ShortFIC Ngern&Gust : คิดถึง...จึงมาหา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 308 Views

  • 5 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    308

    Overall
    308

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
เพราะคิดถึง

จึงมาหา


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เราสองคนไม่ได้เจอกัน

เราต่างมีทางเดินของตนเอง

บังเอิญว่าวันนี้ทางเดินของเราสองคน เดินทางมาเจอกันพอดี


เพราะคิดถึง...จึงมาหา





สวัสดีครับทุกคน เรา Mzboy เองเด้อ คนเขียนเรื่องเดียวกับ ระหว่างเรา (เอิ้นพีท) พอดีแอคเดิมลืมพาสไปแล้วเรียบร้อย 55 เลยตั้งแอคใหม่ วันนี้มีเวลาว่างเลยเอาฟิคสั้นมาลงให้พอหายคิดถึง ยังไงฝากติดตามกันด้วยนะจ้าาา

ระหว่างเรา >>> http://writer.dek-d.com/Metroboy/story/view.php?id=1377508

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 18 ก.ย. 59 / 18:22

บันทึกเป็น Favorite


 

 

“เฮ้อ...” กระเป๋าสะพายบ่าใบน้อยของผมถูกวางลงข้างตัว พลางค่อยเอนตัวช้าๆ กางแขนขาพาดก่ายสุดขอบเตียง 

 

“เป็นยังไงบ้างเรา” หญิงวัยกลางคนผมประบ่า เปิดประตูห้องเดินถือกองผ้าที่พับอย่างเรียบร้อย เดินตรงไปยังตู้สี่เหลี่ยมสุดมุมห้อง

“เหนื่อยดิแม่ โอ่ย..... อาทิตย์นี้ตื่นเช้าทุกวัน งานเลิกดึกทุกวันเลยเลย” ผมดีดตัวขึ้นนั่งพลางบิดตัวไปมา

“แล้วกินข้าวมาหรือยัง?

“พี่เจนนี่พากินก่อนกลับมาแล้ว”

“พรุ่งนี้ไม่มีงานนี่ ใช่หรือเปล่า?

“ใช่แล้ว.....พรุ่งนี้กัสจะได้นอนเล่นยาวๆซักที”

“เอาๆ เหนื่อยก็รีบไปอาบน้ำซะ จะได้รีบนอน” มืออบอุ่นยื่นมาลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไป

 

ผมทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอีกครั้ง พลันหลับตาลงนึกถึงชีวิตเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

               

การต้องตื่นตั้งแต่ โมงเช้า บางวันก็ตั้งแต่ตี 5 เพื่อออกกองถ่ายละครก็รู้สึกสนุกดีในทุกเช้าที่ผมตื่น แต่การที่ต้องถ่ายลากยาวยัน 4-5 ทุ่ม บางฉากถึงจะไม่ได้ออกทุกซีน แต่ก็ดูดพลังผมไปไม่ใช่น้อย แถมบางวันต้องวิ่งหลายงาน ทั้งถ่ายแบบ ออกอีเวนท์ ยิ่งสูบพลังในร่างกายผมไปแทบหมดสิ้น

               

ผมหล่ะอยากจะนอนเฉยๆ กลิ้งไปกลิ้งมาอย่างนี้ทั้งวันจริงๆ คงมีความสุขไม่น้อย ไม่อยากจะนึกภาพอาทิตย์หน้าที่มีงานชนกันอีกสองงาน สภาพผมคงไม่ต่างอะไรจากอาทิตย์นี้เท่าไหร่นัก

 

 

Line!

 

 

ยังไม่ทันที่ผมจะคิดไปได้ไกล เสียงที่คุ้นเคยกลับดังแทรกขึ้น ไม่ต้องเดาก็รู้เลยครับว่าคงไม่พ้นเรื่องตารางงานจากพี่เจนนี่ จะไม่เปิดดูก็ไม่ได้ซะด้วยสิ เดี๋ยวจะโดนดุเอาอีกว่าไม่เคลียร์ตารางชีวิตตัวเอง

 

ผมค่อยๆพลิกตัวเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์เครื่องน้อยในกระเป๋า พลางกวาดตามองข้อความไลน์ที่ยังไม่ได้อ่านหลายข้อความเหลือเกิน

 

“ไอ้กัส ฟรายเดย์ไนท์ ไปเที่ยวกันมั๊ยมึง”

“มึงอยู่ไหนวะ พวกกูโทไปไม่รับเลยสัส จะชวนมาแดกเหล้าด้วย”

“มึง อาทิตย์หน้าพวกกูจะไปเที่ยวพัทยากัน มึงจะไปด้วยเปล่า”

 

สารพัดข้อความของไอ้เพื่อนตัวดีทั้งหลายที่ส่งเข้ามาหาผม มีแต่ชวนไปเที่ยวทั้งนั้น บางทีก็สงสัยว่าพวกมึงว่างขนาดนั้นเลยหรือไงนะ ถึงได้ชวนกูเที่ยวถี่ขนาดนี้

 

แต่เอาตรงๆ ตอนนี้ผมเหนื่อยจนไม่มีอารมณ์จะโต้ตอบอะไรกับพวกมันทั้งนั้น เลยได้แต่รูดข้อความหน้าจอล็อคสกรีนทิ้งทีละข้อความ และแน่นอนครับ ข้อความที่คิดไว้ก็มีใน notification message ผมจริงๆด้วย

P jenny : กัส เช็คตารางงานอาทิตย์หน้าด้วยนะ ว่าชนกับคาบเรียนหรือสอบอะไรมั๊ย แล้วรีบบอกพี่นิดนึง จะได้เลื่อนคิวหรือแคนเซิลให้ทัน

Gustzu : ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมพิมพ์บอกอีกทีนะพี่

P jenny : ดีมากค่ะลูก

 

ผมกดพิมพ์ตอบ พร้อมเลื่อนหน้าจอข้อความทิ้งไปเรื่อยๆด้วยความเหนื่อยหน่าย จนมาสะดุดกับข้อความสุดท้าย เหมือนจะเพิ่งส่งเข้ามาเมื่อสักครู่นี้เอง

 

 

 

“เป็นไงบ้างมึง สบายดีมั๊ย”

 

 

ผมกดแสดงหน้าจอข้อความเพื่อเข้าไปดูอีกครั้งชัดๆด้วยความไม่แน่ใจ

 

“เงิน....” ผมเรียกชื่อเจ้าของข้อความนั้นเบาๆ

 

เงินจริงๆเหรอผมขยี้ตาเบาๆ เพื่อดูว่าตนเองไม่ได้ตาฝาด ไอ้เงินเนี่ยนะทักไลน์ผมมาอารมณ์ไหนของมันวะเนี่ย

 

Gustzu : สบายดี ไงมึง เป็นไงบ้าง

LegendNg : ก็ดี ได้ว่างบ้างแล้วช่วงนี้

GustZu : แหม ว่างเหรอวะ กูเห็นมึงก็ถ่ายซีรีส์อยู่ไม่ใช่เหรอ

LegendNg : อืม ก็ใช่ แต่งานเริ่มเบาลง กูมีสอบเลยไม่ค่อยได้รับงานช่วงนี้เลย สบายย

 

ผมมองข้อความบนหน้าจอที่ถูกส่งมาพร้อมสติกเกอร์รูปหมีแพนด้านอนกลิ้งไปมาอีกสองสามอัน มาแนวอารมณ์ดีแบบนี้สงสัยไอ้นี่จะต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆเลยครับ

 

GustZu : มีอะไรป่าววะ ทำไมดูมึงอารมณ์ดีพิลึก

LegendNg : อ่าว กูอารมณ์ดีไม่ได้เหรอไง

GustZu : ก็ได้ แต่ทุกครั้งมึงมาแนวนี้ ต้องมีเรื่องอะไรดีๆมาเล่าให้กูฟังแน่นอน อ่ะแหน่ะ....จีบสาวที่ไหนได้เหรอวะ

LegendNg : ก็ไม่มีเรื่องอะไรนะ

GustZu : อย่ามาโกหกกูๆ จีบสาวที่ไหนได้เล่าให้กูฟังเลยๆ

LegendNg : กูบอกว่าไม่มีไง เออๆ ช่วงนี้กูกับมึงไม่ค่อยได้เจอกันเลยเนอะ

 

ผมมองข้อความนั้นพลางย่นคิ้วฉุกคิด จริงด้วยสิครับ ที่ผ่านมาตั้งแต่ออกงานด้วยกันครั้งสุดท้าย ผมแทบไม่ได้เจอมันเลยจริงๆ งานคู่ก็ไม่ค่อยมี ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานงานของตัวเอง

 

GustZu : ก็จริง ทำไม คิดถึงกูเหรอ 55

LegendNg : มึงนี่มันปากดีไม่เลิกเลยนะ พอดีกูเข้าไปอ่านในทวิต ย้อนดูทวิตเก่าๆ รูปตอนงานคู่กูกับมึงมันเด้งขึ้นมาจากแฟนคลับสักคนนึง

GustZu : มึงก็เลยคิดถึงกูไง

LegendNg : เออ กูคิดถึงมึง พอใจยัง

 

5555” ผมหลุดขำพรวดออกมาทันที เมื่อเห็นข้อความที่มันส่งกลับมา ไอ้นี่แกล้งง่ายชะมัด

LegendNg : เห็นมึงออกงานถี่นะอาทิตย์ที่แล้ว

GustZu : อืม งานชนงานหลายวัน กู ขาจะขวิดอยู่แล้ว

LegendNg : ขาเล็กๆอย่างมึงเนี่ยนะ ไม่ขวิดกันหรอก 555

GustZu : เออๆ ถึงกูเล็ก แต่กูแข็งแรงนะโว้ย

ผมรีบพิมพ์กดส่งข้อความส่งตอบกลับไป ไม่ได้ครับ จะให้ไอ้นี่ว่าผมฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องรีบข่มมันกลับ

 

LegendNg : แข็งแรงซะขนาดไหนกันเชียวครับคุณออกัส ตัวบางเบาหวิวซะขนาดนั้น

GustZu : อ่าวๆ อย่าลืมว่าตอนนี้กูเล่นกล้ามนะเว้ย น้ำหนักกำลังขึ้น มึงระวังแพ้กู 55

 

ข่มได้.....ก็ต้องข่มไว้ครับ

 

LegendNg : จะหนักซักเท่าไหร่เชียว

GustZu : รับรอง ว่ามึงต้องตกใจ

LegendNg : หนักแค่ไหน กูว่ากูก็อุ้มมึงได้อยู่ดีอ่ะ อย่าลืมสิ

 

นิ้วผมถึงกับชะงักเมื่อเจอข้อความดังกล่าว สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ข้อความนั้น

“อุ้ม” คำสั้นๆ แต่ทำไมทำเอานิ้วผมชาดิกไปหมด

 

 GustZu : ปากเก่งไม่เลิกนะมึงเนี่ย เออๆ กูยอมแพ้

LegendNg : 5555 กูว่าแล้ว ว่ามึงต้องพูดแบบนี้

 

ผมได้แต่ส่ายหัวเบาๆให้กับข้อความนั้น นึกหน้าออกเลยครับว่าตอนนี้มันคงทำหน้าภูมิอกภูมิใจ ยักคิ้วหลิ่วตาตามประสาผู้ชนะอยู่แน่นอน

 

LegendNg : Sent Photo

 

ผมนั่งมองรูปที่ถูกส่งมาพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย รูปที่ว่าคือรูปผมในชุดสูทสีน้ำเงิน น่าจะเป็นรูปจากแฟนคลับสักคน ว่าแต่ว่ามันจะส่งรูปผมให้ตัวผมทำไมกันนะ


GustZu : ส่งรูปกูมาให้กูดูทำไมเนี่ย จะบอกว่ากูหล่อเหรอ

LegendNg : เปล่า ใครบอกมึง

 

อ่าวไอ้นี่ คุยดีได้ไม่นาน ตอบกวนตีนผมกลับมาอีกซะแล้ว

 

LegendNg : กูแค่จะบอกมึงว่า ทำงานเยอะหาเวลาพักผ่อนบ้าง อย่ามัวแต่เอาเวลาไปเล่นเกม ดูขอบตามึงดิ ห้อยขนาดนี้

 

ผมรีบเลื่อนข้อความขึ้นเพื่อกดดูรูปตัวเองอีกครั้ง แล้วก็พบว่าจริงอย่างที่มันบอกครับ ขอบตาล่างผมแสดงถึงความเหนื่อยล้าสะสมมากจริงๆ

 

GustZu : เออ รู้แล้ว ว่าแต่ใครบอกมึงว่ากูเอาแต่เล่นเกม งานกูเยอะมึงก็เห็นๆอยู่

LegendNg : ทำไมกูจะเดาไม่ออก ตอนออกกองด้วยกัน พอพักกองทีไรมึงก็เอาแต่เล่นเกม  คนอื่นเค้านอนกันหมด

GustZu : มึงอย่ามามั่....

LegendNg : และถ้าให้กูเดา วันไหนเลิกเรียนเร็ว มึงก็ไปเที่ยวผับกับเพื่อนหล่ะสิ

 

ยังไม่ทันที่ผมจะพิมพ์จบ ก็โดนข้อความกระหน่ำมาเป็นชุดเลยครับ ผมนั่งมองแล้วก็ได้แต่ยิ้ม ตลอดเวลาที่รู้จักกับมัน มันมักจะรู้ทันพฤติกรรมผมเสมอ

 

GustZu : 555 เออๆ กูไม่เถียง กูยอมๆ

LegendNg : กูว่าแล้ว พักผ่อนบ้างนะมึง

GustZu : ทำไม มึงเป็นห่วงกูหรือไง

 

ดูเหมือนมือผมจะพิมพ์กลับไปไวกว่าที่ใจคิด แต่คราวนี้ดูเหมือนข้อความจะขึ้นว่าฝ่ายตรงข้ามรับรู้แล้ว หากแต่ยังไม่ตอบกลับ

.........

........

......

.....

....

...

..

.

LegendNg : ใช่

 

ผมจ้องมองคำตอบที่ได้ ทำไมคำตอบแค่สั้นๆ ทำให้ผมรู้สึกใจสั่นขนาดนี้นะ

 

GustZu : มึงหมายความว่ายังไ.......

 

แต่ยังพิมพ์ไม่ทันจบ ผมกลับรีบกดลบข้อความนั้นอย่างรวดเร็ว พลันกดพิมพ์ข้อความใหม่

 

GustZu : อ่ะแหน่ะ เป็นห่วงกูจริงๆด้วย

ผมนั่งมองข้อความที่ตัวเองพิมพ์ไว้ แต่แล้วก็กลับกดลบทิ้งอีกครั้ง นี่ผมเป็นอะไรไป ก็แค่พิมพ์ส่งไปอำเล่นมันเหมือนที่เคยทำทุกครั้ง ทำไมต้องตื่นเต้นอะไรขนาดนี้

 

LegendNg : วันพรุ่งนี้ว่างป่าว

GustZu : ว่างๆ

LegendNg : ไปดูหนังเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ

GustZu : ดูหนัง? ชวนกูเนี่ยนะ อารมณ์ไหนวะเนี่ย

LegendNg : ก็กูไม่มีเพื่อนไปดูด้วย เลยลองถามมึงดูเผื่อมึงว่าง กูว่ามึงว่างชัวร์ ใช่ป่ะ?

 

ว่าแล้วครับ ว่าต้องมาอิหรอบนี้ ก็ว่าปกติมันชอบไปเล่นกีฬากับเพื่อนมันบ่อยๆ คราวนี้ไม่มีใครเลยมาชวนผมสินะ

 

GustZu : แล้วถ้ากูบอกว่าไม่ว่างหล่ะ

LegendNg : อย่ามาหลอกกูซะให้ยาก ตารางงานบ้านเดือนแปดบอกว่าพรุ่งนี้มึงไม่มีงาน ไอ้กัส มึงว่าง

GustZu : แล้วถ้ากูบอกว่ากูอยากอยู่บ้าน กูเหนื่อย กูไม่อยากออกไปไหน?

LegendNg : งั้นกูก็จะบุกไปบ้านมึง ไปอ้อนแม่รุ้งบอกว่าขอลากตัวมึงออกมาเที่ยวหน่อย กูไม่มีเพื่อน 55

 

สมแล้วที่เป็นนายอนุภาษ ความกวนตีนให้ระดับเต็มสิบไปเลยครับ

 

LegendNg : นะๆ เดี๋ยวกูพาไปแดกของอร่อยๆ มึงจะได้หายเหนื่อยไง

LegendNg : หนังเดี๋ยวกูเลี้ยงมึงด้วยเอ้า

LegendNg : เดี๋ยวพรุ่งนี้กูขับรถไปรับมึงด้วยเลยอ่ะ นี่กูพลีตัวเองขนาดนี้แล้วนะเว้ย

 

555 นานๆทีจะเห็นไอ้เงินมันยอมขับรถไปรับคนอื่น แถมจะเลี้ยงข้าวอีก นับว่าหาดูได้ยากจากคนอย่างมันเลยครับ คิดไปคิดมาก็ดีนะครับ หนังก็ฟรี ข้าวก็มีคนเลี้ยง ไม่ต้องขับรถเองอีก มีแต่คุ้มกับคุ้ม

 

GustZu : เออๆ กูไม่มีทางเลือกสินะ แต่มึงพูดแล้วนะว่าจะเลี้ยงกู

LegendNg : ได้เลย กูสัญญา ขอแค่มึงไปกับกูเท่านั้นพอ

เหมือนคุยกับเด็กน้อยยังไงก็ไม่รู้ครับ อ้อนอยู่สักพัก สุดท้ายก็บังคับผมอยู่ดี

 

GustZu : แน่ใจนะว่าไม่มีเรื่องอะไรมาอำกู มึงไม่ได้เตรียมอำอะไรกูกับพวกไอ้ฟ่า ไอ้นะ ไอ้ไวท์ ใช่มั๊ย

LegendNg : ไม่มีแน่นอนครับคุณออกัส

GustZu : สัส อย่าเรียกคุณ กูขนลุก

LegendNg : ได้ครับ คุณวชิรวิชญ์

GustZu : เออเอา เอาที่มึงสบายใจเลย

LegendNg : 5555 โอเค เจอกันพรุ่งนี้นะ แต่งตัวหล่อๆหล่ะมึง

GustZu : ไม่ต้องกลัว กูหล่อสแตนด์บาย 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว

LegendNg : ส่งสติกเกอร์

ผมนั่งมองสติกเกอร์รูปคนเบะปากแล้วได้แต่ส่ายหัว จะว่าไปก็เหมือนมันที่ชอบเบะปากบ่อยๆแบบนี้เหมือนกันเวลาไม่ได้ดั่งใจ

 

LegendNg : ไปอาบน้ำแล้วรีบนอนซะมึง พรุ่งนี้เจอกัน 10 โมง ที่บ้านมึง

 

ผมวางโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างตัว พลันดีดตัวลุกขึ้นเตรียมตัวจะไปอาบน้ำ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะลุกเดินไปได้ไกล โทรศัพท์ผมกลับส่งเสียงเตือนการ tag ทวิตเตอร์จากใครบางคน

 

 

 


 

 

ไม่ใช่ใคร ก็ไอ้คนที่ผมเพิ่งคุยด้วยเมื่อครู่นี้เอง มันตั้งสเตตัสทวิตเป็นด้วยเหรอเนี่ย เห็นปกติเล่นแต่อินสตาแกรม แถมมีครับ มีแทคต่อท้ายต่อท้าย ดูแล้วน่าหมั่นไสร้พิลึก

 

แต่ถึงใจนึงจะหมั่นไสร้มัน อีกใจนึงก็ดีใจนะครับที่ได้คุยกันอีก อย่างน้อยผมก็รู้สึกสบายใจเสมอเมื่อได้คุยกับมัน ทำให้นึกถึงวันเก่าๆที่ผมกับมันได้ออกงานคู่กันบ่อยๆ มีเวลาได้นั่งคุยสัพเพเหระและชีวิตส่วนตัวกัน นึกแล้วก็ตื่นเต้นเล็กๆ พรุ่งนี้ถ้าเจอกัน....มันจะเป็นยังไงนะ

 

จะบ่นเรื่องว่าตัวเองอ้วนขึ้นให้ผมฟังอีกรึเปล่า

หรือจะชวนผมดูทรงผมของมัน

เอ....หรือจะเป็นเรื่องกีฬาที่ผมชอบชวนคุยกับมันบ่อยๆ

หรือไม่แน่......คงจะไม่พ้นพูดจากวนตีนข่มกันทั้งวันตามประสา ดีไม่ดี ผมก็คงโดนบ่นเรื่องเกมอย่างที่มันบ่นวันนี้ใส่ผมเหมือนเดิม

 

แต่เอาเถอะ เอาเป็นว่าวันนี้ผมควรรีบไปอาบน้ำแล้วรีบนอนอย่างที่มันบอก

 

พรุ่งนี้เจอกันนะ......เงิน

 

Line!

                                                                LegendNg : กูไปนอนแล้ว ฝันดีนะสุดหล่อ J

                                                                GustZu : เออ

 

                                                                GustZu : ฝันดี

 

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::: >>

 

วันรุ่งขึ้น

 

วันนี้ผมต้องสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เพราะนาฬิกาปลุกเจ้ากรรมดันปลุกผมตั้งแต่ตีห้า ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ ตีห้าจริงๆ เพราะช่วงนี้ผมต้องออกกองถ่ายละคร และซีรีย์เรื่องใหม่อยู่ เป็นช่วงเวลาที่งานชนกันยับ ทำให้ผมต้องตื่นเช้าแทบทุกวัน เวลาที่ตั้งปลุกไว้นั้นคือเวลาที่พอดีๆ ที่ผมจะพอลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ ก่อนจะโดนพี่เจนนี่โทรมาปลุกทุกเช้าๆจากอาการขี้เซาของผม แต่วันนี้ต่างกันตรงที่ผมไม่ต้องรีบไปทำงาน หรือไปเรียน มันคือวันหยุดของผม ผมเลยทิ้งตัวลงนอนคุ้ดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาต่อไปอย่างสบายใจ

 

“!!”

 

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะหลับตาลงดีนัก โทรศัพท์เจ้ากรรมกลับสั่นขึ้น แจ้งเตือน application สีฟ้าที่คุ้นเคย

 

ตีห้า? ใครนะเล่นไม่รู้จักหลับจักนอน

 

ผมเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์ พลางกดเปิดดูแอพสีฟ้า แล้วก็ต้องตกใจกับสิ่งที่ค้างอยู่บนหน้าจอ

 

200 กว่ารีทวิตอะไรวะเนี่ย... เสียงบ่นพึมพำของผมดังขึ้น พลางกดเข้าไปดูข้อความรีทวิตนั้น

 

 

ไม่เจอกันนานเลย พรุ่งนี้เจอกันนะ....ครับ @GustZu

 

 

200 กว่ารีทวิต มาจากแฟนคลับผมและของมันเองครับ คงเพราะประโยคหวานเลี่ยนเจ้ากรรมที่ไอ้เงินมันพิมพ์ทิ้งไว้เมื่อคืน ทำให้เกิดปรากฏการณ์รีทวิตถล่มทลาย จนผมกดเข้าไปดูจนลายตา

 

“กรี๊ดดด แกรรร เค้าจะเจอกันกันค่ะ เค้าจะเจอกัน”

“อิลูกชายโควทถึงลูกสะใภ้ค่ะมนุษย์ๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“ฮรือออ เรือออกแล่นแล้วค่าTT

#ทีมเงินออกัส ใครนอนเร็วนี่พลาดจริง TT

“อะไร ยังไงคะ #ทีมเงินออกัส”

 

ผมไล่กดเข้าไปอ่านแฮชแทคประจำ #ทีมเงินออกัส เรียกว่ามีแฟนคลับทั้งหน้าเดิม หน้าใหม่ เข้ามาพิมพ์ หรือภาษาที่แฟนคลับใช้คือ หวีดวน กันเยอะมากและที่น่าตกใจคือ เมื่อวานนี้ตอนที่ไอ้ตัวดีมันพิมพ์หาผม ไม่น่าเชื่อครับว่าแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ก็สามารถทำให้แฮชแทค #ทีมเงินออกัส ขึ้นอันดับสองไทยเทรนด์ได้ทันที

 

นี่ไอ้ตัวดีมันจะรู้บ้างมั๊ยว่าทำอะไรลงไป 55

แต่ไหนๆแล้ว ในเมื่อมันเล่นมาแล้ว ผมก็เล่นกลับบ้างแล้วกัน จะได้ตอบแทนพี่ๆแฟนคลับที่อุตส่าห์หวีดกันจนดึกดื่นขนาดนั้น

 

ผมค่อยๆบรรจงพิมพ์ข้อความด้วยความตั้งใจ พลางหาอิโมติคอนคู่ใจของเราสองคนใส่ลงไปด้วย

 

พิมพ์เสร็จแล้วมาอ่านยังรู้สึกขนลุกตัวเองเบาๆเลยครับ

 




 

เอาละครับ ทีนี้แหละ สงสัยว่าวันนี้จะมีเรื่องสนุกบนทวิตเตอร์อีกเยอะแยะเลย 5555

 

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::: >>>

 

 

“ก๊อกๆๆ!!!

“กัส อีกัส! ตื่นหรือยัง เงินมาหาหน่ะ รออยู่ข้างล่าง”

“ตื่นแล้วๆ บอกมันอีกห้านาทีลงไปๆ” ผมตะโกนบอกพี่สาวตนเอง พลางรีบยัดขากางเกงเข้าที่ด้วยความเร่งรีบ ไม่รู้ไอ้เงินมันจะรีบไปไหนครับ ไหนว่านัดกันไว้ 10 โมง ไหนถึงได้ถ่อมาบ้านผมตั้งแต่เก้าโมงเช้าขนาดนี้ จะรีบไปไหนของมันกันนะ

 

“ก๊อกๆๆ”

“รู้แล้วๆ เดี๋ยวลงไ....” ผมรีบหันไปพูดยังต้นเสียง แต่กลับต้องสะดุ้งเพราะอยู่ๆคนที่เคาะประตูกลับเปิดโพล่งเข้ามาโดยที่ผมยังไม่ทันแต่งตัวเรียบร้อยดี

“ไอ้เหี้ยไอ้เงิน มึง.....เข้ามาได้ไงเนี่ย”

“อ่าว ก็แม่กับพี่สาวมึงบอกให้ขึ้นมาหามึงได้ กูก็เดินขึ้นมาสิ” คนตรงหน้ายืนมองพลางพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย

“กูยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยเลย มึงนั่งรอก่อนละกัน” ผมรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะเดินมาหยุดยืนอยู่หน้ากระจก

“ทำไม...อายกูเหรอไง” ไอ้ตัวดียังคงพูดอำ

“อายเหี้ยไรหล่ะ กูแค่ตกใจแค่นั้นแหละ แล้วทำไมมึงมาซะเช้าเลย ไหนว่าสิบโมงไง”

“ก็....เบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ เลยออกมาเลย”

“ว่าแต่ วันนี้มึงจะไปไหนหล่ะ แล้วคนอื่นไปด้วยหรือเปล่า?” ผมพูดพลางจัดแจงทรงผมให้เข้าที่

“ไม่มี มีแค่มึงกับกูสองคน”

“หืมอารมณ์ไหนวะ กูนึกว่ามึงจะพาพวกเพื่อนๆมาซะอีก”

 

“ก็...แค่อยากไปกับมึง แค่สองคน”

 

อยู่ๆคำพูดของมันลับทำให้ผมต้องชะงักเล็กน้อย

 

“มึง...แน่ใจนะ ว่าไม่ได้เป็นอะไร?” ผมหันไปถามก่อนจะเอามือเท้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง

“ไม่มีๆ เสร็จยังอ่ะ จะได้ไปเลย กูหิวข้าวละ” แต่มันก็ถามผมไปแค่เท่านั้นแหละครับ เพราะตอนนี้เจ้าตัวลุกเดินปรี่ออกจากห้องผมไปเรียบร้อยแล้ว

 

วันนี้ไอ้นี่มันมาแปลกๆแฮะ

 

ผมและไอ้เงินล่ำลาครอบครัวของผมก่อนที่เราสองคนจะขับรถออกมา โดยที่ผมยังไม่รู้จุดหมายปลายทางด้วยซ้ำว่ามันจะพาผมไปที่ไหน ตลอดทางมีเพียงความเงียบในรถ จนผมเริ่มรู้สึกอึดอัดในท่าทีที่ไม่เหมือนเดิมของมัน ปกติมันจะกวนตีน พูดเยอะกว่านี้ แต่วันนี้มาตีขรึมใส่ ในฐานะที่ผมรู้จักมันมาสักพัก พอจะรู้สันดายไอ้นี่ดี คราวนี้มันต้องมีเรื่องกลุ้มใจอะไรแน่นอน

 

“สรุปมึงเป็นอะไร จะเล่าให้กูฟังได้ยัง” ผมเริ่มเปิดบทสนทนาก่อน

“หืมเป็นอะไร หมายความว่าไงวะ”

“มึงอย่ามาโกหกกูเลย ท่าทางมึงฟ้องว่ามึงกำลังคิดอะไรอยู่ บอกกูมาซะดีๆ” ผมยังคาดคั้นในขณะที่คนข้างๆยังมองถนนเบื้องหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

 

“กู...กูว่ากูพูดไม่ได้หว่ะ”

 

“เฮ้ย เรื่องมันใหญ่โตขนาดที่จะพูดกับกูไม่ได้เลยเหรอวะ”

“กูไม่รู้จะเริ่มยังไงดี มันซับซ้อนหว่ะ เอาไว้ถ้ากูพร้อมจะบอกมึงนะ แต่วันนี้...มึงอยู่เป็นเพื่อนกูก่อน อยู่.....”

 

มันเงียบไปสักพัก ก่อนจะหันมาสบตากับผมเล็กน้อย

 

“ช่วยอยู่ข้างๆกูก่อนนะ”

 

ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดสั้นๆเพียงเท่านั้น กลับทำให้ผมรู้สึกพูดอะไรไม่ออก เหมือนสายตามันพยายามบอกอะไรผมบางอย่าง หากเพียงตอนนี้สิ่งที่มันขอคือแค่ต้องการให้ผมอยู่ข้างๆ สำหรับเพื่อนผู้ชายผมเข้าใจนะครับ เวลาเพื่อนมันไม่สบายใจมา บางทีมันไม่ได้ต้องการที่จะพูดหรือเล่าอะไร แต่มันแค่ต้องการคนนั่งปลอบใจข้างๆแค่นั้นเอง

 

“ก็ได้ กูเข้าใจ มึงพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยเล่าละกันนะ” ผมหันไปยิ้มพร้อมเอามือตบบ่ามันเบาๆหนึ่งที

 

ไม่นานนัก หลังจากบรรยากาศความเงียบตลอดทาง รถของเราก็มาหยุดอยู่ที่เซนทรัลเวิล ที่ประจำของเหล่าวัยรุ่น ก่อนที่ผมและมันจะเดินวนไปมาเพื่อหาร้านอาหารอยู่สักพัก

 

“มึงอยากกินอะไรอ่ะ” ไอ้เงินถามพลางสอดสายตาไปรอบๆ

“ซูชิ”

“ไม่เอา อ้วนหว่ะ”

“งั้นราเมง”

“กูเพิ่งกินเมื่อวานนี้เอง”

“งั้น...ก็ไอติม”

“แดกของคาวก่อนดิวะ แล้วค่อยของหวาน”

“เอ้า!!  นี่ มึงจะเอาไง จะแดกไรเลือกเร็ว กูเองเริ่มหิวแล้วเนี่ย” ผมแหวใส่มัน ไอ้นี่นี่ยังเรื่องมากเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยครับ

“อืม...อาหารอิตาลี Spa Fac ละกัน ป่ะ” มันพูดพลางลากตัวผมไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ฟังความเห็นผมสักนิด

ตลอดทางที่เราสองคนเดินไปร้านอาหาร ต่างมีสายตาจับจ้องมาที่เราทั้งคู่ บ้างก็เริ่มซุบซิบ บางคนคาดว่าเป็นแฟนคลับเราอยู่แล้ว (แม้ผมจะจำหน้าพี่ๆเค้าไม่ได้ก็ตาม ผมขอโทษษษ55) เห็นเราสองคนก็มีโบกมือทักทาย วิ่งปรี่ขอเข้ามาถ่ายรูป เซลฟี่ ขอลายเซ็น นู่นนี่นั่นตามประสา และที่พีคมากที่สุดคงเป็นตะโกนเรียกชื่อเราจากชั้นสามของห้าง จน รปภ.ตกใจต้องวิ่งมาดู  รวมๆแล้วก็เกือบชั่วโมงครับกว่าเราจะเดินถึงร้านอาหาร

 

“บ๊ายบายครับ ขอบคุณครับๆ” ผมยกมือไหว้พี่ๆแฟนคลับกลุ่มสุดท้าย ก่อนจะเดินปลีกตัวตามไอ้เงินเข้ามาในร้านอาหาร

 

“สั่งอาหารครับ เอาสปาเกตตีทะเลที่นึงครับ อ่ะ กัสมึงเอาอะไร” ไอ้เงินสั่งอาหารอย่างคล่องแคล่วก่อนจะยื่นเมนูมาให้ผม

“เออ...เอาเหมือนกันอีกที่นึงครับ แล้วก็ผัมโขมอบชีสที่นึงครับ”

“ลูกค้ารอสักครู่นะคะ”

 

“กัส ไหนมึงว่ากำลังฟิตหุ่นไง สั่งขนาดนี้ แดกทีกี่แคลวะ”

“มึงก็เหมือนกันแหละ ไหนว่าจะลดความอ้วน ชวนกูมาแดกสปาเกตตี มันจะผอมมั๊ยหล่ะ”

 

“ปากดีเหมือนเดิมนะมึงหน่ะ” ไอ้เงินพูดพลางค่อยๆเท้าค้างจ้องมาที่ผม

 

“มึง....จ้องกูทำไม.....หน้า.....กูมีอะไรติดเหรอ” ผมรีบยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง

 

 

 

“เปล่า...กูแค่...คิดถึง”

 

 

 

“อะ...ไรนะ” ผมเหวอเลยครับเมื่อได้ยินมันพูดแบบนั้น เรียกว่าไปไม่ถูกเลยจริงๆ อะไรของมันเนี่ย

 

“ก็กูคิดถึงตอนที่กูถ่ายซีรีย์คู่กับมึงไง พูดแล้วก็คิดถึง ไอ้เหม่ง ไม่ดิ ตอนนี้มันไม่เหม่งแล้ว แล้วก็ไอ้ไวท์ด้วย ป่านนี้ไม่รู้เป็นไงกันบ้าง” คนตรงหน้าพูดพลางละสายตาจากผมมองออกไปนอกตัวร้าน

 

ผมรีบสะบัดหน้าละทิ้งความมึนงงของตนเอง ก่อนจะพูดตอบ “ไอ้กัปกูก็ไม่ค่อยเจอมันเท่าไหร่ มันเรียนมหาลัยเดียวกับมึงไม่ใช่เหรอ แต่ไอ้ไวท์กูยังเจอมันบ้างนะที่แกรมมี่ พูดแล้วก็คิดถึงจริงๆด้วยหว่ะ”

 

“นั่นสิ....แต่อย่างน้อย กูก็เห็นว่า...มึงยังสบายดี” ไอ้เงินพูดวกเข้าประเด็นก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าผมอีกครั้ง

 

“เชี่ย มึงจะจ้องตากูทำไมเนี่ย มึงก็รู้กูขี้เขิน” ขี้เขินเนี่ยเรื่องจริงครับ และยิ่งกับไอ้เงินนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ใครไม่เคยเจออย่างผมไม่รู้หรอกครับว่ามันเป็นคนที่มี eye contact ชัดเจนขนาดไหน ไม่ว่าใครเจอก็เขินมันทั้งนั้นแหละ

 

“ยังไม่ชินเหรอ กูอยู่ให้มึงมองนานๆก็ได้นะ” คนตรงหน้าเริ่มแกล้งผมโดยการเอาศอกเท้าโต๊ะพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทีละนิด

 

ดวงตาที่ผมคุ้นเคย เคยจ้องกันมาไม่รู้กี่ทีตอนเล่นซีรีย์ แต่...มันก็ไม่เคยชินสักที

 

“ประทานโทษค่ะลูกค้า ขอ...เสิร์ฟอาหารนะคะ” และเสียงที่ดึงให้เราสองคนกลับสู่อิริยาบถเดิม คืออาหารที่วางอยู่ตรงหน้านั่นเองครับ กบิ่นหอมทำเอาท้องผมร้องเรียกสติคืนมาได้เป็นอย่างดี

ระหว่างนั้น เราสองคนได้แต่นั่งทานอาหารกันเงียบๆ ไอ้เงินยังคงม้วนเส้นสปาเกตตีเข้าปากเรื่อยๆและเนิบช้า ประกอบกับท่าทีนิ่งเงียบของมัน ทำให้ผมตัดสินใจเอ่ยถามมันอีกครั้ง

 

“เงิน มึง....ไม่ได้เป็นอะไรแน่ใช่มั๊ย เพื่อนกันมีอะไรก็เล่าให้ฟังได้นะเว้ย”

 

“หึหึ ถ้าเป็นเพื่อน กูคงเล่าให้ฟังนานแล้วหล่ะ” เสียงหัวเราะประกอบบ่นพึมพำในลำคอทำให้ผมฟังมันไม่ถนัดนัก

 

“มึงว่าไรนะ?

 

“เอ่อ....ไม่มีไรๆ แดกไป เนี่ย ผักโขมอบชีส สั่งมาแล้วแดกด้วย ไม่หมด กูให้มึงจ่ายนะ”

“โห...เสี่ยเงิน เลี้ยงกูหน่อยนะ นะๆๆๆๆๆ” ผมเริ่มออกลูกอ้อนแกล้งมัน ไม่ได้ครับ บอกจะเลี้ยงแล้วห้ามคืนคำ

 

“เงิน....ไอ้เงิน....ไอ้เชี่ยเงิน” ผมตะโกนเรียกคนตรงหน้าที่เอาแต่ใจลอย เหม่อมองผมไม่วางตา

“หะ...อะไรนะ มึงว่าไรนะ”

“กูบอกว่ามึงต้องเลี้ยงกูเลย มึงสัญญากับกูแล้ว”

“เออๆ กูเลี้ยงอยู่แล้วหน่า แดกไปๆ อ่ะนี่ กินผักโขมเยอะๆ ฟิตหุ่นอยู่นี่” ยังไม่ทันขาดคำ คนตรงหน้ารีบจ้วงช้อนตักผักโขมโปะหน้าด้วยชีสร้อนหอมกรุ่น ยื่นมาที่ผมเป็นสัญญาว่าจะป้อนให้

 

“อะไรวะ”

“แดกสิ กูตักให้เนี่ย” ไอ้เงินพูดพลางยักคิ้วหลิ่วตาให้

“กูกินเองได้ เอาช้อนมา...”

“จะแดกจากที่กูป้อน หรือจะจ่ายตังค์เอง มึงเลือกเอา” นั่นไงครับ ผมว่าแล้ว ไอ้นี่มันร้ายนัก

“เออ.....แดกก็แดก” ผมรีบยื่นหน้างับช้อนจากคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

 

“แชะ!!

 

“อิเหี้ย โป๊ะแล้วมึง ไมยอมปิดเสียงโทสับ

“อีชิบหาย กูมุดโต๊ะทันมั๊ยเนี่ย”

“หวัดดีค่า..พี่เงิน พี่กัส แหะๆ ไม่รบกวนละค่า พวกหนูไปน้า”

 

เสียงน้องผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง ที่แทบจะมุดตัวเองหลบไปใต้โต๊ะ แต่ก็ไม่ทันการเพราะผมกับไอ้เงินหันไปเห็นเรียบร้อยแล้วครับ สุดท้ายน้องกลุ่มนั้นกลับเดินมาทักทายเราสองคน ก่อนรีบปลีกตัวออกจากร้านไปพร้อมเสียงกรี้ดกร้าดเบาๆ

 

555 น้องๆเค้าน่ารักดีนะครับ

 

“สงสัยวันนี้ทวิตเตอร์จะระเบิดหว่ะกูว่า”

“กูก็ว่างั้น 555” ผมละสายตาจากน้องๆกลุ่มนั้น ก่อนจะหันมาตอบคนตรงหน้า

 

 

หลังจากที่เราสองคนทานอาหารกันอิ่มเป็นที่เรียบร้อย คิวต่อมาก็คงไม่พ้นดูหนังครับ ช่วงนี้มีหนังน่าดูไม่มากเท่าไหร่นัก แต่มีเรื่องนึงที่ผมอยากดูมากเป็นพิเศษ คงเพราะนักแสดงในเรื่องเป็นคนที่ผมชอบมากอยู่เป็นทุกเดิม พี่เค้าทั้งสวย ทั้งน่ารัก จำได้ว่าเคยเจอพี่เค้าทีนึงที่ตึกแกรมมี่ บอกเลยว่าตัวจริงสวยกว่าในเรื่องเยอะมากเลย คนๆนั้นคือพี่ มิว นิษฐา นั่นเอง

 

“มึงๆ ดูแฟนเดย์กัน เห็นเค้าว่าสนุก” ผมเอานิ้วชี้ที่รอบหนังบนหน้าจอ box office

“หืมนึกไง ดูหนังโรแมนติกซะขนาดนี้วะ” ไอ้เงินหันมาถามพลางย่นคิ้วใส่

“ก็อยากดูไง กูเคยเจอพี่มิวนะเว้ย พี่เค้า โคตรน่ารักเลย”

“มึงอยากดูจริงๆใช่ป่ะ ไม่ใช่เข้าโรงแล้วหลับนะ”

“อืมๆ อยากดู นะๆๆๆ น้า.....ดูกับกูเถอะๆ” อ้อนครับ อ้อนเท่านั้น เพื่อที่มันจะได้ยอมจ่ายตังค์ให้ผม 55555555555

 

“เล่นงี้อยู่เรื่อยนะมึงหน่ะ เออๆ ดูก็ดูป่ะ”

 

และแล้ว ทุกอย่างก็เข้าลอคครับ ข้าวก็ฟรี หนังก็ฟรี มีคนขับรถ ชีวิตวันหยุดของผมวันนี้คุ้มแล้วครับ 55

 

จำได้ว่าตอนอ่านสปอยในพันทิพย์และทวิตเตอร์ เค้าบอกว่าหนังเรื่องนี้จะร้องไห้หนักมาก ไอ้ผมก็ไม่ได้เชื่ออะไรมาก จนเข้ามาในโรง ไม่รอดครับ ผ่านไปครึ่งเรื่องก็ไหลไปไม่รู้กี่หยดแล้ว ผมกับไอ้เงินยังคงนั่งดูหนังกันเงียบๆ ทิ้งให้ตัวเองจมอยู่กับข้อคิดที่หนังสื่อผ่านตัวละครออกมาทีละนิด จนมาถึงประโยคยอดฮิตที่ผมผ่านตาจนไม่รู้กี่รอบ จนคิดว่าถ้าได้ดูในโรง กูคงไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่

 

 

“ถึงคุณจะลืม แต่ผมไม่ลืมนี่ครับ”

 

 

บรรยากาศในโรงตกอยู่ในความเงียบสงัด ท่ามกลางเสียงกลั้นสะอื้นของคนดูมากมาย ผมกลับนั่งนิ่งเพราะเดาได้ว่ามันคงต้องเป็นอย่างนี้ แต่แล้วจู่ๆกลับมีความรู้สึกหนักที่ปลายหัวไหล่ข้างขวาค่อยๆโถมเข้ามาทีละนิดจนผมต้องหันไปมอง

 

เส้นผมนุ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ และแก้มนุ่ม สัมผัสอย่างแผ่วเบา ช้าๆบนไหล่ของผม

 

คนข้างกายผมหลับไปแล้วหรือนี่

 

“เงิน.....ไอ้เงิน....” ผมเรียกมันเบาๆ

 

“อืม...ว่าไง”

 

“อ่าว กูนึกว่าหลับ นั่งดีๆมั๊ยมึง กูหนักหัวไหล่”

 

“ไม่เอาอ่ะ มันไม่สบาย”

 

“กูบอกว่านั่งดีๆไ.....” ผมค่อยๆเอามือผลักศีรษะมันออกเบาๆ แต่กลับถูกมันขยับตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม

 

“กัส....ขอกู...อยู่อย่างนี้สักพักนะ”

เสียงเอ่ยแผ่วเบา ประกอบกับท่าทีขยับศีรษะเล็กน้อยให้เข้าที่เข้าท่างของคนข้างตัว จู่ๆๆกลับทำให้ผมรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้ายังไงก็ไม่รู้ แม้หนังจะฉายไปเรื่อยๆ แต่เหมือนสติของผมตอนนี้มันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่  ไม่รู้ว่ามันรู้สึกยังไงถึงได้ทำแบบนี้

 

ความรู้สึกสับสนมากมายในหัวต่างโถมเข้ามาโดยที่ผมยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

และแม้ว่าตอนนี้คนทั้งโรงจะสะอึกสะอื้น ร้องไห้กันไปอย่างไร

 

แต่ผมรู้แค่ว่า...ตอนนี้

 

 

 

ผม...น่าจะกำลังยิ้มอยู่....ละมั๊ง

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::: >>>>

 

หลังจากหนังจบ เราสองคนพากันเดินเล่นกันอยู่สักพัก ไอ้เงินลากผมไปซื้อเสื้อบ้าง ผมเองก็ลากมันไปดูรองเท้าบ้างสลับๆกันไป จนเย็นถึงเวลาที่ผมต้องรีบกลับบ้านพักผ่อนเอาแรงแล้ว เพราะพรุ่งนี้ผมมีเรียนแต่เช้า ไหนจะถ่ายซีรีย์ตอนเย็นอีก

 

“กัส...กัส ถึงบ้างแล้ว” ผมสะดุ้งตัวตื่นจากแรงสะกิดของคนข้างๆ

“อืมๆ”

“อ่ะนี่ ของมึง” ไอ้เงินเดินไปหยิบถุงสองสามใบท้ายรถมาให้ผม ในขณะที่ผมเดินมารอหน้าบ้าน

“ของกูแค่สองใบนี่ ของมึงหรือเปล่าอีกใบนึง” ผมมองถุงใบเล็กไม่คุ้นตาในมือ แล้วยื่นส่งกลับให้มัน

“ของมึงนั่นแหละถูกแล้ว”

“หืมมึงซื้อให้กูเหรอ เนื่องในโอกาสอะไรวะ” ผมเลิกคิ้วใส่มันเล็กน้อย

“ก็ไม่มีไร แค่อยากซื้อให้เฉยๆ อืม....เอาเป็นว่าของขวัญวันเกิดปีหน้าละกัน”

5555 อะไรของมึงเนี่ย อารมณ์ไหนวะ ขอบคุณมากๆ” ผมเดินไปตบบ่ามันหนึ่งทีเป็นการขอบคุณ

 

“กัส.....”

 

“ว่าไง?

 

“วันนี้ขอบคุณมากนะเว้ยที่มาเป็นเพื่อน” มันพูดพลางยิ้มให้ผม

“สรุปว่ามึงไม่บอกกูจริงๆเหรอว่ามึงเป็นอะไรมา” ผมยังคงคะยั้นคะยอมันเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะรู้ว่าไม่ได้คำตอบก็ตามที

“อืม” มันพูดพลางยักไหล่เล็กน้อย

“โอเคๆ เอาที่มึงสบายใจละกัน ขอบคุณมากเว้ยที่มาส่งบ้าน แล้วเจอกัน มีอะไรก็ไลน์มาได้นะเว้ย” ผมโบกมือล่ำลาพลางยิ้มให้มัน แต่จู่คนตรงหน้าผมกลับเดินปรี่ตรงเข้ามาดึงตัวผมไปกอดโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

 

“กูต้องได้เจอมึงอีกแน่กัส รับรอง อ่อ...แล้วคราวหน้าที่เจอกัน สัญญา ว่ากูจะบอกว่าวันนี้กูเป็นอะไรนะ เสียงกระซิบทุ้มต่ำและแผ่วเบา ประกอบกับการกระทำอันรวดเร็วเมื่อสักครู่ ทำเอาผมแทบตั้งสติไม่ทัน

 

“เออะ...เออ...โอเค....โอเค ดะ....ได้ๆ ไว้เจอกันอีก....นะ” ทำไมแค่พูดตอบมัน ต้องตะกุกตะกักขนาดนี้นะ

 

“ไปละ”

 

ผมมองดูมันขับรถจากไป พลันเดินเข้ามาในบ้าน ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา

 

ไอ้เงิน นี่ นับวันพฤติกรรมยิ่งน่าสงสัยจริงๆ

 

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดดังกล่าวก่อนสายตาจะมาสะดุดที่ถุงใบเล็กที่มันให้มา อะไรกันแน่นะ

 

และเมื่อผมเปิดดูของข้างในก็ต้องหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย ของไม่ได้ใหญ่โตและไม่ดูแพงอะไรมาก แต่ดูสมแล้วที่เป็นมันเลือก

 

ยังไงก็ขอบคุณมากนะเว้ย คราวหน้าถ้าเจอกัน จะใส่ไปให้มึงดูละกันนะ

 


 

อ่านแล้วฝากคอมเมนท์กันด้วยนะค้าบบ เราเอง Mzboy คนเดิมจากเรื่อง ระหว่างเรา (เอิ้นพีท) พอดีแอคเก่าลืม password เข้าไม่ได้เอาซะดื้อๆ เลยตั้งแอคใหม่ ยังไงฝากติดตามเรื่องเดิมด้วยน้า >> http://writer.dek-d.com/Metroboy/story/view.php?id=1377508

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ MZboy จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Mook
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 20:41
    น่ารักมากเลยยย เงินเป็นอะไรอยากรู้จักเลยนย แต่อิจฉากัสมากค่ะะะะ55555
    #5
    0
  2. #4 noomei
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 20:06
    สนุกจังเลย อยากแร้วชอบมากๆอยากรุ้พี่หมีเปนรัยรึป่าว รอติดตามนะคร่า
    #4
    0
  3. #3 ratti_33 (@ratti_33) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 10:33
    น่ารักกกับความซึนของกัส ชอบโมเม้นท์เงินกัสมากกกก รอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆๆ
    ปล.มาเร็วๆนร้า รอติดตามเสมออ
    #3
    0
  4. #2 pangprimm
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:44
    อยากอ่านต่อเลยค่ะสนุกมากกกก ไรท์สู้ๆนะ ^^
    #2
    0
  5. #1 Lyne
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 19:37
    เริ่ดมาก ค่ะ เขียนได้น่ารักเหมือเดิม ^_^
    #1
    0
พิมพ์เลขที่เห็น