สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เชลยสวาท...ชีคแดนเถื่อน

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 การพบหน้าของพี่น้อง 100 %


     อัพเดท 15 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ทะเลทราย/อาหรับ
ผู้แต่ง : อภิษฎา,พรปวิณ์ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อภิษฎา,พรปวิณ์
My.iD: http://my.dek-d.com/apisada1705
< Review/Vote > Rating : 100% [ 1 mem(s) ]
This month views : 111 Overall : 11,308
70 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 22 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เชลยสวาท...ชีคแดนเถื่อน ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 การพบหน้าของพี่น้อง 100 % , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2250 , โพส : 6 , Rating : 76 / 16 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


                 นลินทิพย์ลุกขึ้นจากโซฟาทันทีที่ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาหน้าตึก หญิงสาวหันมาสั่งสาวใช้ของอานีฟด้วยภาษาอังกฤษ

“กีร่าเธอออกไปดูซิว่าใครมา ใช้อานีฟหรือเปล่า”นลินทิพย์ออกคำสั่งอย่างร้อนรน เธอมาอยู่ที่นี่หลายวันแล้วแต่อานีฟก็ไม่ยอมพาเธอไปหาซาเวียร์เสียที ไม่นานนักสาวใช้คนเดิมก็เดินกลับเข้ามา ตามมาด้วยชายหนุ่มที่เธอถามถึง

“มีอะไรหรือเปล่านลินทิพย์ ทำไมคุณถึงยังไม่หลับไม่นอน นี่มันก็ดึกมากแล้ว”ชายหนุ่มถามเสียงเรียบพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาตัวยาว

“ก็ฉันร้อนใจนี่คะ มาอยู่ที่นี่ตั้งหลายวัน ไม่เห็นคุณจะพาฉันไปหาซาเวียร์เสียที” หญิงสาวบอกอย่างร้อนรนพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวสั้นซึ่งตั้งอยู่ใกล้ ๆ กัน

“ผมบอกคุณแล้วไงให้คุณใจเย็น ๆ ก่อน ผมไปเมืองไทยมานาน กลับมาผมก็ต้องเคลียร์งานที่คั่งค้าง และอีกอย่างผมก็อยากให้คุณได้ปรับสภาพตัวคุณด้วยเพราะอากาศที่นี่ต่างกับเมืองไทยมาก ผมไม่อยากให้เพื่อนซาเวียร์มาว่าผมเอาได้ ว่าดูแลคุณไม่ดี”

“ก็ฉันอยากเจอซาเวียร์เร็ว ๆ นี่คะ นี่ไม่เจอหน้ากันตั้งสองอาทิตย์แล้ว ฉันคิดถึงเขาจะแย่ คุณก็แค่ไปส่งฉันหรือไม่ก็โทรบอกเขาก็ได้นี่คะว่าฉันอยู่ที่นี่ ซาเวียร์ต้องมารับฉันแน่ เขารักฉันจะตายไป ป่านนี้คงคิดถึงฉันแย่แล้ว นะคะอานีฟ คุณโทรไปบอกเขาก็ได้ หรือไม่บอกเบอร์มาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันโทรไปเอง”สาวไทยอ้อนวอน

“คุณมั่นใจตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ”อานีฟยิ้มหยัน

“คุณพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไง มีอะไรที่คุณไม่ยอมบอกฉันหรือเปล่า”นลินทิพย์ถามสายตาจ้องหาแววพิรุธของฝ่ายตรงข้าม

“ไม่มีอะไรหรอกน่า ผมทำแต่งานยังไม่เจอซาเวียร์เลย เอาอย่างนี้แล้วกัน คุณอยู่พักที่นี่ไปก่อน อีกสองวันจะมีงานฉลองครบรอบวันเกิดเพื่อนผม ผมจะพาคุณออกงานและก็ไปพบกับซาเวียร์วันนั้นก็แล้วกัน เป็นการเซอร์ไพร์สเขาในตัวอย่างที่คุณต้องการด้วย ดีไหม”อานีฟให้ความหวัง

“จริงนะคะ คุณนี่น่ารักที่สุดเลย”พูดจบนลินทิพย์ก็เปลี่ยนที่นั่งมานั่งข้าง ๆ ชายหนุ่ม มือเรียวสองข้างโน้มลำคอแกร่งของชายหนุ่มให้ต่ำลง เรียวปากบางสวยสัมผัสลงไปที่แก้มสากหนึ่งที ตามด้วยคำพูดขอบคุณ

“ขอบคุณ คุณมากนะคะ อานีฟ ฉันไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงจริง ๆ”หญิงสาวบอกแสดงอาการดีใจไม่หาย

“คุณไม่รู้เหรอ อยากรู้ไหม ผมจะบอกให้” อานีฟใช้มือหนาของเขาเชยคางมน แล้วตอบเสียงกระเส้าข้างหู นลินทิพย์รู้ตัวว่าหล่อนจะต้องเจอกับอะไรต่อจากนี้ ทั้ง ๆ ที่หัวใจของเธอมอบให้กับซาเวียร์จนหมดแล้วแต่ร่างกายของเธอกลับตอนสนองสิ่งที่อานีฟเรียกร้องทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน ทั้งคู่พากันเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อสานต่อความต้องการของร่างกาย

 เช้าวันต่อมาปิ่นมนัสรีบตื่นขึ้นมาแต่เช้า หญิงสาวรู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะ เมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตาหลับได้ก็เป็นเวลาเกือบตีสี่ สาวไทยรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าตัวเดิมที่เธอสวมใส่มา ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องถูกจัดวางไว้ที่เดิมราวกับว่าไม่มีคนเข้ามาใช้ห้องนี้ เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็มาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แววตาเหม่อลอยคิดถึงชะตากรรมของตัวเอง วันนี้เธอจะได้กลับเมืองไทยกลับบ้านที่มีลุงและป้าคอยเธออยู่ เพื่อน ๆ ที่ป่านนี้คงแปลกใจที่เธอผิดนัด และติดต่อไม่ได้แบบนี้ ‘ลืมมันไปซะ ปิ่นมนัส เธอจะต้องลืมเรื่องเลวร้ายนี้ไปให้หมด ลุงกับป้าคอยเราอยู่ ทุกคนที่เรารักคอยเราอยู่’ สาวไทยบอกกับตัวเองในใจ แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

“ก๊อก ก๊อก” หญิงสาวกระพริบตาถี่เพื่อตั้งสติก่อนตะโกนถามออกไปเพราะเข็ดกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งหลาย

“ใครคะ”

“.......” ไม่มีคำตอบใด ๆ จากภายนอก แต่เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอีก

“ก๊อก ก๊อก”

“ใครคะ”ปิ่นมนัสตะโกนถามอีกครั้งและทิ้งระยะห่างพอสมควรก่อนจะตะโกนอีกครั้ง “ฉันถามว่าใคร ไม่ยักรู้ว่าคนบ้านนี้มีเป็นใบ้ด้วย”

“.....” ไม่มีเสียงตอบรับอีกเช่นกัน ทำให้สาวไทยรู้สึกโมโหจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเปิดประตู เมื่อบานประตูไม้เปิดออก สิ่งที่เธอเห็นคือผู้ชายที่เธอไม่อยากพบเจออีกตลอดชีวิต

“คุณล็อคห้องทำไม”ซาเวียร์ถามพร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาในห้อง สายตาคมของเขากวาดมองไปทั่วห้องเนื่องจากเห็นห้องนั้นเรียบร้อยผิดปกติ “นี่คุณแต่งตัวแบบนี้จะไปไหน” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นสภาพการแต่งตัวของหญิงสาว

“กลับเมืองไทย”ปิ่นมนัสตอบห้วน ๆ

“คุณไม่คิดจะตามหาพี่สาวคุณแล้วเหรอ เห็นเป็นห่วงนักห่วงหนา”

“ตอนนี้พี่ทิพย์อาจจะอยู่เมืองไทยก็ได้” ปิ่นมนัสบอกเขา

“ก็แล้วแต่คุณจะคิดนะ แต่ตอนนี้คุณยังไปไหนไม่ได้”ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงนุ่ม

“เพราอะไรฉันถึงยังกลับไม่ได้ ในเมื่อพายุทรายก็สงบลงแล้ว และเมื่อคืน”ถึงตรงนี้เสียงของปิ่นมนัสก็แผ่วเบาลง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะพูดต่อ “คุณก็เป็นคนพูดเองว่า ถ้าฉันพร้อมเมื่อไรจะให้บานูไปส่ง ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว คุณจะโยกโย้อะไรอีก” สาวไทยร่ายยาวอยู่ตรงหน้าเขา

“ผมก็ไม่ได้จะรั้งคุณไว้หรอก” ทั้ง ๆ ที่ใจอยากบอกเธอว่าอย่าไปเลย แต่ปากกลับพูดตรงกันข้าม “ที่คุณยังกลับไม่ได้เพราะตอนนี้ท่านพี่ฟากัสมารอพบคุณอยู่ข้างล่าง คุณรีบลงไปเถอะ” พูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทิ้งให้สาวไทยยืนนิ่งอึ้งอยู่คนเดียวลำพัง ไม่นานน้ำใสก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตา หญิงสาวใช้มือบางปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้ม ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวมรวบกำลังใจที่ตอนนี้แทบไม่มีอยู่ในตัวเธอเลยก่อนจะเดินลงมาพบกับเจ้าชายฟากัสชั้นล่าง

เมื่อร่างเพรียวบางก้าวลงมาถึงบันไดชั้นล่างก็เห็นฟากัสและซาเวียร์นั่งคุยกันอยู่ในห้องโถงใหญ่ หญิงสาวเดินตรงเข้าไปทำความเคารพ แล้วก็นั่งลงตรงโซฟาที่อยู่ข้าง ๆ กัน ก่อนจะถามถึงเรื่องที่เขามาขอพบเธออย่างไม่อ้อมค้อม

“สวัสดีค่ะ คุณฟากัสมาพบฉันแต่เช้า มีธุระอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ”

“เปล่าครับ ผมเพียงแค่มีลางสังหรณ์ว่าถ้ามาช้ากว่านี้ ผมอาจจะไม่พบคุณอีก” ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้เขาสังเกตเห็นว่าเปลือกตาบวมช้ำเหมือนกับคนร้องไห้มาทั้งคืน “แล้วนึคุณปิ่นเป็นอะไรหรือเปล่าครับ หน้าตาคุณดูไม่ค่อยดีเลย”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันสบายดี แค่เพียงอยากกลับบ้านเท่านั้นเอง”สาวไทยพยายามกลบเกลื่อน

 “ทำไมรีบกลับนักล่ะครับ มีอะไรทำให้คุณไม่สบายใจเหรอเปล่า” ฟากัสบอกเพื่อที่จะให้บรรยากาศสดชื่นขึ้นมาบ้าง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าสาวที่ตอนนี้ดูเศร้าหมองเหลือเกิน

“ไม่มีใครกล้าทำอะไรฉันหรอกค่ะ นอกจากคนชั่วเท่านั้น”ปิ่นมนัสส่งสายตาแข็งกร้าวมาที่ใบหน้าเข้มของซาเวียร์ซึ่งตอนนี้เขาก็จ้องตอบมาที่เธอเช่นกัน ฟากัสสังเกตเห็นอาการของทั้งคู่ก็พอที่จะเดาเหตุการณ์ออกเขาจึงพูดตัดบทขึ้น

“แล้วคุณปิ่นจะกลับเดี๋ยวนี้เลยหรือครับ”

“ค่ะ เดี๋ยวนี้ ฉันต้องขอบคุณ คุณฟากัสมากนะคะที่ดีกับฉันมาโดยตลอด แต่ที่นี่มันไม่ใช่ที่ของฉันค่ะ” สาวไทยบอกน้ำตาพานจะไหล

“ผมเข้าใจครับ แต่คุณสัญญากับผมแล้วนะครับว่าจะอยู่ร่วมงานฉลองครบรอบวันเกิดของผม”

“เอ่อ...”ปิ่นมนัสไม่รู้จะบอกอย่างไรดีเพราะเธอรับปากเขาไว้แล้วจริง ๆ

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณลำบากใจ ก็ไม่เป็นไร” ฟากัสบอกอย่างคนน้อยใจ ...ซาเวียร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พี่ชายก็กลับลุ้นให้เธออยู่ต่อเช่นกัน

“งานจะมีขึ้นวันมะรืนนี้ใช่ไหมคะ”

“ครับ วันมะรืนนี้”ฟากัสตอบสั้น ๆ “เอาอย่างนี้ไหมครับ ถือว่าผมขอร้องแล้วกัน คุณปิ่นอยู่ต่ออีกสักสองวันนะครับ ผมจะพาไปเที่ยวที่วังกาเบียลและก็พักที่นั่นเลย ชวนอารียะไปเป็นเพื่อนก็ได้นะครับคุณจะได้ไม่เหงา” ฟากัสยื่นข้อเสนอเพื่อรั้งให้สาวไทยอย่ต่อ

“แต่ว่า...”ไม่ทันที่ปิ่นมนัสจะพูดจบ ฟากัสก็พูดตัดบทเสียก่อน

“คุณปิ่นอย่าปฏิเสธเลยนะครับ” พูดจบแล้วชายหนุ่มหันมาออกคำสั่งกับสาวใช้ชาวอาหรับ “อารียะ ไปเก็บเสื้อผ้าของคุณปิ่นและของเธอลงมา เราจะไปกาเบียลกัน”

“ค่ะ” อารียะรับคำพร้อมกับย่อตัวเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับขึ้นไปบนห้องรับรองแขก ขณะเดียวกันโซยาที่เดินเข้ามาพอดีได้ยินเจ้าชายฟากัสสั่งให้อารียะไปเก็บเสื้อผ้าจึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“ให้อารียะเก็บเสื้อผ้าไปไหนเหรอเพคะ หรือว่าจะให้เธอกลับชนเผ่าโกบีร่า”โซยาใช้แขนเรียวของเธอคล้องเข้ากับท่อนแขนแกร่งของซาเวียร์ที่ตอนนี้สายตาของเขากำลังจ้องมองสาวไทยไม่วางตา สาวอาหรับก็ส่งสายตาอาฆาตไปที่ปิ่นมนัสเช่นกัน

“ไปเป็นเพื่อนคุณปิ่นมนัสน่ะ เจ้าอยากไปด้วยหรือเปล่าล่ะ” ซาเวียร์ตอบน้ำเสียงเย็นชา

“ไม่ดีกว่าเพคะ หม่อมฉันอยู่ดูแลเจ้าชายที่นี่ดีกว่า”โซยาบอก

“งั้นเจ้าก็ช่วยไปจัดหาอาหารแทนอารียะแล้วกัน ท่านพี่ฟากัสจะได้เสวยก่อนที่จะเดินทาง” ซาเวียร์บอกพร้อมกับดึงมือของหญิงสาวที่เกาะแขนของเขาไว้ออก

“ก็ได้เพคะ” โซยาลุกขึ้นยืนก่อนที่จะย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเดินออกไป

เวลาผ่านไปไม่นานนักอารียะก็ลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบกะทัดรัดจำนวน 2 ใบ แล้วทั้งสามก็ออกเดินทาง

 

รถโฟร์วิลสีดำที่ตอนนี้แล่นผ่านทะเลทรายอันกว้างไกลสุดตา บางครั้งรถก็โครงไปมาตามเนินทรายที่สูงต่ำสลับกันไป จนทำให้หญิงสาวที่โดยสารมาในรถเกิดอาการเมารถขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยชินเส้นทางแบบนี้อย่างปิ่นมนัส บวกกับที่เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ตอนนี้ใบหน้าของสาวไทยซีดเซียวจนแทบไม่มีสีเลือด ฟากัสหันมามองหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ แล้วจึงเอ่ยถามขึ้น

“คุณปิ่นไม่สบายหรือเปล่าครับ สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย” ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับใช้หลังมือแตะลงที่หน้าผาก

“สงสัยจะเมารถน่ะค่ะ”ปิ่นมนัสฝืนยิ้ม

“อ๋อ คุณคงไม่เคยเดินทางแบบนี้ล่ะสิครับ”

“ค่ะ” ปิ่นมนัสตอบสั้น ๆ

“ดิฉันมียาแก้เมารถมาค่ะ” อารียะที่ตอนนี้นั่งอยู่ที่เบาะหน้าข้างคนขับ หยิบยาเม็ดเล็ก ๆ พร้อมกับขวดน้ำยื่นมาให้กับสาวไทย

“ขอบใจจ้า อารียะนี่รอบคอบจริง ๆ” พูดจบปิ่นมนัสก็หยิบยาใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามทันที ก่อนที่จะส่งขวดน้ำคืนให้อารียะ

“ทานยาแล้วคุณปิ่นก็นอนพักผ่อนได้นะครับ เพราะกว่าจะถึงก็อีกประมาณ 2 ชั่วโมง” ฟากัสบอกด้วยรอยยิ้ม

“ค่ะ” สาวไทยตอบสั้น ๆ พร้อมกับหลับตาลงอย่างว่าง่าย

อารียะเห็นว่าการสนทนาของปิ่นมนัสและเจ้าชายฟากัสเงียบไป จึงหันมามองทางเบาะด้านหลังซึ่งตอนนี้ภาพที่เธอเห็นคือสาวไทยผมยาวดำขลับ ใช้ศีรษะเอนซบลงไปที่ไหล่กว้างของชายหนุ่ม ภาพเบื้องหน้านั้นทำให้อารียะรู้สึกเหมือนมีใครเอามีดปลายแหลมกรีดลงมาตรงขั้วหัวใจ มันรู้สึกเจ็บแปลบข้างในลึก ๆ สาวอาหรับหลับตาลงแล้วจึงหันกลับมาทางเดิมก่อนที่จะลืมตาขึ้นมองทางข้างหน้าอย่างเดิม

ไม่นานนัก รถโฟร์วีลสีดำก็แล่นผ่านประตูเข้ามาในรั่วที่มีขนาดสูงใหญ่ หน้าประตูนั้นมีทหารหลายนาย ยืนตรงทำความเคารพรถที่แล่นผ่าน สาวไทยมองออกไปภายนอกด้วยความตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่สวยงามของอาคารและพรรณไม้ต่าง ๆ ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ไม่นานนักรถโฟร์วีลก็แล่นมาจอดสนิทที่อาคารหลังคาทรงโดมสีขาวหลังใหญ่ อารียะพร้อมกับคนขับรถก้าวลงมาจากรถโดยเร็วก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูให้กับปิ่นมนัสและเจ้าชายฟากัสได้ลงตามมา

“วังกาเบียล ยินดีต้อนรับครับ”ฟากัสเดินมายืนข้าง ๆ ปิ่นมนัสพร้อมกับผายมือไปทางประตูกว้าง “เชิญด้านในเลยดีกว่า เดินทางมาเหนื่อย ๆ คุณปิ่นจะได้พักผ่อน” สาวไทยยิ้มรับคำเชิญแล้วเดินตรงไปทางประตู ฟากัสพาปิ่นมนัสและอารียะเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่ตกแต่งด้วยโคมไฟรูปทรงแปลกตา ไม่นานก็มาหยุดที่หน้าไม้บานใหญ่ สาวใช้ชาวอาหรับที่ยืนรออยู่ทำการเปิดประตูให้ ทั้งสามจึงเดินเข้ามาข้างใน

“นี่เป็นห้องรับรองแขกที่ดีที่สุด ผมจัดไว้เพื่อคุณปิ่นมนัสโดยเฉพาะเลยครับ” ฟากัสบอกพร้อมกับรอยยิ้ม

“ดิฉันว่ามันใหญ่เกินไปหรือเปล่าคะ ห้องเล็กกว่านี้ไม่มีหรือคะ” สาวไทยบอกด้วยอาการเกรงใจ และห้องนี้ก็ใหญ่เกินกว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวอย่างเธอจริง ๆ

“อย่าเกรงใจเลยครับ ห้องนี้เหมาะกับคุณปิ่นที่สุดแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นให้อารียะพักห้องนี้กับดิฉันนะคะ ห้องใหญ่ ๆ แบบนี้ อยู่คนเดียวคงเหงาแย่”ปิ่นมนัสบอกพร้อมกับมองไปที่สาวอาหรับ

“ได้สิครับ ไม่มีปัญหา”

เมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มจึงขอตัวกลับไปพักผ่อน ปิ่นมนัสฝากให้อารียะเดินออกมาส่งเต้าชายฟากัสที่หน้าประตูห้อง สาวอาหรับปฏิบัติตามอย่างเต็มใจ

“อารียะ ฝากดูแลคุณปิ่นด้วยนะ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกกับทุกคนที่นี่ได้” ฟากัสบอกพร้อมกับจ้องมองใบหน้าคมของสาวอาหรับที่ตอนนี้ใบหน้าของเธอก็ซีดเซียวไม่ต่างอะไรกับปิ่นมนัสเช่นกัน

“เพคะ”สาวอาหรับตอบ สายตาของเธอหลุบมองลงต่ำไปที่พื้นอย่างที่สาวใช้พึงกระทำ

“นี่เธอไม่สบายหรือเปล่า” ฟากัสใช้หลังมือแตะลงไปที่หน้าผากนวลของหญิงสาว อารียะรีบถอยหลังออกห่าง เธอรู้ตัวดีว่าอยู่ในฐานะอะไร ไม่ควรให้ผู้สูงศักดิ์มาแปดเปื้อนกับชนชั้นต่ำอย่างเธอ

“ฝ่าบาท ใครมาเห็นเข้าจะไม่งามนะเพคะ”อารียะบอกยังคงไม่มองหน้าชายหนุ่ม

“เจ้าจะไปสนใจคนอื่นทำไม ซาเวียร์รักและดูแลเจ้าเสมือนน้องสาว ข้าเองก็ไม่ต่างกัน เจ้ารีบไปพักผ่อนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวัน”พูดจบฟากัสก็เดินหันหลังออกไป อารียะมองตามชายหนุ่มไปจนสุดตา คำพูดของเขาควรที่จะทำให้เธอนั้นดีใจ แต่ตรงกันข้าม มันกลับทำให้เธอรู้สึกต้องเจียมตัวมากยิ่งขึ้น

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ปิ่นมนัสออกมาเดินเล่นที่สนามหญ้าตึกเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์ยามเช้า เมื่อคืนเธอหลับสบายทั้งคืน คงเป็นเพราะการเดินทางไกลและความอ่อนเพลียของร่างกายที่ทำให้เธอหลับสนิทได้ตลอดคืน ‘อีกแค่สองวันเราก็จะได้กลับไปเจอลุงกับป้าและเพื่อน ๆ ที่คอยเป็นห่วงเรา ปิ่นมนัส เธอลงลืมสิ่งเลวร้ายทุกอย่างที่นี่ คิดซะว่ามันเป็นเพียงฝันร้านเท่านั้น อนาคตที่สดใสรอเราอยู่’ สาวไทยสร้างกำลังใจให้กับตนเองขาทั้งสองข้างยังคงก้าวไปตามทางเดินที่ถูกปูไว้ด้วยก้อนหินน้อยใหญ่ สองข้างทางถูกตกแต่งไว้ด้วยพืชพรรณที่แปลกตา หญิงสาวเดินชมดอกไม้ใบหญ้าอย่างเพลิดเพลินใจ แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น หนุ่มสาวอาหลับคู่หนึ่ง ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ยืนคุยกันอยู่ที่หลังพุ่มไม้ เธอสังเกตเห็นหญิงสาวหยิบของบางอย่างส่งให้ชายหนุ่ม แล้วพูดกันต่ออีกสองสามคำก่อนที่ทั้งสองจะหันมาเห็นเธอ เมื่อทั้งคู่หันมาสาวไทยจึงส่งยิ้มให้เพื่อแสดงความเป็นมิตรแต่หนุ่มสาวคู่นั้นกลับส่งสายตาอาฆาตกลับมาแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปอย่างรีบร้อน“คงกลัวว่าเราจะไปฟ้องเจ้านายล่ะสิ เรื่องของความรักเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย” สาวไทยบอกกับสองคนนั้นได้แค่เพียงในใจเท่านั้น แล้วเธอก็เดินต่อไป

 

เวลาผ่านไปไม่นานสาวไทยเห็นว่าเริ่มสายมากแล้วจึงเดินกลับมาทางเดิมเพื่อกลับไปที่ห้องพัก ในระหว่างทางก็เจอกับเจ้าชายฟากัสเข้าพอดี

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณปิ่น” ชายหนุ่มกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม

“อรุณสวัสดิ์เพคะ” สาวไทยตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

“คุณปิ่นพูดเหมือนเดิมดีกว่าครับ อย่าใช้คำราชาศัพท์เลย” ฟากัสบอกเมื่อได้ยินคำลงท้ายที่แปลกไป

“ถ้าหม่อมฉันไม่ใช้คำราชาศัพท์จะถือว่าเป็นการดีตัวเสมอพระองค์นะเพคะและอีกอย่างถ้าข้าราชบริวารของพระองค์ได้ยินเข้าจะไม่ดีเพคะ” สาวไทยร่ายยาวแต่เหตุผลของเธอที่พูดออกมานั้นก็ถูกต้องเช่นกัน ทำให้เจ้าชายฟากัสต้องยอมจำนน

“ก็ได้ครับ ผมยอม คุณปิ่นนี่เป็นคนที่มีเหตุผลจริง ๆ” ฟากัสบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดต่อ “แล้วนี่อารียะไปไหนหรือครับถึงให้คุณปิ่นออกมาเดินเล่นคนเดียว”

“อยู่ที่ห้องค่ะ ตอนที่หม่อมฉันตื่นขึ้นมาเห็นเธอยังหลับอยู่เลยไม่ปลุก” ฟากัสยิ้มกว้างแสดงความพอใจในความไม่ถือตัวของเธอนี่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะเกรียวกราดไปนานแล้วถ้าคนรับใช้ตื่นทีหลังแบบนี้ ทั้งคู่เดินสนทนากันต่อเรื่อยมาจนถึงหน้าห้องที่ปิ่นมนัสพัก สาวไทยเคาะประตูเรียกอารียะชั่วอึดใจสาวอาหรับก็วิ่งมาเปิดประตูห้องทันที เมื่อเห็นปิ่นมนัสเธอก็รู้สึกดีใจอย่างมาก

“คุณปิ่นไปออกไปไหนมาคะ ดิฉันหาจนทั่ว”อารียะคว้ามือสาวไทยเข้ามากุมไว้ ปิ่นมนัสยิ้มให้

“แต่ข้าว่าเจ้ายังหาไม่ทั่วนะอารียะ ไม่อย่างนั้นเจ้าต้องเจอแขกของข้าแล้วล่ะ” ฟากัสปั้นหน้าขลึมพูดออกมาเสียงเข้ม

“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ” สาวอาหรับก้มหน้าลงพร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อย ฟากัสแอบยิ้มแฝงรอยเจ้าเล่ห์

“ฉันเห็นอารียะหลับอยู่เลยไม่อยากปลุกน่ะ” ปิ่นมนัสบอกพร้อมกับรอยยิ้ม

“แล้วนี่เจ้าไม่สบาย หายดีแล้วหรือ” ฟากัสถามน้ำเสียงยังคงราบเรียบเช่นเดิม

“เอ่อ...เพคะ ดีขึ้นแล้วเพคะ” สาวอาหรับแอบดีใจที่เจ้าชายฟากัสทรงเป็นห่วง

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ข้าจะให้เจ้าไปเป็นเพื่อนคุณปิ่นที่ตลาดเก่า ข้านัดช่างตัดเย็บเสื้อผ้าไว้ เจ้าพาคุณปิ่นไปวัดตัวแล้วที่นั่น ข้าจะให้ฮันเซพขับรถไปให้” ฟากัสออกคำสั่ง

“เพคะ” อารียะรับคำสั้น ๆ

“ตัดชุดอะไรกันเพคะ” ปิ่นมนัสอดสงสัยไม่ได้

“ก็ชุดที่จะใส่ในงานวันพรุ่งนี้ไงล่ะ เลือกตามที่คุณปิ่นชอบเลยนะ”ฟากัสบอกสาวไทย แล้วหันมาพูดกับอารียะเป็นภาษาพื้นเมือง “เดี๋ยวเก้าโมงข้าให้ฮันเซพมารับ แล้วถ้าวัดตัวเสร็จแล้วเจ้าก็เข้าไปที่ร้านเครื่องประดับด้วยแล้วกัน เลือกมาให้พร้อม ถ้าเสร็จเร็วก็พาคุฯปิ่นเดินเที่ยวตลาดก่อนก็ได้ แล้วกลับมาก่อนค่ำล่ะ เส้นทางมันอันตราย” ฟากัสสั่ง

“เพคะ” สาวอาหรับรับคำ

“เดี๋ยวผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับคุณปิ่น แล้วเจอกันมื้อเย็นครับ”ฟากัสบอกแล้วหันหลังเดินออกไป

 

เช้านี้นลินทิพย์ตื่นขึ้นมาแต่เช้าซึ่งผิดกับทุกวันที่เธอจะบอกว่ายังปรับตัวกับเวลาที่นี่ไม่ได้จึงตื่นเกือบเที่ยงทุกวัน สาวไทยลงมานั่งจิบกาแฟพร้อมกับอ่านนิตยสารที่โซฟาชั้นล่าง ไม่นานอานีฟก็เดินลงมาจากชั้นบน สาวไทยเห็นแล้วจึงส่งยิ้มให้

“วันนี้คุณจะออกไปแต่เช้าเลยหรือคะ” นลินทิพย์ถามพลางวางนิตยสารลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า

“ใช่ วันนี้ผมมีนัดสำคัญ” อานีฟทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตรงกันข้ามกับสาวไทย

“เอ่อ...ให้ฉันไปด้วยนะคะ ฉันอยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง มาอยู่ที่นี่เป็นอาทิตย์แล้วไม่เคยได้ออกไหนเลย รู้สึกอึกอัดจะแย่อยู่แล้วค่ะ” นลินทิพย์ออดอ้อน

“แต่ผมไปทำงาน มันไม่มีอะไรสนุกเลยนะ คุณจะไปทำไม”ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปส่งฉันที่บ้านของซาเวียร์ ซิคะ แล้วคุณค่อยไปทำงานก็ได้” นลินทิพย์ออกความคิดเห็น

“คุณคงคิดถึงซาเวียร์มากซินะ ถึงได้หายใจเข้าออกเป็นมันตลอด” สองคำสุดท้ายอานีฟพูดเสียงรอดไรฟันทำให้สาวไทยได้ยินไม่ชัด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องสนใจ ตอนนี้เธอต้องการไปพบกับคนรักของเธอเท่านั้น

“โธ่...อานีฟคะ คนเป็นแฟนกันก็ต้องคิดถึงกันเป็นธรรมดา ถ้าคุณไม่ว่างก็ให้คนขับรถไปส่งฉันที่บ้านของอานีฟก็ได้นี่คะ”นลินทิพย์พูดเสียงอ่อนลง

“เอาอย่างนี้แล้วกัน ถ้าคุณเบื่อก็ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก เดี๋ยวผมจะบอกคนขับรถให้ แล้วถ้าออกไปก็หาซื้อชุดที่จะใส่ไปงานฉลองวันเกิดเพื่อนผมด้วยแล้วกัน” สาวไทยยิ้มออกมาอย่างดีใจ ถึงไม่ได้พบหน้าคนรักแต่เธอก็ยังได้ออกไปดูโลกภายนอกบ้าง

 

อารียะพาปิ่นมนัสเดินมาหยุดที่หน้าร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ที่ตอนนี้มีชุดอาหรับที่ตัดเย็บเสร็จเรียบร้อยแล้วแขวนโชว์ในหุ่นเป็นจำนวนมากกว่าสิบชุด อารียะเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อบอกร้านแล้วพูดพึมพำกับตัวเอง

“ใช่ร้านนี้ล่ะ” พูดจบสาวอาหรับก็เดินนำปิ่นมนัสเข้ามาในร้าน

“สวัสดีค่ะ” เจ้าของร้านรูปร่างท้วมกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มแล้วพูดต่อ “เชิญดูด้านในก่อนค่ะ จะดูชุดแบบไหนดีคะ”

“เอ่อ...มาวัดตัวค่ะ” อารียะบอก

“อ๋อ นี่ใช่คุณอารียะหรือเปล่าคะ” เจ้าของร้านถามเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“ใช่ค่ะ” อารียะตอบแล้วยังไม่ทันจะพูดต่อเจ้าของร้านก็พูดขึ้นเสียก่อน

“เชิญด้านในเลยดีกว่าค่ะ เมื่อเช้าท่านชีคทรงโทรมาด้วยพระองค์เอง” แล้วเจ้าของร้านก็พาทั้งสองสาวเดินเข้าไปด้านในร้านซึ่งมีเสื้อผ้าอีกมากมายแขวนไว้ แม่ค้าชาวอาหรับหยิบเสื้อผ้าหลายชุดออกมาให้สาวไทยได้ลองสวมใส่ อารียะได้แต่มองได้แต่มองสาวไทยที่หายเข้าไปในห้องแต่งตัวแล้วออกมาพร้อมกับชุดสาวอาหรับหลายครั้งหลายคราจนสุดท้ายสาวไทยก็ได้ชุดที่ถูกใจ

“แล้วคุณล่ะคะ ชอบชุดไหน”เจ้าของร้านหันมาถามอารียะ

“เอ่อ...ดิฉันแค่มาเป็นเพื่อนแขกท่านชีคเท่านั้นค่ะ”อารียะบอกพร้อมกับรอยยิ้มแห้งแล้ง

“ก็ไหนท่านชีคทรงรับสั่งว่าให้ดิฉันจัดชุดให้กับน้องสาวและแขกของท่านนี่คะ”เจ้าของร้านบอกด้วยสีหน้างุนงง

“ไปลองชุดเถอะอารียะ ฉันว่าเธอเหมาะกับชุดนี้นะ” สาวไทยเดินไปหยิบชุดสีฟ้าที่แขวนไว้มาเทียบกับลำตัวสาวอาหรับ

“เออ”

“ไม่ต้องเออหรอก รีบ ๆ ลองเถอะน่า เดี๋ยวเสร็จช้าอดได้เที่ยวต่อกันพอดี”ปิ่นมนัสใช้มือเล็ก ๆทั้งสองข้าง ดันหลังของสาวอาหรับเบา ๆ ให้เข้าไปลองชุดที่เธอเลือกให้ อารียะลองสวมอยู่หลายชุดจนเธอได้ชุดที่ถูกใจ

“ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ เดินทางกลับโดยสวัสดีภาพค่ะ” เจ้าของร้านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณที่ช่วยให้คำแนะนำเช่นกันค่ะ”อารียะบอกก่อนที่จะก้าวขาเดินออกมาพร้อมกับปิ่นมนัส

 

กีร่าเดินนำหน้าสาวไทยเข้ามาในร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งเป็นร้านเดียวกับที่ปิ่นมนัสเพิ่งเดินออกไป เมื่อเข้ามาข้างในร้านนลินทิพย์ก็เดินชมสินค้าจนทั่ว เธอคิดว่าสินค้าในนี้ไม่เหมาะกับเธอเลยสักชุด ดิดเช่นนั้นหญิงสาวจึงหันไปบอกกับกีร่าเป็นภาษาอังกฤษ

“กีร่า เธอถามแม่ค้าซิว่ามีชุดเท่านี้เองเหรอ ไหนว่าเป็นร้านตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นนำไง” สาวไทยออกคำสั่งซึ่งสาวอาหรับก็ปฏิบัติตามทันที

“แม่ค้า มีชุดเท่านี้เองเหรอ” สาวอาหรับถามเสียงห้วน

“มีข้างในอีกค่ะ” พูดจบหญิงวัยกลางคนก็เดินนำทั้งสองเข้ามาด้านใน นลินทิพย์เหลือบสายตาไปเห็นชุดอาหรับสองชุดที่แขวนแยกไว้จากพวกก็รู้สึกพอใจในรูปแบบที่ไม่เป็นสไตล์อาหรับจนเกินไป

“ฉันชอบชุดนั้น หยิบมาให้ฉันลองหน่อย”สาวไทยชี้มือไปที่ชุดทั้งสอง

“เออ...สองชุดนี้มีคนจองแล้วค่ะ”แม่ค้าชาวอาหรับพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษคล่องปรือ ทำให้สาวไทยหันกลับมามองหน้ากีร่า ก่อนจะเป็นคนพูดกับแม่ค้าเสียเอง
                “ใครเป็นเจ้าของ แล้วเขาให้ราคาเท่าไร ฉันให้เพิ่มเป็นสองเท่า”นลินทิพย์แสดงความเอาแต่ใจตัวเองออกมา

                “ให้ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ลองดูชุดอื่นดีกว่าไหมคะ ยังมีสวย ๆ อีกหลายชุด”

                “ฉันให้เพิ่มเป็นสามเท่า จะให้หรือไม่ให้”สาวไทยยังไม่เลิกนิสัยอยากได้อะไรต้องได้

                “ให้ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ นี่เป็นชุดของแขกท่านชีคฟากัส ถ้าขืนให้คุณไปดิฉันคงหัวขาด”แม่ค้าบอกเหตุผล นลินทิพย์จึงหันไปมองหน้าสาวใช้ กีร่าพยักหน้าพร้อมกับอธิบายให้สาวไทยเข้าใจ

                “ท่านชีคฟากัส กษัตริย์ของประเทศกาเบียลค่ะ”

                “แล้วอีกชุดนึงล่ะ ฉันเอาชุดนั้นก็ได้” สาวไทยเริ่มเปลี่ยนใจ

                “นั่นเป็นของน้องสาวท่านชีคค่ะ” แม่ค้าวัยกลางคนบอก

            “โอ้ย ! ชุดโน้นก็ไม่ได้ ชุดนี้ก็ไม่ได้ แล้วมีชุดไหนที่ฉันสามารถซื้อได้บ้างล่ะ ถ้าไม่มีฉันจะได้ไปหาที่อื่น” นลินทิพย์แหวออกมาเสียงดัง

                “มีเท่าที่เห็นในนี้แหล่ะค่ะ คุณเลือกและลองดูก่อนได้ ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไรค่ะ”แม่ค้าบอกอย่างใจเย็น ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงบนโซฟาที่ตั้งไว้สำหรับรับแขกแล้วนำชุดที่ยังปักดิ้นทองไม่เสร็จมาปักดิ้นต่อ และด้วยความอยากรู้สาวใช้อาหรับจึงเดินตามไป

                “ท่านชีคมีน้องสาวด้วยเหรอ” กีร่าถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

                “ท่านบอกข้าแบบนั้น เรื่องจริงเป็นอย่างไรข้าไม่อยากรู้หรอก มันเรื่องของเจ้านาย ข้าเป็นประชาชน ท่านชีครับสั่งมาอย่างนี้ ข้าก็บอกเจ้าได้เท่านี้” กีร่าหน้าชา รู้สึกไม่พอใจกับคำตอบที่เธออยากรู้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร กลับเดินไปช่วยนลินทิพย์เลือกเสื้อผ้าต่อ และเมื่อได้ชุดที่ถูกใจทั้งคู่ก็เดินออกมา

 

                หลังจากที่อารียะพาปิ่นมนัสเดินเที่ยวชมตลาดเก่าจนทั่วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าฟากัสสั่งให้เธอเลือกเครื่องประดับให้กับสาวไทยด้วย เช่นนั้นแล้วสาวอาหรับจึงพาปิ่นมนัสเดินตรงเข้ามาในร้านขายเครื่องประดับชื่อดังของตลาด ซึ่งในนั้นมีสาวอาหรับกับสาวเอเชียยืนเลือกซื้อของอยู่ แต่เมื่อปิ่นมนัสเห็นหญิงไทยคนนั้นเธอกลับรีบวิ่งเข้าไปกล่าวทักทายทันที

                “พี่ทิพย์ ใช่พี่ทิพย์จริง ๆ ด้วย ฉันตามหาพี่แทบแย่” ปิ่นมนัสยิ้มออกมาอย่างดีใจ มือไม้รูปคลำไปตามตัวของพี่สาว

                “ก็ใช่ฉันน่ะสิ แล้วเธอมาที่นี่ได้ยังไงกัน หรือว่ามาตามหาฉัน” นลินทิพย์เผยความสงสัยของตนเองออกมา

                “เออ...”ปิ่นมนัสอึกอักไม่รู้จะบอกเรื่องราวของเธอกับพี่สาวอย่างไง แล้วเธอก็ต้องพูดปดออกไป “มาดูงานค่ะ พอดีที่มหาวิทยาลัยส่งมาดูงานก่อนจบ”

            “แล้วนี่ใคร เพื่อนเธอเหรอ”นลินทิพย์ถามสายตาเธอมองมาที่สาวอาหรับที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

                “ค่ะ นี่เพื่อนปิ่นเอง แล้วนี่พี่ทิพย์มาที่นี่ได้ยังไงคะ แล้วพักที่ไหน อยู่สบายดีหรือเปล่า” ปิ่นมนัสร่ายยาว

                “นี่เธอเรียนเป็นทนายหรือไง ซักฉันซะขาวเลยนะ ลืมไปแล้วหรือไงว่าแฟนฉันเขาอยู่ประเทศที่นี่น่ะ” คำตอบของผู้เป็นพี่ทำให้หัวใจของปิ่นมนัสกระตุกวูบราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ‘ไหนนายบอกว่าไม่รู้ว่าพี่ทิพย์อยู่ที่ไหนไง ที่แท้ก็คงเอาไปแอบซ่อนไว้ที่ไหน นายทำไปเพื่ออะไรกัน หรือเพื่อความต้องการของผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่งที่ไม่รู้จักพอซะที ฉันเกลียดนาย คนเลว’ ปิ่นมนัสต่อว่าแฟนของพี่สาวในใจและพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอยากสุดความสามารถ

                “แล้วนี่พี่ทิพย์มาที่นี่นานหรือยังคะ” ปิ่นมนัสแข็งใจถามต่อทั้ง ๆ ที่ใจของเธอไม่อยากพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว

                “เกือบสองอาทิตย์แล้วล่ะ แล้วเธอล่ะ มานานหรือยัง”ปิ่นมนัสหน้าชา หูอื้อจนไม่ได้ยินคำพูดประโยคสุดท้ายที่นลินทิพย์ถามออกมาเพราะคำตอบนั้นเป็นเวลาไล่เลี่ยกับที่เธอมาที่นี่พอดี ‘นายโกหกฉันมาตลอด นายทำไปเพื่ออะไร ผู้ชายอย่างนายจะต้องเจอสิ่งตอบแทนที่สาสม’ ปิ่นมนัสอาฆาตในใจ ส่วนผู้เป็นพี่เมื่อเห็นน้องยืนนิ่งไปจึงร้องเรียกขึ้นมาเสียงดัง

                “ยัยปิ่น แกเป็นอะไรไป ยืนเงียบอยู่ได้ พี่ถามเธอทำไมไม่ตอบ” เสียงอันดังของนลินทิพย์ทำให้ปิ่นมนัสตื่นจากภวังค์

                “เอ่อ พี่ทิพย์ถามอะไรปิ่นนะคะ พอดีปิ่นได้ยินไม่ถนัด”

                “ฉันถามว่าเธอมาที่นี่นานหรือยังย่ะ แหมทำเหม่อคิดถึงแฟนฉันอยู่หรือไงยะ อย่าบังอาจเด็จขาดนะ” นลินทิพย์จีบปากจีบคอพูดออกมา

                “ผู้ชาย แบบนั้นไม่ใช่สเป็คปิ่นหรอกค่ะ เชิญพี่ทิพย์ตามสบายเถอะ” ปิ่นมนัสพูดพลางยักไหล่

                “ให้มันจริงเถอะจ้า ฉันจะได้โล่งอกไปคนนึง อย่างว่าแหละนะ ซาเวียร์ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทำงานก็เก่ง แล้วเรื่องแบบนั้นก็....” ประโยคสุดท้ายนลินทิพย์ลากเสียงยาวแล้วพูดต่อ “ไม่เอาดีกว่า เธอยังเด็กอยู่ อย่ารู้เรื่องของผู้ใหญ่เลย แล้วนี่เธอจะกลับเมื่อไรล่ะ”

                “อีกสักสองสามวันค่ะ ยังไม่แน่ใจ แล้วพี่ทิพย์ล่ะคะ”

                “ฉันเพิ่งมาได้ไม่นาน ยังปรับตัวกับที่นี่ไม่ได้เลย และอีกอย่างช่วงนี้ซาเวียร์เขาก็งานยุ่ง ๆ ไม่ค่อยได้มีเวลาพาไปเที่ยวที่ไหน คงอีกสักพักนั่นแหละถึงจะกลับ”

                “แล้วพี่ทิพย์พักที่ไหนคะ เผื่อก่อนกลับปิ่นจะได้แวะไปหา”

                “อย่าดีกว่ายัยปิ่น ฉันเกรงใจซาเวียร์เขา ไม่อยากให้ใครไปวุ่นวายที่บ้านน่ะ”นลินทิพย์ตอบปฏิเสธ เธอเองก็ไม่อยากให้ใครที่บ้านรู้ว่าเธอนั้นยังไม่ได้เจอกับซาเวียร์เลย

                “ฉันไปดีกว่า ร้านนี้ฉันดูจนทั่วแล้ว ไม่มีของที่ฉันถูกใจเลย”

                “ยังไงพี่ทิพย์ก็ติดต่อคุณลุงบ้างนะคะ ท่านเป็นห่วง”

                “ฉันรู้ ไม่ต้องมาสอนฉันหรอกย่ะ ไปทำงานของเธอเถอะ เดี๋ยวก็เรียนไม่จบ ต้องเป็นภาระพ่อฉันอีก ฉันไปล่ะ”

                “ค่ะ สวัสดีค่ะพี่ทิพย์” ปิ่นมนัสยกมือไหว้พี่สาว ก่อนที่นลินทิพย์จะเดินจากไปพร้อมกับสาวใช้



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เชลยสวาท...ชีคแดนเถื่อน ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 การพบหน้าของพี่น้อง 100 % , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2250 , โพส : 6 , Rating : 76 / 16 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#6 : ความคิดเห็นที่ 61

คู่นี่ก็น่ารัก ชอบคู่รองแล้วสิ  ค่อยเป็นค่อนไปนะคะเจ้าชายเดี่ยวอารียะจะตกใจไปซะก่อน

Name : เซกิกั๊บป๋ม< My.iD > [ IP : 58.8.22.210 ]
Email / Msn: kimaru_777.p(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ธันวาคม 2554 / 19:00

#5 : ความคิดเห็นที่ 49
 น่าติดตามมากๆๆๆนางพี่สาวดูไม่สนใจน้องสาวเลยลุ้นค่ะเปนกำลังใจค่ะ
Name : weelyone< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ weelyone [ IP : 223.204.81.136 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 / 18:33


#4 : ความคิดเห็นที่ 41
พี่ชายผู้เเสนดี......
Name : tl16< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tl16 [ IP : 27.130.150.143 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 สิงหาคม 2554 / 14:00

#3 : ความคิดเห็นที่ 34
Up to wai wai na ka.
Name : p-nam [ IP : 79.205.44.210 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มิถุนายน 2554 / 06:58

#2 : ความคิดเห็นที่ 33
มาอัพไวไวนะค่ะ
Name : เซฟีเลีย< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซฟีเลีย [ IP : 58.11.33.254 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มิถุนายน 2554 / 20:43

#1 : ความคิดเห็นที่ 32
เนื้อเรื่องสนุกดีอ่ะ
มาอัพเร็วๆๆๆนะคะ รอค่ะ
Name : ธัญญา [ IP : 223.206.142.30 ]
Email / Msn: -
วันที่: 16 มิถุนายน 2554 / 17:32

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android