Sakamichi No Apollon - Help

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18

    Overall
    18

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
"โตป่านนี้แล้ว ฉันอยู่ด้วยตัวเองได้น่ะ !"


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Author: เอื้ออี้

Category: One Shot, Fan Fiction

Genre: แนวหรอ รำพึงรำพัน แต่งตามต้นฉบับบวกใจตัวเองอ่ะ 555

Rating: G ก็ได้----

21/09/2016 - 23/09/2016

Writer’s note:

เหมือนเป็นการเวิ่นไรก็ไม่รู้ 555555555

จากมโนของเรา ตอนที่เซนบอกว่า จะเรียนจบโรงเรียนหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย แล้วคาโอรุก็แบบมันเป็นเรื่องซีเรียสนะ มา เดี๋ยวฉันจะติวให้นายเอง --------- ลองอิงจากมังงะก็ยังไม่รู้จะผิดถูกยังไงหรือเปล่านะคะ 55555 ที่แน่ ๆ คือเราเปลี่ยนเนื้อเรื่อง เพื่อความต้องการของเราเอง อะฮ้า (ถึงริต-จัง: ไรท์เตอร์ขอโทษ)

นี่เป็นครั้งแรกที่เรากลับมาแต่งฟิคจริงจังอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไป 4 ปีค่ะ ต้องพยายามเรื่องเรียบเรียงคำอย่างสาหัสเลย ฮืม อีกกกอือฮื้ออือทั้งงงอื่อ *รำ* เป็น PWP ค่ะ ไม่ต้องกดแบนนะอันนี้ Plot, What, Plot? ไม่ใช่ Por------ *โดนปิดปาก*

แล้วก็ยังเป็นครั้งแรกที่เราใช้เวลาแต่งน้อยมากคือแค่ 3 วันด้วยค่ะ อะแฮ่ม *proud face*

ENJOY !


ขอบคุณธีมจาก S Q W E E Z   T H E M E

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 ก.ย. 59 / 18:47

บันทึกเป็น Favorite


ปอยผมที่ร่วงลงมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อ คิ้วที่ขมวดเข้าหากัน สายตาที่จดจ่ออยู่กับจุดจุดหนึ่งบนโต๊ะ ขนตาที่ชนกับแว่นเมื่อมือพยายามบังคับแว่นให้ประจำที่ ริมฝีปากที่ถูกเม้มเป็นเส้นตรงแด่ว ใบหน้าที่เหนื่อยอ่อนถูกพยุงขึ้นมาด้วยกำลังแขนอันเหนื่อยล้า

ไม่ใช่... นี่มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้

ทำไมล่ะ...

วัยหนุ่มสาว เป็นธรรมชาติที่จะมีอารมณ์ทั้งแปรปรวน และรุนแรง ก็เหมือนกับเขาในวันนี้

วันนี้เป็นวันที่คาโอรุบังคับเซนทาโร่มาอ่านหนังสือเตรียมสอบในปีที่ 2

ก็ดีแล้วเนอะ... เป็นเพื่อนต้องช่วยเหลือกันเมื่อมีโอกาส

 

 

“นายจะซ้ำชั้นหรืออะไร ก็ขึ้นอยู่กับผลสอบครั้งต่อไปนี่แหละ”

“...ก็ใช่อ่ะ” เซนทาโร่พูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “แต่ก็ไม่เห็นต้องรีบเลยนี่”

“พูดอะไรน่ะ !!! เหลืออีกแค่ 3 วันก็ถึงวันสอบนั่นแล้วนะ !

 

 

...ช่วยไม่ได้แฮะ แค่ยื่นแบบฝึกหัดระดับพื้นฐานไปให้ไม่กี่นาที เซนก็ยอมแพ้ต่อความเชื่อของตัวเอง ไม่จริงน่า... คนเราไม่มีใครเก่งมาแต่เกิดหรอก ความสามารถของมนุษย์เป็นสิ่งที่พัฒนาได้ ฉันเชื่อว่าเพียงหากเขามีความพยายาม... พยายามเหมือนเวลาเล่นแจ๊สล่ะก็...

 

“แล้วนายจะทำยังไงถ้านายตกฮะ !?” เซน คงไม่ได้ยินความจริงจังที่ออกมาจากหัวใจของคาโอรุ... หรือเปล่านะ ? “อ้อ”

“ฉันก็จะลาออกไปทำงาน”

 

เซนทาโร่เป็นคนตลก “ฮ...ฮะฮะ พูดเล่นใช่ไหมนั่--” รอยยิ้มฝืด ๆ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นจากริมฝีปากของคาโอรุจางหายไป “เปล่า”

 

“พอคิดถึงครอบครัว ฉันว่าคงมีเงินไม่พอสำหรับเรียนปีหน้าแล้วล่ะ”

 

 

 

ตึง !

“ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด”

 

เพราะงั้น

จะพยายามจนถึงที่สุดเอง

ไม่ยอม...

ปล่อยไปง่าย ๆ แน่

 

“เข้าใจไหม” มือของคาโอรุเริ่มควานหาดินสออีกแท่ง

“ถ้าเข้าใจ ก็เริ่มกันเลย” และมือของเซนทาโร่รับดินสอมาจรดปลายที่กระดาษตรงหน้า

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงสองทุ่ม ทั้งสองได้ตั้งใจเริ่มอ่านหนังสือมาเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่สำหรับเซนคงถึงลิมิตเรียบร้อย ส่วนอีกคนน่ะหรอ อย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างนั้นสักนิด ดังนั้นก็เลยอยากใช้เวลาอันมีค่านี้ต่อ “ไม่เอาน่า อย่างน้อยก่อนพักก็ทำให้เสร็จก่อนเซ่ !

“ไม่เอ๊า หัวจะระเบิดอยู่แล้วววว !!!!

ให้ตายเถอะ มีเทคนิคดึงคนดื้อตัวหนักคนนี้กลับขึ้นมาตั้งใจเรียนได้บ้างไหมเนี่ย

บานประตูเลื่อนออก ศีรษะเล็ก ๆ โผล่ออกมาจากข้างซ้ายขวา นั่นคือน้อง ๆ ของเซน

“พ...พี่ชายถูกทำร้าย--” โควตะ นายเข้าใจผิด

 

หลังจากปรับความเข้าใจกับพวกน้อง ๆ ก็เป็นอันไม่ได้งาน เซนทาโร่ถูกรุมล้อมไปด้วยเด็กเล็ก ส่วนคาโอรุก็ได้แต่เหม่อมองครอบครัวที่อบอุ่น สิ่งที่เขาใฝ่ฝันถึง

ไม่สิ

ฉันไม่เคยมีจุดยืนในครอบครัว สิ่งที่เซนเล่าให้ฟังในหน้าหนาวปีที่แล้วสะท้อนกลับไปมาอยู่ในหัว เขาจำได้แม่นว่าบทสนทนานั่นทำให้เขารู้สึกงี่เง่าขนาดไหนที่คิดว่า ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้ามีทุกอย่างที่เขาต้องการ

“เซน”

“เหอ ?”

“นายดู” รอยยิ้มจริงใจแผ่กว้างอย่างที่ไม่ควรจะเป็น “มีความสุขมากที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยพวกเด็ก”

คาโอรุลูบผมของเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักอย่างทะนุถนอม “ต่อไป นายคงมีครอบครัวใหญ่ เต็มไปด้วยเด็ก ๆ แน่ ๆ เลยล่ะ !

 

ตอนนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ดี ๆ คาโอรุถึงคิดถึงเรื่องอนาคต ไปเรื่อยกระทั่งวางแผนครอบครัวให้เพื่อนรักเสร็จสรรพ ถ้าเกิดจะเล่นแจ๊สด้วยกันเป็นวงครอบครัว ก็คงต้องมี... เขายกนิ้วขึ้นนับ ประมาณ 7-8 คน ฮู้ว... เยอะมากเลยนะนั่น

ทันใดนั้น การฝึกงานเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตของคาโอรุก็ได้จบลง “อ๊า จิอิโกะฉี่ราดนี่นา”

 

คาโอรุอาบน้ำในสภาพที่ไม่คุ้นเคย ประตูมีสองข้าง ? ห้องน้ำพรรค์ไหนเนี่-- “ซัต-จัง สบู่หมดแล้วไม่ใช่หรอจ๊ะ พี่วางไว้ให้ตรงนี้น--ะ” เงียบ

เธอปิดประตูกระจกขุ่นของห้องน้ำ

เสียงสูงของริต-จังแผดลั่นด้วยความตกใจ ตามมาด้วยเสียงน้ำหนักกระทบกับพื้นไม้ถี่ ๆ ที่ดังไกลออกไป แล้วก็เคลื่อนมาใกล้พร้อมกับคำขอโทษ “เราใช้ห้องน้ำร่วมกันน...น่ะ ปกติซัต-จังจะเป็นค...คนแรกที่เข้าห้องน้ำ คาโอรุซัง ขอโทษค่ะ ไม่กวนแล้วล่ะค่ะ” เมื่อเธอเริ่มควบคุมสติได้แล้วจึงเดินกลับไป ต่างจากคนที่ถูกเห็นนี่สิ... แต่-- แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ปิ--ปิด ไว้เรียบร้อยแล้ว

 

หลังจากทำความสะอาด คาโอรุสวมชุดนักเรียนเหมือนตอนมาถึงที่บ้านเซน เพียงแต่ท่อนล่างเป็นกางเกงของเซนทาโร่ที่หลวมโคร่ง ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหาวิธีใส่ให้แน่นได้ “โบน กินข้าวเย็นก่อนกลับไหม”

คาโอรุส่ายหัว “ไม่ล่ะ รบกวนมามากพอแล้ว” เอ๋... เพิ่งสังเกตว่า “ผมนายยังไม่แห้งดีเลยนี่”

มือซึ่งเรียวกว่าเมื่อเทียบกับอีกมือบนผ้าขนหนูจับสิ่งที่มากระทบบนศีรษะตามสัญชาตญาณ มือของเราอยู่บนมือแกร่งที่ปกป้องเรามาตลอดนับตั้งแต่วันแรกของม.ปลาย “ฉันเช็ดเองได้น่า”

“เอาให้แน่ใจก่อนละกันว่าพอออกไปแล้วนายจะไม่เป็นหวัด” ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วเหอะ...

 

 

รู้อะไรไหม...

ฉันคิดผิด

 

 

วันต่อมา ร่างผอม ๆ แบกสังขารที่โรยราของตัวเองจากบ้าน ขึ้นทางลาดมาโรงเรียน จากพื้น ขึ้นไปชั้นปี 2 จากห้องเรียนของตัวเอง ไปห้องที่ 10 มือซ้ายถือสมุดโน้ตที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการเรียนของเขาคนนั้นได้ นิ้วกลาง นาง ก้อยของมือขวาเกี่ยวกับห่วงของการ์ดช่วยจำ เป็นทั้งหมดที่สัญญาว่าจะนำมาให้วันนี้

ตรวจไว้แล้ว...

 

นี่แหละคือทั้งหมด...

 

ปวดหัวจัง...

 

สงสัยเพราะเมื่อวาน...

 

“เซน”

 

ไม่ค่อยได้ยินเสียงตัวเองเลยแฮะ...

 

“นี่เป็นที่ฉันบอกว่าจะเอามาให้เมื่อวาน” เขาค่อย ๆ ใช้มือที่สั่นอยู่หน่อยวางการ์ดช่วยจำลงบนสมุดไม่กี่เล่ม

“ฉันทำสัญลักษณ์ว่าควรเน้นตรงไหน ตรงที่น่าจะออกสอบ” ส่งพวกมันไปให้คนตรงหน้า

“สีแดงคือสำคัญ แล้วก็น้ำเงิน ขีดเส้นใต้ไว้” คำที่ถูกเรียบเรียงออกมาเริ่มฟังไม่ได้ศัพท์

ทำไมมือหละหลวมจังนะ “ขีดเส้นใต้ไว้สีน้ำเงินคือ... ปล่อยไปได้ไหม

 

เสียงคุ้น ๆ โบนงั้นหรอ...

ก็จริงนี่ เราเอาพวกนี้มาให้เขานี่นา...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อา.

 

 

 

นี่คือ

 

 

สิ่งที่เรียกว่า

 

จี๊ดขึ้นสมอง

 

หรือเปล่านะ

 

เอ๊ะ

 

ถ้าอย่างนั้น

 

 

 

ทำไม

 

 

 

 

 

 

เหงื่อถึงไหล...ล่ะ

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลแอบเหลือบไปทางซ้าย

แล้วเบิกขึ้นปกติ

ถ้ามีแรงไหวก็คงเบิกตาเต็มที่ได้หรอกนะ

“เซ..น”

อีกครั้งแล้วสิที่เป็นหนี้เขา

 

พ่ออัศวิน...

 

 

สบายใจได้ไหมนะ...

 

 

 

เป็นห่วงจัง...

 

 

 

 

ยังไงก็...

 

 

 

 

 

ทำให้ดีที่สุดละกัน...

 


ได้โปรด...

 





พยายามเพื่อฉันเถอะนะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Camillemomille จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • ฟิคนิยาย การ์ตูน เกม

    เรื่องสั้น

    11/11

    0

    0%

    23 ก.ย. 59

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น