำเลที่ตั้งเมืองแม่น้ำล้อมรอบ 3 ด้าน ได้แก่ แม่น้ำลพบุรีด้านเหนือ แม่น้ำเจ้าพรยาทางด้านตะวันตกและใต้ ส่วนด้านตะวันออก ได้ขุดลำคูเชื่อมกับแม่น้ำ อยุธยาจึงกลายเป็นเกาะที่มีลำน้ำล้อมรอบครบทั้ง4 ด้าน นับเป็นชัยภูมิที่มั่งคงสามารถป้องกันข้าสึกได้เป็นอย่างดี กรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่บริเวณที่ราบภาคกลาง ซึ่งลำน้ำสายต่างๆ จากภาคเหนือไหลผ่านไปลงทะเลอ่าวไทย จึงสามารถควบคุมเส้นทางคมนาคม การค้า ทางยุทธศาสตร์ จึงทำให้อยุธยาเป็นศูนย์กลางที่อาณาจักรไทย ยาวนานถึง 417 ปี

 

สถาบันพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา

อาณาจักรอยุธยาปกครองด้วยระบอบราชธิปไตยหรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ตลอดสมัยของอาณาจักรสุโขทัยมีกษัตริย์ปกครองรวม 33 พระองค์ลักษณะการใช้อำนาจของพระมหากษัตริย์คือต้องการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่สถานบันพระมหากษัตริย์ จึงได้นำลัทธิสมมติเทพ ซึ่งเป็นหลักศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มาเสริมสร้างสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความศักดิ์สิทธิและมั่งคง และมีพระราชอำนาจส่งขึ้น

 

ในระยะแรกก่อตั้งอาณาจักร สถาบันพระมหากษัตริย์ของอยุธยาผูกพันกับคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาตามแบบที่เคยเป็นมา โดยเรียกผู้ปกครองว่ามหาสมมติราช หมายถึงผู้ได้รับมอบหมายจากคนทั้งปวงให้เป็นผู้ปกครองสังคม นอกจากนี้ยังเป็น พระจักรพรรดิราช หรือพระราชาผู้ยิ่งใหญ่เปรียบเสมือนเทพเจ้า เป็นองค์สมมติเทพ จึงต้องมีระเบียบประเพณีและพิธีการ ต่างๆ โดยมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวาย คำสั่งพระมหากษัตริย์เรียกว่าโองการ มีภาษาที่ใช้กับพระมหากษัตริย์เรียกว่า ราชาศัพท์ ที่อยู่ของพระมหากษัตริย์เรียกว่าพระราชวัง ผู้ใดที่ละเมิดจะถูกลงโทษ

 

การปกครองและการบริหารของสมัยอยุธยาจะแบ่งออกเป็นสามระยะคือ สมัยอยุธยาตอนต้น สมัยอยุธยากลาง และสมัยอยุธยาตอนปลาย 

การเมืองการปกครองในสมัยอยุธยาตอนต้น (พ.ศ.1893-1991)

การปกครองส่วนกลาง

           พระมหากษัตริย์ ปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง  คือจตุสดมภ์

จตุสดมภ์   แบ่งเป็น

  กรมเวียง    -   มี   ขุนเวียง เป็นผู้ดูแล  มีหน้าที่  รักษาความสงบสุขของราษฏร

  กรมวัง       -   มี   ขุนวัง  เป็นผู้ดูแล    เป็นหัวหน้าฝ่าย ราชสำนักการพิจารณาพิพากษาคดี

 กรมคลัง      -   มี   ขุนคลัง เป็นผู้ดูแล  มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินที่ได้จากการเก็บส่วยอากร

  กรมนา       -   มี   ขุนนา  เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลการทำไร่ นา และสะสมเสบียงอาหารของ พระนคร

 การปกครองหัวเมือง

           อยุธยาเป็นเมืองหลวง   เป็นจุดของศูนย์รวมอำนาจการปกครอง    ล้อมรอบด้วยเมืองลูกหลวง ประกอบด้วย ทิศเหนือ  เมืองลพบุรี    ทิศตะวันออก  เมือง นครนายก   ทิศใต้ เมือง นครเขื่อนขันธ์   และทิศตะวันตก เมือง สุพรรณบุรี

           ถัดออกมาคือ หัวเมืองชั้นใน  ได้แก่   สิงห์บุรี ปราจีนบุรี  ชลบุรี และเพชรบุรี   และเมืองประเทศราช เช่น เมือง นครศรีธรรมราชและเมืองพิษณุโลก

การเมืองการปกครองสมัยอยุธยาตอนกลาง

1991-2231

              การปกครองเริ่มตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นต้นมา  หลังจากที่ได้ผนวกเอาอาณาจักรสุโขทัยมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา โดยมีลักษณะสำคัญ 2 ประการคือ

          1. จัดการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง

          2. แยกกิจการฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารออกจากกัน

การปกครองส่วนกลาง 

          สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดฯให้มีตำแหน่งสมุหกลาโหมรับผิดชอบด้านการทหาร นอกจากนี้ยังได้ทรงตั้งหน่วยงานเพิ่มขึ้นมา อีก 2 กรม คือ

            กรมมหาดไทย มีพระยาจักรีศรีองครักษ์เป็นสมุหนายก มีฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี มีหน้าที่ควบคุมกิจการพลเรือนทั่วประเทศ

            กรมกลาโหม มีพระยามหาเสนาเป็นสมุหพระกลาโหม มีฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี มีหน้าที่ควบคุมกิจการทหารทั่วประเทศ

           นอกจากนี้ใน 4 กรมจตุสดมภ์ที่มีอยู่แล้ว ทรงให้มีการปรับปรุงเสียใหม่ โดยตั้งเสนาบดีขึ้นมาควบคุมและรับผิดชอบในแต่ละกรมคือ

  กรมเมือง (เวียง                                 มีพระนครบาลเป็นเสนาบดี

  กรมวัง                                                                มีพระธรรมาธิกรณ์เป็นเสนาบดี

  กรมคลัง                                             มีพระโกษาธิบดีเป็นเสนาบดี

  กรมนา                                                                มีพระเกษตราธิการเป็นเสนาบดี

  การปกครองส่วนภูมิภาค

           สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงยกเลิกการปกครองแบบเดิมทั้งหมด แล้วจัดระบบใหม่ดังนี้

 1. หัวเมืองชั้นใน ยกเลิกเมืองหน้าด่านแล้วเปลี่ยนเป็นเมืองชั้นใน มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้ปกครองเมืองเหล่านี้เรียกว่า ผู้รั้ง พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้แต่งตั้งขุนนางในกรุงศรีอยุธยา ทำหน้าที่ผู้รั้งเมือง ต้องรับคำสั่งจากในราชธานีไปปฏิบัติเท่านั้นไม่มีอำนาจในการปกครองโดยตรง

  2.หัวเมืองชั้นนอก (เมืองพระยามหานคร) เป็นหัวเมืองที่อยู่ภายนอกราชธานีออกไป จัดเป็นหัวเมืองชั้นตรี โท เอก ตามขนาดและความสำคัญของหัวเมืองนั้น เมืองเหล่านี้มีฐานะเดียวกันกับหัวเมืองชั้นใน คือขึ้นอยู่ในการปกครองจากราชธานีเท่านั้น

  3. หัวเมืองประเทศราช ยังให้มีการปกครองเหมือนเดิม มีแบบแผนขนบธรรมเนียมเป็นของตนเอง มีเจ้าเมืองเป็นคนในท้องถิ่นนั้น ส่วนกลางจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในด้านการปกครอง แต่ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวาย


  
การปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งการปกครองเป็นหน่วยย่อย โดยแบ่งเป็น

  1. บ้าน หรือหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้าน มีผู้ว่าราชการเมืองเป็นหัวหน้า จากการเลือกตั้งจากหลายบ้าน

  2. ตำบล เกิดจากหลายๆ หมู่บ้านรวมกันมีกำนันเป็นหัวหน้ามีบรรดาศักดิ์เป็น พัน 

  3. แขวง เกิดจากหลายๆ ตำบลรวมกัน มีหมื่นแขวงเป็นผู้ปกครอง

  4. เมือง เกิดจากหลายๆ แขวงรวมกัน มีผู้รั้งหรือพระยามหานครเป็นผู้ปกครอง

 

  ต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้มีการปรับปรุงระเบียบการปกครองทางด้านการทหาร ได้แก่


 
1. การจัดทำสารบัญชี (หรือสารบาญชี) เพื่อให้ทราบว่ามีกำลังไพร่พลมากน้อยเพียงใด

  2. สร้างตำราพิชัยสงคราม ซึ่งเป็นตำราที่ว่าด้วยการจัดทัพ การเดินทัพ การตั้งค่าย การจู่โจมและการตั้งรับ ส่วนหนึ่งของตำราได้มาจากทหารอาสาชาวโปรตุเกส

  3. การทำพิธีทุกหัวเมือง ซักซ้อมความพร้อมเพรียงเพื่อสำรวจจำนวนไพร่พล (คล้ายกับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลในปัจจุบัน)

การเมืองการปกครองสมัยอยุธยาตอนปลาย

พ.ศ.1991 - พ.ศ.2310
การปกครองสมัยอยุธยาตอนปลาย คือ ตั้งแต่ พ.ศ.1991 ในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ถึงเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2310 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ครองราชย์ พระองค์ได้ปฏิรูปการปกครองเสียใหม่

สาเหตุของการปรับปรุงการปกครอง สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

เมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ.1981-2031 ทรงปรับปรุงการปกครองครั้งใหญ่ เนื่องจาก

1. อาณาเขต ของกรุงศรีอยุธยากว้างขวางมากขึ้น เพราะในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ไทยตีนครธมราชธานีของเขมรได้ใน พ.ศ.1974 และได้รวมอาณาจักรสุโขทัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา เมื่อ พ.ศ.1981 ทำให้อาณาเขตของกรุงศรีอยุธยากว้างขวางมากขึ้นเมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จขึ้นครองราชย์ ใน พ.ศ.1991 ทรงเห็นว่าการปกครองแบบเก่ายังไม่รัดกุมเพียงพอ เพราะผู้ครองนครเมืองต่าง ๆ มีอำนาจสิทธิ์ขาดมากเกินไป และเบียดบังรายได้จากภาษีอากร ทำให้ราชธานีได้รับผลประโยชน์ไม่เต็มที่

2. เมืองลูกหลวง ก่อปัญหาให้อยุธยามาตลอด เนื่องจากเจ้าเมืองเหล่านี้เป็นเจ้านายชั้นสูงได้รวมกำลังกันยกกำลังทหารเข้ามาแย่งชิงราชสมบัติอยู่เสมอ

3. พราหมณ์และขุนนางจากราชสำนักเขมร ได้นำเอาวัฒนธรรมเข้ามาเผยแพร่ เนื่องจากในรัชสมัยก่อน ๆ เบื่อยกทัพไปตีเขมร

 

การปกครองส่วนกลาง

 

1. ฝ่ายทหาร มีสมุหกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชา ตำแหน่งเทียบเท่าอัครมหาเสนาบดี มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยามหาเสนาบดี ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับราชการทหารและการป้องกันประเทศ

2. ฝ่ายพลเรือน มีสมุหนายกเป็นหัวหน้า ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับงานราชการพลเรือนทั่วๆ ไป มีบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ มีเสนาบดีจตุสดมภ์เป็นเจ้ากระทรวง ตำแหน่งรองลงมาจากสมุหนายก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับที่เคยปฏิบัติมา เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ดังนี้

กรมเมือง              เปลี่ยนเป็น      นครบาล
กรมวัง                      เปลี่ยนเป็น                 ธรรมาธิกรณ์
กรมคลัง               เปลี่ยนเป็น             โกษาธิบดี
กรมนา                      เปลี่ยนเป็น             เกษตราธิการ


ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีการตรากฎหมายว่าด้วยศักดินาขึ้น และใช้มาจนถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ศักดินา คือ วิธีให้เกียรติยศบุคคลตั้งแต่ขุนนาง ข้าราชการ ลงไปจนถึงไพร่และทาส โดยกำหนดจำนวนที่นามากน้อยตามศักดิ์หรือเกียรติยศของบุคคล เช่น

ชั้นเจ้าพระยามีศักดินา 10,000 ไร่

คนธรรมดาสามัญมีศักดินา  25 ไร่

ทาสมีศักดินา 5 ไร่

 การกำหนดระบบศักดินาขึ้นมาก็เพื่อประโยชน์ในการกำหนดสิทธิ และหน้าที่ของประชาชน นอกจากนี้ ระบบศักดินายังเกี่ยวพันกับการชำระโทษ และปรับไหมในกรณีกระทำผิดอีกด้วย คนที่ถือศักดินาสูง เมื่อทำผิดจะถูกลงโทษหนักกว่าผู้มีศักดินาต่ำ การปรับในศาลหลวง ค่าปรับนั้นก็เอาศักดินาเป็นบรรทัดฐาน

การปกครองหัวเมือง
              พระบรมไตรโลกนาถพยายามจัดการปกครองหัวเมืองเสียใหม่ เพื่อให้ส่วนกลางสามารถคุมหัวเมืองทั้งหลายได้ แต่ก็ปรากฏว่าไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะการคมนาคมไม่สะดวก คงทำได้สำเร็จเฉพาะหัวเมืองใกล้เคียงหรือหัวเมืองรอบ ๆ เมืองหลวงเท่านั้น หัวเมืองในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ นอกจากเมืองพระยามหานครที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งขุนนางไปปกครองแล้ว ยังมีหัวเมืองประเทศราช ที่มีเจ้าเมืองของตนเอง แต่ยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา โดยส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายทุกปี หัวเมืองประเทศราชเหล่านี้ มีทั้งใกล้และไกล เช่น เชียงใหม่ เชียงแสน เชียงรุ้ง ยะโฮร์ มะละกา เป็นต้น

ต่อมา ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ได้ปฏิรูปการปกครองหัวเมืองใหม่ โดยยกเลิกเมืองพระยามหานคร และจัดแบ่งเมืองนอกเขตราชธานีออกเป็น 3 ชั้น คือ
1. หัวเมืองชั้นเอก มี เมือง คือ พิษณุโลกและนครศรีธรรมราช
2. หัวเมืองชั้นใน มีหลายเมือง เช่น สวรรคโลก สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบุรี เป็นต้น
3. หัวเมืองชั้นตรี เช่น พิชัย นครสวรรค์ ไชยา พัทลุง เป็นต้น

หัวเมืองแต่ละชั้นยังมีเมืองย่อยอยู่โดยรอบ เรียกเมืองเหล่านี้ว่า เมืองจัตวา การจัดการปกครองหัวเมืองแบบนี้มีมาโดยตลอด และได้ยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 


ในสมัยพระเพทราชา ทรงสลับสับเปลี่ยนหน้าที่อัครมหาเสนาบดี ดังนี้

                1. สมุหนายก  -  ควบคุมหัวเมืองด้านเหนือ

          2. สมุหกลาโหม  -  ควบคุมหัวเมืองด้านใต้

                3. พระยาโกษาธิบดี เสนาบดีกรมท่า  -  ควบคุมหัวเมืองด้านตะวันออก



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
พัฒนาการด้านการเมืองและการปกครองของไทย ตอนที่ 2 : การเมืองการปกครองของไทยสมัยอยุธยา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 44519 , โพส : 13 , Rating : 302 / 81 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#13 : ความคิดเห็นที่ 25
55500000000000000000000000000000000000000000000000000000000000
Name : beamar< My.iD > [ IP : 58.11.31.73 ]
Email / Msn: sex_chat_chat(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กรกฎาคม 2556 / 23:54

#12 : ความคิดเห็นที่ 24
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาเขียนรายงานมากๆเลยค่ะ จัดหน้าได้ดีอ่านง่ายดี:)
PS.  เหนื่อยเเต่เเลกกับการมีชีวิตที่งดงามกว่าเดิม
Name : Prang_Prang_jang< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Prang_Prang_jang [ IP : 58.9.125.135 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤษภาคม 2556 / 21:32


#11 : ความคิดเห็นที่ 23
ขอบคุณมากนะค่ะได้ความรู้มากเลยค่ะในการศึกษาการปกครองสมัยอยุธยาขอบคุณค่ะ
Name : ลัดดา บำรุงเอื้อ [ IP : 101.51.183.73 ]
Email / Msn: rambo2555(แอท)yahoo.com
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:19

#10 : ความคิดเห็นที่ 21
ขอบคุณมากนะคะ
Name : ไอริน [ IP : 1.1.152.174 ]
Email / Msn: ice_love_mom_37(แอท)hotmail.com
วันที่: 10 ธันวาคม 2555 / 11:22

#9 : ความคิดเห็นที่ 19
เพิ่มเติมนะครับ พอดีว่าผมเรียนด้านประวัติศาสตร์ของอยุธยามาได้ช่วงหนึ่งแล้วครับ เรื่องกษัตริย์ของอยุธยานั้น สถาบันกษัตริย์ไม่มีตัวตนอยู่จริงๆ เพราะ จะสังเกตุเห็นได้ว่ามีการาสถาปนาราชวงศ์ขึ้นมาใหม่บ่อยมากหลังจากการเสียกรุงครั้งที่ 1 นั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า สถาบันไม่มีตัวตนครับเพราะใครก็สามารถขึ้นมาเป็นกษัตริย์ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเชื่อพระวงศ์หรอกครับ เพราะแค่มีอำนาจ มีบารมี มีกำลังพล ก็สามารถเป็นได้แล้ว แต่กษัตริย์แต่ละพระองค์ก็มีวิธีของท่านในการสร้าง บารมี เช่น การกัลปนา (สร้างวัด) หรือ เป็นพุทธศานิกชนที่ดี เพื่อให้สามัญชนยอมรับในตัวท่าน ด้วยเหตุนี้ก็จึงอาศัย ทศพิธราชธรรมของศาสนาพุทธเข้ามา นำพิธีกรรมของศาสนาพรามหมณ์เข้ามาเพื่อเสริมความศักดิ์สิทธิ์ และความพิเศษของกษัตริย์ของอยุธยาคือ ความเป็นจักรพรรดิราชตามแบบฉบับอินเดียครับ
Name : Adams [ IP : 101.108.181.30 ]
Email / Msn: -
วันที่: 2 ตุลาคม 2555 / 12:24

#8 : ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณมากค่ะ
Name : เรื่องไรจะบอก [ IP : 110.168.139.111 ]
Email / Msn: Butter18(แอท)LIVE.com
วันที่: 29 กันยายน 2555 / 20:52

#7 : ความคิดเห็นที่ 17
ขอบคุณเน้อกำลังหาข้อมูลพอดีเลย
PS.  การฆ่าก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ถ้าศพออกมาไม่สวย วิญญาณของผู้ตายก็จะไม่ไปสู่สุขติ
Name : Hellsister< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hellsister [ IP : 124.122.112.207 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กันยายน 2555 / 17:08

#6 : ความคิดเห็นที่ 16
ขอบคุรค่ะ อยากได้ไปทำรายงานอยู่พอดีเลย
Name : ปลากระป๋อง [ IP : 49.49.121.92 ]
Email / Msn: -
วันที่: 10 สิงหาคม 2555 / 21:13

#5 : ความคิดเห็นที่ 15
ขอบคุณค่ะ
Name : jenny [ IP : 49.48.198.202 ]
Email / Msn: -
วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 / 19:44

#4 : ความคิดเห็นที่ 11
 than you จ้าอยากได้มาก >-<
Name : manomi< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ manomi [ IP : 124.121.107.77 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2554 / 09:30

#3 : ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุนก๊าป กัมลังทำงานเกี่ยวกับข้อมูลนี้ ดีมากเรยก๊าป
Name : non [ IP : 125.27.47.29 ]
Email / Msn: nonzaiopop00159(แอท)hotmail.com
วันที่: 1 สิงหาคม 2554 / 17:28

#2 : ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคคุณมากครับ ^^
ช่วยได้ดีมาก ๆเลย ขอบคุณอีกทีนะ
PS.  จริงจริ๊ง -*-
Name : [NG] แพลวกี้อ๊ะอ๊า.?~ ขยี้คิมแจ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [NG] แพลวกี้อ๊ะอ๊า.?~ ขยี้คิมแจ [ IP : 223.205.43.236 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 / 21:37

#1 : ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณมากจ้า ต้องการข้อมูลไปทำงานอยู่พอดี
PS.  
Name : ฮ่ารั่ว< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฮ่ารั่ว [ IP : 110.164.246.164 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ธันวาคม 2552 / 15:20

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android