เล่งทอง ชื่อรอง กงจี้ ชาวเมืองอิข้องในง่อ พ่อของเขา เล่งโฉ เป็นแม่ทัพที่กล้าหาญองอาจ เมื่อซุนเซ็กเริ่มสร้างตัวในง่อ เล่งโฉเข้าร่วมเป็นแม่ทัพในสังกัดซุนเซ็ก เล่งโฉต่อสู้อย่างกล้าหาญในแนวหน้าเสมอ มักจะเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าหาศัตรู เล่งโฉได้รับแต่งตั้งให้ดูแล หยงผิง เพื่อปราบชนเผ่า ซานเยี่ย ภายใต้การควบคุมของเขา ไม่มีใครกล้าทำผิดกฎหมาย และเล่งโฉก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นขุนพลปราบเหล่าร้าย เมื่อซุนกวนครองอำนาจต่อจากซุนเซ็ก เล่งโฉร่วมต่อสู้ในการโจมตีหองจอที่กังแฮ เล่งโฉเข้าโจมตีทัพหน้าข้าศึก จนข้าศึกพ่ายแพ้ไป แต่ในระหว่างล่องเรือตามไล่โจมตี เล่งโฉก็เสียชีวิตจากการโดนลูกธนูยิง
ในเวลานั้นเล่งทองอายุได้ 15 ปี เล่งทองเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าขุนนางมากมาย และจากการที่เล่งโฉพ่อของเขาเสียชีวิตในการต่อสู้ ซุนกวนจึงแต่งตั้งเล่งทองเป็นนายทหารและให้สิทธิควบคุมกองทหารของเล่งโฉแทน ซุนกวนพาเล่งทองไปปราบโจรภูเขา แต่ทัพซุนกวนพ่ายแพ้ต่อโจรภูเขา ซุนกวนจึงยกทัพกลับเมืองหลวง ทิ้งทหารไว้หมื่นคนกับเล่งทอง แม่ทัพ จางยี่ และแม่ทัพคนอื่น ๆ ทั้งหมดยกทัพไปรักษาการณ์ที่เมือง หม่า เพื่อนัดแนะวันทำศึกกับโจรภูเขาต่อ แม่ทัพ เฉินฉิน จัดงานเลี้ยงสำหรับทุกคน ในงานเลี้ยง เฉินฉิน ถือตัวว่าตัวเองเป็นใหญ่ที่สุดในงานเลี้ยง พอเกิดโมโห ก็ก่อกวนแม่ทัพคนอื่น ๆ ลงโทษคนอื่นที่ไม่เห็นด้วย เล่งทองเห็นแล้วไม่อาจทนพฤติกรรมของ เฉินฉิน ได้ จึงเดินออกจากโต๊ะไปเผชิญหน้ากับ เฉินฉิน เฉินฉิน โกรธมากด่าเล่งทองด้วยถ้อยคำรุนแรง แถมยังด่าเล่งโฉพ่อของเล่งทองด้วย เล่งทองฟัง เฉินฉิน ด่าพ่อตัวเอง น้ำตาไหลด้วยความเจ็บแค้น แต่ไม่โต้ตอบคำด่านั้น แล้วแม่ทัพทุกคนก็แยกย้ายกลับจากงานเลี้ยง ด้วยความเมา เฉินฉิน ก็ยังด่าเล่งโฉอีกในระหว่างทางที่แยกย้ายกลับ เล่งทองไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขาชักดาบขึ้นมาฟัน เฉินฉิน ทำให้ เฉินฉิน ตายในอีกไม่กี่วันต่อมา เมื่อวันที่จะโจมตีโจรภูเขามาถึง เมื่อคิดถึงความผิดตัวเอง เล่งทองจึงพูดว่า มีแต่ความตายเท่านั้นที่ลบล้างความผิดของข้าได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น เล่งทองจึงนำทหารตัวเองด้วยความกล้าหาญฝ่าธนูและก้อนหินที่เหล่าโจรภูเขาระดมยิงและขว้างลงมา เล่งทองเข้ายึดกำแพงด้านที่ตัวเองเข้าตีในเวลาไม่นาน แม่ทัพคนอื่น ๆ ก็มีกำลังใจจากความสำเร็จของเล่งทองต่างพากันบุกโจมตี ทำให้ศัตรูพ่ายแพ้ เมื่อทัพหลวงมาถึง เล่งทองก็มัดตัวเองส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่วินัยทหาร ซุนกวนประทับใจในความเด็ดเดี่ยวของเล่งทองมาก จึงอภัยโทษความผิดของเขา
ในเวลาต่อมา ซุนกวนนำทัพเข้าโจมตีกังแฮ เล่งทองเป็นแม่ทัพหน้า เขาล่องเรือพร้อมลูกน้องใกล้ชิดเพียงไม่กี่สิบคนนำหน้าเรืออื่น ๆ สิบกว่าลี้ จนเรือพวกเขาเข้าสู้แม่น้ำฝั่งตะวันตก และสามารถตัดหัวแม่ทัพ จางสว่อ ของหองจอได้ และจับทหารข้าศึกเป็นเชลยได้ จึงกลับมารายงานซุนกวน และทัพง่อก็รวมกำลังทางบกทางน้ำเข้าโจมตีกังแฮ ลิบองโจมตีทัพเรือของหองจอพ่ายแพ้ไป และเล่งทองก็เป็นคนแรกที่เข้ายึดเมืองได้ ถือเป็นชัยชนะอย่างใหญ่หลวง ซุนกวนเลื่อนตำแหน่งให้เล่งทอง และต่อมาเล่งทองก็มีความดีความชอบภายใต้การนำทัพของจิวยี่ในศึกเซ็กเพ็ก หลังจากนั้นไม่นาน เล่งทองก็เอาชนะทัพของโจหยิน และถูกเลื่อนตำแหน่งเป็นขุนพล แม้ว่าเล่งทองจะเกี่ยวข้องกับการศึกสงครามซะส่วนใหญ่แต่ว่า เขาก็ชมชอบเป็นมิตรกับนักปราชญ์ทั้งหลายและยอมรับผู้ที่มีความสามารถ เล่งทองปฏิบัติตัวให้ตนสามารถเข้าได้ทั้งกับฝ่ายกองทัพและฝ่ายบ้านเมือง เขาสามารถแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถและเป็นหลักสำคัญของง่อคนหนึ่ง
เล่งทองมีส่วนร่วมในการโจมตี ว่าน และถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพและเจ้าเมือง เป่ย หลังจากยึดหัวเมืองตะวันตกสามเมืองร่วมกับลิบอง เขากลับสู่ ยี่หยาง และเดินทางไปร่วมศึกที่หับป๋า ถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพขวา หลังจากซุนกวนตัดสินใจถอยทัพ ทัพหน้าไปเดินทางกลับไปแล้ว เตียวเลี้ยวและแม่ทัพวุยคนอื่น นำทัพเข้าโจมตีทัพซุนกวน ซุนกวนส่งคนไปตามทัพหน้ากลับมาช่วย แต่ทัพหน้าไปไกลเกินมาที่จะกลับมาช่วยได้ทันเวลา เล่งทองนำทหารของเขาสามร้อยคนเข้าช่วยซุนกวนจากวงล้อมและต่อสู้ยันทัพเตียวเลี้ยวไว้ เปิดโอกาสให้ซุนกวนหลบหนีจากวงล้อม เนื่องจากสะพานโดนทหารเตียวเลี้ยวพังไปแล้วเหลือเพียงไม้กระดานไม่กี่แผ่นสองฝั่งแม่น้ำ ซุนกวนจึงต้องขี่ม้ากระโดดข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่ง เล่งทองเมื่อนำซุนกวนมาถึงฝั่งสะพานก็กลับไปต่อสู้จนทหารสามร้อยนายของเขาถูกฆ่าตายหมด ตัวเขาเองก็โดนอาวุธได้รับบาดแผลไปทั้งตัว หลังจากฆ่าศัตรูไปหลายคน เขาเห็นว่าซุนกวนข้ามฝั่งได้ปลอดภัยแล้ว แต่สะพานพังไปแล้ว และถนนก็ถูกทัพวุยขวางทางอยู่ เล่งทองจึงถอดเกราะออกแล้วก็ว่ายน้ำหนีข้ามฝั่งมา ซุนกวนซึ่งตอนนั้นขึ้นเรือของฝั่งง่อแล้ว ดีใจมากที่เห็นเล่งทองว่ายน้ำมาขึ้นเรือได้
แต่เมื่อเล่งทองนั้นเสียใจมากที่ทหารสามร้อยนายของเขาเสียชีวิตไป ทหารทุกคนล้วนเป็นหทารส่วนตัวของเขาที่ติดตามเขามานาน ทุกคนตายหมดในการช่วยซุนกวน เล่งทองร้องไห้คร่ำครวญเสียใจอย่างยิ่ง ซุนกวนเห็นเข้าก็ตบหน้าเขา บอกว่า ปล่อยให้คนที่ตายไปแล้วไปสู่สุขคติ ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ เจ้าไม่ต้องกลัวเรื่องการไม่มีทหารในบังคับบัญชา แล้วซุนกวนก็ให้ตำแหน่งแม่ทัพที่ใหญ่ขึ้นแก่เขา มีทหารในสังกัดเพิ่มขึ้นสองเท่าจากเดิม
ในเวลานั้นมีขุนนางแนะนำ เฉินเซียน แก่เล่งทอง โดยแนะนำว่า เฉินเซียน นี้เก่งกาจมีความสามารถมากกว่าเล่งทอง ซุนกวนพูดว่า เฉินเซียน ควรจะพอใจแล้วที่ตัวเขาสามารถเทียบเท่าเล่งทองได้ และเรียกให้ เฉินเซียน เข้าพบในเวลากลางคืน เล่งทองซึ่งนอนอยู่เมื่อได้ยินว่า เฉินเซียน มาถึง ก็ฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าเดินออกมาพบกับ เฉินเซียน ด้วยความยินดี เป็นการแสดงความยินดีแก่ผู้มีความสามารถโดยไม่มีความริษยาหรือใส่ใจต่อความเจ็บป่วยของตัวเอง
เล่งทองให้คำแนะนำซุนกวนว่า เผ่าชาวเขานั้นเป็นแข็งแกร่งและกล้าหาญในสายเลือด น่าที่จะชักจูงพวกเขาให้มารับใช้โดยเสนอรางวัลและตำแหน่งทางการทหาร ซุนกวนจึงสั่งให้เขาใช้แผนนี้เข้ายึดเผ่าชาวเขา ให้เล่งทองเดินทางไประดมทหารจากเมืองต่าง ๆ และออกราชโองการแก่หัวเมืองต่าง ๆ ให้เล่งทองมีอำนาจตัดสินใจสั่งการได้ก่อน และค่อยรายงานต่อเขาทีหลัง เล่งทองนั้นมีชื่อเสียงในการเลี้ยงดูทหารอย่างดีอยู่แล้ว ชายหนุ่มทั้งหลายต่างปรารถนาเป็นทหารในสังกัดของเขา ไม่ช้า เล่งทองก็มีทหารชั้นยอดในสังกัดหลายหมื่นคน เมื่อเขาเดินทางผ่านบ้านเกิด เล่งทองเข้าไปเยี่ยมที่ทำการอำเภอ แล้วเรียกเสมียนขุนนางให้นำทะเบียนราษฎร์มาให้เขาตรวจสอบ เล่งทองแสดงท่าทีอ่อนน้อมและยำเกรงต่อขุนนางเหล่านั้น และแสดงความรักต่อบรรดาญาติมิตรและเหล่าเพื่อนของเขา หลังจากเล่งทองเสร็จธุระแล้ว เขาก็เดินทางกลับ แต่ในระหว่างทางกลับ เล่งทองเสียชีวิตเนื่องจากโรคร้ายในขณะอายุได้ 49 ปี หลังจากที่เล่งทองเสียชีวิต เมื่อซุนกวนรู้เข้าถึงกับโศกเศร้าเสียใจมาก ซุนกวนนั่งร้องไห้เป็นเวลานาน และอยู่ในอาการโศกเศร้าอยู่หลายวัน ต่อมาเมื่อซุนกวนได้ยินชื่อเล่งทองครั้งใด ซุนกวนต้องหลั่งน้ำตาด้วยความคิดถึงทุกครั้ง ซุนกวนรักเล่งทองมากขนาดให้มีกวี จางเฉิง เขียนบทกลอนสรรเสริญวีรกรรมของเขา
|