Fic พิษสวาท : พานพบ (ตอนเดียวจบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 75 Views

  • 1 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    75

    Overall
    75

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
ละครจบคนไม่จบ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ละครพิษสวาทจบลงไปหมาดๆ แต่อารมณ์คนดูยังไม่จบ เลยมานั่งมโนตอนจบใหม่ ถ้าคุณอุบลและอัคนีมาเกิดใหม่แล้วยังจะได้เจอกันอีกมั้ยนะ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 20 ก.ย. 59 / 01:43

บันทึกเป็น Favorite


“ชาตินี้น้องตามพี่มา ชาติหน้าพี่ตามน้องบ้าง”


   สโรชา สาวน้อยวัยสิบเจ็ดไล้นิ้วมือมือบอบบางไปตามบรรทัดหนังสือจากเรื่องพระรถ-เมรี เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย เธอเลื่อยสายตาไปยังนิทานหน้าถัดไป กรรมใดเล่าที่ผูกรั้งคนสองให้ต้องอยู่กับความโหยหาต่อกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทนทุกข์ทรมานกับสิ่งผูกใจที่เรียกว่า...ความรัก


     “บัว อ่านอะไรอยู่น่ะ!”

สโรชาสะดุ้งโหยง เมื่อจู่ๆ เพื่อนรักก็เข้ามาทักจากข้างหลังโดยไม่ทันตั้งตัว พลางหันขวับไปทำตาเขียวใส่ “ยัยเชษฐ์ โผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมด”

เชษฐ์ธิดายิ้มเยาะพลางชะเง้อดูหนังสือที่อยู่ในมือสโรชา “ดูท่าจะอินมากนะเนี่ย ใจลอยเชียว กำลังจินตนาการว่าตัวเองเป็นนางเอกอยู่รึไง”


สโรชาตีที่ต้นแขนเพื่อนเบาๆ ชี้ไปยังข้างหลังของเชษฐ์ธิดา “เดี๋ยวเถอะ เบาๆ หน่อย บรรณารักษ์จ้องตาเขม็งแล้วนั่น”


เชษฐ์ธิดานั่งลงยังเก้าอี้ว่างๆ ข้างสโรชา “แล้วนี่ไม่กลับบ้านรึไง เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”

          “ก็กะว่าจะมายืมหนังสือไปทำรายงานแล้วก็กลับ เผอิญว่าอ่านเล่มนี้เพลินไปหน่อย” สโรชาพับปกหนังสือที่ตัวเองกำลังอ่านข้างอยู่ให้เชษฐ์ธิดาดูโดยวางนิ้วคั่นกลางหน้าที่ตนอ่านข้างไว้


“๕๐ นิทานไทย… โหเก่ามากแล้วนะเล่มนี้ ฉันเคยอ่านอยู่เมื่อตอนประถม”


สโรชาพยักหน้า “ใช่”


“ยืมกลับไปอ่านที่บ้านสิ ถ้าจะติดขนาดนี้” เชษฐ์ธิดาพูดกับเพื่อนที่ยังตาลอยจับจ้องอยู่ที่หน้าหนังสือ “กลับบ้านกันได้แล้ว เดี๋ยวคนเยอะรถจะติดเอา”


“โอเคๆ เดี๋ยวฉันไปทำเรื่องยืมหนังสือก่อน” สโรชารวมเอาหนังสืออีกสามเล่มที่วางอยู่มารวมกับหนังสือนิทานแล้วไปยังเคาเตอร์เพื่อทำเรื่องยืมหนังสือ


เชษฐ์ธิดาตามหลังสโรชามายังตู้วางกระเป๋าหน้าห้องสมุด สโรชาดึงกระเป๋านักเรียนสีกรมท่าห้อยพวงกุญแจดอกบัวและกระดิ่งสีทองออกมาและยัดหนังสือสามเล่มใส่ในเป้ ยกเว้นหนังสือนิทาน

“ใจคอจะเดินไปอ่านไปรึยังไง” เชษฐ์ธิดาพูดพลางสะพายกระเป๋าของตน

             สโรชาเหวี่ยงกระเป๋าที่หนักอึ้งเพราะหนังสือหลายเล่มขึ้นบ่า พวงกุญแจกระทบเสียงดัง


“ก็พออ่านแล้วมันวางไม่ลงนี่นา”


สองสาวออกเดินจากห้องสมุดไปยังสถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่ใกล้ๆ ตอนเย็นหลังเลิกเรียนผู้คนเดินริมถนนกันขวักไขว่ทั้งพนักงานที่เพิ่งเลิกงาน นักเรียนจากโรงเรียนในละแวกใกล้เคียงทั้งวิทยาลัยนาฏศิลป์ นักเรียนนายร้อย ต่างออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้านในช่วงสุดสัปดาห์


“วันศุกร์แบบนี้คนเยอะชะมัดเลย” เชษฐ์ธิดาเดินหลบรถเข็นริมทางเท้าบ่นอุบอิบ “ไหนว่ากทม.จัดระเบียบทางเท้าแล้วไง ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลยสักนิด ว่าอย่างนั้นไหมบัว”

...ไร้เสียงตอบรับ เชษฐ์ธิดาหยุดกึกและหันมองข้างตัว สโรชาหายไปแล้ว เชษฐ์ธิดามองฝ่าฝูงคนที่เดินเบียดเสียดย้อนกลับไปทางที่ตนเพิ่งเดินผ่านมาพบเพื่อนตัวเองที่เดินอ่านหนังสือไม่มองทางอยู่


‘จริงๆ เลย เพื่อนคนนี้นี่’ เชษฐ์ธิดาบ่นในใจ


ในขณะที่เพื่อนเดินนำไปแล้ว สโรชาไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิด เธอก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือที่ยืมมา สายตาจับจ้องอยู่ที่การผ่าฟันอุปสรรคในการตามหานางมโนห์ราของพระสุธนโดยไม่สนว่าเพื่อนที่มาด้วยเดินว่าเดินไปถึงไหนแล้ว


พลั่ก!


“ว้าย!”


หนังสือเล่มหนาร่วงกระแทกกับพื้นพร้อมนิทานที่อยู่ในมือ สโรชาร้องลั่นเมื่อชนเข้ากับคนที่เดินสวนมา นักเรียนนายร้อยโดนชนจนหมวกตกลงมาปิดหน้า เธอพูดขอโทษขอโพยกับคนตรงหน้ายกใหญ่


“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ” สโรชาพูดพร้อยก้มลงไปเก็บหนังสือที่ร่วง


“ไม่เป็นไรครับ” นักเรียนนายร้อยหนุ่มพูดกลับ จัดหมวกที่ร่วงลงมาให้เข้าที่เข้าทางแล้วคุกเข้าลงเก็บหนังสือของตน


“นี่หนังสือของคุณใช่ไหมคะ ต้องขอโทษจริงๆ ที่เดินชน อ้ะ!” สโรชาพูดพร้อมยื่นหนังสือเล่มหนาอีกเล่มคืนให้พลางลุกขึ้นแต่กลับโดนคนที่เดินมาข้างหลังชนซ้ำจนหน้าขะมำกระแทกคนข้างหน้า กระเป๋าที่บรรทุกน้ำหนักมาเกินขนาดเกี่ยวเข้ากับเป๋าถือของนักเรียนนายร้อยพลันเกิดเสียงขาดลากยาว ข้าวของภายในร่วงกระจาย นักเรียนนายร้อยหนุ่มเซหงายหลัง หมวกร่วงมาปิดหน้าอีกรอบ


“ยายบัว!” เสียงเชษฐ์ธิดาลอยแหววมาแต่ไกล เดินแหวกคนมาช่วยเก็บของที่กระจายอยู่ “เป็นอะไรไหม”


“ฉันไม่เป็นอะไร” สโรชาตอบพลางเก็บเครื่องเขียน คนที่เดินอยู่รอบๆ แหวกทางหลบให้

“ดูสิ กระเป๋าขาดหมดเลย” เชษฐ์ธิดาค้อนใส่นักเรียนนายร้อยตรงหน้า “เดินกันยังไงชนเพื่อนฉันจนกระเป๋าขาด”


“ไม่เอาน่าเชษ…” สโรชาห้าม


นักเรียนนายร้อยอีกคนที่ดูจะเดินมากับคนที่เดินชนพูดขึ้นแทน “ขอโทษแทนไอ้นลเพื่อนผมก็แล้วกัน สงสัยมันเดินใจลอยไปหน่อย ดีหลังก็เตือนเพื่อนน้องด้วยว่าเวลาเดินก็เดินอย่าอ่านไปเดินไป”


ได้ยินดังนั้นเชษฐ์ก็ออกอาการฟึดฟัดขึ้นมาทันที


“ไม่เอาน่าเทพ มาช่วยน้องเขาเก็บของก่อน”


อนลช่วยเก็บข้าวของของสโรชา แล้วส่งคืนให้ สโรชามองกระเป๋าของตนแล้วสลด


“เอ่อ... ลองขอถุงของแม่ค้าแถวนี้ไปใส่ก่อนดีไหม” เขาพูด “เดี๋ยวผมไปขอให้”


สโรชาพยักหน้าหงึกหงัก อนลไปขอถุงพลาสติกจากรถเข็นที่อยู่ใกล้ๆ เนื่องจากถุงไม่ใหญ่พอแม่ค้าจึงให้เพิ่มมาสามถุง สโรชาเอาเครื่องเขียนและสมุดเล่มบางๆ ให้ในถุง รวมถึงกระเป๋าที่ขาด หนังสือเล่มหนาก็ถือไว้ข้างนอกแทน

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยเก็บของ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้ลำบาก” สโรชาก้มคำนับปลกๆ สองสามทีแล้วเดินก้มหน้างุดลากเชษฐ์ธิดาที่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างออกมาจากตรงนั้นฝ่าฝูงคนไปโดยไม่รอคำตอบกลับจากนักเรียนนายร้อยทั้งสอง


อนลได้แต่มองนักเรียนหญิงทั้งสองจากไปจนเทพทัตสะกิดถึงรู้สึกตัว


“มองอยู่นั่นแหละ ไปกันได้แล้ว”


อนลหันกลับมา แต่ยังไม่ทันออกเดินสายตาเขาสะดุดเข้ากับวัตถุที่ร่วงลงบนพื้น มันคือพวงกุญแจดอกบัวห้อยกะดิ่งของสโรชานั่นเอง


อนลก้มลงเก็บพวงกุญแจขึ้นมาและหันไปทางสโรชาอีกรอบแต่ไม่เจอเสียแล้ว


“อะไรน่ะ” เทพทัตถามถึงของที่อนลถืออยู่


อนลชูของในมือให้เทพทัตดู “พวงกุญแจน่ะ สงสัยโดนเกี่ยวร่วงลงมาด้วย”


เทพทัตมองย้อนไปทางที่สองสาวเดินหายไป “เดินหายไปแล้ว คงยังไม่รู้ว่าลืมของไว้อีกชิ้น”


ดอกบัวจิ๋วทำจากดินญี่ปุ่นสีชมพูกลิ้งอยู่ในฝ่ามือ ดวงตาจดจ้องไม่กะพริบ เขาพูดเสียงเบา “คงต้องเอาไปคืน”


“จะเอาไปคืนยังไงละเนี่ย นายจำเธอได้เหรอ”


อนลมองพวงกุญแจดอกบัวที่อยู่ในมือ กระดิ่งสีทองส่องกับแสงอาทิตย์ยามเย็นเป็นประกายระยิบระยับเข้าในดวงตา เขามองเห็นใบหน้าของตนที่สะท้อนอยู่บนกระดิ่ง ในใจรู้สึกวาบหวามพิกล


“จำได้สิ”


อนลเหม่อมองไปยังทางที่สโรชาเดินหายไป


“ฉันจะหาเธอให้พบ”

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Nan_NemoSyne จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 กันยายน 2559 / 12:03
    >< ขอยาวๆได้ม้าา งื้ออ
    #1
    0
พิมพ์เลขที่เห็น