สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Friend Relation สัมพันธ์รักกับดักร้าย

ตอนที่ 3 : 2 :: The Speeches


     อัพเดท 11 พ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Thelittlefinger ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Thelittlefinger
My.iD: http://my.dek-d.com/Thelittlefinger
< Review/Vote > Rating : 100% [ 1 mem(s) ]
This month views : 84 Overall : 6,900
51 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 35 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Friend Relation สัมพันธ์รักกับดักร้าย ตอนที่ 3 : 2 :: The Speeches , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 394 , โพส : 6 , Rating : 5 / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด









2
 

The Speeches


 

 

ยินดีต้อนรับ : งานประจำปีสมาคมสตรีแห่งเพอร์กินส์

 

ฉันยืนมองตัวอักษรสีทองอร่ามบนป้ายไวนิลสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งรายล้อมด้วยกุหลาบสีขาวดอกโต ก่อนพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกความกล้าหาญ...  

 

“เกรเบรียล ลูกมายืนทำอะไรตรงนี้น่ะ งานจะเริ่มแล้วนะลูกรัก” เสียงเรียกของแม่ทำให้ฉันละสายตาจากป้ายต้อนรับที่ติดอยู่หน้างานก่อนหันกลับไปหาผู้เป็นแม่ที่ดูดีมากเหลือเกินในชุดเดรสเข้ารูปยาวปิดเข่าสีขาวของ Victoria Beckham คอลเลคชั่นล่าสุด ตรงตามธีม white code ของงานวันนี้

 

“ออกมาเดินดูบรรยากาศน่ะค่ะ” ฉันหันไปแย้มยิ้มรับแม่ที่กำลังไล่สายตาสำรวจชุดเดรสผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดบนตัวฉัน  

 

ให้ตายสิ วันนี้ลูกของแม่ดูดีมากจริงๆ แม่คลี่รอยยิ้มภูมิใจที่ทำให้ฉันรู้สึกโล่งอกที่ตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกชุดนี้มาใส่ในงานวันนี้ ก่อนที่ท่านจะเอื้อมมือขึ้นโอบเอวฉันฉันเบาๆ “เข้าไปด้านในเถอะ เราเหลือเวลาอีกราวสิบห้านาที แม่คิดว่าบางทีลูกอาจจะอยากซ้อมกล่าวสุนทรพจน์อีกซักรอบก่อนงานเริ่มน่ะ”

 

สมาคมสตรีแห่งเพอร์กินส์มันอาจเหมือนกันสมาคมทั่วๆ ไปในเพอร์กินส์ที่มีอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดถ้าไม่ติดที่ว่ามันเป็นสมาคมระดับใหญ่และมีชื่อเสียง อาจเพราะสมาคมแห่งนี้มีมีส่วนแตกต่างจากสมาคมอื่นๆ อย่างชัดเจนเกี่ยวกับระดับของผู้เป็นสมาชิกในสมาคม... บุคคลที่สามารถเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้นอกจากต้องมีพื้นเพอยู่ในเพอร์กินส์มาไม่ต่ำกว่าหกเดือนแล้ว เธอคนนั้นยังต้องสามารถมอบเงินบริจาคที่มากพอให้กับสมาคมอีกด้วย ปกติแล้วสมาคมมักมีงานสังสรรค์เล็กๆ สามเดือนครั้ง และจัดงานเลี้ยงฉลองครั้งใหญ่ประจำปีหนึ่งครั้งนำทีมดำเนินการโดยประธานสมาคมและเหล่ากรรมการ... และในปีนี้ แอนน์ เดอมาโค แม่ของฉันได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรตินั้น และท่านก็จัดงานในวันนี้ได้อย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ...
 

ปกติในงานฉลองของสมาคมประจำปีจะต้องมีผู้ได้รับเลือกขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์ที่สอดคล้องกันกับธีมหลักของปีนั้นๆ และในปีนี้หน้าที่นั้นก็ตกเป็นของฉัน ทว่า...สิ่งที่ทำให้รู้สึกหวาดหวั่นในใจมันไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นที่ว่าเพราะฉันคือลูกสาวคนเดียวของประธานในงานเท่านั้นหรอก... แต่มันยังมีอีกสิ่งที่ฉันยังอดหวั่นใจไม่ได้อยู่อีก...

 

ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้เดี่ยวบุนวมหุ้มผ้าสีขาวประดับด้วยผ้าสีทองผูกเป็นโบว์ขนาดใหญ่ทางด้านหลังเก้าอี้ มองผู้เป็นแม่ของตัวเองกำลังแย้มยิ้มขณะกล่าวเปิดงานประจำปีสมาคมสตรีแห่งเพอร์กินส์อย่างเป็นทางการ พยายามระงับอาการตื่นที่กำลังแสดงผ่านการเต้นถี่ของหัวใจให้สงบลง

 

“คุณเกรเบรียลค่ะจะได้เวลาแล้วค่ะ”

 

“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับเจ้าหน้าที่ดูแลพิธีการในงานเดินที่มาเรียกเบาๆ ก่อนลุกขึ้นจากที่นั่งเดินตามเธอไปยังด้านข้างเวที ส่งรอยยิ้มบางให้กับเจ้าหน้าที่อีกคนที่ยืนรออยู่

 

เสียงปรบมือจากบรรดาผู้เข้าร่วมงานที่นั่งอยู่ด้านล่างเวทีปรบมือกึกก้องเมื่อการกล่าวเปิดงานของแม่จบลง ก่อนที่อีกครู่หนึ่งมันจะกลายเป็นเสียงปรบมือต้อนรับฉันให้ก้าวขึ้นเวทีเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะ ตัวแทนของงานที่เหมาะสม
 

“สวัสดีค่ะ...” ฉันเริ่มต้นด้วยการคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนเอ่ยต่อเมื่อเสียงปรบมือจางลง “อันที่จริง... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการกล่าวสุนทรพจน์ของฉัน แต่ทว่าการได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนกล่าวสุนทรพจน์ในงานสมาคมสตรีของเพอร์กินส์ถือว่าเป็นสิ่งที่วิเศษมากจริงๆ สำหรับฉัน...”

 

ฉันเอ่ยไปตามร่างสุนทรพจน์ที่ได้รับการกลั่นกรองซ้ำแล้วซ้ำอีกและฝึกซ้อมจนแทบจำได้ในทุกอักษร สลับกับการมองสบตาบรรดาผู้คนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าโดยพยายามไม่จับจดอยู่ที่ใครเป็นพิเศษ น่าเสียดายจริงๆ ที่วันนี้ทีอาไม่ว่างพอที่จะมาเป็นเพื่อนฉัน เพราะนั่นอาจช่วยทำให้ฉันรู้สึกกดดันน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้...

 

“...ความบริสุทธิ์ และอ่อนหวาน คำสองคำที่อาจพูดออกมาได้อย่างแสนง่าย หากแต่ยากที่จะปฏิบัติหรือรักษาเอาไว้ได้ โดยเฉพาะกับในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นทุกวันนี้... Virgin Road คือเส้นทางเดินที่เจ้าสาวทั้งหลายสามารถสวมชุดขาวและเดินข้ามผ่านมันไปอย่างภาคภูมิ...”

 

ฉันเหลือบสายตามองไปทางแม่ และพบว่าท่านกำลังแย้มรอยยิ้ม ใช่... รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ท่านมักยิ้มแบบนั้นเสมอ แม่ผู้แสนจะเพอร์เฟ็กกำลังคลี่ยิ้มให้ฉัน และเพราะรอยยิ้มที่มีให้เพื่อฉันนั่น ทำให้ฉันไม่กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ท่านร้องขอและต้องการเลยสักครั้ง แม้ว่าฉันจะต้องทำในสิ่งที่ไม่สบายใจจะทำก็ตาม...

 

เหมือนเช่นการกล่าวสุนทรพจน์ในตอนนี้นี่ไงล่ะ...

 

“...ปัญหาในสังคมทุกวันนี้คือวัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์กันโดยที่ยังไม่พร้อม และปราศจากการป้องกัน สิ่งที่เกิดตามมาจากความผิดพลาดเหล่านั้นก็คือการตั้งครรภ์โดยไม่พึงปรารถนาของแม่วัยรุ่นที่ควรอยู่ในวัยเรียน การทำแท้ง รวมไปถึงการทอดทิ้งเด็กทารกเกิดใหม่ให้กลายเป็นปัญหาและภาระของสังคม...”

 

สุนทรพจน์ที่ยาวเหยียดร่วมสามนาทีเต็มกล่าวถึงปัญหาของสังคมในปัจจุบันที่เกิดจากปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรหรือไม่รู้จักป้องกันของวัยรุ่น ก็ให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา ซึ่งหนึ่งในปัญหานั้นกำลังได้รับการเยียวยาดูแลจากเงินที่ได้รับบริจาคของสมาคมสตรีแห่งนี้ ใช่... ฉันกำลังพูดถึงเงินบริจาคก้อนโตที่สมาคมจะมอบให้มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าที่ตั้งอยู่ในเมืองอีแวนส์ที่อยู่ห่างจากเมืองแห่งนี้ไปหลายร้อยไมล์... เพอร์กินส์ไม่มีบ้านเด็กกำพร้าอยู่ในเมือง ไม่มีมูลนิธิที่น่าสงสารและรอผู้ช่วยเหลือใดๆ เลยด้วยซ้ำไปต่างจากเมืองอีแวนส์ที่มีสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เก่าและทรุดโทรมพอๆ กับสภาพของเมืองนั้น ฉันจำได้ว่านายกเทศมนตรีของเมืองเคยบอกเหตุผลกับฉันตอนที่เราเจอกันช่วงเตรียมงานว่าผู้คนในเพอร์กินส์ไม่ต้องการสถานที่แบบนั้น เพราะว่า มันไม่มีความจำเป็น...ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าความหมายที่แท้จริงของคำว่า ไม่มีความจำเป็น คืออะไรกันแน่... แต่เชื่อเถอะ ว่าฉันเข้าใจความหมายของมันเป็นอย่างดีจากประสบการณ์ทุกประสบการณ์ที่สัมผัสมาตั้งแต่เกิดในเมืองนี้...

 

เพอร์กินส์... ไม่มีที่สำหรับคนที่ระดับต่ำกว่าตนเองนักหรอก...

 

เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งเมื่อการกล่าวสุนทรพจน์ของฉันจบลงก่อนพิธีกรจะขึ้นมาดำเนินหน้าที่ของเธอต่อ เพื่อแจ้งกำหนดการในงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประมูลการกุศลเพื่อนำรายได้ไปร่วมบริจาคให้สถานรับเลี้ยงเด็กในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่าปีนี้มันได้รับความสนใจจากบรรดาสมาชิกนักสะสมและกระเป๋าหนักหลายราย เพราะของชิ้นสำคัญที่ทุกคนต่างหมายปองก็คือภาพวาดของแวนโก๊ะที่ได้รับบริจาคมาโดยไม่ขอหักค่าใช้จ่ายใดๆ เลย

 

[เกรเบรียล เป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีมั้ย]

 

น้ำเสียงรื่นเริงจากปลายสายทำให้ฉันคลี่รอยยิ้มตามบางๆ ทีอาเป็นเพื่อนที่ดีกับฉันเสมอ เธอมักรู้ว่าเวลาไหนที่ฉันต้องการใครสักคน และเธอก็จะคอยยื่นมือมาให้ฉันคว้าเอาไว้ในทุกครั้ง เหมือนกับครั้งนี้เช่นกันที่เธอโทรมาหาฉันเพื่อถามไถ่ในสิ่งที่ฉันเคยระบายความไม่สบายใจบางๆ กับเธอเอาไว้

 

“จ้ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างปกติสุข และฉันก็กล่าวสุนทรพจน์อะไรนั่นจบเรียบร้อยแล้วด้วยฉันเอ่ยก่อนปลีกตัวออกจากเหล่าผู้คนที่พากันจับคู่สนทนาอยู่ภายในบริเวณงานเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการคุยโทรศัพท์ให้มากขึ้น

 

[เยี่ยม วันนี้จะเป็นหนึ่งวันดีๆ ในความทรงจำของเธอฉันบอกแล้วไงละ]

 

“คิก นั่นสิจ้ะ อ้อ จริงสิ เธอรู้รึเปล่าว่าภาพแวนโก๊ะของเธอช่วยเราได้มากจริงๆ คุณแม่บอกว่าแขกที่มาในวันนี้มากกว่าปีที่แล้วตั้งสิบห้าเปอร์เซนต์ได้ แล้วส่วนใหญ่ก็มาเพื่อเข้าร่วมงานประมูลโดยเฉพาะเลย ท่านออกปากชมเธอไม่หยุดเลยรู้มั้ย”
 

ใช่ ภาพแวนโก๊ะของแท้ภาพนั้นได้รับความสนใจจากทุกคนมากจริงๆ และคนที่เสนอมอบภาพนั้นมาร่วมประมูลก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก ทีอา โคลแชงค์ เพื่อนรักของฉัน

 

[ไม่ขนาดนั้นหรอก ฉันแค่คิดว่ามันคงทำประโยชน์ได้มากกว่าแค่ติดบนผนังบ้านเฉยๆ น่ะ]

 

“แน่นอนสิจ้ะ มันต้องมีประโยชน์ถึงที่สุดเลยล่ะ ก็เธอออกปากยกเงินค่าประมูลทั้งหมดนั่นให้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าอีแวนส์น่ะ”

 

[ว่าแต่ เธอคงอยู่ร่วมงานจนจบใช่มั้ย?]

 

“ใช่จ้ะ ทำไมเหรอ”

 

[ไม่มีอะไรหรอก] เสียงหัวเราะเบาๆ ดังมากจากอีกฝั่งของสาย มันเป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ฉันนึกได้ถึงใบหน้านิ่งงามสง่านั่นในยามที่ขยับยิ้มเพียงแค่เล็กน้อยแต่กลับดูดีอย่างเหลือเชื่อนั่น [ฉันอยากรู้ว่าแวนโก๊ะจะช่วยบ้านเด็กกำพร้าได้เท่าไหร่น่ะ]

 

“อ๋อ ไม่มีปัญหาจ้ะ ฉันจะรีบโทรรายงานเธอทันทีที่ได้ยอดสุดท้ายเลยล่ะ~!”

 

[ขอบใจจ้ะ ออ ฉันต้องวางแล้วละเกรเบรียล ไว้คุยกันนะ]

 

“จ้ะ” ฉันพยักหน้ารับแม้อีกฝ่ายจะไม่เห็นก่อนกดวางสายยิ้มกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี วันนี้คงเป็นหนึ่งในวันดีของฉันจริงๆ อย่างที่ทีอาบอกนั่นแหล่ะ ทุกอย่างดูเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาอะไรเลย การกล่าวสุนทรพจน์นั่นก็เช่นกัน...

 

“ว่าไงนะ...ลูกสาวของแอนน์น่ะเหรอ?”

 

เสียงบทสนทนาที่ลอยมาเข้าหูพอดีในขณะที่ฉันกำลังจะเดินกลับเข้าไปในงานเรียกให้สองขาฉันชะงักกึกไม่กล้าที่จะขยับเท้าเดินต่อ แม้ว่าลางสังหรณ์บางอย่างจะพยายามร้องแย้งว่าฉันไม่ควรหยุด ไม่ควรให้ความใส่ใจ...

 

“เด็กคนที่ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เรื่องเวอร์จิ้นโร้ดนั่นแหล่ะ อ๋อ รู้ล่ะ เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในเพอร์กินส์ได้ไม่นานนี่นาเจนน่า เธอก็เลยไม่รู้เรื่องนี้ อันที่จริงมันก็นานแล้วล่ะ...”

 

โอ้... ไม่นะ...

 

“ตายจริง... มันร้ายแรงปานนั้นเลยเหรอ”

 

“ก็ร้ายแรงประมาณที่ว่า เคยตั้งท้องจนแอบไปทำแท้งมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน เธอคิดว่าไงล่ะ เด็กคนนั้นเคยทำแท้งมาแท้ๆ แต่กลับได้เป็นคนกล่าวสุนทรพจน์รณรงค์เรื่องพวกนี้ เฮอะ ขำชะมัด”

 

 ฉันรู้สึกว่าไหล่สองข้างของตัวเองเริ่มสั่นเทิ้มเบาๆ เมื่อสิ่งที่หวั่นที่สุดในการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้เป็นจริงขึ้นมาจนได้

 

“ตายล่ะ เรื่องจริงงั้นเหรอ ฉันเห็นเด็กคนนั้นออกจะหน้าตาใสซื่อแท้ๆ นะเนี่ย ทำแท้งเนี่ยนะ?”

 

“อันที่จริงทางบ้านเดอมาโคก็พากันออกมาแก้ข่าวยืนยันแล้วล่ะนะว่ามันไม่จริง พวกเขาอ้างว่าที่เด็กคนนั้นเป็นลมเพราะกำลังพยายามไดเอ็ท ส่วนเรื่องที่ไปคลินิกสูตินรีเวชต่างเมืองมาก่อนหน้าที่เป็นลมนั่นก็เพราะไปพบญาติเท่านั้น แหม แต่ก็นะ เรื่องแบบนี้ใครๆ ก็อ้างกันได้นี่นา เฮ้อ นี่ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะว่าแอนน์ เดอมาโค แม่ของเธอเป็นประธานในงาน และดูแลทุกอย่างแล้วล่ะก็ เรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่ๆ ใครต่อใครก็คิดแบบนี้กันทั้งนั้นน่ะ...”

 

ใครต่อใครก็คิดแบบนี้กันทั้งนั้น...ถ้อยคำที่ทำให้ฉันเจ็บจี้ดขึ้นมาในอก ก่อนเร่งเท้าเดินออกจากจุดที่ยืนอยู่...

 

ไม่เอาแล้ว ฉันอยากไปจากที่นี่...

 

“อะ คุณเกรเบรียลจะไปไหนคะ?” ลิซ่าเลขาส่วนตัวของแม่ที่คงเดินออกมาตามหาฉันเอ่ยถามเสียงงุนงงเมื่อเห็นฉันก้าวเท้าพรวดๆ ออกจากงานตรงไปยังลานจอดรถ

 

“...ฉันนึกได้ว่ามีธุระด่วนน่ะค่ะ ฝากขอโทษและแจ้งคุณแม่ให้ด้วยแล้วกันนะคะ” ฉันเอ่ยขณะเปิดคลัทซ์หากุญแจรถ

 

“เอ่อ ค่ะ แต่ว่างานประมูล?”

 

“ฉันมีธุระจริงๆ ค่ะลิซ่า ขอโทษด้วยนะคะ” ฉันกดสวิทซ์ปลดล็อคก่อนเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งบนรถเมอร์ซิเดสสีขาวที่ใช้เป็นประจำ ลดกระจกลงเพื่อเอ่ยย้ำฝากคำขอโทษไปให้กับคุณแม่ผ่านลิซ่าอีกหนก่อนรีบถอยรถขับออกจากมางาน

 

...เคยทำแท้งมางั้นเหรอ?

 

ข่าวลือแง่ร้ายไม่มีวันจางหายไปจากสังคมในเพอร์กินส์ได้จริงๆ ทำแท้งงั้นเหรอ? เรื่องนั้นมันเป็นความจริงที่ไหนกัน ฉันก็แค่เหยื่อของสังคมคนหนึ่งที่ถูกมือดีถ่ายภาพตอนไปหาญาติที่เป็นหมอในคลินิกสูตินรีเวชมาโพสในอินเตอร์เนท แล้วยังส่งต่อกระแสข่าวเรื่องที่ฉันเป็นลมว่าเป็นเพราะเสียเลือดจากการทำแท้ง ที่ร้ายกว่าก็คือลูกในท้องที่ฉันทำแท้งไปไม่ใช่ลูกของไอเดนคู่หมั้นของฉัน เพราะทุกคนรู้ดีว่าครอบครัวคริสทอปถือในเรื่องพวกนี้มากแค่ไหนอีกทั้งตัวไอเดนเองก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะโหยหาเรื่องประเภทนี้ คนในตระกูลคริสทอปต่างยืนอยู่บนพื้นฐานของความพร้อมและความสมบูรณ์แบบเหมือนกันกับแม่และพ่อ พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว และเพราะข่าวลือบ้าๆ ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ที่มาที่ไปนั่นในช่วงนั้นที่ทำให้ฉันถูกมองด้วยสายตาระแวงสงสัยจากครอบครัวคริสทอป ก่อนถูกตีตราว่าเป็นคนสร้างภาพและร้อยเล่ห์จากคนทั้งเมือง

 

สุดท้าย... ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่จะหาหลักฐานที่แน่นหนาว่ามันไม่เป็นความจริงมาแก้ตัวได้ในตอนหลัง... แต่ข่าวพวกนั้นก็ยังไม่ถูกลืมเลือนไปอยู่ดี... เพราะอย่างนั้นฉันถึงได้เอ่ยค้านความคิดของแม่ในตอนแรกเรื่องการเป็นตัวแทนกล่าวสุนทรพจน์ แต่แม่กลับบอกว่ามันเป็นทางที่ดีที่จะช่วยย้ำเตือนว่าฉันไม่เคยทำพฤติกรรมชั่วร้ายเหล่านั้นในอดีตจริงๆ หากแต่มันคงเป็นหนทางที่ไม่ได้ผลดีตามที่คิดเอาเสียเลย...

 

น่าตลก... คนในเพอร์กินส์ รักที่จะจดจำและพูดถึงเรื่องเลวร้ายของใครก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเองเสมอ พวกเขานิยมที่จะใส่หน้ากากแห่งรอยยิ้มเข้าหา ก่อนจะหันหลังกลับแล้วนินทาว่าร้ายอย่างสนุกปากเมื่อห่างไกล โดยไม่สนใจเลยว่าความจริงของเรื่องทั้งหมดเป็นเช่นไรกันแน่...

 

ฉันถอนหายใจเบาๆ กับตัวเอง ลดกระจกรถลงเพื่อให้ลมเย็นๆ ลอยเข้ามาปะทะหน้าชะเอาหยดน้ำตาที่เอ่ออยู่ในดวงตาออกไปให้พ้น ก่อนพยายามข่มใจทำอารมณ์ให้สงบลงด้วยการเปิดเพลงเบาๆ
 

หือ? แล้วนั่นควันอะไรน่ะ? ฉันสังเกตเห็นกลุ่มควันประหลาดลอยออกมาจากทางกระโปรงหน้าของรถ หนำซ้ำมันยังเต็มไปด้วยกลิ่นไหม้จนน่ากลัว เรียกให้ฉันต้องรีบเปิดไฟฉุกเฉินก่อนขับเข้าจอดที่ริมถนน ดับรถก่อนออกมาดูความผิดปกตินั่น บ้าจริง! แล้วมาเป็นอะไรเอาตอนนี้นะ ถนนเส้นนี้ยิ่งไม่มีค่อยมีใครสัญจรผ่านไปมาซักเท่าไหร่ด้วยสิ!

 

ฉันเลือกที่จะโทรศัพท์หาไอเดนเป็นคนแรก จำได้ว่าเขาพูดว่าเคยผ่านแถวนี้บ่อยครั้ง บางทีถ้าเขาอยู่ใกล้ๆ แถวนี้เขาอาจช่วยหรือให้คำแนะนำอะไรฉันได้บ้าง... หากแต่...

 

[หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...]

 

แย่จริง นี่เขาปิดเครื่องรึไงนะ คงจะมีประชุมอยู่ละมั้ง... ฉันควรจะโทรเรียกช่างหรือโทรถามทางอู่รถ เพียงแต่ว่าสมุดจดเบอร์โทรของพวกเขาก็ถูกเอาออกจากรถไปตั้งแต่ฉันให้คนมาทำความสะอาดรถแบบทุกซอกทุกมุม อา... นี่มันอภิมหาโชคร้ายอะไรอย่างนี้นะ!? จริงสิ... บางทีฉันน่าจะลองโทรหาทีอา...?

 

“เฮ้ รถเป็นอะไรรึเปล่า?” น้ำเสียงทุ้มติดแหบเล็กน้อยของใครบางคนกับเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์เบาๆ ของรถ ฉันชะงักมือที่กำลังจะกดโทรศัพท์ออกหาทีอาก่อนเงยหน้าขึ้นมองหาต้นเสียงก่อนเอ่ยอย่างแปลกใจเมื่อคนที่โผล่หน้าออกจากกระจกรถแชปโรเลตแคปติว่าสีดำคันโตนั่นคือคนที่ฉันเพิ่งเจอไปเมื่อไม่กี่วันก่อน...

 

“คุณ?”

 

ผู้ชายคนนั้น... ชายหนุ่มสีน้ำตาลเข้มกับไรเคราบางๆ ดูดีที่เคยช่วยสุนัขไว้ไม่ให้ถูกรถชนในเมือง นี่เขาบังเอิญผ่านมาแถวนี้งั้นเหรอ?

 

แคปติว่าสีดำขยับมาจอดตรงหน้ารถของฉัน ก่อนเจ้าของรถจะเปิดประตูก้าวพรวดๆ ก้าวลงจากรถมายังฉันที่ยังยืนเงอะงะทำอะไรไม่ถูกตรงหน้ารถของตัวเอง

 

“ดูเหมือนรถคุณจะมีปัญหานะ” เขาเอ่ยก่อนชี้ไปที่กระโปรงหน้ารถของฉัน ก่อนหันใบหน้าที่มีคมคายกับดวงตาสีน้ำตาลสดใสนั่นมายังฉัน “จะเป็นอะไรมั้ย ถ้าผมจะขอเปิดฝากระโปรงรถคุณดูน่ะ เอ่อ เผื่อคุณจะลืมไป มันควรจะรีบเปิดไล่ความร้อนออกน่ะนะ?”

 

“อา ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับเบาๆ เหมือนรู้เรื่องแม้จะยังจับใจความไม่ได้เท่าไหร่ หากแต่ปล่อยให้เขาเปิดกระโปรงหน้ารถขึ้น โบกมือไล่เอากลุ่มควันที่ขังอยู่ใต้ฝากระโปรงออก

 

“ขอเดาว่าปัญหาอยู่ที่หม้อน้ำนะ ถ้าแย่หน่อยก็หม้อน้ำรั่ว ถ้าโชคดีก็น่าจะแค่แห้งละมั้ง แต่ผมเดาว่าเป็นข้อหลังมากกว่านะ”

 

“หม้อน้ำแห้งเหรอคะ? แต่ฉันเพิ่งให้คนเอารถไปเช็คมาเมื่อไม่นานนี้เองนี่นา”

 

“เขาลืมเช็ครึเปล่า”

 

“เอ๋?”

 

“หึ ผมล้อเล่นน่า เอาเป็นว่ายังไงก็ต้องเปิดดูล่ะ นี่คุณจอดพักรถนานรึยัง?”

 

“เอ่อ... ราวๆ ห้านาทีค่ะ”

 

“งั้นคงต้องรอสักพักให้หม้อน้ำหายเดือดก่อน” เขาหัวเราะเบาๆ ด้วยเสียงแหบน้อยๆ นั่น “ขืนเปิดดูเลยตอนนี้หน้าผมโดนลวกแน่ๆ จริงสิ คุณมีน้ำกลั่นสำรองอยู่ในรถรึเปล่าล่ะ?”

 

“น้ำกลั่นเหรอคะ” ฉันขมวดคิ้วทวนความจำ อันที่จริงฉันแทบไม่ได้จับต้องรถนอกจากใช้งานขับไปมาหรือโยนข้าวของที่ชอบปิ้งหรือหนังสือที่หอบหิ้วไปเรียนลงไปในกระโปรงหรือเบาะหลังเลย เพราะงั้นน้ำกลั่นน่ะเหรอ... ฉันไม่รู้หรอกว่ามีรึเปล่า หรือว่ามันเก็บอยู่ตรงไหน

 

“หึ ดูจากสีหน้าคุณแล้วคงไม่มีสินะ ไม่เป็นไร ผมมีสำรองอยู่ในรถน่ะ เอาของผมไปก่อนก็ได้” เขายกยิ้มมุมปากอวดลักยิ้มบนแก้มซ้ายอย่างอารมณ์ดี ก่อนหันกลับไปที่รถเปิดประตูเอื้อมหาอะไรบางอย่างที่ฉันเดาว่าคงไม่พ้นขวดน้ำกลั่น ก่อนจะหยิบสำเร็จปิดประตูและเดินกลับมายังรถฉัน “โอเค ผมว่าผมจะลองเปิดมันดูละนะ”

 

“เดี๋ยวก่อนค่ะ แต่คุณบอกเองว่าถ้ามันยังไม่นานพอละก็...” ฉันร้องห้าม มองสลับไปมาที่เขาและรถตัวเองอย่างหวั่นๆ

 

“ไม่เป็นไร ผมประเมินว่ามันโอเคแล้วน่ะนะ” เขาขยิบตามาให้น้อยๆ อย่างขี้เล่นก่อนร้องห้ามเมื่อฉันทำท่าจะขยับเข้าไปหา “อ้อ คุณอยู่ตรงนั้นแหล่ะดีแล้ว เผื่อฉุกเฉิน แล้วก็... ผมไม่อยากให้ชุดสีขาวคุณเปื้อนน่ะ~

 

ฉันชะงักเท้าตามคำร้องห้ามของเขาก้มลงมองดูชุดสีขาวที่ตัวเองสวมอยู่เหมือนเพิ่งนึกออกและเห็นด้วย ก่อนมองดูเขาเอื้อมมือลงไปในเครื่องยนต์ที่กระโปรงหน้าของรถอยู่ห่างๆ ...และหลังจากที่เขาทำท่าเหมือนใช้ผ้าผืนหนาบิดเปิดอะไรบางอย่างออก กลุ่มควันบางๆ ก็ลอยคลุ้งขึ้นมาในอากาศ

 

“มันเอ่อ... เป็นอะไรมากมั้ยคะ?”

 

“หึ ไม่เลย ว่าแล้วเชียว นี่หม้อน้ำรถคุณแห้งจริงๆ ด้วย มัน แบบนี้แค่เติมน้ำกลั่นลงไปคุณก็ขับกลับไปได้เหมือนเดิมแล้วล่ะ สบายใจได้”

 

“จริงเหรอคะ” น้ำเสียงฉันมีความหวังขึ้นมาทันใด โชคดีจริงๆ ที่มันไม่เป็นอะไรมากจนต้องเรียกช่างมาดูน่ะ ไม่อย่างนั้นมันคงเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกไม่รู้กี่ชั่วโมง

 

“เอาล่ะเรียบร้อยแล้ว” เขาเอ่ยหลังจากค่อยๆ เติมน้ำกลั่นลงไปในหม้อน้ำจนเสร็จ ก่อนกดปิดฝากระโปรงรถกลับเข้าที่ “จากนี้คุณจะแวะไปไหนรึเปล่าละ”

 

“เอ่อ? ไม่ค่ะ” ฉันตอบอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ไม่รู้นี่เป็นมุกใหม่ในการหยอดจีบสาวหรือว่าอะไรหรือเปล่า หรือบางทีฉันคงจะคิดมากไปเอง

 

“ก็ดีแล้วล่ะ ยังไงคุณลองเอารถเข้าศูนย์เช็คหม้อน้ำให้แน่ใจอีกทีละกันว่ามันไม่มีรอยรั่วอะไรจริงรึเปล่า เผื่อความปลอดภัยน่ะ อ้อ แต่ระหว่างทางขับกลับก็หมั่นสังเกตระดับความร้อนในรถด้วยละ ถ้ามันสูงขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตละก็ ผมแนะนำให้คุณรีบพามันเข้าศูนย์เช็คหม้อน้ำอย่างจริงจังเลยล่ะ”

 

“แบบนี้นี่เอง ขอบคุณมากนะคะ” ฉันแย้มยิ้มรับ นึกเสียใจในใจที่เผลอมองคนตรงหน้าแง่ร้ายไปนิด

 

“ไม่เป็นไรครับ” เขาคลี่รอยยิ้มออกกว้าง โชว์เขี้ยวเล็กๆ ที่ฟันด้านบนซ้าย ก่อนยื่นฝ่ามือหนามาตรงหน้า “แซค เมเยอร์”

 

“เกรเบรียล เดอมาโค ค่ะ” ฉันยิ้มรับบางๆ ยื่นมือไปจับเพื่อแนะนำตัวกลับคืนไป “ว่าแต่ว่า... คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ ฉันหมายถึง... คุณถูกไอน้ำลวกอะไรรึเปล่า?”

 

“ไม่เลย ผมสบายดีมาก” เขาขยับยิ้มอีกหนจนดวงตาสีน้ำตาลนั่นเป็นประกายสดใสชัดเจน ก่อนทำเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วรีบก้มมองนาฬิกาบนข้อมือตัวเองพร้อมขมวดคิ้วแน่น “อา ผมว่าผมคงต้องไปแล้วล่ะ”

 

“ค่ะ แต่ฉันควรจะตอบแทน...”

 

“หึ ไม่เป็นไรหรอก” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินกลับไปยังรถตัวเอง แต่ไม่วายลดกระจกลงยื่นหน้ามาส่งรอยยิ้มทะเล้น “อ้อ ผมนึกออกล่ะ เอาเป็นว่าคราวหน้าถ้าเราเจอกันอีก คุณก็ค่อยตอบแทนผมด้วยการเลี้ยงกาแฟอร่อยๆ สักแก้วแล้วกัน”

 

รถคันโตสีดำขับออกไปปล่อยให้ฉันมองตามก่อนหลุดหัวเราะเบาๆ อย่างเหลือเชื่อกับตัวเอง...

 

ให้ตายสิ... เขาเป็นผู้ชายที่แปลกดีจริงๆ นั่นแหล่ะ...









-----------
Talk ::


- เจอกันเต็มๆ ธค. นี้
- เซต Relationship มีทั้งหมด 4 เล่มจบนะคะ อันนี้เป็นเล่มที่ 3 จ้า :)


 

 
 

:) Shalunla


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Friend Relation สัมพันธ์รักกับดักร้าย ตอนที่ 3 : 2 :: The Speeches , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 394 , โพส : 6 , Rating : 5 / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#6 : ความคิดเห็นที่ 27
แซค >
Name : f'slbks [ IP : 101.109.127.157 ]
Email / Msn: -
วันที่: 4 ธันวาคม 2555 / 21:12

#5 : ความคิดเห็นที่ 21
แซค ผู้ชายในฝัน >////
Name : OJM [ IP : 61.7.188.131 ]
Email / Msn: reborn_conan_OJM(แอท)hotmail.co.th
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 / 18:14


#4 : ความคิดเห็นที่ 19
หรือว่า ไอเดน กับ ทีอา เลิฟๆกันอยู่ป้ะเนี่ย น่าสงสัย เอ่อ แค่เดาอ่ะ แหะๆ -o-
Name : kitty [ IP : 101.108.234.162 ]
Email / Msn: -
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 / 15:45

#3 : ความคิดเห็นที่ 18
อยากให้ถึงเดือน ธันวาเร็วๆจัง
Name : Good_morning_Time< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Good_morning_Time [ IP : 171.5.29.57 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 / 15:17

#2 : ความคิดเห็นที่ 17
สนุกมากเลยค่ะพี่ก้อย

รออยู่ค่ะ ><
PS.  liitle
Name : liitle_ink< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ liitle_ink [ IP : 1.4.231.186 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 / 14:57

#1 : ความคิดเห็นที่ 16
ตอน 2
Name : TheLittleFinger~*< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TheLittleFinger~* [ IP : 14.207.206.230 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 / 14:47

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android