|

ความทรงจำที่ 6 ความรู้สึกที่แปลกไป ท่ามกลางความมืดในยามค่ำคืนยังมีร่างบางของหญิงสาวสองคนนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มที่แสนอบอุ่น หนึ่งคนกำลังนอนหลับสบายและฝันไปต่างๆนานา แต่อีกหนึ่งกำลังนอนกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมาแต่ไม่แรงนักเพราะกลัวคนข้างกายจะตื่นซะก่อน แม้ขณะนี้จะเป็นเวลากว่าเที่ยงคืนแล้ว แต่เธอก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ คงเป็นเพราะเหตุการณ์สับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงสองวัน สองวันที่ต้องเสียน้ำตา สองวันที่รู้สึกแย่ และเป็นสองวันที่ทำให้เกลียดตัวเอง เกลียดที่ไม่สามารถทำอะไรได้...เกลียดที่ต้องเป็นคนอ่อนแอ จู่ๆร่างบางนั้นก็ผลุนผลันลุกจากเตียงเดินตรงไปหยิบเสื้อคลุมที่พาดไว้บนโซฟาขึ้นมาสวม ก่อนจะสาวเท้ายาวไปเปิดประตูห้องนอนแล้วเดินลงมายังชั้นล่างของบ้าน ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเงียบกริบ เนื่องจากเป็นเวลากว่าเที่ยงคืนแล้ว สาวใช้ แม่บ้านหรือแม้แต่คนสวน คนขับรถก็คงจะหลับกันหมด เธอจึงไม่รอช้ารีบเดินออกไปจากรั้วบ้านอย่างเงียบๆ และในที่สุดสองขาเรียวยาวก็สาวเท้ามาเรื่อยๆจนถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในหมูบ้าน ซึ่งเป็นสถานที่ในความทรงจำระหว่างเธอกับเขา สองเท้าซึ่งนำพาเจ้าของมาหยุดอยู่ที่ชิงช้าตัวหนึ่ง ชิงช้าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุขทุกข์มากมายที่เธอไม่เคยลืม นานแล้วสินะที่เธอไม่ได้มาที่นี่... มือเรียวสวยขยับปลายนิ้วมาสัมผัสกับแหวนวงเล็กซึ่งห้อยอยู่ที่คอ แหวนอันเป็นตัวแทนของเขา... เมื่อนึกถึงเรื่องราวในวัยเด็ก นึกถึงเขาในวัยเด็ก ใบหน้าของน้ำมนต์ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข รอยยิ้มเล็กๆพลันปรากฏขึ้นบนดวงหน้าสวยดั่งความเรืองรองของพระจันทร์ ฉันอยากหยุดเวลานี้ไว้จัง! น้ำมนต์ว่าพร้อมทั้งนั่งลงบนชิงช้า เวลาในวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเรา
เฮ้อ! ทำไมนายถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้นะ... แสงจันทร์สาดส่องลงมาที่สนามเด็กเล่นแห่งนี้...ปรากฏเพียงร่างของหญิงสาวซึ่งกำลังนั่งไกวชิงช้า ด้วยดวงหน้าเศร้าหมองเมื่อนึกถึงเขาในปัจจุบัน เดย์...นายรู้มั้ยว่านายทำให้ฉันเกลียดตัวเอง เกลียดที่กลายเป็นคนอ่อนแอและเกลียดที่หัวใจอ่อนไหว ทั้งหมดก็เพราะนาย เพราะนายคนเดียว! แสงจันทร์พลันหายไปในบัดดลเพราะมีเมฆครึ้มเคลื่อนตัวมาบดบัง เช่นเดียวหยดน้ำใสที่กำลังเอ่อคลอเบ้าตาของเธอ ฮะๆ...น่าตลกตัวเองชะมัด ทั้งๆที่นายใจร้ายกับฉัน แต่ฉันก็ยังคงรักนาย นี่ฉันกลายเป็นคนโง่ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน... สายลมเอื่อยพัดมาปะทะกับผิวกายพร้อมกับความเย็นเยียบที่มอบให้ร่างบางนั้น ยิ่งทำให้ความเศร้าที่มีอยู่เพิ่มทวีคูณเข้าไปอีก เพราะสายลมกำลังสร้างความหนาวเหน็บให้เกิดขึ้นในหัวใจ แม้ตอนนี้ทุกๆคนจะอยู่เคียงข้างเธอ แต่ร่างบางกลับรู้สึกไม่เหลือใคร เหมือนโลกทั้งใบมีเพียงเธออยู่เพียงผู้เดียว เธอที่ต้องต่อสู้กับหัวใจของตัวเอง... ครื้นนน!!! เฮ้อ! ฝนจะตกอีกแล้วสินะ... แม้ปากจะบ่น แต่น้ำมนต์ก็ไม่คิดที่จะลุกออกจากที่ตรงนั้นเพื่อกลับบ้าน เธอยังคงไกวชิงช้าเล่นตามเดิม โดยไม่สนใจสภาพอากาศเลยสักนิด เดย์...ทำไมนายเปลี่ยนไปแบบนี้... เปาะแปะๆ เม็ดฝนหยดเล็กๆเริ่มโปรยลงมาจากฟ้า แล้วมันก็กลายเป็นเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันตกลงมาราวกับว่าจะไม่มีหยดน้ำให้ร่วงหล่นลงมาอีกแล้ว ร่างบางไม่มีท่าทีจะลุกไปหาที่กำบังแต่อย่างใด เพราะเธอยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมในท่าเดิม ราวกับจะซึมซับความทรงจำเก่าๆเอาไว้ให้เนิ่นนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คำพูดที่เปล่งออกมานั้นกลับเป็นการตัดพ้อเรื่องราวในปัจจุบันทั้งสิ้น สัญญาที่ทิ้งไว้เป็นเพียงเรื่องโกหกล่ะสินะ และแหวนวงนี้ก็ไม่เคยมีความหมายอะไรกับนายเลย... นิ้วเรียวลูบแหวนอย่างทะนุถนอม เธอไม่เคยถอดสร้อยที่ห้อยแหวนวงนี้ออกจากคอเลยสักครั้งตั้งแต่ได้มันมา เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีตต่างๆ พร้อมกับทบทวนเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในปัจจุบันทำนบน้ำตาก็ได้พังทลายลงมาอีกครั้ง หยดน้ำใสที่ไหลออกมาจากดวงตา ไม่ว่ามันจะมากเพียงใดก็คงจะไม่มีให้เห็นเพราะมันได้ผสมปนกันเป็นเนื้อเดียวกับสายฝนไปเสียแล้ว ฮึกๆ...ทั้งๆที่สัญญานั่นไม่มีความหมายกับ...นายแล้ว ตะ แต่ฉันก็ยังคงเชื่อมันอยู่ดี ฮือๆ ร่างบางเริ่มอ่อนล้าเพราะตลอดระยะเวลาสองวันที่ผ่านมานี้ มีแต่เรื่องที่ทำให้เธอรู้สึกแย่ทั้งร่างกายและจิตใจ ใบหน้าที่เคยขาวใสกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ ดวงตาที่เปิดกว้างในทีแรกเริ่มปรือลงเรื่อยๆ แม้จะยังคงร้องไห้อยู่ก็ตาม หากแต่ปากบางจิ้มลิ้มก็ยังคงพูดต่อไปราวกับคนกำลังเพ้อ... แต่อย่างน้อย...นายก็รักษาสัญญาที่ว่าจะกลับมานี่เนอะ ปากบางกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ กับการกระทำของเขาในเรื่องนี้ อ่า...ทำไม ฉันเหมือนคนบ้าแบบนี้เนี่ย มานั่งตากฝนทำเพื่ออะไรกัน... น้ำมนต์ว่าก่อนจะค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกจากชิงช้า แต่ขาสองข้างกลับไม่ทำตาม เรี่ยวแรงที่เคยมีจางหายไปอีกครั้ง สลิปเปอร์ลายสติ๊ทคู่โปรดที่ใส่ออกมาก็ดูดซับน้ำฝนจนหนักหมดแล้ว เธอจึงตัดสินใจถอดมันออกจากเท้า แล้วพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นอีกครั้ง ในครั้งนี้แรงทั้งหมดที่มีส่งผลให้ลุกขึ้นยืนได้ แต่แล้วขาทั้งสองข้างก็พันกันจนล้มลงไปกับกองพื้นอย่างช่วยไม่ได้ ฤทธิ์ไข้เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาทั้งสองข้างก็กำลังจะปิดลงและสายฝนก็ยังคงโปรยกระหน่ำเช่นเดิม เค้าว่ากันว่า...ฟ้าหลังฝนจะสดใส ฮ่าๆ ^^ แล้วฉันจะมีวันนั้นมั้ยนะ แม้จะมีรอยยิ้มเกิดขึ้นแต่น้ำตาของเธอก็ยังคงไหลไม่หยุด อาจเป็นเพราะความเศร้าทั้งหมดที่เธอเก็บสะสมไว้...แล้วในที่สุดก็มันระเบิดออกมา -ย้อนกลับไปที่บ้าน- แง่มๆ ฮ่าๆ พระเอกหนังเรื่องนี้หล้อหล่อ...อ่า มาให้ฉันจูบหน่อยซิ จุ๊บๆ เกลือยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไล่พระเอกหนังที่กระโดดออกมาจากจอทีวีอย่างเอาเป็นเอาตาย กรี๊ดดดด >[]< ทำไมจูบของนายมันเค็มแบบนี้อ่ะ เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วบ้าน เพราะเสียงแปดร้อยหลอดที่ไม่เพียงดังแค่ในความฝัน แต่ดันทะลุออกมานอกฝันด้วย พร้อมกับเจ้าตัวที่เบิกตาโพลงและเด้งตัวเองขึ้นจากเตียงทันที อ่า...นี่แกมันเจ้าเคโรโระของไอ้เด็กนะโมนี่นา เกลือว่าก่อนจะขว้างเคโรโระในมือทิ้งไป มีอะไรป้า...ร้องซะเสียงดังลั่น นะโมที่ผลุนผลันเข้ามาในห้องเอ่ยถามขณะกดสวิตซ์เปิดไฟ อ่า...ก็เคโรโระของนายแหละมาขโมยเฟิร์สคิสฉันไป ชิ! เหอะๆ ยัยป้าลามก...เคโรโระนั่น ฉันเอามาอยู่กะเจ๊หรอก แต่เธอน่ะคงนอนกอดมันล่ะสิ ฮะๆ ^^ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนดวงหน้าขาวใสของผู้มาเยือน ก่อนที่สายตาจะเบนไปยังที่นอนข้างๆเกลือซึ่งมันว่างเปล่า เพราะเจ้าของที่ได้หายตัวไป แล้วนี่...เจ๊หายไปไหน? ฮะ! น้ำมนต์ ก็นอนอยู่ข้างฉันนี่ไง เกลือว่าก่อนที่จะหันไปมองที่นอนข้างกายของตน อ้าว...หายไปไหนเนี่ย อยู่ในห้องน้ำรึเปล่า? นะโมไม่รอช้าเดินไปดูที่ห้องน้ำของห้องทันที และก็พบเพียงความว่างเปล่า ไม่อยู่หรอ... อืม...หายไปไหนกันนะ ลงไปข้างล่างรึเปล่า? นั่นสิ! ว่าแล้วทั้งสองคนก็พากันลงไปตามหาน้ำมนต์ที่ชั้นล่างของบ้านทันที มีอะไรรึเปล่าคะคุณหนู? ป้าเหลียวหัวหน้าแม่บ้านวัยห้าสิบปลายๆเดินเข้ามาถามนะโมด้วยสีหน้าตื่นตระหนก คงเพราะเสียงกรี๊ดของเกลือที่ทำให้ป้าแกตื่นขึ้นมาดู น้ำมนต์... คุณหนูใหญ่ทำไมคะ? คุณนะโมมีอะไรหรือครับ/คะ...ถึงได้เปิดไฟซะทั่วบ้านแบบนี้ บรรดาสาวใช้ คนสวนและคนขับรถที่เพิ่งตื่นจากฝันก็วิ่งเข้ามาในห้องโถงด้วยหน้าตาตื่นไปตามๆกัน ช่วยกันตามหาน้ำมนต์เดี๋ยวนี้! เมื่อได้รับคำสั่งจากคุณหนูคนเล็ก เหล่าลูกจ้างที่มีอยู่ด้วยกันห้าคนรวมป้าเหลียวก็แยกย้ายกันออกตามหาคุณหนูใหญ่ด้วยสีหน้าเป็นกังวลทันที ทางด้านของเกลือที่รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนสาวของตนก็เดินแยกออกมายืนอีกฝั่งของห้องโถงเพื่อติดต่อใครบางคนที่จะสามารถช่วยเธอได้ รับสักทีสิ! เกลือบ่นพึมพำกับโทรศัพท์เพราะคนปลายสายที่ต่อหาไม่ยอมรับสักที ทั้งๆที่โทรไปกว่าห้าสายแล้วก็ตาม ใจเย็นๆป้า... นะโมเดินมาแตะหญิงสาวซึ่งอายุมากกว่าตนสองปีด้วยความรู้สึกกังวลใจไม่ต่างกัน หากแต่เขาก็ต้องทำตัวเข้มแข็งเพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่ตื่นตระหนกมากไปกว่านี้ ใจเย็นได้ไงล่ะ...ฉันนอนอยู่ข้างๆน้ำมนต์แท้ๆ แต่ยัยนั่นกลับหายตัวไปโดยที่ฉันไม่รู้เรื่องสักนิด... ความอ่อนแอกำลังโถมเข้าใส่หญิงสาวตรงหน้า รวมทั้งแววตาที่สั่นไหว ทำให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นระส่ำ เพราะกลัวว่าน้ำตาของเธอจะไหลออกมาให้เขาเห็น เอาน่า...ยัยนั่นไม่เป็นอะไรหรอก... แม้เขาจะพูดออกไปเพื่อปลอบใจคนตรงหน้าแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอดีขึ้นมาสักนิด กลับดูแย่ลงไปอีกเพราะสิ่งที่เขากลัวมากที่สุดกำลังเกิดขึ้น... น้ำตาของเกลือค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ ฮือๆ ฉันมันเป็นเพื่อนที่แย่ที่สุด น้ำมนต์หายไปไหนก็ไม่รู้เรื่อง ฮึกๆ ฉันจะทำยังไงถ้ายัยนั่นเกิดเป็นอะไรขึ้นมา...ฮือออ.... เกลือยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น โดยที่โทรศัพท์ในมือซึ่งไม่สามารถติดต่อหมายเลขปลายสายได้ถูกร่างสูงตรงหน้าหยิบออกไป ก่อนที่นะโมจะดึงร่างของเธอเข้าสู่อ้อมอกแข็งแกร่งและอบอุ่นของตน เขากอดร่างบางด้วยความรู้สึกเป็นกังวลเพราะถ้าหากเธอเป็นอะไรขึ้นมาอีกคนเขาจะทำอย่างไร แค่พี่สาวหายไปคนเดียวก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว แต่นี่ร่างบางตรงหน้ายังจะมาร้องไห้ให้เขาเห็นอีก มือเรียวลูบไล้เส้นผมของหญิงสาวอย่างปลอบโยน ความอบอุ่นจากร่างสูงถูกถ่ายทอดไปให้ร่างเล็กที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด นะ...นายดูสิฝนตกหนักแบบนี้ ฮึก...น้ำมนต์จะเป็นยังไงบ้าง จะมีใครมาทำร้ายยั่ยนั่นมั้ย ฮือออ...ฉันเป็นเพื่อนที่... นะโมคลายอ้อมแขนของตนออกจากร่างบางที่กำลังขยับปากพูด เขารู้ว่าเธอจะพูดอะไร เธอกำลังจะโทษว่าตัวเองเป็นคนผิด ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว... นะโมว่าพลางยกนิ้วชี้ของตนขึ้นมาแตะริมฝีปากของเกลือ เป็นเชิงสั่งให้หยุดพูด ก่อนที่เขาจะค่อยๆปาดน้ำตาที่ไหลนองหน้าของหญิงอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน ... ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของเกลือเพราะเธอไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ เนื่องจากดวงตาของเธอกำลังถูกสะกดด้วยแววตาอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความห่วงใยของนะโม ดวงตาหวานซึ้งคู่นั้นกำลังสะกดเธอ... ฮะๆ...ร้องไห้เป็นเด็กขี้แยไปได้ เธอนี่... แล้วเสียงหัวเราะของนะโมก็เรียกสติของเกลือให้หลุดออกมาจากความรู้สึกแปลกๆนั้นได้ ... นี่ป้า...จ้องผมซะตาหวานเยิ้มเชียวน้า คิดอะไรอยู่รึเปล่า? จากแววตาอ่อนโยนในทีแรกได้เปลี่ยนเป็นแววตาขี้เล่นทันที ทำให้คนที่ถูกจ้องเริ่มไม่เข้าใจความคิดของคนตรงหน้า ไอ้เด็กบ้า...พี่นายหายไปนะ! ยังจะมาเล่นอีก เกลือจึงต้องรีบกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆในหัวใจของตัวเองเช่นกัน เพราะเวลานี้มันกำลังส่งผลไปยังใบหน้าของเธอ เออ...ลืมไปเลย มัวแต่ทำซึ้ง! ไอ้เด็กบ้าเอ้ย! แล้วเกลือก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนที่ถูกนะโมดึงไปวางไว้ที่โซฟาเพื่อติดต่อหาใครบางคนอีกครั้ง ไม่มีการตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ ไอ้บ้าเอ้ย! ทำอะไรอยู่เนี่ย... คุณหนูคะ...พวกเราหาจนทั่วบ้านแล้วแต่ก็ไม่พบคุณหนูใหญ่เลยค่ะ ป้าเหลียวรีบวิ่งมารายงานเหตุการณ์พร้อมกับเหล่าลูกจ้างทั้งหมด งั้นก็แสดงว่า...เจ๊ออกไปข้างนอก ลุงเชิดขับรถออกไปตามหา ส่วนพี่เลิศเดินออกไปตามหาเจ๊ก่อนเลย ตามให้ทั่วหมู่บ้านนะ แล้วก็โทรไปบอกยามหน้าหมู่บ้านให้ช่วยตามหาอีกแรง นะโมหันไปสั่งเสียงเข้มกับลุงเชิด คนขับรถที่พ่วงตำแหน่งคนสวนและเลิศชายหนุ่มอายุยี่สิบปลายๆลูกชายของลุงเชิดและป้าเหลียว ครับคุณหนู ส่วนป้าเหลียวและพี่แม่บ้านสองคน...อยู่ที่บ้านดูแลเกลือไว้ แล้วก็รอดูเผื่อน้ำมนต์กลับมาจะได้ติดต่อผมได้ ถ้ามีอะไรต้องรีบติดต่อผมเลยนะ ค่ะ...คุณหนู ไม่! ฉันไม่อยู่ที่นี่ ฉันจะออกไปตามหาน้ำมนต์ เกลือซึ่งกำลังโทรศัพท์อยู่ได้ยินคำสั่งทั้งหมดของนะโม จึงรีบเข้ามาค้านทันที ไม่ได้! เธอจะต้องอยู่ที่นี่ ฉัน จะ ไป เกลือพูดเสียงกร้าวก่อนที่จะหันไปคุยโทรศัพท์กับคนปลายสายที่เพิ่งจะรับ นี่นาย...ฉันโทรไปเป็นร้อยมิสคอลล์ทำไมเพิ่งรับ? เกลือตะหวาดแว้ดใส่คนปลายสายทันทีที่เขารับโทรศัพท์ (เอ่อ...โทษทีน้า ฉันอยู่ผับน่ะเลยไม่ได้ยินเสียง) ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ผับ? ไอ้บ้าเอ้ย! เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนายไปผับรึไง? อยากเลวจริงๆใช่มั้ย? (แล้วฉันเคยเป็นคนดีในสายตาน้ำมนต์รึไงล่ะ) ไอ้บ้าเอ้ย! ฟังฉันให้ดีๆนะ...ตอนนี้น้ำมนต์หายตัวไป (ธ...เธอว่าอะไรนะเกลือ? เมื่อกี้เธอพูดผิดใช่มั้ย?) น้ำเสียงร้อนรนจนแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์ดังมาจากปลายสาย ฉันพูดไม่ผิดหรอก น้ำมนต์หายตัวไป! เกลือพูดย้ำอย่างชัดเจนอีกครั้ง ซ้ำยังเป็นการย้ำถึงความผิดที่เธอได้สร้างขึ้นด้วย หากเพียงเธอรู้ตัวว่าเพื่อนรักลุกออกจากเตียงไปสักนิด เรื่องนี้ก็คงไม่เกิด... (ตอนตีหนึ่งเนี่ยนะ) ก็ใช่น่ะสิ! (งั้นเดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ บ้านน้ำมนต์ใช่มั้ย?) อืม...นายช่วยตามหาเลยนะ (ไอ้กายส์...ไปบ้านน้ำมนต์กัน...ตู๊ดๆๆ) เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย? นะโมเข้ามาถามทันทีที่เกลือเอาโทรศัพท์ออกจากหู อืม... เธอตอบพร้อมทั้งทำหน้าเบ้จะร้องไห้อีกครั้ง เฮ้! จะร้องไห้อีกแล้วหรอ? ก็เป็นซะแบบนี้อ่ะ ฉันถึงได้บอกว่าให้อยู่บ้านไง... ฉันจะไปด้วย! แก่แล้วยังดื้ออีกนะ? ฉันจะไป!!! งั้นก็ตามใจ...ออกไปก็ดูแลตัวเองนะ ฉันไม่ดูแลเธอหรอก! ว่าแล้วนะโมก็เดินนำหน้าออกไปโดยไม่รอคนตัวเล็กข้างหลังเลยสักนิด -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อัพแล้วนะคะ ^^
จิ้มๆ บันทึกบทความเป็น Favorite
ถ้าคิดถึงเจไดก็อ่าน+เม้นไปก่อนนะคะ แล้วหมอนี่ก็จะมา...

|