สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Vampire Bond Endless[Yaoi] ภาค ราชาแวมไพร์

ตอนที่ 34 : II Chapter 9 : หัวใจที่เจ็บปวด...ความรักที่แสนเศร้า


     อัพเดท 21 ม.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ผจญภัย
Tags: แวมไพร์, Yaoi, นักล่าปีศาจ
ผู้แต่ง : Kamui_kyo ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kamui_kyo Email : kamui-.-(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/Kamui_kyo
< Review/Vote > Rating : 95% [ 43 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 46,554
657 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 379 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Vampire Bond Endless[Yaoi] ภาค ราชาแวมไพร์ ตอนที่ 34 : II Chapter 9 : หัวใจที่เจ็บปวด...ความรักที่แสนเศร้า , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1113 , โพส : 5 , Rating : 3 / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


Chapter 9

 

 

หัวใจที่เจ็บปวด...ความรักที่แสนเศร้า

 

 

 

“ท่านเคยได้ยินคำสาปของตระกูลของบิดาท่านหรือไม่ ที่ว่าตระกูลอัลบัสจะมีแต่ทายาทเป็นบุรุษเท่านั้น ดังนั้นตระกูลท่านจึงไม่มีทายาทเป็นผู้หญิงมาก่อน และคำสาปนี้ก็ได้สาปให้ลูกท่านของท่านหลุ่มหลงกันเองเพื่อให้คำสาปยังคงประทับอยู่ชั่วนิรันดร์”

 

 

“หึ ตระกูลของข้ามีคำสาปแบบนี้อยู่ด้วยงั้นหรือ”ลูคิเซียเริ่มสนใจเกี่ยวกับความลับของตระกูลขึ้นมาเมื่อได้ยิน

 

 

“พอท่านลูริร่าได้เสียชีวิตลง ท่านหญิง...มารดาของท่านลูริร่าไม่อยากให้คำสาปของตระกูลทำลายลูกชายที่เหลืออีกสอง นางจึงให้ท่านลูรูสเป็นตัวแก้คำสาป โดยให้จอมเวทย์ทำพิธีให้ท่านลูรูสมีร่างกายเป็นหญิงอาศัยยาให้คงสภาพ แล้วให้ใช้ชื่อ ลูริร่า...”

 

 

“ถ้าอย่างนั้น คนที่อยู่ในคุกตอนนี้ก็คือ ลูรูส น้องชายของข้างั้นหรอ”

 

 

ลูคิเซียแสยะยิ้มกว้างอย่างน่ากลัว ในที่สุดเขาก็รู้ความลับของลูริร่าแล้ว แถมยังเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก

 

 

‘วิธีแก้คำสาปของตระกูลนั้นใช้ได้ผล ใช่ เขาไม่มีความรู้สึกอะไรกับลูริร่าเลย แต่ยกเว้นกับลูมอส’

 

 

อาจเป็นเพราะว่าลูคิเซียเกิดช่วงราหูอมจันทร์พลังด้านมืดจึงมีมากกว่า ทำให้การแก้คำสาปของตระกูลใช้ได้ผลแค่ครึ่งหนึ่ง เรื่องราวทั้งหมดนี้คงจะมีเพียงลูริร่าคนเดียวเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้ ใม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า ลูรูส

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดคลุมสีดำนิลยาวเดินสาวเท้าอย่างช้าๆไปตามบริเวณกำแพงในเมืองหลวงฮันเกรตีส ของนครฟรานเซินเวอร์ที่คับแน่นด้วยผู้คนหลากหลาย ดูวุ่ยวายยิ่งนัก ทำให้ชายหนุ่มไม่ค่อยพอใจเสียเท่าไหร่ เขาจึงต้องออกห่างจากความหนาแน่นของฝูงชนมายืนรอใต้ร่มเงาข้างๆกำแพงแทน ความร้อนอบอ้าวยิ่งทำให้ร่างสูงหงุดหงิดไม่นอน

 

 

“ท่านมาหลบอยู่ที่นี้เองหรือท่านจ้าว”เสียงหวานเอ่ย โอชีเรียที่อยู่ในชุดกระโปร่งสีดำบานที่ตกแต่งด้วยลูกไม้สีขาวสวย

 

 

“ข้าเกลียดฝูงชน”โอซีรีสกล่าวแต่ก็ยังยืนพิงต้นไม้อยู่นิ่งๆ

 

 

“ก็ท่านอยากตามข้าออกมาเอง”

 

 

“หึ ก็แค่อยากออกมาเห็นด้วยตาเท่านั้น เจ้าก็รู้อยู่ไม่ใช่หรือ เงาดำทมิฬกำลังจะมา”

 

 

สิ้นคำเอ่ย บนท้องฟ้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ จากที่เป็นสีฟ้าครามสวยเริ่มมีหมู่เมฆสีเทาหม่นเริ่มเกาะกลุ่มและรวมตัวกัน ก่อนที่จะมีสายลมกรรโชกตามมา แสงแดดเริ่มถูกบดบังที่ละเล็กละน้อย

 

 

“เริ่มแล้วสินะ การบ่วงสรวงก่อนพิธีปลุกชิพท่านมาธาร์ลอส”โอชีเรียเอ่ย แม้เธอจะเป็นครึ่งแวมไพร์ก็ตาม แต่ก็รับรู้ได้ถึงพลังมืดที่กำลังก่อตัว

 

 

“แล้วพิธีปลุกชีพท่านไม่ร่วมด้วยหรือ

 

 

“เจ้าก็ไปแทนข้ายังไง”

 

 

โอซีรีสตอบอย่างไม่ลังเล หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะเหลือบมองฟากฟ้าที่เริ่มปกคลุม คงได้แต่ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามฟ้าลิขิต

 

 

เมื่อท้องฟ้าเริ่มปรากฏเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เหล่านักล่าจึงต่างพากันเตรียมพร้อมกับการต่อสู้ที่ไม่อยากให้เกิด เพราะอีก 3 วันก็จะเกิดปรากฏการราหูอมจันทร์ ซึ่งเหล่าปีศาจต่างมีอำนาจมืด พวกมันจะออกล่าและทำลายมนุษย์เพื่อไปเป็นอาหารและสังหารอย่างนึกสนุก เลวินซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นนักล่าปีศาจ ฉายา ยาฉะเริ่มวิตกเช่นกัน ดวงตาสีม่วงล่ำจับจ้องฟากฟ้าที่เริ่มมีหมู่เมฆปกคลุมด้วยจิตใจไม่สงบ พลางนึกเป็นห่วงพวกลูมอสที่ออกเดินทางไปตามหาดาบ

 

 

“เลวิน มีข่าวจากอิโรย่า”ชายหนุ่มร่างโปร่งชะงัก ก่อนจะรีบเดินตรงมาหาเหยี่ยวข่าวประจำบาร์คูซีโอ มือเรียวบางหรับหนังแกะขนาดไม่ใหญ่มากมาเปิดอ่านด้วยแววตาสงบนิ่ง ข้อความเหล่านั้นชวนให้เขานึกถึงเรื่องที่ลูมอสเอ่ย การแก้แค้นลูคิเซีย

 

 

“เจ้าแน่ใจนะว่าข่าวนี้ถูกต้อง”

 

 

“แน่นอน อิโรย่าซะอย่าง นางไม่มีพลาด”เหยี่ยวข่าวเอ่ยอย่างมั่นใจ ก่อนจะทำลายเอกสารบางอย่างที่เป็นเรื่องที่ต้องปกปิด เลวินมองข้อความด้วยใจที่ตื่นเต้นและนึกหวั่น

 

 

‘ลูมอส เมื่อไหร่พวกเจ้าจะมานะ ข้ามีข่าวของลูคิเซียที่เจ้าจะต้องรู้ให้ได้’

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

ท่ามกลางเสียงนกน้อยที่ขับขาน เสียงน้ำในลำธารไหลรินพร้อมเสียงหมู่แมกไม้ที่โอนอ่อนไปมา ชายหนุ่มร่างสูงนัยน์ตาสีฟ้ากำลังจับจ้องร่างของเด็กหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงนอน โดยมีอีจีสนั่งดูแลอยู่ข้างๆ ราซีซีสเดินเข้ามาหาอีจีสที่พึ่งตรวจชีพจรของลูมอส

 

 

“เป็นเช่นไรบ้าง”

 

 

“ลูมอสอ่อนเพลียมาก ข้าไม่นึกว่าเขาจะเป็นแบบนี้เลย”อีจีสเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ซาลูนที่นั่งอยู่ริมขอบหน้าต่างจึงเดินเข้ามาหากระต่ายน้อย

 

 

“ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกนะอีจีส ลูมอสแค่ยังปรับตนเองไม่ได้เท่านั้นเอง”

 

 

“เอะ! หมายความว่ายังไง?!”คราวนี้อัสซานเอ่ยถามบ้าง เด็กหนุ่มเดินเข้ามาหาลูมอสที่ยังคงหลับตาสลบไม่ได้สติ

 

 

“คงเพราะกดดันตนเองมาตลอดตั้งแต่ความทรงจำกลับคืน แล้วได้บุคลิกใหม่ที่ไม่ใช่อดีตและไม่ใช่ตอนที่สูญเสียความทรงจำ จิตใจของลูมอสจึงยังปรับสภาพไม่ทัน”

 

 

“แล้วลูมอสจะเป็นอะไรมั้ย”ราซีซีสขมวดคิ้วเรียว ใบหน้าคมจับจ้องลูมอสอย่างเป็นห่วง

 

 

“คงจะไม่ตื่นง่ายๆ อีกประมาณ 2 วันคงฟื้น”ซาลูนอธิบายอาการที่ร่างบางประสบ

 

 

“ถ้าอย่างนั้น ข้าคงต้องออกเดินทางไปหาเลวินล่วงหน้าเพื่อไปแจ้งข่าว พอลูมอสฟื้นแล้ว เขาจะได้ไม่เสียเวลา”ราซีซีสเริ่มเก็บสัมภาระของตน อัสซานเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปหาร่างสูง

 

 

“งั้น...ข้าไปด้วย”

 

 

“ไม่ได้หรอกนะ ลูมอสขาดพวกเจ้าไม่ได้หรอก”ราซีซีสห้าม

 

 

“แต่ข้า”

 

 

อัสซานเม้นริมฝีปากแน่น ดวงตาสีเหลืองอำพันฉายแววสับสน ซาลูนสังเกตเห็นอาการของแมวภูติพิทักษ์ก่อนจะทำสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย

 

 

“พวกเจ้าไม่ต้องเถียงกันหรอก ตอนนี้ข้าให้พวกเจ้าออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เชิญพักผ่อนให้สบายกายเสียก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่าความกัน”

 

 

ซาลูนระบายยิ้มเมื่อเอ่ยจบ ก่อนจะเดินออกจากห้องพักไป อัสซานทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามซาลูนไปติดๆ ส่วนราซีซีสได้แต่นั่งทรุดตัวลงพื้น ท่ามกลางสายตาของอีจีสที่นั่งเฝ้าลูมอสอยู่

 

 

‘พวกเจ้าน่ะ ทำไมถึงได้ทรมานตัวเองแบบนี้นะ’

 

 

เด็กหนุ่มร่างโปร่งเรือนผมสีดำนิลยาวหมัดรวบขึ้นเป็นหางม้าเร่งฝีเท้าเดินตามชายหนุ่มร่างโปร่งเรือนผมสีดำยาวเลยเอวลงมาที่ก้าวเดินอย่างช้าๆ อัสซานเดินมาอยู่ข้างๆก่อนจะลดฝีเท้าลง ซาลูนเหลียวมองแมวน้อยของเขา ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย

 

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดเช่นไรอัสซาน”

 

 

“ท่านซาลูน”อัสซานหน้าแดงอย่างเขินอาย ก่อนจะทำสีหน้ายู่เล็กน้อยที่ถูกจับได้

 

 

“ข้าควรทำเช่นไรดี ข้ารู้ว่าเจ้าทึ้มนั้นไม่ยอมรับความรู้สึกของข้าแน่”

 

 

“ใครว่าละ เขาน่ะยอมรับเจ้าอยู่แล้ว”ซาลูนหยุดเดินก่อนจะหันไปมองแมวน้อยภูติพิทักษ์

 

 

“แล้วทำไม”

 

 

“เพราะเขาไม่อยากสูญเสียเจ้าไปยังไงล่ะ ราซีซีสของเจ้าเป็นคนดีนะ แต่ว่า...”ซาลูนหยุดเอ่ย ดวงตาสีเงินฉายแววหม่นหมองลงชั่ววูบ ยิ่งทำให้อัสซานยิ่งสงสัย

 

 

“เจ้าควรจะตัดใจจากเขาดีกว่า เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าเสียใจไปชั่วชีวิต”

 

 

คำพูดของซาลูนทำเอาแมวน้อยตกใจอย่างมากๆ ภายในใจราวกับถูกบีบจนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ หยาดน้ำใสไหลรินจากดวงตาสีเหลืองอำพันคู่งาม แม้จะไม่มีเสียงร่ำไห้ออกมาจากปากเรียวบางเลย อีวานที่ยืนเฝ้ามองดูสถานการณ์ห่างๆอยู่ตลอด ได้ตัดสินใจเดินเข้ามาหาแมวน้อย

 

 

“ที่ท่านจอมเวทย์เอ่ยเช่นนั้นต้องมีสาเหตุแน่ๆ เจ้าก็รู้ว่าเขาสามารถมองเห็นอนาคตที่ไม่สามารถบอกใครได้”

 

 

อีวานโอบกอดอัสซานอย่างช้าๆ ก่อนจะลูบแผ่นหลังอย่างปลอบโยน ดวงตาสีเหลืองอำพันฉายแววห่วงใยเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นร่างของแมวน้อยเสียแล้ว

 

 

“แต่ทำไม”อัสซานในร่างแมวเอ่ยเสียงสะอื้น

 

 

“เจ้าก็ควรใช้เวลาที่เหลืออยู่กับเขาสิ ข้ารู้ว่าท่านจอมเวทย์ต้องคิดเช่นนั้น จึงได้ห้ามมิให้ใครออกจากที่นี้ได้ แล้วข้าจะช่วยพูดให้เจ้าตามเขาไป”

 

 

อีวานลูบขนสีดำนิลอย่างเบามือ ก่อนจะก้าวเท้าเดิน เขารักและเอ็นดูอัสซานอย่างมาก ราวกับเป็นพ่อลูก ซึ่งก็อาจจะใช่ เพราะอัสซานคือแมวที่เขาเก็บมาท่ามกลางความโหดร้าย ก่อนที่จะให้จอมเวทย์ซาลูนชุบชีวิตในฐานะสัตว์ภูติพิทักษ์ โดยมีเขาที่เป็นถึงจ้าวแห่งสัตว์ภูติดูแล...

 

 

แสงแดดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มสาดส่องไปทั่วบริเวณลำธารใสทอประกายแสงระยิบระยับดุจประกายอัญมนีสวย ชายหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีน้ำผึ้งทองนั่งเหม่อมองทอดสายตายาวไกลไร้จุดหมายหลังจากที่เขาได้ฟังเรื่องราวจากปากของจอมเวทย์ซาลูนได้ไม่นาน ซึ่งร่างโปร่งเพรียวเดินมาคุยกับเขาด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ราซีซีสจะไม่เข้าใจจุดประสงค์ของอีกฝ่าย แต่ฟังจากน้ำเสียงนั้น คงไม่ได้ล้อเล่นอย่างแน่นอน

 

 

‘อีกไม่นานท่านจะหายไปจากโลกใบนี้ ข้าพูดเพียงเท่านี้ท่านก็คงรู้อยู่แก่ใจ โปรดใช้เวลาให้คุ้มค่าเสียเถอะ’

 

 

นั้นคือคำพูดที่ยังวนเวียนอยู่ในสมองของเขา ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอด ราซีซีสเข้าใจในคำพูดเหล่านั้น เพราะศึกครั้งนี้เขาอาจจะต้องสละชีวิตก็เป็นไปได้ แต่ทำใมภายในใจถึงได้เจ็บขนาดนี้ เจ็บจนไม่อาจจะขยับไปไหนได้ การที่คนเรารู้ว่าจะต้องจากไป มันรู้สึกสิ้นหวังอย่างนี้เชียวหรือ การที่จะต้องจากใครไปซักคนมันรู้สึกปวดร้าวเพียงนี้เชียว ราซีซีสได้แต่ข่มตาเพื่อสงบจิตใจที่สับสน

 

 

“เจ้ามานั่งทำอะไรที่นี้หรือ”

 

 

เสียงทุ้มหวานที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ทำให้ร่างสูงสะดุ้งก่อนจะเหลียวมองไปข้างๆ ดวงตาสีฟ้าราวท้องทะเลฉายแววปวดร้าวชั่ววูบก่อนที่จะเบี่ยนเบนสายตาไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อน อีกฝ่ายที่อยู่ในร่างแมวสีดำสวยสง่าที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆเขา

 

 

“ข้าก็แค่...อยากชมพระอาทิตย์ตอนตกดิน”

 

 

ราซีซีสพยายามควบคุมอารมณ์ที่อ่อนไหวไว้ลึกๆ เขาไม่อยากโดนแมวหัวเราะใส่หรอกนะ ทั้งสองต่างนิ่งเงียบก่อนที่แมวน้อยจะใช้อุ้มเท้าเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนตักของร่างสูงอย่างถือสา

 

 

“ทำอะไรของเจ้ากัน?!”

 

 

“ข้าแค่อยากนั่งตรงนี้”

 

 

อัสซานเอ่ยเสียงเรียบ แต่ภายในใจไม่ได้เป็นเช่นนั้น แมวน้อยเองก็มีความรู้สึกสับสนไม่น้อยเช่นกัน จนร้องไห้ออกมาอย่างหน้าไม่อาย

 

 

“เจ้านี้นะ ทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ”

 

 

ราซีซีสอมยิ้มอย่างขำขัน ทำให้อัสซานที่อยู่ในร่างแมวหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกงอน ก่อนที่จะกลายร่างเป็นมนุษย์นั่งบนตักหนา ทำให้ราซีซีสตกใจไม่ใช่น้อย

 

 

“ข้าก็เป็นแบบนี้เสมอล่ะ เอะ!”

 

 

อัสซานสะดุ้งเมื่อจู่ๆราซีซีสก็ก้มหน้าลงแนบบนแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม ก่อนจะใช้มือเรียวหนาโอบกอดอย่างอ่อนโยน อัสซานรู้ว่าอีกฝ่ายดูแปลกไป เพราะตลอดระยะเวลาในการเดินทางมา ราซีซีสไม่เคยที่จะเข้าใกล้และโอบกอดเขาเช่นนี้เลย

 

 

ความรู้สึกที่มากมายกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับความเงียบ อัสซานรู้สึกอึดอัดเหลือเกินกับบรรยากาศแบบนี้ มันหดหู่และเศร้าสร้อย ทำไมนะ...คนที่โอบกอดเขาถึงได้มีความสิ้นหวังขนาดนี้ มันเป็นเพราะอะไรกันที่ทำให้คนที่เขารักเจ็บปวดขนาดนี้ จนเด็กหนุ่มไม่อาจจะปล่อยให้อีกฝ่ายเดียวดาย...

 

 

“ราซีซีส”

 

 

อัสซานเอนกายหันหน้าไปหาอีกฝ่าย ทั้งๆที่เขายังนั่งบนตักแกร่งนั้น ดวงตาสีเหลืองอำพันฉายแววอ่อนโยนและห่วงใย ราซีซีสได้แต่ระบายยิ้ม ด้วยรอยยิ้มที่ยากจะอ่านออก

 

 

“ครั้งหนึ่ง ข้าเคยคิดที่จะจุมพิตเจ้า แต่ก็ไม่กล้า”

 

 

ราซีซีสหวนคิดถึงตอนที่พวกเขาหลับพักผ่อนในโพรงรากไม้ใหญ่ ซึ่งชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงการมาเยือนของอัสซาน...

 

 

“ข้ารู้ และก็ได้แต่ลิ้นซากๆของแมว”

 

 

ราซีซีสเอ่ยชวนหัวเราะ จนอัสซานยู่หน้าอย่างรู้สึกงอน พลางนึกถึงตอนที่ตนเองกลายร่างเป็นแมวแล้วเลียริมฝีปากอีกฝ่ายแทน

 

 

“ตอนนั้นข้าอายเป็นเหมือนกันนิ”

 

 

แมวน้อยบอกปัดอย่างเขินอาย ก่อนจะหันตัวเข้าหาเพื่อเผชิญหน้ากับราซีซีส มือเรียวจับใบหน้าคมให้หันมาสบตาตนเอง

 

 

“แต่ตอนนี้ข้าอยากหน้าด้าน”

 

 

“ไม่ดีหรอกมั่ง อัสซาน”ราซีซีสเอ่ย ก่อนจะจับมือของแมวน้อยอัสซานที่จับใบหน้าของเขา อัสซานทำสีหน้าผิดหวัง

 

 

“เจ้าจะจุมพิตข้าไม่ได้หรอก แต่...ขอให้ข้าเป็นฝ่ายจุมพิตเจ้าแทนแล้วกัน”

 

 

อัสซานเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน หัวใจเต้นรัวราวกับกลองจนแทบจะกระเด็นออกจากอก ดวงตาสีเหลืองอำพันเริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำใส

 

 

“เจ้าร้องไห้ทำไมกัน”ราซีซีสใช้มือหนาปาดหยาดน้ำใสที่คลอเบ้าตาอีกฝ่าย อัสซานได้แต่ระบายยิ้ม

 

 

“ข้าดีใจ ดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว”

 

 

ราซีซีสนึกขันกับการแสดงออกของอีกฝ่าย เขาเองก็ดีใจ ดีใจที่ได้รักอัสซาน ดีใจที่เขายังมีชีวิตเพื่อได้รักใครอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะจากโลกไปนี้ไป

 

 

ร่างสูงก้มลงจุมพิตบนริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน แสดงถึงความรู้สึกมากมายที่เขาได้เก็บไว้ในส่วนลึกมากตลอด แม้ตลอดเวลาเขาจะพยายามหักห้ามหัวใจดวงนี้ แต่ก็ไม่อาจจะหยุดยั่งมันได้ ถึงเขาจะดูเห็นแก่ตัวไปหน่อยที่รั้งคนในอ้อมแขนด้วยการไม่อาจตัดใจ ถึงแม้จะรู้ว่าหากซักวันเขาจะต้องจากไป อัสซานคงต้องเสียใจไปชั่วชีวิตแน่ๆ ความรัก ช่างแสนหวานและขมขื่นเสียจริง

 

 

ความหอมหวานละมุนซาบซานไปทั่วร่างกาย ดุจรสชาติของไวน์แดงที่กลมกล่อม ลิ้มรสที่ละนิดให้ปลายลิ้นสัมผัสถึงความหอมหวานที่ไม่อาจเหมือนลืมเลือน มันน่าเศร้านักหากจะต้องปล่อยสิ่งนี้ให้เดียวดาย...

 

 

แม้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ซึ่งลับขอบฟ้าจะลดเลือนหายไปพร้อมกับหมู่ดวงดาวที่สุขสว่างบนฟากฟ้าสีน้ำเงินเข้ม แต่นั้นก็ไม่อาจจะประทับใจไปได้มากกว่าฉากที่คนทั้งสองจุมพิตด้วยความรัก จนกระต่ายน้อยอีจีสในร่างมนุษย์ถึงกับหลั่งน้ำตา ยามเมื่อเฝ้ามองพวกเขาอยู่ริมหน้าต่างห้องที่ลูมอสนอนหลับใหลอยู่ ข้างกายเขาก็มีชายหนุ่มร่างโปร่งเรือนผมสีเงินยาวสลวยไม่แพ้อีจีส

 

 

“เจ้าร้องไห้เพราะอะไรหรืออีจีส

 

 

โยฮันเอ่ยถามเสียงเบาเมื่อเห็นสัตว์ภูพิทักษ์สายรักษาหลั่งน้ำตาอย่างเศร้าโศรกเมื่อเห็นสหายรักพลอดรักกับชายหนุ่มข้างธารน้ำใส จนภูติแห่งลมอดสงสัยไม่ได้ ‘หรือว่าอีจีสก็ชอบราซีซีส’ แต่นั้นต้องตกประเด็นไปเพราะโยฮันรู้มาว่าอีจีสมีใครบางคนอยู่ก่อนแล้ว

 

 

“ข้าสงสารอัสซาน”

 

 

อีจีสเอ่ยตอบพลางใช้มือเรียวบางเช็ดหยาดน้ำใสที่ไหลอาบแก้ม สาเหตุที่ทำให้กระต่ายน้อยรู้ถึงชะตากรรมที่แสนเจ็บปวดของทั้งคู่นั้น ก็เพราะบังเอิญไปได้ยินเรื่องที่จอมเวทย์ซาลูนเอ่ยกับราซีซีสตอนที่กำลังยกถังน้ำมาเปลี่ยนให้ลูมอส ซึ่งนั้นก็ทำให้อีจีสได้รับรู้ความจริงบ้างอย่าง....ที่แสนเศร้า

 

 

“เจ้าจะไปสงสารแมวนั้นทำไมกัน ก็ดูเขาออกจะรักกันดีออก”

 

 

โยฮันเอ่ยอย่างเซ็งๆพลางเอามือเกยขอบหน้าตานั่งมองคนทั้งสองที่ยังกอดกันกลมราวกับว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันตลอดกาลแบบนั้น

 

 

“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองแหล่ะ ว่าทำไมข้าถึงต้องหลั่งน้ำตา”

 

 

อีจีสเอ่ยอย่างมีเงื่อนงำทำเอาถูติแห่งลมฉงนใจอย่างมาก... ถัดจากห้องนอนของลูมอสไปยังห้องเก็บหนังสือซึ่งอยู่สูงขึ้นไปอีก ชายหนุ่มเรือนผมสีดำนิลยาวสลวย ดวงตาสีเงินฉายแววห่วงใย เขาเฝ้ามองทั้งคู่กำลังพากันเดินหายเข้าไปภายในเรือนใหญ่

 

 

“ท่านคิดจะทำอะไรของท่านกันแน่น่ะ ท่านจอมเวทย์ซาลูน”

 

 

อีวานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แมวร่างใหญ่สีดำนิลคล้ายเสือกำลังนั่งทิ้งกายอยู่บนโต๊ะเอกสารที่ติดอยู่กับริมระเบียง ซาลูนหันมามองจ้าวแห่งสัตว์ภูติ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อน ญาติและน้องชายของเขา

 

 

“เจ้าก็น่าจะรู้นะอีวาน ว่าข้าคิดจะทำอะไร เจ้าคงรู้กฏของสัตว์ภูติดียิ่งกว่าข้านิ”

 

 

ซาลูนแย้มยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปค้นหาเอกสารต่อ ปล่อยให้อีวานที่บัดนี้กลายร่างเป็นมนุษย์ แต่ยังคงนั่งบนโต๊ะอยู่ทอดสายตามองท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง เต็มไปด้วยหมู่ดวงดาวแข่งกันพราวแสงระยิบระยับ

 

 

“ใช่ ข้ารู้ดี แต่เจ้า...คิดจะทำสิ่งนั้นเพื่ออัสซานจริงๆ หรือว่า เจ้าต้องการฆ่าพวกเขาทั้งเป็น”

 

 

อีวานเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาลง เพราะรู้จุดประสงค์ของซาลูนดี กฎพิเศษที่เหล่าสัตว์ภูติมีกันทุกคน...การให้ชีวิตใหม่

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

สวัสดีคะ ห่างหายไปนานทีเดียว ใจจริงตั้งใจจะทำรูปเล่มให้เสร็จก่อนออก แต่ก็ยังคงมีแฟนผลงานเร่ง อีกทั้งช่วงนี้ Kamui โหมงานหนักปวดหัวมากคะ ทั้งงานบ้าน งานที่ทำไหนจะรับมือกับปัญหาต่างๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัว Kamui เลย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาลงที่เรา ให้เกิดความลำบากใจ ให้ต้องเสียสละ Kamui คิดเสมอว่าเวลาที่ตัวเองอยู่มีค่าเสมอ Kamui ก็อยากจะทำอะไรเพื่อตัวเอง อยากทำในสิ่งที่ชอบ อยากทำในสิ่งที่รัก แต่ต้องชะงักเพราะไม่มีใครให้โอกาสเลย ตัว Kamui ได้แต่นั่งยอมรับแล้วทำเท่าที่ทำได้ แปลกมั้ยคะเวลาเราบอกว่ามีงานต้องทำงาน แต่ทำไมเราต้องเสียสละเวลางานเราไปทำอย่างอื่น พอจะมาทำของตัวเองกลับหมดเวลาซะงั้น-*- เคยคิดนะคะว่าบ้านคือเรือนทาสเลย

 

เอาล่ะคะ กลัวจะเสียเวลารอ มุยเลยตั้งใจจะเอามาลงให้อ่านดีกว่าคะ ส่วนรูปเล่มก็ยังทำนะคะ ใครอยากได้ก็เอาไม่อยากได้ก็อ่านคะเริ่มปลงกับชีวิตที่ถูกตีกรอบ ทั้งที่ตัว Kamui ไม่เหมาะที่จะถูกจับใส่กรอบเลย ใครว่ามุยอยู่บ้านแล้วสบายน่ะคิดผิดเลยนะคะ มุยน่ะอยากเรียน อยากออกไปทำสิ่งที่ชอบ ตอนนี้ก็ตั้งใจจะเรียนใหม่เพราะปวดหัวมากเลยคะ เริ่มปวดหัวบ่อยมาก เพราะเครียด

 

เอาล่ะแล้วติดตามตอนต่อไปนะคะ ป.ล. เรื่องนี้ราซีซีสตายจริงๆนะคะ เข้าโหมดดราม่ามากเลย

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Vampire Bond Endless[Yaoi] ภาค ราชาแวมไพร์ ตอนที่ 34 : II Chapter 9 : หัวใจที่เจ็บปวด...ความรักที่แสนเศร้า , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1113 , โพส : 5 , Rating : 3 / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#5 : ความคิดเห็นที่ 635
น่าสงสารอัสซาน
PS.  
Name : My name is kus< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ My name is kus [ IP : 118.172.219.161 ]
Email / Msn: kus_101(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2556 / 01:34

#4 : ความคิดเห็นที่ 583
งื้ออออออออออออออออออออ
ราซีรัสกับอัสซานนนนนนนนนนนน
กฎพิเศษ?
Name : KiHaE*129 [ IP : 202.28.118.121 ]
Email / Msn: -
วันที่: 22 ตุลาคม 2555 / 00:30


#3 : ความคิดเห็นที่ 505
 เอ๋ๆๆๆ ?? กฎพิเศษอาร้ายยยย ??
PS.  เมื่อก่อน ก่อนที่เราจะสร้าง i.d นี้ขึ้นมาอะ เราใช้นามแฝงว่า "GGG" น่าาาา ~~
Name : •Yui •< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ •Yui • [ IP : 125.26.25.128 ]
Email / Msn: devil_tsuna(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:34

#2 : ความคิดเห็นที่ 409
ดีใจที่กลับมาอัฟต่อ
เพราะว่าเห็นหายไปนานมาก
ต่อไวไวนะค่ะ
Name : nana [ IP : 182.232.60.96 ]
Email / Msn: jewel_nana_129(แอท)hotmail.com
วันที่: 7 ตุลาคม 2553 / 20:14

#1 : ความคิดเห็นที่ 408
เย้ๆ! ^O^

นินจังกลับมาอัพแล้ว! >W<

ฉลองๆๆๆ!!! > [         ] <
PS.  ไม่มีอีกแล้วแสงสว่างที่ส่องนำทาง ไม่มีอีกแล้วเสียงหัวเราะที่เบิกบาน ไม่มีอีกแล้วความสุขสันต์ยามฟ้าใส ไม่มีอะไรเหลือ.....อีกแล้ว....
Name : notg< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ notg [ IP : 125.26.211.101 ]
Email / Msn: jolo560(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ตุลาคม 2553 / 16:52

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"ถ้าคุณคิดว่าภารโรงประจำ โรงเรียนเป็นแค่คนทำความสะอาด คุณคิดผิด เพราะภารโรงที่ชื่อแจ็ค สมิธ เป็นมากกว่านั้น"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android