สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

พิศวงมนตร์ซาตาน

ตอนที่ 65 : ตอนที่ 14 เพียงแค่เอื้อม


     อัพเดท 17 มี.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Lunarita ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lunarita Email : lu_narita(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/beekarane
< Review/Vote > Rating : 99% [ 1,134 mem(s) ]
This month views : 141 Overall : 96,723
6,330 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 332 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
พิศวงมนตร์ซาตาน ตอนที่ 65 : ตอนที่ 14 เพียงแค่เอื้อม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2118 , โพส : 29 , Rating : 71 / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





            " นั่นไง มาแล้วๆ " เสียงของเพื่อนๆดังมาทันทีหลังจากที่องค์รัชทายาททั้งห้าเดินกลับเข้ามาในห้องโถงประจำหลักสูตร ทุกคนหันมามององค์ชายแห่งออซิสเป็นตาเดียวพลางสอดส่ายสายตาหาสิ่งที่เรียกว่าภูตประจำดาบ

            " ออสติน ได้ข่าวว่านายมีภูตประจำดาบเหรอ มันอยู่ไหนล่ะ " ฮาวินถามขึ้นแล้วเดินเข้ามาหา คนถูกถามพยักหน้ารับน้อยๆแล้วเรียกดาบขึ้นมาไว้ในมือก่อนจะเรียกชื่อของภูตประจำดาบที่ลูนาริต้าตั้งชื่อให้เบาๆ พลันแสงสีส้มอมแดงก็ปรากฏขึ้นที่ปลายดาบ เจ้าจิ้งจอกไฟเหมือนถูกดันออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าแล้วลอยขึ้นมานั่งบนไหล่ของผู้ถือทินกรทอแสง ภาพตรงหน้าเรียกเสียงฮือฮาของเด็กทั้งหลักสูตรได้เป็นอย่างดี
 
            " สุดยอดไปเลย " เสียงคริสโตเฟอร์ดังขึ้นอย่างตื่นเต้นแล้ววิ่งเข้ามาดูภูตประจำดาบใกล้ๆ

            " ระวังหน่อย มันร้อนใช่ย่อยเลยละ " เปออสทักขึ้นทำให้คริสโตเฟอร์หยุดยืนห่างออกไปเล็กน้อย
 
            " ว่าแต่...มันออกมาได้ยังไงล่ะ ในเมื่อไม่มีใครเห็นมาตั้งนานแล้วนี่นา " ฮาวินถามอีก แต่ยังไม่ทันที่เปออสจะอ้าปากตอบก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น

            " ก็เพราะพลังในร่างกายของผู้ถือดาบอยู่ในระดับที่สูงมากยังไงละคะ พี่ฮาวิน " เสียงใสๆที่เอ่ยตอบนั้นเรียกให้หลายคนหันไปมองก่อนจะเห็นเด็กผู้หญิงผมสีแดงเพลิงไขว้มือกอดอกกำลังเดินเข้ามาพร้อมส่งยิ้มให้พี่ๆทั้งหลาย

            " เซลีน " เปออสพึมพำเรียกชื่อรุ่นน้องในความดูแลของตัวเองเบาๆ ดวงตาสีเทาฉายประกายคมวาบออกมา หากแต่ลูนาริต้าและแคชเชอร์หันมามองหน้ากันพร้อมยิ้มแปลกๆเพราะนึกขำที่องค์ชายผู้รอบรู้เจอคู่ปรับคนสำคัญเข้าให้แล้ว

            " นี่ก็แสดงว่าพลังของออสตินรุนแรงมากสินะ " ฮาวินพูดแล้วพยักหน้าหงึกๆอยู่คนเดียว ดวงตาที่มองเพื่อนร่วมหลักสูตรบ่งบอกว่าชื่นชม

            " ฉันว่าภูตประจำดาบที่ปรากฏขึ้นคราวนี้ต้องกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของดินแดนมนุษย์แน่ๆเลย เพราะไม่มีใครเคยเห็นมันมาหลายร้อยปีแล้ว " คริสโตเฟอร์ออกความคิด ทำให้องค์รัชทายาททั้งห้าพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

            " แต่ฉันว่า...มันเป็นดาบสองคมนะ " เปออสพูดแล้วมองจิ้งจอกไฟที่ตอนนี้ลอยมาหาลูนาริต้าแล้ว มือบางขององค์หญิงแห่งเฮเซลลูบหัวมันเบาๆอย่างรักใคร่เอ็นดู และคำพูดขององค์ชายผู้รอบรู้ทำให้ใครหลายคนมีท่าทางสงสัยแต่ยังไม่ทันที่เปออสจะเอ่ยตอบ เสียงใสของใครคนเดิมก็ดังขึ้นแทน

           " เจ้าของดาบจะถูกตามฆ่าเนื่องจากพลังในร่างกายที่สูงเกินไป อีกอย่าง ภูตประจำดาบเป็นสิ่งมีค่า ไม่ว่าใครก็อยากได้โดยเฉพาะพวกผู้มีอำนาจ แต่พลังไม่สูงพอที่จะมีภูตประจำดาบเป็นของตัวเอง " เสียงหวานของเซลีนผู้อยู่ในความดูแลขององค์ชายแห่งอควาเรียสเอ่ยตอบฉะฉาน ทำให้เปออสหรี่ตามองน้องตัวเองด้วยประกายแปลกประหลาด

           " เพราะหากเจ้าของดาบถูกฆ่าตาย ตัวภูตสามารถเปลี่ยนเจ้าของใหม่ได้ โดยความทรงจำของมันจะถูกลบไปเพื่อพร้อมรับใช้เจ้านายใหม่ " เซลีนว่า ดวงตาสีส้มเข้มฉายแววรอบรู้เหมือนรุ่นพี่ประจำตัวไม่มีผิด เล่นเอาคนถูกแย่งตำแหน่งมองรุ่นน้องของตัวเองอย่างไม่ชอบใจนัก ทำให้สหายทั้งสี่ได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางขององค์ชายแห่งอควาเรียส

           " อย่างนี้ชีวิตของออสตินก็ไม่ปลอดภัยซะแล้วสิ " แคชเชอร์เอ่ยขึ้นพลางมองเพื่อนและตัวภูตด้วยความเป็นห่วง เช่นเดียวกับอีกหลายๆคนที่แสดงท่าทีกังวลออกมาโดยเฉพาะองค์หญิงแห่งเฮเซล

           " ไม่ต้องกลัวไปหรอก คนอย่างออสตินน่ะนะ จะปล่อยให้ใครมาตามฆ่า " ฮาวินพูดแล้วยิ้มกว้างให้ออสติน บ่งบอกว่าเขาชื่นชมในฝีมือขององค์ชายแห่งออซิสมากเพียงใด เจ้าของทินกรทอแสงเพียงแต่ยิ้มรับแล้วเขาก็เรียกฮีทให้กลับเข้ามาในดาบพร้อมกับที่ทินกรทอแสงหายวับไปจากมือใหญ่...เมื่อใดที่ออสตินเรียกดาบออกมา ฮีทจะสามารถตามออกมาด้วยได้ แต่เมื่อออสตินเก็บดาบ ฮีทจะหายไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นการปรากฏกายของภูตขึ้นอยู่กับดาบแทบทั้งสิ้น หากไร้ดาบก็ไร้ภูต

           " แต่ไม่ประมาทไว้ก่อนจะดีกว่า " องค์ชายแห่งอควาเรียสเอ่ยพลางไหวไหล่น้อยๆก่อนจะหันไปมองออสตินที่กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ วงสนทนาก็ถูกดึงความสนใจไปอีกด้านด้วยเสียงทุ้มของใครอีกคนหนึ่งที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล

           " แต่ผมว่าถึงไม่ประมาทก็มีสิทธิ์พลาดพลั้งได้นะครับ เพราะเราอยู่ในที่แจ้ง แต่คนที่ต้องการภูตอยู่ในที่ลับ " คำกล่าวนั้นทำให้ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียง พร้อมกันนั้นนัยน์ตาสีเขียวขององค์หญิงแห่งเฮเซลก็เบิกขึ้นน้อยๆเมื่อเห็นคนที่ตกเป็นเป้าสายตา ซึ่งคนๆนั้นก็คือน้องในความดูแลของเธอเอง

           แรเซียสนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวประจำของกลุ่มเธอ เขาสวมแว่นใสอันไม่ใหญ่ไม่เล็กทำให้ดูแปลกตากว่าทุกครั้งที่เจอและยิ่งดูลึกลับมากขึ้นไปอีก ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่งเอาไว้ และเมื่อแรเซียสเห็นสายตาที่จับจ้องมองมายังตัวเอง เขาก็เอื้อมมือขึ้นไปถอดแว่นสายตาออกแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินช้าๆเข้ามาหากลุ่มสนทนา

          " เราไม่มีทางรู้หรอกครับว่าผู้ไม่หวังดีคือใคร อาจจะใกล้ตัวหรือไกลตัวจนไม่สามารถคาดเดาได้ " ดวงตาสีฟ้าใสของคนพูดกวาดมองทุกคนก่อนจะมาหยุดอยู่ที่องค์หญิงแห่งเฮเซล ดวงตาคมคู่นั้นฉายประกายแปลกๆที่ทำให้ออสตินต้องขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจกับสายตาของเด็กรุ่นน้องที่บังอาจมองคนของเขาแบบนั้น

           " ฉันว่าเราเลิกคุยเรื่องนี้เถอะ " เสียงเรียบขององค์ชายแห่งออซิสกล่าวขึ้น ดวงตาสีฟ้าสบกับดวงตาสีเดียวกันของรุ่นน้องอย่างต้องการสื่อความหมายบางอย่าง แรเซียสเพียงแต่ยิ้มมุมปาก

           " เพราะมีเรื่องอื่นต้องให้คิดและจับตาดูอีกมากมาย " ออสตินพูดแล้วจ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาของแรเซียส ลูนาริต้ามองทั้งคู่ที่ยืนสบตากันอยู่ พลันคิ้วเรียวก็ขมวดขึ้นน้อยๆแต่แล้วก็บังคับตัวเองให้เลิกสนใจเพราะคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ ส่วนแคชเชอร์ เปออสและอันญ่าได้แต่มององค์ชายแห่งออซิสและเด็กชั้นปีที่หนึ่งอย่างสงสัย เพราะสายตาที่ประสานกันอยู่นั้นเหมือนตอบโต้อะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่สามารถอ่านได้แม้กระทั่งองค์ชายผู้รอบรู้ก็ตาม

            " มีเรื่องอะไรให้ต้องจับตาดูหรือครับ พี่ออสติน " แรเซียสถามแล้วเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ดวงตาฉาบด้วยประกายบางอย่างเพียงเสี้ยววินาทีแล้วเลือนหายไป คนถูกถามเพียงแต่จ้องกลับไปมิได้เอ่ยตอบสิ่งใด แล้วร่างสูงของผู้ถือทินกรทอแสงก็ปลีกตัวเดินไปทางโต๊ะตัวประจำพร้อมสหายทั้งสี่ ทิ้งให้เด็กหนุ่มชั้นปีที่หนึ่งมองตามไป มุมปากกระตุกยิ้มเพียงวูบเดียวแล้วเดินไปรวมกับเด็กชั้นปีเดียวกัน

            " เซลีน...เรื่องภูตนั่นเธอไปอ่านมาจากไหน " แรเซียสถามเพื่อนตัวเองที่กำลังนั่งจิบน้ำผลไม้รอเวลาอาหารเย็น ที่โต๊ะนั้นมีเด็กในความดูแลขององค์ชายแห่งออซิสนั่งอยู่ด้วย หากแต่องค์หญิงแห่งซาลาโมเน่ได้แต่นั่งนิ่งๆ ใช้เพียงดวงตามองการสนทนาของเพื่อนเท่านั้น

            " ในหนังสือเขียนไว้ตั้งหลายเล่ม ลองไปหาอ่านในห้องสมุดดูสิ " คนถูกถามตอบกลับมาแล้วไหวไหล่น้อยๆ แรเซียสเพียงแต่พยักหน้ารับแล้วนั่งลงข้างๆซีโรต้า

            " ซีโรต้า หิวรึยัง " เด็กหนุ่มผู้มีตาสีฟ้าใสถามเพื่อนข้างกาย เธอเพียงแต่ส่ายศีรษะ แต่แล้วคิ้วเรียวก็ขมวดขึ้นน้อยๆ

            " เซลีน เรื่องภูตของพี่ออสตินนั่น เป็นความจริงเหรอ " เด็กสาวเอ่ยถามทั้งๆที่เป็นคนไม่ค่อยพูดสักเท่าไหร่ ดวงตาสีแดงอ่อนมองเพื่อนข้างตัวอย่างสงสัย เพราะเธอเคยได้ยินเรื่องภูตประจำดาบว่า ใครก็ตามที่มีสิ่งนี้คนๆนั้นจะต้องมีพลังในร่างกายที่สูงมาก แล้วผู้ชายคนนั้นก็ดันเป็นรุ่นพี่ประจำตัวของเธอทำให้ดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว

            " จริงสิ ซีโรต้า ถ้าไม่เชื่อไปถามพี่เปออสดูได้เลย " องค์หญิงแห่งครีเวนเอ่ยตอบแล้วพยักเพยิดไปทางรุ่นพี่ของตัวเองที่นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง

            " พี่เปออสก็ต้องตอบเหมือนเธออยู่แล้ว เพราะตอนเธอตอบพี่ฮาวิน พี่เขาไม่แย้งสักนิด แสดงว่าที่้เธอตอบเป็นความจริง " แรเซียสพูดแล้วยิ้มให้เพื่อนทั้งสอง ซีโรต้าพยักหน้าช้าๆ ส่วนเซลีนยิ้มตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่หมายความว่าสิ่งที่เพื่อนพูดถูกต้องที่สุด

             " ว่าแต่ นายใส่แว่นด้วยเหรอ " เซลีนถามแล้วมองของในมือแรเซียสอย่างสงสัย

             " สายตาฉันไม่เหมือนชาวบ้านเลยต้องใส่เวลาอ่านหนังสือน่ะ แต่เวลามองไกลๆไม่มีปัญหาหรอก "

             " แต่ตอนกลางคืนเวลาที่นายอ่านหนังสือฉันไม่เห็นนายใส่เลย " ซีโรต้าพูดพร้อมเอียงคอน้อยๆ เพราะช่วงสองสามทุ่มที่เธอเห็นเขานั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องโถงประจำหลักสูตรนั้นเพื่อนตรงหน้าไม่ได้สวมแว่นตาอย่างที่เห็นในวันนี้ แรเซียสเพียงแต่ยิ้มไม่ได้ตอบอะไรออกมา แล้วจู่ๆเขาก็ชวนเพื่อนทั้งสองคุยเรื่องอื่นแทน

              ห่างออกไปสองช่วงโต๊ะอาหาร องค์รัชทายาทชั้นปีที่สามกำลังนั่งมองน้องในความดูแลของตัวเองด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
 
             " น้องเธอนี่มันแปลกๆนะลูนาริต้า " เปออสเกริ่นขึ้น ดวงตาคมจ้องมองเด็กที่ชื่อแรเซียสแล้วตวัดสายตามามององค์หญิงแห่งเฮเซลเหมือนขอความคิดเห็น

             " ฉันว่าไม่ใช่แปลกอย่างเดียวหรอก ดูเหมือนแรเซียสรู้มากกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ใช่รู้แบบเซลีน น้องของนาย " ที่ลูนาริต้าพูดแบบนี้เป็นเพราะดวงตาของแรเซียสดูเป็นคนลึกลับเหมือนกับว่าเขารู้อะไรหลายๆอย่าง เธอรู้สึกได้ตั้งแต่ตอนที่แรเซียสเรียกชื่อเธอตรงหน้าประตูของโรงเรียนในวันเปิดภาคการศึกษาแล้ว รวมทั้งตอนที่เธอเห็นแรเซียสอุ้มแมวที่ชื่อเนฟ ซึ่งไม่ได้ชื่อเมลต์อย่างที่พวกเธอเคยเรียก แววตาและท่าทางของเขาช่างคุ้นตาเหลือเกินรวมทั้งดูเหมือนดวงตาคู่นั้นซ่อนอะไรเอาไว้ลึกๆ ผิดกับเซลีนที่ดูเหมือนคนรู้มากตามประสาคนชอบอ่านหนังสือ แววตาของทั้งคู่จึงแตกต่างกัน

            " พูดถึงเซลีน...เปออสเอ๋ย นายเจอคู่แข่งเข้าแล้วล่ะ " องค์หญิงแห่งเฮเซลว่าแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้องค์ชายผู้เจอคู่แข่งได้แต่ชักสีหน้าปั้นยาก ทำเอาแคชเชอร์หัวเราะน้อยๆอย่างถูกใจเพราะน้อยครั้งนักที่เพื่อนผู้รอบรู้ของเขาจะมีสีหน้าแบบนี้

            " อะไรจะเหมือนรุ่นพี่ประจำตัวขนาดนี้ " องค์ชายแห่งเอธเธิร์นกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ เปออสจึงถอนใจน้อยๆเหมือนกับปลงได้แล้ว

            " สงสัย...ถึงเวลาที่ฉันต้องวางมือจากวงการแล้วละมั้ง " คำพูดกับสีหน้าที่ดูเหมือนยอมแพ้ของเปออสนั้น ชวนให้ลูนาริต้ากับแคชเชอร์หัวเราะประสานเสียงกันออกมา ทำเอาคนทั้งห้องโถงกษัตริย์หันมามองทั้งคู่เป็นตาเดียว เจ้าคนต้นเสียงทั้งสองจึงรีบเงียบลงพลันแล้วหัวเราะคึกๆอยู่ในลำคอแทน

            อันญ่ามองทั้งคู่แล้วยิ้มกว้างออกมาดูสดใสกว่าที่เคย ทำให้ดวงตาสีเทาเผลอมองค้างไปชั่วขณะหนึ่งซึ่งชั่วขณะนั้นนัยน์ตาสีน้ำเงินก็เบือนมาสบกับเขาพอดี ทำเอาเปออสรีบเสมองไปทางอื่นแทบไม่ทัน แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้...สิ่งที่อันญ่าจะบอกเขาเมื่อช่วงบ่ายคืออะไร แต่ยังไม่ทันได้ฟัง ฮาวินก็วิ่งเข้ามาบอกเสียก่อนว่าออสตินทะเลาะกับเซอคัสอยู่ที่สนามประลองดาบ

            ไวเท่าความคิด องค์ชายแห่งอควาเรียสจึงหันกลับไปอีกครั้ง ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานนิ่ง ริมฝีปากเอ่ยชื่อเธอออกไปเบาๆ

            " อันญ่า " สิ้นเสียงเรียก เจ้าของเสียงหัวเราะทั้งสองก็เงียบลงพลันแล้วหันขวับมามองเพื่อนผู้รอบรู้ ส่วนคนที่ถูกเอ่ยชื่อสะดุ้งน้อยๆก่อนจะค่อยๆหันไปสบตากับเขา ไม่รู้ว่าอันญ่าตาฝาดรึเปล่าที่เห็นดวงตาสีเทากำลังมองมาด้วยประกายตาอันอ่อนโยนจนพวงแก้มใสปรากฏสีเรื่อจางๆอย่างควบคุมไม่ได้

            " ตอนนั้น...เธออยากบอกอะไรฉัน " เขาถามสั้นๆ ดวงตาที่ทอดมองมาเหมือนวิงวอนขอให้เธอตอบ ทำให้คนถูกถามก้มหน้าลงต่ำรู้ดีว่าสิ่งที่เขาถามคืออะไร แต่ ณ ตอนนี้เธอไม่พร้อมที่จะบอกเขาเหมือนตอนนั้นด้วยบรรยากาศและคนมากมายรอบกาย หากพูดออกไปเพื่อนๆจะมองว่าเธอเป็นคนอย่างไร บอกรักคนที่มีเจ้าของแล้วน่ะหรือ มันไม่สมควรเลยสักนิด ที่จริงเธอไม่ควรจะบอกเขาเลยด้วยซ้ำ...และเมื่อคิดทบทวนดีแล้ว อันญ่าก็ส่ายศีรษะช้าๆ

            " ฉันจำไม่ได้แล้วล่ะ " เสียงหวานเอ่ยตอบแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยบีบรัดกันเพราะความอึดอัดและเจ็บปวด มือบางกำเข้าหากันน้อยๆเพื่อข่มความรู้สึกของตัวเอง ส่วนเพื่อนๆที่กลั้นหายใจรอลุ้นกับภาพตรงหน้าถึงกับพ่นลมหายใจออกมาดังพรืด ทำให้เปออสหันขวับไปมองอย่างจับพิรุธ ลูนาริต้ากับแคชเชอร์จึงทำไม่รู้ไม่ชี้เสียอย่างนั้น ส่วนออสตินยังรักษาสีหน้าสงบนิ่งไว้เหมือนเดิม คำปฏิเสธและอากัปกิริยาขององค์หญิงแห่งโพดินเซอร์ทำให้ดวงตาสีเทาปรากฏรอยปวดร้าวก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย...หากแต่ที่หัวใจกลับไม่สามารถกลบรอยร้าวที่เกิดขึ้นได้

            " ไม่เป็นไร เอาไว้นึกออกค่อยบอกก็แล้วกัน " เขาพูดเสียงเรียบแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อเก็บซ่อนสิ่งที่ฉายออกมาจากนัยน์ตา ขณะเดียวกันนั้นแม่บ้านก็ทยอยออกมาเสิร์ฟอาหารมื้อเย็นตามโต๊ะต่างๆทำให้คนชอบกินที่สุดกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีเพราะเจ้าตัวใช้พลังงานไปมากมาย แต่เรื่องภูตประจำดาบของออสตินมาดึงความสนใจของเธอทำให้ลืมหิวไปชั่วขณะ

            " อาหารมาแล้ว " เสียงใสว่า แล้วมือบางก็กางผ้ากันเปื้อนลงบนตักอย่างเร่งด่วน ก่อนจะหยิบช้อนส้อมขึ้นมาเตรียมพร้อมกับการปฏิบัติภารกิจชิ้นสำคัญ ทำให้เพื่อนร่วมโต๊ะพากันส่ายหัวกับท่าทางนั้นด้วยความขบขันระคนเอ็นดู

            เมื่ออาหารวางลงตรงหน้า องค์หญิงแห่งเฮเซลก็ไม่รอช้าสนองความต้องการของท้องไส้ที่ลั่นโครกครากราวกับกำลังประท้วง ลูนาริต้าเอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อนี้เหลือเกิน อีกทั้งยังกินเกินจานที่สองทำเอาอันญ่ามองแล้วเบ้หน้าน้อยๆ เพราะเธอกินแค่จานเดียวก็กลัวน้ำหนักขึ้นจะแย่อยู่แล้ว แต่รูมเมทเธอเล่นจัดการเสียตั้งสามจานแถมยังปิดท้ายด้วยเค้กช็อกโกแลตเหมือนอย่างเคย สุดท้ายเจ้าคนชอบกินก็นั่งลูบพุงตัวเองก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงที่ดูมีความสุขเหลือเกิน

            " อิ่มอร่อยอะไรเช่นนี้ "

            ท่าทางนั้นของลูนาริต้าทำให้ออสตินต้องซ่อนรอยยิ้มอย่างเอ็นดูเหลือเกิน ขณะที่แคชเชอร์เอื้อมมือมายีหัวเธอเบาๆอย่างมันเขี้ยว ส่วนเปออสเพียงแต่ส่ายหัวน้อยๆมองเจ้าตัวยุ่งอย่างนึกขำ

            " ลูนาริต้า " เสียงใสดังมาจากด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อหันไปมองก่อนจะเห็นองค์หญิงแห่งโทบิทยืนอยู่ บนเรือนผมสีม่วงมีผ้าพันแผลติดไว้แต่เห็นไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ พร้อมกันนั้นดวงตาสีน้ำตาลขององค์ชายแห่งเอธเธิร์นก็ฉายประกายบางอย่างออกมาทำให้เปออสที่เผอิญหันมาเห็นเข้าพอดีต้องขมวดคิ้วน้อยๆอย่างสงสัย และเมื่อองค์หญิงแห่งโทบิทกำลังจะเอ่ยถามดวงตาสีม่วงก็เหลือบไปมององค์ชายแห่งออซิสเข้าจึงนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

            " ได้ข่าวว่าออสตินมีภูตประจำดาบเหรอ...เห็นรองเซ่เล่าให้ฟัง " เอวีร่าพูดพร้อมเอียงคอน้อยๆ คนมีภูตประจำดาบจึงพยักหน้ารับ

            " ไม่มีใครเห็นภูตประจำดาบมาตั้งนานแล้วนี่นา มหัศจรรย์จังเลย " เธอว่าก่อนจะเบิกนัยน์ตาขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดต่อ " อ้อ...จริงๆจะมาถามว่า ตกลงอันญ่าว่ายังไง เรื่องเล่นละครน่ะ " องค์หญิงแห่งโทบิทเอ่ยถามพลางเลื่อนสายตาไปมองอันญ่าด้วยรอยยิ้ม รอลุ้นว่าผลสรุปของนางเอกละครเวทีจะลงเอยที่ใครกันแน่ ลูนาริต้าฟังแล้วเพิ่งนึกออกว่าเพื่อนๆกำลังรอผลจากเธออยู่ว่าอันญ่าจะตอบตกลงเล่นละครให้หรือไม่ แต่ยังไม่ทันได้กลับไปรายงานก็เกิดเรื่องทะเลาะกันระหว่างออสตินและเซอคัสเสียก่อน เอวีร่าเองก็เกือบโดนลูกหลงแต่แคชเชอร์ช่วยไว้ได้ทัน เรื่องเลยอีนุงตุงนังรวมทั้งมีภูตประจำดาบเกิดขึ้นเธอเลยลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วขณะ...แต่ลูนาริต้ายังไม่ทันได้อ้าปากตอบคำถามนั้น ร่างบางข้างกายของเธอก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

            " ฉันจะเล่นให้ " สิ้นเสียงหวานขององค์หญิงแห่งโพดินเซอร์ ดวงตาสีแอมิทิสต์ก็เบิกโตเท่าไข่ห่าน

            " จริงเหรอ อันญ่า " เอวีร่าร้องเสียงหลงไม่อยากเชื่อหูสักเท่าไหร่ และนั่นทำให้แอนนิต้าที่คอยเงี่ยหูฟังอยู่ลุกมาจากโต๊ะแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาเช่นกัน

            " อันญ่าจะเล่นละครให้ใช่ไหม " องค์หญิงแห่งกราดิเวียร์เอ่ยถาม ท่าทางตื่นเต้นและดีใจอย่างเห็นได้ชัดจนอันญ่าต้องก้มหน้าลงเล็กน้อยรู้สึกประหม่าที่ดูเหมือนเพื่อนจะให้ความสำคัญกับตัวเองเหลือเกิน

            " เห็นไหม มีแต่คนอยากให้เธอเล่นเป็นนางเอกทั้งนั้นแหละ " ลูนาริต้ากระซิบกับรูมเมท แล้วตบบนหลังมือของเพื่อนเบาๆอย่างให้กำลังใจ แต่ขณะเดียวกันนั้น ดวงตาสีอำพันขององค์หญิงแห่งฟอร์คฟอรีก็ตวัดฉับมามองเพื่อนในวัยเยาว์เมื่อได้ยินคำพูดของแอนนิต้า เธอจ้องอันญ่าเขม็งก่อนจะลุกจากโต๊ะแล้วเดินขึ้นห้องพักเพื่อไปเอาของบางอย่าง

            " เยี่ยมไปเลย คราวนี้ละครของชั้นปีเราจะต้องเพอร์เฟคสุดๆ " แอนนิต้าพูดแล้วมองหน้าอันญ่าสลับกับเปออส นักแสดงนำทั้งสองเพียงแต่ยิ้มรับ

            " งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาเริ่มซ้อมบทกันนะ " เอวีร่าเอ่ยเสียงสดใส ท่าทางกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีม่วงมีประกายระยิบระยับทำให้คนมองคนหนึ่งเผลออมยิ้มกับแววตาของเธอโดยไม่รู้ตัว เปออสเห็นดังนั้นจึงเอาศอกกระทุ้งไปที่แขนเพื่อนเล็กน้อยเหมือนจะเรียกสติทางอ้อม

            " อย่างนี้นายก็อดเป็นพระเอกแล้วสิ " องค์ชายแห่งอควาเรียสหยอกเพื่อนเบาๆ แคชเชอร์จึงหัวเราะเล็กน้อยแล้วหันกลับไปหาเอวีร่าอีกครั้ง

            " เอวีร่า แผลเธอเป็นยังไงบ้าง " เสียงที่เอ่ยถามอ่อนโยนเสียจนคนถามเองยังไม่รู้ตัวเลยว่าเขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ชวนให้องค์ชายอีกสองคนหันมามองหน้ากันอย่างนึกประหลาดใจ แต่อันญ่า ลูนาริต้าและแอนนิต้ากลับหันไปมององค์หญิงแห่งโทบิทอย่างสงสัยระคนห่วงใย

            " เอ๋...เอวีร่าเป็นอะไรเหรอ " องค์หญิงแห่งเฮเซลถาม ดวงตาสีเขียวจ้องมองเพื่อนที่ยืนยิ้มอยู่อย่างรอคอยคำตอบ

            " ฉันหัวแตกน่ะ...ก็ตอนที่แคชเชอร์ช่วยฉันไว้นั่นแหละ หัวคงไปกระแทกก้อนหิน แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเจ็บแล้วละ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ " องค์หญิงแห่งโทบิทเอ่ยพร้อมยิ้มกว้างให้ทุกคน สุดท้ายรอยยิ้มนั้นมาหยุดอยู่ที่แคชเชอร์ องค์ชายผู้อ่อนโยนจึงแย้มรอยยิ้มตอบกลับไป
 
            แล้วเอวีร่ากับแอนนิต้าก็เอ่ยขอตัวกับองค์รัชทายาททั้งห้าพร้อมนัดหมายให้พรุ่งนี้มาซ้อมบทละครหลังเลิกเรียน แต่หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวบรรยากาศที่โต๊ะอาหารก็เปลี่ยนเป็นอึมครึมชวนให้อึดอัดเมื่อร่างบางขององค์หญิงแห่งฟอร์คฟอรีเดินเข้ามาที่โต๊ะ

             " เปออส " ผู้มาใหม่เอ่ยเรียก ดึงความสนใจของคนบนโต๊ะอาหารให้หันไปมองทางเธอ

             " ท่านพ่อฉันฝากมาให้นาย " เสียงหวานเอ่ยบอก มือบางยื่นถุงผ้าใบยาวขนาดย่อมมาให้องค์ชายแห่งอควาเรียส เพื่อนๆทั้งสามจึงหันไปมองของสิ่งนั้น ยกเว้นนัยน์ตาสีน้ำเงินที่เบือนหนีไปทางอื่นอย่างไม่ต้องการเห็นอะไรทั้งสิ้นอีกทั้งตอนนี้มันกำลังพร่ามัวด้วยม่านน้ำตา

             " มันคืออะไร " เสียงทุ้มถามกลับไปพลางมองถุงผ้านั้นด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่คิดว่าการพบกับกษัตริย์แห่งฟอร์คฟอรีเพียงแค่ครั้งเดียว จะทำให้เป็นที่ถูกชะตาจนมีของกำนัลฝากผ่านลูกสาวมาเสียขนาดนี้

             " ก็ลองเปิดดูสิ ท่านพ่อเลือกมาให้นายโดยเฉพาะเลยละ " เสียงใสที่เอ่ยบอกเหมือนตอกย้ำถึงความสนิทสนมระหว่างกันทำให้คนฟังคนหนึ่งถึงกับปวดร้าวในอกและยิ่งย้ำกับตัวเองว่าเธอเป็นได้แค่เพื่อน อีกทั้งให้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะบอกความรู้สึกที่มีต่อเขา และสุดท้ายบังคับให้ตัวเองตัดใจจากเขาเสียที

              และเมื่อถุงผ้าถูกเปิดออก นัยน์ตาหลายคู่ก็ต้องเบิกโตกับกริชคมวาวดูล้ำค่า ด้ามกริชฝังด้วยเพชรพลอยอัญมณีมากมายส่องประกายแวววาว ใบมีดคดแบบลูกคลื่นถูกตีอย่างปราณีตและงดงามสะท้อนแสงไฟในห้องโถงกษัตริย์ ทำให้เปออสหันไปหารองเซ่ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ร่างบางตรงหน้าก็ขัดขึ้นเสียก่อน

              " อ้อ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายด้วย แต่...เป็นการส่วนตัวนะ " รองเซ่พูดแล้วชำเลืองมองอันญ่าเล็กน้อย องค์หญิงแห่งโพดินเซอร์เอาแต่ก้มหน้าไม่มีทีท่าว่าจะหันมามองสักนิด แต่เธอเชื่อว่าโสตประสาทของอันญ่าจะต้องได้ยินสิ่งที่เธอพูดชัดเจนทุกคำ และคำพูดของรองเซ่ก็ทำให้เปออสหันไปมองอันญ่าเพียงครู่เดียวก่อนจะลุกตามองค์หญิงแห่งฟอร์คฟอรีไปแต่โดยดีเพราะเขาเองก็มีเรื่องต้องคุยกับองค์หญิงผู้นี้เช่นกัน ทั้งคู่เดินไปคุยตรงริมห้องโถงกษัตริย์ห่างจากโต๊ะไปไม่ไกลทิ้งให้เพื่อนอีกสามคนนั่งมองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

              " ลูนาริต้า " เสียงเรียกเบาๆจากรูมเมททำให้เจ้าของชื่อหันมา ดวงตาสีเขียวหมองลงทันที เพราะเพื่อนข้างกายเอาแต่ก้มหน้า มือบางสั่นไหวจนเห็นได้ชัด

              " ฉันอยากขึ้นห้องแล้ว " เสียงอันญ่าสั่นเครือจนปิดไม่มิด ทำให้ออสตินหันมามอง แต่แคชเชอร์ยังคงจับจ้องมองอยู่ที่เพื่อนผู้รอบรู้และคอยดูว่าองค์หญิงแห่งฟอร์คฟอรีจะทำอะไรอีก

              " ไปสิ " ลูนาริต้าตอบรับแล้วเงยหน้ามองเพื่อนอีกสองคนก่อนจะเห็นว่าออสตินมองอันญ่าอยู่ ดวงตาสีฟ้าเบือนมาสบกับดวงตาสีเขียวเหมือนต้องการจะถามอะไรสักอย่าง แต่ลูนาริต้าไม่เปิดโอกาสให้แม้แต่น้อย

              " แคชเชอร์ ออสติน...ฉันกับอันญ่าขึ้นห้องก่อนนะ " สิ้นคำบอกกล่าว ร่างบางขององค์หญิงทั้งสองก็ลุกจากโต๊ะไปทันทีทิ้งให้คนที่เหลือหันมามองหน้ากันเอง และน่าเสียดายที่องค์หญิงแห่งโพดินเซอร์ขึ้นห้องไปเสียก่อนจึงไม่ทันได้เห็นว่า องค์ชายแห่งอควาเรียสปฏิเสธของกำนัลจากกษัตริย์แห่งฟอร์คฟอรี

              " ขอโทษทีนะ รองเซ่ แต่ฉันคงรับไว้ไม่ได้จริงๆ แล้วก็ฝากขอโทษท่านพ่อเธอด้วย " เปออสปฏิเสธด้วยความนุ่มนวลเพื่อไม่ให้เป็นการทำร้ายน้ำใจของผู้ให้และผู้รับฝากมาให้

              " ท่านพ่อบอกว่ากริชอันนี้น่าจะเหมาะกับนายเลยฝากมาให้...ฉันคิดไว้แล้วว่านายคงไม่รับ และก็เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆด้วย " รองเซ่เอ่ยด้วยรอยยิ้มดูไม่มีพิษสงใดๆทั้งสิ้นทำให้เธอดูเป็นเพียงองค์หญิงผู้น่ารักอ่อนหวานคนหนึ่ง

              " ขอโทษจริงๆนะ " เขาบอกอีกครั้งแล้วยื่นของในถุงผ้ากลับไป องค์หญิงแห่งฟอร์คฟอรีรับไว้แต่โดยดี

              " ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจ ก็อย่างว่าแหละนะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆอย่างที่ท่านพ่อเข้าใจนี่นา " เธอว่าแล้วไหวไหล่น้อยๆ ดูไม่ใส่ใจกับท่าทางของเปออสสักเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่เธอสนใจจริงๆคือผู้หญิงอีกคนหนึ่งมากกว่า...ป่านนี้คงนอนร้องไห้อยู่ข้างบนแล้วกระมัง

              " ฉันจะเก็บมันไว้เองก็แล้วกัน รอถึงวันที่สมควรแล้วฉันค่อยเอาไปคืนท่านพร้อมกับเหตุผล " รองเซ่กล่าวต่อแล้วยิ้มให้เปออสเล็กน้อยก่อนจะขอตัวขึ้นห้องพัก ทิ้งให้องค์ชายแห่งอควาเรียสมองตามไปพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อโต๊ะอาหารในตอนนี้เหลือเพียงออสตินและแคชเชอร์ที่กำลังมองมาทางเขาด้วยแววตาไม่พอใจ หากแต่องค์หญิงอีกคนที่เขาหวังว่าหันไปแล้วจะได้พบกลับไม่เหลือแม้เพียงเงา ดวงตาสีเทาปรากฏรอยหม่นเศร้าในทันที

              " อ้าว ! สรุปไม่รับหรอกเหรอ " แคชเชอร์ถามเมื่อร่างสูงของเพื่อนเดินกลับมาที่โต๊ะ เปออสจึงพยักหน้าเนือยๆให้

              " นายก็รู้ไม่ใช่เหรอ ถ้ารับแล้วหมายความว่าอะไร " องค์ชายแห่งอควาเรียสถามกลับไป คนฟังจึงโคลงหัวเล็กน้อยรู้ดีว่าการรับของกำนัลมาจากใครนั่นก็หมายถึงรับไมตรีจิตจากทางนั้น และเสมือนบอกเป็นนัยด้วยว่ามีความสัมพันธ์กับคนรับฝากมาให้ในขั้นที่ไม่ธรรมดา เพราะตามธรรมเนียมแล้วกษัตริย์ไม่นิยมฝากของผ่านลูกสาวหากคนๆนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับธิดาของตน

              " แล้วคิงฟอร์คฟอรีคิดไงถึงฝากกริชมาให้นาย " องค์ชายผู้อ่อนโยนถามอีก

              " ก็คงถูกชะตาจากตอนที่เจอกันในงานกาลาดินเนอร์คราวนั้นแหละ ฉันดันไปวิจารณ์เรื่องการเมืองได้ถูกใจท่านเข้าน่ะสิ " เปออสตอบมาท่าทางเหมือนแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ นัยน์ตาหม่นหมองจนคนมองรับรู้ได้ว่าเพื่อนกำลังกลุ้มใจไม่น้อย แต่การสนทนานั้นทำให้ออสตินทำหน้ายุ่งๆไม่เข้าใจเรื่องที่เพื่อนคุยกันสักเท่าไหร่

              " งานกาลาดินเนอร์อะไร " คำถามเรียบๆจากองค์ชายแห่งออซิสทำให้ทั้งสองนึกขึ้นได้ว่า ตอนนั้นออสตินและลูนาริต้ายังอยู่ที่ดินแดนซาตาน แคชเชอร์จึงทำหน้าที่เล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบว่าไปงานนี้เพราะรองเซ่ต้องการคู่เต้นรำ เปออสจึงไปเป็นคู่ให้และเขาก็คู่กับเอวีร่า ส่วนอันญ่าไม่ได้ไปด้วย พอไปถึงงาน เปออสกลับต้องเล่นละครเป็นคนรักให้รองเซ่เพราะองค์หญิงแห่งฟอร์คฟอรีไม่อยากหมั้นกับองค์ชายของรัฐเมอร์นิชจึงกุเรื่องขึ้นมาว่ามีคนรักแล้ว เลยเป็นเหตุให้กษัตริย์แห่งฟอร์คฟอรีถูกชะตากับเปออสเข้าจากการพูดคุยครั้งนั้น

               ออสตินฟังแล้วชักเริ่มเอะใจรวมทั้งสงสัยในท่าทางของอันญ่า เพราะทุกครั้งที่เปออสคุยกับรองเซ่ องค์หญิงแห่งโพดินเซอร์จะมีท่าทางแบบเมื่อครู่ และถ้าหากเขาเดาไม่ผิดเรื่องนี้ต้องมีการเข้าใจอะไรผิดสักอย่าง

              " นี่ถ้าเป็นของจากกษัตริย์โพดินเซอร์ นายคงไม่ปฏิเสธใช่ไหมละ " แคชเชอร์เอ่ยหมายจะหยอกเพื่อน แต่กลับทำให้สีหน้าขององค์ชายผู้รอบรู้หม่นเศร้าดูทุกข์โศกมากขึ้นไปอีก

              " มันคงไม่มีทางเป็นไปได้หรอก " เปออสพูดเบาๆแล้วจมอยู่กับห้วงคิดของตัวเองเพียงคนเดียว องค์ชายแห่งเอธเธิร์นได้แต่ยิ้มจืดเจื่อนรู้สึกผิดที่ตอกย้ำความทุกข์ของเพื่อน ส่วนออสตินเพียงแต่ตบไหล่เขาเบาๆพลางนึกในใจว่าจะต้องรู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้ให้ได้

                                                                                --------------------------

             เสียงวิหคนกน้อยลอยเข้ามาทางหน้าต่างที่แสงสีส้มอ่อนๆของพระอาทิตย์สาดส่องเข้ามาเช่นกันเสมือนเอ่ยคำทักทายในเช้าวันใหม่ หากแต่เช้าวันนี้องค์หญิงแห่งเฮเซลที่ขึ้นชื่อว่าขี้เซานักหนากลับต้องทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกให้องค์หญิงผู้เป็นรูมเมทที่เหนื่อยเพราะเอาแต่ร้องไห้ทั้งคืนจนหลับไป ส่วนเธอเองก็หลับไม่สนิทเอาเสียเลย เดี๋ยวหลับเดี๋ยวตื่นจึงลุกจากเตียงก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าเสียด้วยซ้ำ

             คาบเรียนในวันนี้มีเพียงวิชาการใช้พลังเวท ส่วนตอนบ่ายเป็นคาบว่างซึ่งเอวีร่าได้นัดเพื่อนๆให้มาซ้อมบทละครด้วยกัน

            " อันญ่า ตื่นไหวไหม " ลูนาริต้าเขย่าแขนเพื่อนเบาๆ เพียงครู่เดียวเปลือกตาของรูมเมทก็ขยับก่อนจะเผยอขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินที่บวมช้ำ ร่างที่นอนอยู่บนเตียงพยักหน้าน้อยๆแล้วลุกขึ้นมานั่งเหม่อมองผ้าห่ม

            " อาบน้ำเถอะ จะได้ไปเรียนกัน " องค์หญิงแห่งเฮเซลพูดพร้อมลูบไหล่เพื่อนเบาๆ ดวงตาสีน้ำเงินคู่สวยยังคงปรากฏรอยเจ็บปวดให้เห็นอย่างเด่นชัด ชวนให้ลูนาริต้านึกอยากบอกเปออสให้รู้ไปเลยว่ารูมเมทของเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา ถ้าทำได้เธอจะเอาดาบจ่อคอหอยแล้วบังคับให้เปออสมาชอบอันญ่าให้รู้แล้วรู้รอด...แต่มันก็เป็นแค่ความคิดไร้สาระของเธอ ในเมื่อความเป็นจริงเธอไม่สามารถช่วยรูมเมทของเธอได้เลย ทำได้เพียงแค่กอดปลอบ ให้กำลังใจและคอยอยู่เคียงข้างเท่านั้นเอง

            ร่างบางขององค์หญิงแห่งโพดินเซอร์ลุกขึ้นจากเตียงช้าๆก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป เพียงไม่นานก็เดินออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวห่อหุ้มกาย แม้ผิวพรรณภายนอกจะเนียนละเอียดผุดผ่องหากแต่ช่างขัดกับจิตใจและใบหน้าหวานเหลือเกิน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นมันช่างหม่นหมองจนคนมองยังพลอยเศร้าไปด้วย

            เมื่อแต่งตัวเสร็จองค์หญิงทั้งสองก็ลงมาจากห้องพักก่อนจะเดินไปร่วมโต๊ะกับองค์ชายอีกสามคน หนึ่งในสามคนนั้นก็มีอาการไม่แตกต่างจากอันญ่าสักเท่าไหร่ องค์ชายผู้รอบรู้ที่ปกติจะต้องส่งเสียงทักทายพร้อมคำหยอกกลับนั่งกินข้าวไปเรื่อยๆดูเหมือนคนไร้จิตวิญญาณ ลูนาริต้าได้แต่มองเพื่อนผู้รอบรู้อย่างสงสัยก่อนจะจับรูมเมทให้นั่งลงข้างองค์ชายแห่งอควาเรียส อันญ่านั่งลงแต่โดยดีแล้วหยิบขนมปังจากจานใหญ่มาวางไว้ในจานของตัวเอง ดวงตาสีเทาชำเลืองมองมือบางที่ถือมีดเตรียมตัดขนมปังไว้ นึกอยากเอื้อมไปสัมผัสเบาๆอย่างที่เมื่อก่อนเขาเคยทำได้ เขาอยากกุมมือเธอไว้แล้วบอกสิ่งที่อัดอั้นเอาไว้ในใจมานานแสนนาน...

             " อันญ่า " เสียงทุ้มจากร่างสูงข้างกายทำให้อันญ่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ในห้วงฝัน ดวงตาสีน้ำเงินเหม่อลอยไปไกลแสนไกล คิดว่าเสียงเมื่อครู่คงเป็นเพราะเธอหูฝาด

             " อันญ่า เปออสเรียก ได้ยินไหม " แคชเชอร์ทักมา ทำให้คนถูกเรียกสะดุ้งน้อยๆแล้วค่อยๆหันไปมองเขา พยายามกักเก็บแววตาที่แท้จริงของตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เขาล่วงรู้ความในใจ ดวงตาคู่คมจ้องเข้ามาในดวงตาสีน้ำเงินเนิ่นนานแต่แล้วก็จำต้องพูดบางสิ่งบางอย่างออกมา

             " ท่องบทละครแม่นรึยัง " เขาสรรหาเรื่องชวนคุยพลางตักอาหารเข้าปาก เธอเพียงแต่ส่ายหัวน้อยๆไม่ตอบสิ่งใด อันญ่าหันกลับมาหั่นขนมปังในจานก่อนจะจิ้มเข้าปาก และเพียรบอกตัวเองในใจว่าให้หยุดความรู้สึกทุกอย่างลงได้แล้ว...ร่างสูงข้างกายที่ห่างเพียงเอื้อมมือ แต่หัวใจของเขามันไกลเกินที่จะเอื้อมคว้าให้มาเป็นของตัวเอง ทุกอย่างที่เขาทำให้ ความอ่อนโยนที่เขามอบให้ ความห่วงใยและอะไรต่างๆนานาที่ส่งมาให้เธอ...มันก็แค่ความหวังดีและมิตรภาพของเพื่อนเท่านั้น เลิกคิดว่าเขารู้สึกพิเศษกับเธอเสียที เลิกฝันล้มๆแล้งๆเสียที

             " ฉันก็ยังจำไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ " เปออสพูดเบาๆแล้วก้มหน้าลงกินอาหารต่อ นึกอยากเพิ่มบทสนทนาให้มากกว่านี้แต่ไม่รู้จะชวนคุยอะไรในเมื่ออีกคนดูเหมือนไม่อยากคุยกับเขาเลยสักนิด และภาพของทั้งสองก็ทำให้เพื่อนร่วมโต๊ะนึกกลุ้มใจแทน หากแต่ดวงตาสีฟ้าที่จับสังเกตอากัปกิริยาของทั้งสองกลับฉายแววแปลกๆออกมา

             เมื่อเวลาอาหารเช้าสิ้นสุดเด็กนักเรียนหลักสูตรกษัตริย์และนักเรียนหลักสูตรผู้ใช้เวทชั้นปีที่สามก็เดินลงสู่สนามเพื่อเข้าเรียนวิชาการใช้พลังเวทซึ่งดำเนินการสอนโดยอาจารย์กราเซียเช่นเคย เป็นที่น่าแปลกใจสำหรับออสตินว่า อาจารย์ไม่ถามเขาเรื่องภูตประจำดาบแม้แต่น้อย ซึ่งเขาคิดว่าอาจารย์น่าจะใส่ใจหรือไต่ถามสักนิด หรือเป็นเพราะอาจารย์กราเซียประจำอยู่ในหลักสูตรผู้ใช้เวทจึงไม่คิดจะเข้ามายุ่งกับนักเรียนหลักสูตรอื่นก็เป็นได้

             " สวัสดี นักเรียนทุกคน...วันนี้เราจะมาเรียนคาถาที่ชื่อว่า บิอาลเมอร์ ใครตอบครูได้บ้างว่ามันคือคาถาอะไร " สิ้นเสียงอาจารย์ มือขององค์หญิงแห่งเฮเซลก็ยกขึ้นทันทีแต่แล้วคิ้วเรียวก็ขมวดน้อยๆรู้สึกแปลกใจที่องค์ชายแห่งอควาเรียสไม่ยกมือขึ้นมาพร้อมกับเธอเหมือนทุกครั้ง...สงสัยคงไม่มีอารมณ์จะแข่งกับเธอแล้วกระมัง

             " ลูนาริต้า เชิญ "

             " เป็นคาถาย่อส่วนค่ะ เอาไว้ลดขนาดสิ่งที่เราต้องการ " เสียงใสเอ่ยตอบ อาจารย์จึงพยักหน้ารับพร้อมกระแอมไอเล็กน้อย

             " อย่างที่ลูนาริต้าตอบเมื่อครู่ บิอาลเมอร์คือคาถาย่อส่วน ใช้ลดขนาดสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะต้นไม้ใบหญ้าสัตว์ปีกหรือแมลงที่บินผ่านไปมา " แต่แล้วเซอคัสก็ยกมือขึ้น อาจารย์กราเซียจึงกดหน้าลงเป็นเชิงให้ถามได้

             " แล้วสามารถใช้ย่อร่างกายของมนุษย์ให้เล็กลงได้ไหมครับ " เขาถาม ดวงตาสีดำสนิทมองมายังนักเรียนหญิงต่างหลักสูตรเพียงเสี้ยวนาทีแต่ก็ต้องเบือนไปมองอาจารย์ผู้สอนอย่างตัดใจ

             " ใช้ได้ แต่ต้องอาศัยพลังจากฝ่ามือในจำนวนที่มากกว่าปกติ ฉะนั้นครูจะยังไม่สอนให้...ในขั้นต้นครูขอให้พวกเธอย่อส่วนต้นไม้เสียก่อน หากฝึกจนชำนาญแล้วครูจะสอนให้ลดขนาดอย่างอื่นตามลำดับ " อาจารย์กราเซียกล่าว ก่อนจะเริ่มต้นสอนการเสกคาถาบิอาลเมอร์ คาถานี้ไม่ใช่คาถาทำลายล้างเหมือนอย่างที่เคยเรียนมาในชั้นปีที่หนึ่งและสอง แต่เป็นคาถากึ่งเวทมนตร์ที่ต้องอาศัยสมาธิพอสมควร รวมทั้งพลังที่เรียกมารวมกันตรงจุดกึ่งกลางของฝ่ามือต้องมั่นคงแน่วแน่พร้อมกับส่งพลังออกไป ในขณะเดียวกันดวงตาและจิตใจต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งที่หมายจะย่อส่วน เมื่อพลังตกกระทบที่สิ่งนั้นควันสีขาวจะปรากฏขึ้นรอบๆ เพียงครู่เดียว สิ่งนั้นจะเล็กลงเหลือเพียงเศษหนึ่งส่วนห้าจากขนาดเดิม

               เมื่อการสอนในเชิงทฤษฎีเสร็จสิ้นอาจารย์จึงเริ่มสาธิตให้ดู ไม่ว่าฝ่ามือของคนเป็นอาจารย์จะหันไปทางใด ต้นไม้ตรงนั้นก็พลันเล็กลง นกที่บินผ่านไปมาก็ถูกคาถานี้ด้วยเช่นกันทำให้เหลือตัวกระจ้อยร่อย เรียกเสียงหัวเราะจากนักเรียนทั้งสองหลักสูตรได้เป็นอย่างดี จากนั้นอาจารย์ก็ปล่อยให้นักเรียนแยกย้ายไปฝึกคาถากับต้นไม้ที่เสกขึ้นด้วยเวทมนตร์

              " อันญ่า มาทางนี้ " ลูนาริต้าเรียกรูมเมทที่ยืนเหม่ออยู่ก่อนจะจูงมือไปอีกด้านของฝั่งสนาม แยกตัวออกมาจากองค์ชายผู้เป็นเพื่อนทั้งสาม แล้วทั้งคู่ก็เริ่มฝึกคาถาด้วยกัน แน่นอนว่าการท่องคาถาและการย่อส่วนต้นไม้ในครั้งแรกย่อมไม่เป็นผลสำเร็จ แต่อีกไม่กี่ครั้งถัดมา ลูนาริต้าก็รู้สึกได้ว่ามีพลังที่มองไม่เห็นเคลื่อนออกจากฝ่ามือของเธอ แต่แล้วก็พลันหายไป ลูนาริต้าจึงลองอีกครั้งในขณะที่อันญ่าเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน จนในที่สุดคาถาพลังเวทบิอาลเมอร์ก็ย่อส่วนต้นไม้ตรงหน้าได้สำเร็จ เมื่อบรรลุจุดมุ่งหมายแล้ว องค์หญิงรัชทายาททั้งสองจึงเริ่มฝึกฝนให้ชำนาญ

              " บิอาลเมอร์ " เสียงหวานขององค์หญิงแห่งเฮเซลเอ่ยแผ่วเบาแล้วกางฝ่ามือไปทางนกตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ พลังสีใสพุ่งหวือไปทางนั้นพลันควันสีขาวก็ฟุ้งกระจาย ก่อนจะพบว่านกตัวนั้นมีขนาดเล็กลงจนสามารถนอนอยู่ในอุ้งมือได้ ลูนาริต้าหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างถูกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้สึกสงสารมันขึ้นมา เธอจึงถือมันไปให้อาจารย์กราเซีย อาจารย์รู้สาเหตุที่นักเรียนผู้สูงศักดิ์เอานกตัวน้อยมาให้ เธอจึงหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาแล้วชี้ไปบนเจ้าปักษาตัวจ้อย ควันสีขาวฟุ้งกระจายอีกครั้งมันก็กลับร่างเดิมแล้วโผบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

              " ใครย่อส่วนอะไรแล้วต้องการให้มันคืนสู่สภาพเดิม ให้มาบอกครู " อาจารย์ประกาศดังก้องไปทั่วบริเวณ คราวนี้เหล่านักเรียนจึงพากันลดขนาดสิ่งของกันอย่างสนุกสนาน จนทำให้อาจารย์ต้องเดินไปทางนั้นทีทางนี้ทีเพื่อแก้คาถาให้ การแก้คาถายังยากเกินไปสำหรับนักเรียนอาจารย์จึงยังไม่สอนให้ เพราะการแก้บิอาลเมอร์ต้องใช้พลังในปริมาณสูงพอๆกับการย่อร่างกายมนุษย์ ดังนั้นจึงต้องค่อยๆสอนไปทีละขั้น

              " น่าจะเสกให้คนตัวเล็กลงได้เนาะ " อันญ่าพูดแล้วมองดอกไม้ในมือสามสี่ดอกที่เหลือขนาดอยู่เพียงนิดเดียวก่อนจะโปรยขึ้นไปบนศีรษะของลูนาริต้า พร้อมกับที่สายลมพัดผ่านมา ดอกไม้ดอกน้อยจึงลอยพลิ้วไปบนอากาศที่เวิ้งว้างก่อนจะปลิวไปตกอยู่ที่ปลายเท้าของใครคนหนึ่ง หากแต่องค์หญิงแห่งโพดินเซอร์มิได้สนใจว่าดอกไม้ไปตกอยู่ที่ใด ยังคงเสกนู่นเสกนี่ฝึกคาถาไปเรื่อยๆ แต่องค์หญิงแห่งเฮเซลมองตามไปทางนั้นจึงเห็นองค์ชายแห่งอควาเรียสก้มเก็บดอกไม้ที่อันญ่าย่อส่วนขึ้นมา คิ้วเรียวขมวดขึ้นน้อยๆชักสงสัยร่องรอยในดวงตาสีเทานั่นเสียแล้ว แต่แล้วเจ้าตัวก็อมยิ้มเจ้าเล่ห์คิดอะไรแผลงๆขึ้นมาหากแต่ไม่มีใครสังเกตเห็น

               " อันญ่า มานี่ๆ ลองย่อขนาดต้นไม้ต้นนั้นสิ " เจ้าตัวว่าแล้วชี้ไม้ชี้มือไปทางต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆกับใครคนหนึ่งซึ่งอันญ่าเห็นแล้วส่ายศีรษะทันที

              " ไม่เอาหรอก เปออสยืนอยู่ตรงนั้น " เสียงใสปฏิเสธมาเมื่อกลัวว่าคาถาของตัวเองจะพลาดไปโดนเขาเข้า

              " ระดับคาถาที่อาจารย์สอนยังย่อขนาดของมนุษย์ไม่ได้เสียหน่อย " ลูนาริต้าแย้งมาแล้วคะยั้นคะยอให้เพื่อนใช้คาถากับต้นไม้ต้นนั้น อันญ่าลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสมาธิเตรียมใช้บิอาลเมอร์ และเมื่อฝ่ามือบางหันไปทางต้นไม้ต้นนั้น พลันองค์หญิงแห่งเฮเซลก็ใช้พลังบางอย่างของตัวเองเบี่ยงทิศทางคาถาของอันญ่ารวมทั้งผสานคาถาของตัวเองเข้าไปด้วย ทำให้คาถาบิอาลเมอร์พุ่งตรงไปยังร่างสูงขององค์ชายแห่งอควาเรียส พลันควันสีขาวก็ฟุ้งกระจายจนปกคลุมร่างสูงเสียหมดสิ้น อันญ่ายกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจแล้ววิ่งเข้าไปทางนั้นทันที และเมื่อควันสีขาวจางลง แคชเชอร์ถึงกับร้องเสียงหลง

              " เฮ้ย !! เปออส " เสียงเรียกนั้นทำให้ออสตินหันมามองเช่นกัน ก่อนจะเห็นร่างสูงสง่าขององค์ชายผู้รอบรู้ที่บัดนี้มีขนาดไม่ต่างไปจากตุ๊กตา ร่างกายของเปออสเหลือความสูงประมาณแค่สองฝ่ามือเท่านั้น

              " ปะ...เปออส " อันญ่าร้องเสียงเครือแล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเขา ทำให้เจ้าของชื่อค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองร่างบางตรงหน้าที่เมื่อก่อนเขาสามารถโอบกอดเอาไว้ด้วยแขนสองข้าง แต่บัดนี้ร่างของเธอใหญ่เกินไปสำหรับเขา ทำเอาเปออสตกใจไปชั่วขณะก่อนจะตระหนักดีว่าตัวเองโดนคาถาเข้าให้แล้ว มือบางของอันญ่าประสานไว้ตรงหน้าอกท่าทางร้อนรนแล้วเธอก็หันไปหาอาจารย์กราเซียหมายจะให้ช่วยเหลือ เมื่ออาจารย์เดินเข้ามาก็ต้องแปลกใจเพราะระดับพลังที่สอนไปนั้นยังไม่สามารถเปลี่ยนร่างกายของมนุษย์ได้

             " ใครเป็นคนเสกคาถา "

             " นะ...หนูค่ะ " องค์หญิงแห่งโพดินเซอร์ตอบเสียงสั่นแล้วมองเปออสอย่างรู้สึกผิด อาจารย์เพียงแต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะใช้ไม้กายสิทธิ์ชี้ไปบนร่างของเปออส แต่แล้วทุกอย่างก็นิ่งเฉย คาถาบิอาลเมอร์ไม่สามารถแก้ไขได้ อาจารย์กราเซียจึงนั่งลงแล้วเข้ามาดูเปออสใกล้ๆชวนให้สงสัยมากขึ้นไปอีก

             " นี่เธอลงผนึกเวทไว้ด้วยเหรอ ทำไมครูแก้คาถาไม่ได้ " คำกล่าวของอาจารย์ทำให้อันญ่ายิ่งตัวสั่น รวมทั้งคนถูกคาถายิ่งหน้าถอดสี แต่กลับมีใครคนหนึ่งที่ต้องกลั้นรอยยิ้มเอาไว้อย่างสุดความสามารถเมื่อเห็นใบหน้าขององค์ชายผู้รอบรู้ในยามนี้

             " หนูเปล่านะคะ หนูไม่ได้ผนึกเวท หนูแค่จะย่อขนาดต้นไม้เท่านั้นเองค่ะ แต่กะระยะไม่ดีเลยพลาดมาโดนเปออสน่ะค่ะ " ใบหน้าหวานซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัดคิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง เพราะสิ่งที่อาจารย์บอกหมายถึงว่าคาถาบิอาลเมอร์ถูกลงเวทซ้อนทับไว้ไม่ให้คนอื่นแก้เวทได้ ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำเลยสักนิด มันคงต้องเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นแน่นอน

              อาจารย์ฟังแล้วยิ่งสงสัยรวมทั้งพยายามแก้เวทเท่าไหร่บิอาลเมอร์ก็ไม่คลายออก ทำให้คนเป็นอาจารย์ส่ายหัวอย่างหมดหนทางเพราะดูเหมือนการผนึกเวทจะแน่นหนากว่าปกติ

              " เอาอย่างนี้ เธอคงต้องทนอยู่ในสภาพนี้สักพัก ครูจะไปหาวิธีแก้คาถามาให้เร็วที่สุด " อาจารย์บอกทั้งเปออสและอันญ่า องค์ชายตัวขนาดสองฝ่ามือจึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำใจ

              " ขอบคุณอาจารย์มากๆครับ " เขาพูดมา หากแต่เสียงของเปออสดังไม่ต่างไปจากขนาดตัว อาจารย์จึงต้องยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อฟังให้ชัด เมื่ออาจารย์เดินจากไปพร้อมปล่อยนักเรียนหลังเลิกคาบ อันญ่าก็ได้แต่นั่งมองเปออสอยู่กับพื้นหญ้า ดวงตาสีน้ำเงินคลอหน่วยมองร่างขนาดเท่าตุ๊กตาอย่างรู้สึกผิด ลืมสิ้นความเศร้าหมองในหัวใจที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ความคิดที่จะอยู่ให้ห่างจากเขาจึงถูกยกเลิกไปชั่วคราว

             " ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่ได้ผนึกเวทด้วยนะ " อันญ่าบอกเขาแล้วทำท่าเหมือนอยากจะอุ้มเปออสขึ้นมา แต่ก็ชะงักมือแล้วหันไปหาแคชเชอร์เหมือนจะให้ช่วย องค์ชายแห่งเอธเธิร์นจึงเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงข้างๆ แต่เปออสยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้อง

             " ฉันไม่น่าให้เธอลองคาถากับต้นไม้ต้นนั้นเลย " ลูนาริต้าบอกแล้วถอนหายใจออกมาทำท่าทางเหมือนรู้สึกผิดไปด้วย ช่างขัดกับใบหน้าอีกด้านที่กำลังแย้มรอยยิ้มอย่างสะใจเหลือเกิน หากแต่อาการนั้นกลับทำให้เปออสจับสังเกตได้ทันที นัยน์ตาสีเทาหรี่ลงน้อยๆรู้แล้วว่าคาถาบิอาลเมอร์ทำไมถึงมีพลังย่อร่างกายมนุษย์ได้ เป็นเพราะการผสานพลังระดับปกติถึงสองเท่า และเขาก็ยังรู้อีกด้วยว่าใครเป็นคนผนึกเวท...ก็ไอ้เจ้าตัวดีที่แสร้งทำหน้าเศร้าอยู่นี่อย่างไร
 
             " ไม่ใช่ความผิดเธอซะหน่อย เพราะฉันกะระยะพลาดต่างหาก " องค์หญิงแห่งโพดินเซอร์แย้งก่อนจะหันกลับมาหาองค์ชายแห่งอควาเรียสอีกครั้ง

             " ฉันขอโทษจริงๆนะ เปออส ฉันไม่ได้ตั้งใจ " อันญ่าบอกแล้วยกมือไหว้เขาปลกๆ ทำให้องค์ชายร่างเท่าตุ๊กตาเดินเข้ามายืนตรงเข่าของอันญ่า มือของเขาแตะที่เข่าของเธอเบาๆ

             " ไม่เป็นไร " เขาพูดเสียงดัง แต่อันญ่าได้ยินเหมือนแค่เสียงกระซิบเท่านั้น ยิ่งทำให้ใบหน้าหวานเบ้ไปเล็กน้อยทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ด้วยรู้สึกสงสารเขาเพราะเธอไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องแบบนี้ แล้วถ้าอาจารย์แก้คาถาไม่ได้เปออสไม่ต้องกลายเป็นแบบนี้ตลอดไปหรอกหรือ

             " แล้วคราวนี้จะทำยังไงละเนี่ย " แคชเชอร์ถามมาแล้วชักสีหน้าปั้นยาก ส่วนออสตินเพียงแต่มององค์หญิงแห่งเฮเซลอย่างพิจารณา เพราะสีหน้าที่ดูเหมือนเสียใจหากแต่มันขัดกับดวงตาสีเขียวจนเขาชักพอเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว...ทำไมเจ้าตัวยุ่งของเขาถึงชอบก่อเรื่องวุ่นวายนักนะ

             " เปออสก็ต้องเป็นแบบนี้ไปก่อนจนกว่าอาจารย์จะแก้คาถาได้นั่นแหละ " ลูนาริต้าว่ามาแล้วนั่งยองๆลงข้างอันญ่า จู่ๆดวงตาสีเขียวก็ฉายประกายวาบเหมือนสิงโตเห็นลูกกวางอย่างไรอย่างนั้น ทำให้คนตัวขนาดเท่าตุ๊กตาเสียวสันหลังขึ้นมากลัวว่าเจ้าตัวดีจะทำอะไรอีก ในเมื่อเขาเหลือตัวแค่นี้จะสู้อะไรกับใครได้

             " ตัวนายเท่านี้เอง ตบทีเดียวคงกลิ้งไปไหนต่อไหนแล้วแน่ๆเลย " องค์หญิงแห่งเฮเซลพูดแล้วมองเปออสด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่เพียงเท่านั้นยังยกมือขึ้นหมายจะทำในสิ่งที่พูด หากแต่อันญ่าห้ามเสียงหลงพร้อมเอามือกันตัวเปออสไว้ด้วย ทำให้ออสตินเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งในทันที รู้แล้วว่าลูนาริต้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

             " อย่าทำอะไรเปออสนะ ลูนาริต้า " เสียงห้ามปนความขอร้องนั้นทำให้คนถูกคาถาบิอาลเมอร์รู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ มือบางที่ป้องเอาไว้กันการประทุษร้ายจากลูนาริต้ามีกลิ่นหอมอ่อนๆซึ่งเขาเผลอสูดเข้าไปเสียเต็มปอด

             " ดีนะที่อันญ่าห้ามไว้ ไม่งั้น...หึหึ " เจ้าตัวว่าแล้วมองเปออสอย่างเป็นต่อ องค์ชายแห่งอควาเรียสจึงได้แต่ชี้มือมาอย่างคาดโทษ หากแต่มันช่างน่าขันในสายตาของลูนาริต้าเหลือเกิน เปออสกัดฟันกรอดๆอย่างนึกโมโหตั้งท่าจะตะโกนออกไปว่าตัวต้นเหตุคือใคร แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อลูนาริต้าพูดอีกประโยคหนึ่งขึ้นมา

             " จะว่าไปแล้ว...เธอเป็นคนทำให้เปออสกลายเป็นแบบนี้ เธอต้องรับหน้าที่ดูแลเปออสนะ จะได้ไถ่โทษในสิ่งที่ตัวเองทำไง " องค์หญิงตัวยุ่งพูดแล้วจับไหล่เพื่อนไว้ ทำให้อันญ่าก้มมองเปออสเพียงเล็กน้อยแล้วพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย มือบางเอื้อมไปคว้าร่างเล็กๆนั่นขึ้นมา แล้วให้เขานั่งอยู่บนฝ่ามือของเธอ ทำเอาเปออสปรับเปลี่ยนสีหน้าอารมณ์แทบไม่ทันพลางนึกขอบคุณลูนาริต้าที่เหมือนจงใจให้เขาได้อยู่ใกล้อันญ่าอย่างไรอย่างนั้น

             " ฉันขอโทษจริงๆนะเปออส " เธอบอกเขา ก่อนจะได้ยินเสียงเบาๆตอบกลับมาว่า ไม่เป็นไร หากแต่หัวใจคนตอบพองโตจนคับอกไปหมดแล้ว

              และการกลายร่างของเปออสก็เป็นที่สนอกสนใจของเพื่อนๆในชั้นปีเป็นอย่างมาก ส่วนการซ้อมละครในช่วงบ่ายก็เป็นอันต้องถูกยกเลิกไป เพราะนักแสดงฝ่ายชายเหลือตัวเท่าตุ๊กตาคงจะซ้อมไม่สะดวกสักเท่าไหร่ และนักแสดงฝ่ายหญิงที่เอาแต่กังวลใจจึงไม่เป็นอันทำอะไรทั้งสิ้นได้แต่นั่งมองร่างของเปออส รอคอยว่าเขาต้องการให้เธอช่วยเหลืออะไรบ้าง ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจขององค์หญิงแห่งเฮเซลนักหนาที่ทำให้เพื่อนทั้งสองมาใกล้ชิดกัน ส่วนออสตินได้แต่กุมขมับนึกปวดหัวกับแผนการของเจ้าตัวป่วนเหลือเกิน เขาไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเปออสกลับร่างเดิม ลูนาริต้าจะโดนอะไรบ้าง เพราะคนอย่างองค์ชายแห่งอควาเรียสมีหรือจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพียงแต่เขาไม่พูดออกมาเป็นเพราะต้องการหาโอกาสอยู่กับอันญ่าให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

                                                                         ---------------------------------------

มาอัพให้แล้วนะคะ ให้รอนานมากๆเลยใช่มั้ยเอ่ย 
เผอิญว่าอยู่ในช่วงสอบเรียนต่อป.โทค่ะ ศุกร์นี้มีสอบอีกด้วย ช้านิดช้าหน่อยคงไม่ว่ากันนะคะ

แล้วก็บทนี้ อ่านแล้วเป็นไงอย่าลืมเม้นบอกกันบ้างนะคะ
มีผิดตรงไหน ทักได้ท้วงได้ค่ะ
สนุกไม่สนุกก็เม้นไว้นะคะ จะรออ่านเหมือนเช่นเคยค่ะ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
พิศวงมนตร์ซาตาน ตอนที่ 65 : ตอนที่ 14 เพียงแค่เอื้อม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2118 , โพส : 29 , Rating : 71 / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2

#29 : ความคิดเห็นที่ 5971
ดูแลเปออสดีๆนะอัญญ่า รักอัญญ่าและเปออสมากๆๆๆๆๆๆเลยน้าาาาาาาาาาาาา
Name : Nasisza [ IP : 115.87.20.103 ]
Email / Msn: -
วันที่: 9 ตุลาคม 2553 / 18:05

#28 : ความคิดเห็นที่ 5949

ลูน้าลิต้านี้ละก็นะ^^

เอาเปออสสะแสบเลย^^

Name : Love Zoom< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Love Zoom [ IP : 58.9.125.162 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กันยายน 2553 / 10:58


#27 : ความคิดเห็นที่ 5004
ลูนาริต้าร้ายกาจมาก -O- แต่ก็เยี่ยมเลย ^-^v

ฮ่าๆๆแต่ก็สะใจ ^O^

อยากให้ออสตินตัวเล็กเป็นตุ๊กตาแบบนั้นมั้งจัง -..-

คงน่ารักพิลึก ^O^
PS.  ... ^6^ ...
Name : Memo-daizi< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Memo-daizi [ IP : 124.120.212.249 ]
Email / Msn: Memory_daw(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 / 12:26

#26 : ความคิดเห็นที่ 4769

นุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


PS.  Thailand แดนของเรา
Name : toyo_jeab< My.iD > [ IP : 58.9.182.83 ]
Email / Msn: toyo_jeab(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2552 / 15:51

#25 : ความคิดเห็นที่ 4747
ลูนาริต้านี่แสบจริงจริงเลย มันน่านัก แล้วก็อย่าลืมรีบมาอัพไวไวนะคะ รออ่านอยู่
อ้อ แล้วอย่าลืมให้อาหารเปออสนะจ๊ะอัญญ่า จุ๊บๆ
Name : แบมแบม [ IP : 58.8.90.219 ]
Email / Msn: bam.k1(แอท)hotmail.com
วันที่: 29 มีนาคม 2552 / 19:06

#24 : ความคิดเห็นที่ 4736
โอ๊ย!!!!

อยากได้ตุ๊กตามีชีวิตหน้าเหมือนเปสสักตัวจริงๆ

จะดูแลทุกวันเลยยยยยยย

พี่บี จะต่อป.โทแล้วหรอคะ สอบให้ได้นะคะ

เป็นกำลังใจให้

ปล. ให้เปสเป็นตุ๊กตาของเจ้อัญไปนานๆนะคะ ช๊อบ ชอบ


PS.  ไม่เคยเชื่อในพรหมลิขิต เพราะชีวิตลิขิตเอง
Name : wannitta< My.iD > [ IP : 115.67.12.71 ]
Email / Msn: wannitta_2536(แอท)thaimail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มีนาคม 2552 / 11:30

#23 : ความคิดเห็นที่ 4733
อัพไวไว
Name : บัวตอง< My.iD > [ IP : 118.175.86.88 ]
Email / Msn: faminla(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มีนาคม 2552 / 12:40

#22 : ความคิดเห็นที่ 4729
หนุกมากกกกกกกกกกก ชอบคะ
อย่าลืมมาอัพไวๆนะ
ส่วนอันญ่าน่าจะบอกรักเปออสเร็วๆ
Name : ซีเนียร์< My.iD > [ IP : 58.9.69.120 ]
Email / Msn: pizza_love_(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มีนาคม 2552 / 14:58

#21 : ความคิดเห็นที่ 4721
รอต่อนะค่ะ แต่ลูนาริต้านี่เจ้าเล่ห์จริงๆ
Name : NIM_BUS< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NIM_BUS [ IP : 124.122.168.74 ]
Email / Msn: fon_nimbus(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มีนาคม 2552 / 19:16

#20 : ความคิดเห็นที่ 4703
อ๊ากกกกกกกกกกก
อะพต่อไวๆน๊า
ติดตามอ่านมานานละ คิคิ
ให้เปออสอยุกะอัญญ่าเยอะๆน๊า
Name : อีฟ [ IP : 222.123.183.164 ]
Email / Msn: -
วันที่: 22 มีนาคม 2552 / 19:41

#19 : ความคิดเห็นที่ 4699
เย้!!!! อัญญ่ากับเปออส
ได้ใกล้กันขึ้นอีกนิสส์ ^^
Name : ^^ฟู่ฝ้าย^^< My.iD > [ IP : 124.120.62.107 ]
Email / Msn: fai_micro(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มีนาคม 2552 / 00:29

#18 : ความคิดเห็นที่ 4695
up up เอาเปออสกับอัญจังคืนดีกันแบบชนิดหววานยิ่งกว่านำ้ำตาลได้เยี่ยมไปเลยค่า


upไวๆน้าสู้ๆ ขอให้ทำข้อสอบได้นะคะ>o<
Name : mew [ IP : 124.121.140.225 ]
Email / Msn: mew1997(แอท)hotmail.com
วันที่: 21 มีนาคม 2552 / 19:24

#17 : ความคิดเห็นที่ 4687
><" เปออสสส ตัวเหลือนิดเดียวแล้ว อยากได้ไปนอนกอดซักคืนจังง


ลูน่าก็เข้าใจคิดแผนเน๊าะ *0*


แต่งสนุกมากเลยค่ะพี่


อ่านไป ยิ้มไป หัวเราะไป แม่หันมา แม่: สงสัยคงต้องพาลูกตัวดีไปหาหมอซักหน่อย = ="


ให้เปออสกะอัญญ่าคืนดีกันเร็วๆสิค๊ะพี่บี ><"


รออ่านอยู่นะคะ

สุดท้าย อัพ อัพ อัพ >w<
Name : Narak_mook< My.iD > [ IP : 118.173.160.6 ]
Email / Msn: kookkik.mook(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มีนาคม 2552 / 16:20

#16 : ความคิดเห็นที่ 4683
มันส์ อ่า พี่บี
อยากดั้ย เปออส จัง
555+

อัพโหลด วัยๆ นร่าคร้า
Name : กุ้งนาง [ IP : 118.172.170.162 ]
Email / Msn: -
วันที่: 19 มีนาคม 2552 / 23:09

#15 : ความคิดเห็นที่ 4675
อ๊ายยยยย >///////<

เปออสจิ๋วน่ารักอ่ะ


อยากได้บ้าง
Name : เกี๊ยวซ่า [ IP : 125.26.82.17 ]
Email / Msn: -
วันที่: 19 มีนาคม 2552 / 12:54

#14 : ความคิดเห็นที่ 4670
อิ อิ อิ ตอนนี้หนุกอ่ะ
อยากได้เปออสจิ๋วมั่งจัง >_<
Name : nuneko_the_cat< My.iD > [ IP : 86.1.75.195 ]
Email / Msn: nunekothecat(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2552 / 21:03

#13 : ความคิดเห็นที่ 4656
หนุกมากเลยค่ะ ทำไมไม่ให้อัญญ่าบอกรักเปออสสักทีหล่ะคะ
PS.  ฝากนิยายของเราด้วยนะ โรงเรียนเวทมนต์ Crinesia http://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=494545
Name : DarK KilleR PrinceSS< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DarK KilleR PrinceSS [ IP : 58.8.44.195 ]
Email / Msn: dark_killer1996(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2552 / 08:42

#12 : ความคิดเห็นที่ 4654
สวัสดีค่ะ

พี่บีแต่งได้สนุกมากเลยค่ะ ^___^ อ่านไปยิ้มไปตลอดเลยค่ะบางทีก้อหัวเราะ แม่ก้อว่า หัวเราะคนเดียวเป็นบ้าแล้วปล่าวเนี้ย 5555+

ลูนาริต้าก้อช่างคิดจิ๊งง

เปออสตัวจิ๋วไปเลยอ่ะ อิอิ

เมื่อไรอันญ่า กับ เปออสจะคืนดีกันสักทีอ่ะคะ ?

ถ้าฉากคืนดีเมื่อไร ขอหวานๆนะคร้า

คืนนี้ฝันดีนะคะทุกคนนนนนนนน
Name : ...narujang...< My.iD > [ IP : 118.173.63.46 ]
Email / Msn: oo_narujang_oo(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2552 / 03:07

#11 : ความคิดเห็นที่ 4642
แรเซีสจัง*[]*/////////
จะเอาแรเซียสจังกลับบ้าน>w<
เปสจิ๋วก็น่ารัก*[]*
อยากอุ้มกลับบ้านสักตัวจัง555+
ก็ขอให้คืนร่างไวๆนะจ๊ะ-v-
รอวันที่เปสจะคืนดีกับอันจัง ต่อไป=.,=
(วิ่งไปกระตืบรองเซ่)
(อุ้มแรเซียสกับเปสจิ๋วกลับบ้าน>w<)


เผ่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
PS.  เราคือกองกำลังจากนอกโลกกกกกก
Name : *# mumuryu #*< My.iD > [ IP : 125.24.36.114 ]
Email / Msn: mumuryu(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2552 / 18:25

#10 : ความคิดเห็นที่ 4639
สนุกมากเลยคะ
อ่านแล้วนั่งยิ้มตลอดเลย
อยากให้เปออส กับอัญญ่า คืนดีกันเร็วๆจังเลย
อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว
อัพไวๆนะคะ
Name : varuka< My.iD > [ IP : 58.147.31.199 ]
Email / Msn: gadegad_chonticha(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2552 / 15:26

#9 : ความคิดเห็นที่ 4638
น่าร้าก เปออสคูงงงง เหมือนเรื่องอะไรหว่า ...เอ ...เจ้าหนูหัวแม่มือ (มีไหมเนี่ย  = =)
PS.  อย่าลืมไปอ่าน shinigami angel น้า
Name : i.am.wiliya< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ i.am.wiliya [ IP : 58.9.235.109 ]
Email / Msn: hong_princess(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2552 / 15:03

#8 : ความคิดเห็นที่ 4637
กรี้ดดดด

พี่บี สมกับการรอคอยเสียจริงค่ะ

หนุกมากๆเลยยย

อ้ายยย เปสน่ารัก

ตัวเล็กๆๆ

อิอิ งั้นคงใกล้จะถึงคืนดีกันแล้วน่ะสิ

ลูนี้ นี่เข้าใจคิดจริงๆๆ

อิอิ

มาทักทายค่ะ

หวัดทุกๆคนน่ะเจ้าค่ะ

ท่านปิ๋มน่าเสียดายจริงๆ น่า่จะสอบเตรียมด้วย

มีใครไปสอบเตรียมมั่ง

นอกจากข้้้าน้อย กะท่านไอซ์

Name : + ^o^+ socute< My.iD > [ IP : 161.200.255.162 ]
Email / Msn: mew_rodsatorn(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2552 / 14:45

#7 : ความคิดเห็นที่ 4636
วะ 555+ เปสจิ๋ว ท่าจะน่ารัก น่าชัง ซะจริง หึหึหึ แต่อันนี้มากกว่า แรเซียสใส่แว่นนนน อันนี้ข้าน้อยปราบปลื้มมัก ส่วนบทละคร ในที่สุดก็สมหวังซะที เฮ้ออออ แต่เปสจิ๋วขนาดนี้ต้องให้คนทำรับผิดชอบไปเลยนะเจ้าแม่ หึหึหึ ให้อัญญ่ารับเลี้ยงเปสจิ๋ว เหอะๆ ดูเข้าท่าดี
Name : larfareal< My.iD > [ IP : 124.120.42.100 ]
Email / Msn: m_roses.min(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2552 / 13:33

#6 : ความคิดเห็นที่ 4634
เอาแล้วไง-*-เล่นไรเนียลู เอาเหอะเพราะมันเป็นเรื่องดีต่อส่วนร่วม555+

ตอนนี้มันยาวมากๆๆเลยนะอิอิดีๆๆ
Name : [ IP : 124.121.142.251 ]
Email / Msn: -
วันที่: 17 มีนาคม 2552 / 11:54

#5 : ความคิดเห็นที่ 4633

แล้วอีกนานไหม๊คะกว่าเปออสจะคืนร่างเดิม
อยากอ่านตอนซ้อมละครว่าจะหวานขนาดไหน
อัญญ่าก็น่าสงสาร (แต่ที่แน่ๆเกลียดรองเซ่มาก)

พี่บีขอฉากคืนดีของเปออสกับอัญญ่าหวานๆเลยนะคะ  คริคริคริ 
อยากอ่านมาก

ปล.ออสตินคงจะสวมวิญญาณโคนนันแล้วสิ(นักสืบ)

Name : [ IP : 124.122.137.109 ]
Email / Msn: -
วันที่: 17 มีนาคม 2552 / 11:48

หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android