My dream ฝันครั้งนี้มีเพียงแค่ผม

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    6

    Overall
    6

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
..เรื่องราวของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ที่มีความฝันสุดประหลาด แต่ความฝันของเขากลับเป็นแรงบันดาลใจของใครอีกหลายคน


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


สวัสดีค่ะ และขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ ถึงเรื่องนี้อาจแต่งได้ไม่ดีมากนัก แต่สัญญาว่าจะพยายามค่ะ



My dream ฝันครั้งนี้มีเพียงแค่ผม


                       เป็นเรื่องราวของเด็กผู้ชายวัยสิบสามปีคนหนึ่ง เขามีชื่อว่า 'โอ๊ค' และแน่นอน          เขามีความฝันที่แปลกประหลาด ที่คนธรรมดาไม่คิดจะฝัน นั่นก็คือ 'เป็นคนประหลาด ทำอะไรที่คนปกติไม่สามารถทำได้' คุณคิดว่ามันคืออะไรล่ะ ถ้าคุณติดตามคุณจะรู้ว่าเรื่องนี้มันแปลกประหลาดยังไง 










          #ขอให้สนุกนะคะ จะตั้งใจให้ดีที่สุด














เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 17 ก.ย. 59 / 19:46

บันทึกเป็น Favorite



                                 My dream ฝันครั้งนี้มีเพียงแค่ผม

       ท่ามกลางความเงียบสงบ โรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนทั้งหมดไม่ถึงหนึ่งร้อยคน นั่นรวมทั้งผม มันให้ความสงบได้ดีจริงๆ โรงเรียนนี้น่ะมันสำหรับพวกเด็กที่มีปัญหาและฐานะยากจนรวมทั้งเด็กพิเศษ  มันประหลาดใช่มั้ยล่ะ โรงเรียนนี้ไม่มีเด็กนิสัยดีนักหรอก 
       มันจัดเป็นโรงเรียนเฉพาะ โรงเรียนที่มีเด็กมีปัญหาเพื่อนไม่คบ นิสัยเกเร ตลกสิ้นดีเลยล่ะ ผมชื่อ 'โอ๊ค' ผมไม่ใช่คนในทุกข้อที่กล่าวมายกเว้น 'เด็กพิเศษ' เพราะอะไรน่ะเหรอ ทุกคนมักจะไม่คุยกับผม หาว่าผมเป็นคนแปลกเสมอมา 
         ผมแปลกเหรอ.. ความฝันของผมน่ะ ผมแค่อยากเป็น 'คนสร้างต้นไม้'เท่านั้น ไม่ใช่คนปลูกแต่เป็นผู้สร้าง สร้างให้มันมีชีวิตจริงๆ ใครๆก็ต่างว่าผมงี่เง่า พ่อแม่ผมเป็นห่วงมากกลัวว่าผมจะกลายเป็นคนโรคจิต เลยพาผมมาอยู่โรงเรียนนี่ 
          ก็อย่างที่เห็น..
          ไม่มีใครคุยกับผม นอกจากพวกเด็กมีปัญหาเรียนไม่ได้เรื่อง แม้แต่ความฝันกับความจริงยังแยกไม่ออกเลยด้วยซ้ำ สมองน่ะโดนกำแพงสร้างถมจนทึบไปแล้วสินะ
           "เฮ้ยแก..ไอ้ไม้โอ๊คพันปี เอาการบ้านมาลอกหน่อยสิ แกคงรู้นะว่าถ้าไม่ให้จะเกิดอะไร!!?" "แกทำอะไรไม่ได้หรอกรู้มั้ย แกทึบเกินไป มีสมองน่ะ ก็ใช้หัวคิดหน่อยสิปากดีนักไม่ใช่รึไง" ผมไม่สนใจพวกนี้หรอก 'ปากดีขี้ขลาด' น่ะ
             "ค่ะ.. นักเรียนครูจะให้นักเรียนทำสิ่งที่อยากทำแล้วมาส่งครูนะ นั่นก็คือทำความฝันให้กลายเป็นจริงซะ  วันนี้ก็มีแค่นี้แหละนักเรียนเพราะฉะนั้นเลิกได้" ทำความ 'ฝัน' ให้กลายเป็น 'จริงงั้นเหรอ' สำหรับผมมันยากและน่าตื่นเต้น ถ้าเราไม่รู้สึกแบบนี้คงไม่เรียกว่า ความฝัน จริงมั้ย
               วันต่อมา.. "ครูครับผมเอาการบ้านมาส่ง" ผมพูดพลางยื่นต้นไม้ไปให้คุณครู ผมสร้างมันโดยการนำกิ่งไม้แห้งๆ กับใบไม้แห้งๆมาติดกัน แล้วนำกระดาษที่แช่น้ำจนเปื่อยปลายวันมาทำเป็นปุ๋ย พรมน้ำที่ใบไม้ให้ดูมีชีวิตชีวา มันคือก้าวแรกที่ผมทำแล้วรู้สึกมีความสุข
                 "อ้าว! นักเรียนมีช่วยกันคอมเม้นต์ผลงานเพื่อนหน่อยสิ ดูสิอุตส่าห์ตั้งใจทำมาเชียว" ไม่นานฝูงนักเรียนสิบกว่าคนก็มามุงดูต้นไม้ของผม ก่อนจะทำสีหน้าราวกับขยะแขยงมัน "อี๋! คุณครูดูสิคะต้นไม้มีชีวิตเหรอนั่นน่าเกลียด" "ใช่ครับ ดูสิน่าอัปลักษณ์จริงๆ ต้นไม้อะไรเอาเศษหญ้ามายังสวยกว่าอีก" เสียงคอมเม้นต์วิจารย์ผลงานที่ผมตั้งใจทำมาหลายชั่วโมง นั่นเริ่มดังขึ้นจนคุณครูแทบห้ามปรามไม่อยู่ "เดี๋ยวผมมานะครับอาจารย์ ขอตัวสักครู่" 
              ผมมานั่งอยู่ที่ม้านั่งข้างๆต้นไม้ ก่อนจะปาดน้ำตาหยดแรกที่มันคลอเบ้าตาอย่างแรง มือกำเสื้อไว้แน่นสูดหายใจเข้าออกลึกๆ ทั้งเสียใจทั้งเจ็บใจผลงานที่อุตส่าห์ทำมาตั้งนาน ทำมาตั้งนานเพราะความรักในสิ่งนั้นแต่ทุกคนเห็นมันเป็นเรื่องตลก วิจารย์คอมเม้นต์เสียหายจนไม่นึกถึงความรู้สึกผมสักนิด 
               ไม่รู้รึไงว่าผมทุ่มเทให้กับสิ่งที่ผมรักมันแค่ไหน ลองดูสิสุดท้ายมันก็เป็นแค่ของเล่นที่ให้คนพร้อมวิจารย์คุณภาพของมัน  แต่เพราะผมเข้มแข็งมาตลอด ถึงแม้จะเสียใจมากก็ตามมันก็ทำให้ผมรู้ว่าก้าวแรกย่อมไม่สมหวังเสมอไป  เพราะฉะนั้นผมจะไม่มีวันทิ้งมันไปเด็ดขาด
                "ผิดหวังใช่มั้ยล่ะ เธอเป็นเหมือนฉันเลยล่ะ" จู่ๆก็มีผู้หญิงวัยราวๆสักสามสิบปีเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างๆผม ถ้าผมจำไม่ผิดเขาคือคนนั้น เอเร็น อารากิ ผู้สำเร็จในด้านการอนุรักษ์ทีมป่าไม้นี่ เธอเป็นแรงบันดาลใจให้ผมมากเลยล่ะ เพราะผมเห็นหนังสือเล่มหนึ่งเขียนเกี่ยวกับ ความสำเร็จการอนุรักษ์ป่าไม้ เขียนโดย เอเร็น อารากิเธอเล่าถึงประสบการณ์ทั้งผู้ร่วมต่อต้าน ความเห็นไม่ตรงกัน เพราะป่าไม้มันมีค่ากว่าเอาไปสร้างบ้านไม้ สร้างเฟอร์นิเจอร์ ทำอะไรได้หลายอย่างดีกว่ามานั่งปลูกต้นไม้พวกนี้อีก 
               "คุณคือเอเร็น อารากิใช่มั้ยครับ" "ใช่ฉันเป็นคนหนึ่งที่ผิดหวังกับหลายเรื่องและหลายอย่างมาก ท้อจนมีครั้งหนึ่งที่ฉันคิดว่าฉันมันจะมาคิดเรื่องพวกนี้ทำไมทั้งๆ ที่ความเห็นก็ไม่ตรงกันไม่มีใครเข้าใจฉัน ยอมๆทำตามเขาไปก็สิ้นเรื่อง" "แล้วทำไมคุณ.." "ไม่ยอมแพ้น่ะเหรอ เพราะความรักไงล่ะรักในสิ่งนั้นรักมากจน นึกย้อนกลับไปว่าทำไมเรารักสิ่งนี้ เพราะสิ่งนี้ทำให้มีเงินทอง มีชื่อเสียงมันก็ไม่ใช่ แต่มันเพราะทำให้ฉันมีความสุข ฉันเลยไม่อาจปล่อยมือจากมันได้เลยน่ะ" "คุณเก่งจังเลยนะครับ ผมอยากเป็นแบบคนผมรักป่าไม้เหมือนคุณ" 
                  เธอระบายยิ้มกริ่มบนใบหน้า "เล่าเรื่องความฝันของเธอมาให้ฟังหน่อยสิ" "ผม.. อยากเป็นนักสร้างต้นไม้ครับ ไม่ใช่การปลูกแต่เป็นการสร้างการคิดค้นเอง" "อืม..น่าสนใจดีนี่ เป็นฝันที่ยิ่งใหญ่จริงๆ" "คุณพูดจริงเหรอ คุณคิดว่าความฝันของผมมันยิ่งใหญ่จริงๆน่ะเหรอ?" "เธอชื่ออะไร" "โอ๊ค โอคา เซรามาคาอิ ครับ" "เป็นฝันที่ใหญ่สมกับชื่อจริงๆ ความฝันของคนเราน่ะย่อมเป็นฝันที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้วล่ะ เพราะมันมีความรักยังไงล่ะ"
                    ความรัก? งั้นก็แปลว่าผมรักมันมากล่ะสิ "ดีจังเลยนะครับ" "ใช่แล้วล่ะ" "แต่ผมเสียใจ หลายครั้งผมก็หมดกำลังใจมันเจ็บมากเลยนะครับที่ถูกต่อว่าในสิ่งที่เราทุ่มเทสร้างมันน่ะ" "เรื่องนั้นฉันเข้าใจดีนะ แต่มันก็สอนเราไม่ใช่เหรอ" "..." "มันให้บทเรียนกับเราว่าเราจะต้องสร้างมันให้ได้เราจะไม่ทิ้งมัน เคยได้ยินมั้ยคำว่า 'ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ' ความฝันก็เช่นกัน อยากได้มันต้องไขว่คว้าต้องอดทน ฉันก็เช่นกันกว่าจะมายืนจุดนี้ได้ฉันก็ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มามาก เพราะฉะนั้นอย่ายอมแพ้ต่อก้าวแรกที่เริ่มเดินนะเข้าใจมั้ย?"
                   ผมเข้าใจมันแล้ว.. ผมเข้าใจทุกอย่างแล้ว "ขอบคุณครับเอเร็นผมจะทำให้ฝันกลายเป็นจริง แล้วจะเอามันมาให้คุณดูให้ได้" "อืม.. ฉันดีใจนะที่เธอเลือกจะเดินต่อมากกว่าถอยหลังน่ะ" "ครับ"
                     สิบปีผ่านไป...
                   "ลำดับต่อไปขอเชิญคุณเอเร็น อารากิ มอบรางวัลแก่ โอคา เซรามาคาอิ ได้เลยค่า.." ผมไม่ได้หูฝาดใช่มั้ยผมไม่อยากจะเชื่อว่าผม ไปถึงฝันแล้ว ผมอยู่เวทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแถมยังได้รางวัลในโครงการโปรเจ็คป่าไม้ จากเอเร็น อารากิ จากมือของคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมด้วย
                   มีความสุขจริงๆ..
                     "ขอบคุณครับ" "ขอเชิญกล่าวอะไรกับรุ่นน้องและก็คนที่ใฝ่ฝันแบบคุณหน่อยสิคะ" "ครับ ผมมีความสุขมากจริงๆช่วงเวลาและระยะเวลาทุกอย่างจะสอนบทเรียนให้กับเราทุกครั้ง แม้จะท้อแท้แต่ก็ยังนึกถึงเหตุผลของสิ่งที่เรารัก จะอย่างไรก็ตามแต่ท้อได้แต่อย่าถอยนะครับขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในความรัก และทำฝันนั้นให้กลายเป็นจริง และสุดท้ายขอบคุณเอเร็น อารากิด้วยนะครับที่บอกกับผมว่าอย่าท้อ ผมทำสำเร็จแล้วครับฝันของผมเป็นจริงแล้ว^^"
 





(The end)
















 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ แม่มดยิ้มใส จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น