สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Skip time ข้ามเวลาลิขิตรัก(ชื่อชั่วคราว)

ตอนที่ 17 : ลิขิตที่ ๑๓ ใคร่ครวญต้องช้าๆ ลงมือต้องรวดเร็ว


     อัพเดท 17 ก.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อดีต ปัจจุบัน อนาคต
Tags: ย้อนเวลา, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : เจ้าขา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าขา
My.iD: http://my.dek-d.com/54212070xx
< Review/Vote > Rating : 100% [ 6 mem(s) ]
This month views : 2,341 Overall : 44,763
952 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 735 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Skip time ข้ามเวลาลิขิตรัก(ชื่อชั่วคราว) ตอนที่ 17 : ลิขิตที่ ๑๓ ใคร่ครวญต้องช้าๆ ลงมือต้องรวดเร็ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3968 , โพส : 25 , Rating : 164 / 34 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





              ลิขิตที่ ๑๓ ใคร่ครวญต้องช้าๆ ลงมือต้องรวดเร็ว

 

 

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่...ออกมาพบข้า หย่งฟู !

 

!!!!

 

            “ข้าบอกท่านแล้ว” ท่ามกลางความเงียบสงบ เสียงหวานๆ ของหูเตี๋ยก็ดังแทรกกลางปล้อง สีหน้าบ่งบอกชัดเจน เห็นไหม ข้าพูดผิดเสียที่ไหน?

 

            “ในเมื่อท่านเป็นต้นเหตุเชิญท่านอาละวาดได้เต็มที...ค่าเสียหายข้าจะตามเก็บทีหลัง”

 

            ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่หูเตี๋ย ก่อนจะเหล่ตามองคนที่ผมคิดว่าน่าจะรู้จักที่จ้องตรงมาโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ผมนิ่ง ผมกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย  สาบานได้ว่าสายตาเหยียดๆ มองไม่เห็นหัวคนอย่างนี้มันคุ้นๆ

 

            เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...นานมาแล้ว?

 

            ปิ้ง! >>> เสียงที่แสดงถึงเหตุการณ์ที่อยู่ในความทรงจำ

 

            ปึก!

 

            แผละ !

 

            “เฮ้ย! เจ้าคนชั้นต่ำ เจ้าทำเสื้อข้าเลอะ!  รู้หรือไม่ว่าข้าลูกใคร!!” เด็กชายวัย ๑๐ ขวบ ตวาดลั่นต่อว่าเด็กชายหน้าหวานอีกคนที่บังอาจเดินชนจนเสื้อผ้าเลอะเทอะเปรอะเปื้อน 

 

“เจ้ามิได้เขียนชื่อบิดาไว้บนหน้าผากนี่ ข้าจักทราบได้เช่นไร” ผมยักไหล่ตอบ  รู้ดีเชียวละว่าการต่อปากต่อคำอาจนำมาซึ่งปัญหาไร้สาระ

 

            “บังอาจ! เจ้าคนชั้นต่ำมิรู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ มิรู้หรือไรว่าท่านผู้นี้คือใครกล้าดียังไง พูดจาดูหมิ่นเกียรติของท่านเช่นนี้ ! !” ตัวประกอบในสายตาผมออกโรงปกป้องผู้เป็นนายอย่างจงรักภักดี...เชื่องดีเสียจริง

 

            “ผิดแล้ว”  ผมส่ายหน้า “นายเจ้ามีเกียรติใดให้ข้าหมิ่นกัน”

 

            !!!!!!

 

            “สามหาว! หุบปากเจ้าเดี๋ยวนี้เจ้าคนชั้นต่ำ ! !”          

 

            ผมแค่นเสียงในลำคออย่างมิพอใจ “คำก็ต่ำสองคำก็ต่ำ ข้าถามจริงๆ เถอะ พวกคนชั้นสูงอย่างเจ้านายเจ้าลดตัวลงมาเสวนากับคนชั้นต่ำเช่นข้าทำไม?  แล้วนี้ลงมาจากที่สูงให้แผ่นดินแถวนี้หนักขึ้นทำไม?  รีบกลับขึ้นฟ้าไปเสียเถอะ อะไรๆ จะได้ดูดีขึ้น หึ” ผมมองคนชั้นสูงอย่างเหยียดหยาม ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน คนจำพวกนี้ก็ไม่รู้จักหมดไปจากโลกเสียที

 

            “เจ้า...!

“เอาเถอะ ข้ามิชอบรังแกผู้มิมีทางสู้ ขนาดโกรธจนควันออกหูยังไม่มีปัญญาเถียงกลับ ได้แต่ยืนชี้นิ้วดิ้นพรานอย่างกับถูกน้ำร้อนลวก ช่างน่าสมเพสนัก!” ผมส่ายหน้าระอา ผมเสียเวลาอันมีค่ากับเรื่องไร้สาระพันธ์มานานเกินพอแล้ว แวบออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วปล่อยหย่งหยีทิ้งไว้คนเดียวโดนหิ้วไปหรือยังก็ไม่รู้

 

            “เดี่ยว! ข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้าไป เจ้าก็ไปไหนไม่ได้!” เด็กชายตวาดลั่น สาวเท้าเข้าหาหวังจะคว้าร่างผมไว้ แต่ผมใช้พัดในมือฝาดใส่อีกฝ่ายเสียก่อน

 

            “ข้าไม่จำเป็นต้องรอให้เจ้าอนุญาต!  บิดาข้ารึก็เปล่า เด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้ามีรึข้าจะต้องกลัว”  ผมจ้องอีกฝ่ายเขม็ง ลองเขามาใกล้อีกทีสิ แม่จะฝาดให้สลบเลยคอยดู

 

            “เจ้าว่าใครเป็นเด็กเอาแต่ใจ!

 

            “หืม...ท่าทางบ้านเจ้าจักมิมีกระจกสินะ ทั้งที่หน้าตาเจ้าก็บ่งบอกชัดเจนถึงเพียงนี้”

 

            “ข้าจะให้พ่อข้าจัดการเจ้า ! !” ชาวแคว้นจ้าวมุงเริ่มเกิดความรู้สึกสงสารเด็กหน้าหวานที่ยังมิรู้ตัวว่าตนกำลังจะมีภัย

 

            “หึ เชิญขี้ม้าสามศอกวิ่งไปฟ้องพ่อเจ้าเถอะ หากเรื่องแค่นี้ยังทนฟังมิได้อนาคตเจ้าคงลำบากมิน้อยหากยังยืนอยู่บนแผ่นดินของแคว้นจ้าว!

 

            “หลีกทางหน่อยๆ ทหารของจวนเสนาบดีซ้ายจะผ่านอย่ายืนแกะกะ!

 

            “ฮ่าๆ เจ้าเสร็จข้าแน่! ทหารของพ่อข้ามาถึงแล้วทีนี้ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะปากดีอย่างเมื่อครู่อยู่รึเปล่า!!” อ่อ...ที่แท้ก็คุณชายตระกูลจู  ลูกของจูหงเฟยหนึ่งในสี่เสนาบดี นึกว่าใหญ่คับฟ้าเสียอีก เหอะ

 

            “เสนาบดีฝ่ายซ้าย?.....งั้นเจ้าก็คงจะเป็นจูเจิ้นหมิงสินะ”

 

            “ใช่! ข้าแซ่จู นาม เจิ้นหมิง นับแต่นี้ไปจงจำชื่อข้าให้ขึ้นใจ เพราะเจ้าต้อง...”

 

            “ช้าก่อนคุณชายจู! ข้าเกรงว่าเจ้าจะพูดเสียเที่ยว เพราะข้าไม่นิยมจดจำชื่อของบุคคลที่ข้าไม่นับถือ ต้องขออภัยที่ข้าอาจทำให้เจ้าต้องไม่พอใจอีกแล้ว” ผมยกมือขัด ก่อนจะพูดต่อเรียบๆ หาได้สนใจอาการของคนฟังที่หน้าแดงเนื่องจากโมโหจัดไม่

 

            “ทหาร! จับตัวมันไว้!!!” คุณชายจูตวาดลั่น เขาโกรธจนไม่รู้จะโกรธอย่างไรแล้ว มันมากเกินไปที่เขาจะทนแล้ว!

 

            “หึหึ หากอยากได้ตัวข้าก็ใช้กำลังของเจ้าเองมาจับข้าสิ ไม่เช่นนั้นแล้วข้าก็ขอตัวก่อน” ผมท้าทาย ก่อนจะสะกิดปลายเท้าใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นไปบนหลังคาต่อหน้าต่อตาจูเจิ้นหมิง อย่างง่ายดาย

 

            “หวังว่าเจ้าจะมีโอกาสจับข้าได้คุณชายจู...อ้อ...นามของข้าคือหย่งฟูหากเผื่อเจ้าอยากจะจดจำไว้บ้างน่ะนะ ข้าไปละ”    

           

 

            จูเจิ้นหมิง!?

                       

            พรึบ!!

 

            ผม(แสยะ)ยิ้ม สะบักพัดดังพรึบเรียกความสนใจของแขกทั่วไปและแขกพิเศษที่จ้องผมตาไม่กระพริบไม่ว่าผมจะเดิน หรือ แม้แต่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขา !

 

            “ข้าหลงนึกว่าคุณชายจากตระกูลไหนต้องการพบข้า ที่แท้ก็คุณชายจู บุตรชายของเสนาบดีจูหงเฟยนั้นเอง” ผมกระตุกยิ้มยั่ว ใบหน้าคมดุดันกระตุกเกรง เห็นได้ชัดว่าเรื่องสมัยเด็กจูเจิ้นหมิงยังจำมิเคยลืม และคาดว่าในอนาคตหากยังเคลียไม่จบชีวิตผมไม่แคล้วมีลูกหมาอีกตัววนเวียนคอยพันแข็งพันขา

 

            “หย่งฟู!” จูเจิ้นหมิง ตวาดกร้าว

 

            “หึหึ มิเจอกันนานนมดูท่านแตกต่างจากเมื่อก่อนไปมากเหมือนกันนะ สูงดุดัน แข็งกระด่าง คงผ่านประสบการณ์กรานโลกมาเยอะละสิ” ผมเย้ย ราดน้ำมันลงบนกองไฟที่โหมกระหน่ำให้กระพือหนักยิ่งกว่าเก่า ผมคาดว่าจูเจิ้นหมิงคงเกลียดขี้หน้าผมยิ่งกว่าเดินร้อยเท่า

 

            หมับ!

 

            ปึก!

 

            “อะๆ เมื่อก่อนข้ามิยอมให้ท่านจับเช่นไรยามนี้ข้าก็ยังมิยินยอมให้ท่านจับเช่นนั้น” ผมปัดมือหนาที่แทบจะคว้าคอหอยของผมออก ทำไมเป็นคนมือไว(?)อย่างนี้ละ ไม่เจอกันไม่กี่ปี พัฒนาการในการเข้าหาผู้คนยังต่ำเหมือนเดิม

 

            จูเจิ้นหมิงถลึงตามองผมอย่างอาฆาต ผมไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีมานี้เขาได้ฝึกพัฒนาฝีมือก้าวถึงขั้นไหนแล้ว หากแววตามุ่งมั่นที่ฉายชัดในแววตาก็สร้างความพอใจให้ผมมิน้อย อย่างน้อยจูเจิ้นหมิงก็มิได้งมอยู่กับที่ นี่หรือเปล่าความพยายามของหอยทาก(?)  ถึงมันจะค่อยๆ กระดึบๆ แต่ก็มุ่งตรงไปข้างหน้า 

 

            “แววตามุ่งมั่นดี! หวังว่าฝีมือจะดีตามแล้วกัน” ผมส่งเสียงถากถาง รู้สึกได้ถึงทักษะในการตอแหลจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ทั้งๆ ของเดิมที่มีอยู่ผมว่ามันก็น่ากลัวมากพอแล้ว

 

            “ข้าจะล้มเจ้าให้ได้!!” จูเจิ้นหมิงพูดลอดไรฟัน พยายามสลัดภาพชายหนุ่มรูปงามที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูดอันร้ายกาจทิ้งไป

 

            “โห! เจ้าคิดว่าตัวเอง มีฝีมือ ถึงขั้นนั้นเลยรึ?” ผมเลิกคิ้วถาม พยายามพูดให้ผมและจูเจิ้นหมิงได้ยินเท่านั้น  ผมไม่อยากทำลายภาพพจน์ของลูกชายเสนาบดีซ้ายไปมากกว่านี้  ด้วยกระดานหมากตานี้ผมได้เป็นผู้วางหมากต่อ คิดหรือว่าเด็กพึ่งหัดเดินจะชนะ? แม้นผมต่อให้สิบแต้ม หมากกระดานนี้ผมก็จะต้องเป็นผู้ชนะ!!

 

            กรอดดด!!

 

            “อย่าประมาณตนสูงนัก! เจ้ามันไม่ได้มีค่าในสายตาข้าสักนิด”

 

            “หากเจ้าคิดเช่นนั้นแล้วสบายใจ ก็ตามใจเจ้า ถือซะว่าข้ามิได้พูดก็ได้ หึหึ” โบกพัดไปมายั่วอีกฝ่าย

 

            “.....”

 

            “อ้อ...แล้วมาหาข้ามีธุระอันใดรึ ซ้ำยังทำรุนแรงเสียจนข้าวของเสียหายมากมายอีกด้วย ข้ามิยอมรับผิดชอบผู้เดียวหรอกนะ” เห็นคนตรงหน้าข่มอารมณ์จนแทบจะระเบิดอยู่ลอมล่อ ผมก็ถามถึงสาเหตุการมาในครั้งนี้ของเขาเสียที...ด้วยเกรงว่าหากช้ากว่านี้จักมิมีโอกาสได้พูด

 

            “บัญชีแค้นในอดีตข้าจะมาสะสางให้สิ้นเสียแต่วันนี้!

 

            เจ้าคงชังน้ำหน้าข้ามากสินะ...?

            แก้แค้นสิบปียังมิสายเป็นเช่นนี้นี่เอง...

 

 

            “ข้าไปทำสิ่งใดให้เจ้าเคืองรึ” ผมถามหน้าซื่อ เรียกริ้วความไม่พอใจของจูเจิ้นหมิงมากขึ้น  อันที่จริงเรื่องเด็กๆ อย่างนั้นเขาไม่น่าเก็บมาคิดจนถึงป่านนี้ด้วยซ้ำ

 

            “เจ้าลืมสิ่งที่ทำไว้กับข้าแล้วรึ” จูเจิ้นหมิงแค่นเสียงถามอย่างอดทน ผมคิดว่าเขาคงพยายามใช้ความอดทนกับการกวนประสาทของผมอยู่มากเอาการ

 

            ช่วยไม่ได้นะจูเจิ้นหมิง หากเจ้าไม่โตไวจนน่าขัดใจข้าคงไม่กวนประสาทของเจ้าเล่นอย่างนี้หรอก ผมกระตุกยิ้มสะใจภายใต้การบดบังของพัด

 

            “ในเมื่อเจ้าหลงลืมมันไปแล้วก็ไม่เป็นไร...” เสียงเย็นๆ ไร้แววล้อเล่นเอ่ยขึ้น

 

            “...?”

 

            “เพราะข้าจะกระตุ้นความทรงจำเจ้าเอง!

 

..............................................................................

 

            เฮือกก!

 

            จิตสังหารขั้นรุนแรงแผ่กระจายออกจากร่างจูเจิ้นหมิงราวกับเขื่อนแตก ส่งผลให้แขกที่ตั้งตารอชมการแสดงรอบพิเศษสะดุ้งเฮือกหน้าซีด บางรายถึงกับเป็นลมล้มพับฟุบคาโต๊ะ ส่วนคนที่พอมีฝีมือหรือวรยุทธ์อยู่บ้างนิดหน่อยก็ยังสามารถยืนต้านจิตสังหารอยู่ได้ แม้ว่าใบหน้าจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเพราะแรงกดดันอันมหาสารก็ตาม!

 

            ร้ายกาจ! พลังปราณแข็งแกร่งมาก!!

 

            พรึบ!

 

            “เก่งขึ้นเยอะเลยนี้...แต่มั่นใจหรือว่าพลังแค่นี้จะเอาชนะข้าได้?”  ผมยังคงยืนถามอีกฝ่ายอย่างมั่นคง ไม่ได้รู้สึกว่าแรงกดดันที่อีกฝ่ายปล่อยออกมาข่มทำให้ผมต้องเดือดเนื้อร้อนใจอะไร

 

ผิดกับจูเจิ้นหมิงที่หรี่ตาประเมินฝีมือของผมอย่างเงียบๆ  ซึ่งผมก็ไม่อยากขัดจังหวะเลยยอมยืนอยู่เฉยๆ ให้อีกฝ่ายประเมิน...ก็ถ้าคิดว่าจะได้อะไรมากกว่าที่เห็นก็เชิญ  

 

            รัศมีของปราณที่ห่อหุ้มรอบตัวผมทั้งยังเหลือเผือแผ่รอบกายกีดกันสิ่งรบกวนเข้ามาวุ่นวายกับผม คงสร้างความขัดใจให้กับจูเจิ้นหมิงไม่น้อย สังเกตได้จากสีหน้าบิดเบี้ยวเหมือนคนท้องผูกไม่ได้ถ่ายหนักมาหลายวันนั่น

 

            “ข้าว่าเราเล่นกันนาพอแล้วนะว่าไหม...?” ผมแสยะยิ้ม

 

            คลืนน!!

 

            อึก!

 

            จิตสังหารที่ร้ายแรงมิต่างหรืออาจจะมากกว่าพุ่งทะลวงเกราะคุ้มกันของจูเจิ้นหมิงเข้าปะทะกดดันลมปราณภายในอย่างร้ายกาจ จิตสังหารที่มีเพียงเจิ้นหมิงเท่านั้นที่สัมผัสได้ ด้วยกระแสพลังพุ่งตรงจู่โจมเป้าหมายแต่เพียงผู้เดียว  สาเหตุเพราะผมยังไม่อยากฆ่าคนบริสุทธิ์ 

 

            “ดูจากร่างกายที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี...เรามาประลองดาบตัดสินกันดีกว่าไหม” ผมเก็บจิตสังหารก่อนจะเสนอทางเลือกที่ดูมีโอกาสชนะมากกว่าให้กับลูกหมาตัวน้อยตรงหน้า  หมาจนตรอกมันกัดไม่เลือก เพราะงั้นผมต้องเหลือทางเลือกไว้ให้ลูกหมาตัวน้อยๆ ตรงหน้าด้วย ผมแสยะยิ้ม

 

            จูเจิ้นหมิงมีท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ยอมหยิบดาบออกมาสู้เมื่อเห็นว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีอยู่ไม่น้อย  ใบดาบสีเงินคมกริบแผ่จิตสังหารออกมากดดันอย่างต่อเนื่องไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคง   โฉลมเลือดมาไม่น้อย เช่นเดียวกับเจ้าของที่พอจับดาบความกดดันก็ดูรุนแรงกว่าตอนไร้ดาบเยอะ

 

            หือม์เข้าถึงวิถีแห่งดาบได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเนี่ย สุดยอดไปเลยนะ

            ...อย่างนี้สิมันถึงจะ สนุก!

 

            “หึหึ...ดาบดี! ช่วยทำให้ข้าเอาจริงให้ได้ด้วยละ จูเจิ้นหมิง” ผมแสยะยิ้มถูกใจ ดูเหมือนเจิ้นหมิงจะแปลกใจเล็กน้อย ออกจะกรุ่นโกรธหน่อยๆ ยามที่เห็นผมเรียกชื่อของเขาและแอบสบประมาทไปในที

 

            แปะ

 

            อย่าดีกว่า หยกศิลา คงใช้ประลองไม่ได้

 

            ผมละเมื่อจากดาบคู่กาย เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วเอามาใช้จริงไม่ได้เพราะมันรังแต่จะบั่นทอนกำลังใจของอีกฝ่าย ดีไม่ได้หอกุ้ยเซียนอาจเหลือแต่ซาก หลังจากนั้นผมก็จะโดนหูเตี๋ยบ่นจนหูชา

 

            “หูเตี๋ย หาดาบให้ข้าสักเล่มสิ” ผมหันไปบอกหูเตี๋ยที่นั่งชมเงียบๆ  พอได้ฟังคำพูดของผมนางก็เบ้หน้าอย่างเหลืออด แต่ก็ยอมทำตามคำขอ

 

            “เจ้าดูถูกข้ารึ! ทำไมไม่ใช้ดาบของเจ้า” จูเจิ้นหมิงตวาดกร้าว ผมไม่แปลกใจหากเข้าจะคิดว่าผมกำลังดูถูกฝีมือของเขา แต่ผมก็มีเหตุผลของผมเหมือนกัน

 

            “อย่าเข้าใจผิด ข้ามิได้ดูถูกฝีมือเจ้า เพียงแต่ข้ามีเหตุผลที่ใช้ดาบคู่กายมิได้ หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ” ผมแก้ความข้องใจ

 

            ผมกระตุกยิ้มถูกใจ อย่างน้อยๆ การออกนอกจวนครั้งนี้ก็มีเรื่องสนุกๆ ให้ทำละนะ

 

            “รับ!

 

            หมับ!

 

            “ขอบใจมาก”

 

            “ไม่เป็นไร...ยังไงข้าก็เหมารวมในรายการหนี้อยู่แล้ว”

 

            “งก...” ผมประมาณ แต่มีหรือนางจะสนใจ ผมเลยจำเป็นต้องหันมาให้ความสนใจการประลองตรงหน้าแทน  โต๊ะเก้าถูกย้ายหนีตั้งนานแล้วมิต้องห่วงว่าพื้นที่จะมิกว้างพอ

 

            ผมและจูเจิ้นหมิงยืนเผชิญหน้ากัน ก่อนเราทั้งคู่จะโค้งให้กันเล็กน้อยตามพิธี ก่อนจะยืนนิ่งใช้ความเงียบกดดันอีกฝ่าย รัศมีดาบของแต่ละคนขยายออกช้าๆ อย่างมั่นคง

 

            มาสิข้ารออยู่นะ

 

            ยิ่งกว่าสื่อใจถึงกันเมื่อจูเจิ้นหมิงพุ่งทะยานเข้าใส่ผมเป็นเส้นตรงด้วยความเร็ว ความกดดันที่ถูกส่งมาทำให้ผมต้องหรี่ตามอง

 

            ดาบแรกของเจิ้นหมิงพุ่งตวัดฟันเข้าใส่สีข้างด้วยความไว แต่ผมป้องกันได้แล้วตวัดฟันต่อต้าน ความแรงของการปะทะสร้างเสียง แกร็งและประกายไฟแปลบอย่างน่ากลัว แต่ก็ไม่มีวีแววว่าเราทั้งคู่จะหยุดประดาบกัน

 

            การปะทะกันของสองปีศาจตรงหน้าสร้างความตกตะลึงและเสียงฮือฮาไม่น้อยจากคนรอบข้าง ความเร็วที่มองแทบไม่ทันทำให้ไม่มีใครมองออกว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่กำลังได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

 

            เช้ง!

 

            เช้ง!!

 

            “เอาจริงเสียที!” จูเจิ้นหมิงตวาดลั่น พร้อมๆ กับการตวัดฟันอย่างต่อเนื่อง แต่ผมก็สามารถป้องกันและสวนกลับมาได้ทุกท่า

 

            “เจ้าก็เลิกเล่นปาหี่เสียทีสิ” ผมย้อน ปัดวิถีดาบออกห่าง

 

วารีหมุนเวียน!

 

 เสี้ยวพริบตาดาบเล่มคมก็ฟาดฟันลงมาในจังหวะเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเร็วและแรงที่มากมายมหาศาล ส่งผลให้รัศมีของดาบที่ถูกปล่อยออกมากรีดอากาศบาดผนังสร้างรอยยาวเหยียดที่ไขว้กันไปมาเป็นรูปกากบาท

 

“ว้าว! สร้างรอยได้เยี่ยมเนียนกริบ” ผมเป่าปากชม หากผมไม่พลิ้วตัวหลบในจังหวะสุดท้ายร่างกายผมคงกลายเป็นเป้าวาดงานศิลปะ

 

ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตกใจกับพลังโจมตีอันรุนแรงนั้น จู่ๆ ร่างของหย่งฟูเด็กหนุ่มหน้าหวานก็โผล่ขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่าเบื้องหลังคู่ต่อสู้อย่างมิมีใครคาดคิด แถมเจ้าตัวยังออกปากชมพลังโจมตีรุนแรงแต่กลับไม่ถูกเป้าหมายนั้นด้วย!

 

เจ้า...!?

 

มิมีเวลาให้ประวิงจูเจิ้นหมิงก็เบี่ยงตัวหมุนตวัดดาบฟันออกไปทันที ส่งผลให้คนที่รอจังหวะและระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว พลิกตัวหลบได้อย่างซิวเฉียด  ผมมองคมดาบที่อยู่ห่างระยะสายตาไม่กี่เซ็นอย่างนิ่งสงบออกจะเฉยชาด้วยซ้ำในเมื่อมันยัง ห่าง ถึงจะไม่กี่เซ็นจะแทงเข้าเบ้าตาผมก็เถอะ

 

            ผมวาดดาบเข้าฝาดฟันหวังจะเชือดคอหอยเจิ้นหมิงซะ ถ้าเขาไม่ยกดาบขึ้นต้านจนเกิดเสียงดัง แกร็งเสียก่อน

 

            หว่า..น่าเสียดาย หึ~

 

               ผมและจูเจิ้นหมิงสบตากันนิ่งมิมีผู้ใดขยับ ถึงขนาดตัวผมจะเป็นรองแต่ผมก็สามารถปะทะดาบตรงๆ กับผู้ชายตัวโตกว่าได้อย่างสูสี กระประดาบที่แท้จริงมันอยู่ที่ประสบการณ์และสัญชาตญาณ การออกดาบแต่ละท่าหากมัวเสียเวลาวิเคราะห์ผลดีผลเสียก็เท่ากับก้าวเท้าลงเหวไปแล้วข้างหนึ่งรอเวลาพลาดอีกครั้งก็ตกลงไปตาย

 

            จูเจินหมิงถือว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติของนักดาบครบถ้วน ทั้งการตัดสินใจและความเด็ดขาดในการลงดาบแต่ละครั้ง ทั้งเร็วและแรงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง คนเช่นนี้ในอนาคตจะเป็นกำลังสำคัญหากคิดทำการใหญ่ แต่ยังต้องรอให้โตอีกนิด เพราะทิฐิในอดีต ยามนี้ผมจึงเห็นนักเลงถือไม้เหวี่ยงมาเหวี่ยงไปมากกว่าสุดยอดนักดาบผู้ถือดาบยืนเหนือศัตรู...

 

            แกร็ง!

 

            “วิถีดาบมิมั่นคงเช่นนี้เจ้าจะทำให้ข้าหงุดหงิดรึ” ผมสกัดดาบที่ตวัดเข้าใส่สีข้างออก

 

            “อย่าดูถูกข้าให้มากนัก! วิถีดาบของข้ามั่นคงซื่อตรงเสมอ!!” จูเจิ้นหมิงสบถ พุ่งทะยานเข้าฟาดฟัน

 

            เช้ง

 

            หวืด

 

            เช้ง เช้ง! !

 

            ชิ! ซื่อตรงกับผีสิ!!

            เป๋ไปเป๋มาเช่นนี้นะรึ ซื่อตรง? แถวบ้านข้าเขาเรียก เชียงออกไปตรงๆ เลยเฟ้ย!!

 

            ปึก!

 

            ผัวะ!

 

            โครมม!

 

            ผมเบี่ยงตัวหลบแล้วหวดเท้าใส่สีข้างจูเจิ้นหมิงเต็มแรง ส่งผลให้ร่างสูงกระเด็นตามทิศทางของแรงล้มโครมกลางดงคนวงแตกกระจาย  ยังไม่พอผมก็ทะยานตามไปฟัดต่อ ยอมรับว่าผมกำลังโมโห แล้วยิ่งผมอารมณ์ไม่ดีอยู่ก่อนหน้าพอถูกปั่นด้วยความงี่เง่าของคนที่มิยอมรับความจริง ของก็เลยขึ้นง่ายๆ

 

            ส่วนผู้ชมก็คิดตรงกันในใจทั้งที่ยังอึ้งว่า ตอนแรกก็ดีๆ อยู่หรอกไหงไปๆ มาๆ จากประลองดาบถึงได้กลายเป็นมวยวัดได้เล่า!

 

            “ประลองดาบมีถีบด้วยรึหย่งฟู?”  หูเตี๋ยที่อึ้งตะลึ้งกับสิ่งที่เห็นเผลออุทานถาม นางจึงได้รับสายตาเย็นๆ ของบุรุษหน้าหวานส่งกลับมาให้เป็นคำตอบ หุบปากเจ้าซะ!!

 

            เฮือก!

 

            “การประดาบที่ไร้จิตวิญาณเช่นนั้นอย่าได้เรียกว่าการประลอง! ชิ ปากก็พร่ำเพ้อไปสิซื่อตรงมั่นคง!” ผมสบถใส่หน้าจูเจิ้นหมิง ที่ยันตัวขึ้นจากพื้น แรงจากเท้าที่ผมหวดใส่น่าจะส่งผลให้กระดูกซี่โคลงหักสองสามซี่ ไหนจะมือและเท้าที่ประเคนใส่ไม่ยั้งตอนท้าย คงช่ำในน่าดูชมละ! ผมกระชากคอเสื้อเขาข้ามาใกล้ๆ  “เจ้าต้องการสิ่งใดจากข้ารึ? คำสรรเสริญ ยอมรับในตัวเจ้า หรือคำประณาม ที่จับดาบสู้ด้วยความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ทิฐิของเจ้าที่มีต่อข้านั้นสิ่งหนึ่งดีและสิ่งหนึ่งมิดี อย่าใช้อารมณ์ในการฟาดฟัน แต่จงใช้สติ เจ้ามีดีกว่านี้ข้ารู้  แค้นข้ามากๆ แล้วจงไล่ตามข้า สู้จนกว่าจะออกจากเงาข้าได้สิ...จูเจิ้นหมิง!” ผมกระซิบทุกถ้อยคำใส่หูจูเจิ้นหมิง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คม สะกดให้เขาจดจำ

 

            หากเขาอยากเอาชนะผม สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือก้าวข้ามทิฐิในใจ เมื่อไหร่ที่เขาทำได้เขาจะกลายเป็นคนใหม่ จะกลายเป็น จูเจิ้นหมิง บุรุษผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง!

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

            “ได้ข่าวว่าบุตรชายท่านเสนาบดีจูกลับมาแล้ว หลังจากที่หายตัวไปนานนับสิบปีมิมีผู้ใดได้ข่าว ซ้ำยังได้ยินข่าวแว่วๆ อีกว่า ถูกบุรุษหน้าหวานทำร้ายร่างกายเสียจนชำปางตายเมื่อคืน...น้องทราบเรื่องหรือไม่” หย่งหยีหรี่ตาจับผิดผม สงสัยข่าวที่ได้รับคงสร้างความครื้นเครงใจให้หย่งหยีไม่น้อย เห็นได้ชัดจากอาการติดปีกบินมาหาผมเพื่อย้ำให้แน่ใจในข่าวที่ได้รับ ผมหัวเราะหึๆ ตีหน้าตายเลิกคิ้วมองหย่งหยีอย่างไร้(าย)เดียงสา อาการที่คนมอง มองปราดเดียวก็รู้ว่าแสร้งทำ!

 

            “หรือเจ้าค่ะ! ตายจริงผู้ใดช่างกล้าทำการอุกอาจเช่นนี้ได้” ผมแกล้งอุทานอย่างตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน มือที่ปักผ้าอยู่ก็ปักไปเรื่อยหาได้สะดุดตกใจตามใบหน้าและน้ำเสียง ส่งผลให้หย่งหยีเบ้หน้าหมั่นไส้

 

            ผมตกใจแล้วนะ สาบานได้ หรือท่านต้องสิ่งใดจากผมอีก? ร้องไห้ฟูมฟายกล่าวเสียใจทั้งน้ำตา? ตลกเหอะ  

 

            “น้องพี่มิรู้จริงรึ” ย้ำอีกรอบ

 

            “จริงแท้แน่นอน” ผมก็ยืนยัน

 

            “น้องทำเช่นนั้นมิถูกนะ น้องเป็นสตรีทำร้ายร่างกายบุรุษได้เช่นไร ยิ่งแอบเข้าหอกุ้ยเซียนยิ่งแล้วใหญ่ หากท่านพ่อทราบเรื่องบ้านแตกแน่ น้องรู้หรือไม่” หย่งหยีร่ายความผิดของผม โดยที่ไม่สนใจว่าก่อนหน้านั้นผมจะปฏิเสธว่าตัวเองไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

            “ท่านพี่เข้าใจผิดแล้วน้องมิได้ทำเช่นที่ท่านกล่าวหาเพียงนิด(ทำเยอะ) เหตุใดใส่ร้ายข้าเล่า” ผมปฏิเสธเสียงเรียบมิกลัวเกรง อย่าได้หวังว่าผมจะปริปากหากหลักฐานไม่มีพยานไม่มา เรื่องอะไรจำเลยจะยอมรับครับ? งานนี้พ้นข้อกล่าวหาเห็นๆ ผมยิ้มย่องในใจ       

 

            “เหอะ ข้ามีน้องสาวเป็นจิ้งจอกจริงๆ ด้วย”  หย่งหยีแขวะผม เห็นทีข่าวบุตรชายท่านเสนาบดีจูถูกทำร้ายร่างกายจะดังไม่น้อย ยิ่งมีข่าวลือมากมายแพร่สะพัดออกไป ปากต่อปากคนต่อคนจนจนกลายเป็นข่าวใหญ่โตล่ามเร็วยิ่งกว่าไฟล่ามทุ่ง ร้อนถึงท่านเสนาบดีจูที่เที่ยวไล่หาคนร้ายให้ควั่ก แต่ยังไร้ร่องรอย เสมือนคนร้ายหนีหายไปเฉยๆ มิพบเบาะแสใดๆ  จะพบก็เพียงชื่อที่รู้จักในนาม หย่งฟูบุรุษปริศนาที่มากความสามารถแต่มีประวัติอันลึกลับ

 

            แล้วนาม หย่งฟูที่หย่งหยีได้ยินมามันจะเป็นผู้ใดไปได้ หากมิใช้ผมสตรีอ่อนเยาว์ผู้เรียบร้อยที่นั่งปักผ้าดูไร้พิษสงผู้นี้   

 

            สวรรค์! สตรีจวนแม่ทัพช่างหาผู้ใดเปรียบมิได้! เพราะนอกจากความงามที่มีแล้วความอันตรายยิ่งมีมากกว่า!!

 

            “ท่านหาว่าข้าเจ้าเล่ห์เช่นจิ้งจอกรึ” ผมยู่หน้าค้อนหย่งหยี ดูเหมือนว่าท่านจะไม่มองย้อนดูตัวเองเอาเสียเลย

 

            “ใช่!

 

            ผมถลึงตามองคนพูดที่ตอบโดยมิหยุดคิด เขาเรียกความสามารถอันล้นเหลือหรอกหาใช่ความเจ้าเล่ห์เช่นที่ท่านเข้าใจ  ผมใช้สายตามองหย่งหยีสื่อให้เขาเข้าใจว่า อย่าให้ข้าแฉท่านบ้างนะ หากข้าจิ้งจอก ท่านมันก็อสรพิษดีๆ นี่เอง!

 

            “พี่ว่าพี่มิเคยเลี้ยงเจ้าให้กลายเป็นชายชาตรีเยี่ยงนี้นะ” ยังมิเลิก     

 

            “มีส่วนไหนของข้าที่เป็นชาย? ข้าออกจะเรียบร้อย (?) อ่อนหวาน (?) สำคัญที่สุด ข้ามิมีนิสัยชอบความรุนแรง (??) สักนิด  เห็นไหมข้านะกุลสตรีชัดๆ” ผมยิ้ม(สยอง)ให้หย่งหยี ที่คล้ายจะรับความจริงข้อนี้องผมไม่ได้  เออผมเข้าใจ! เพราะจากที่พูดไปเนี่ย ผมเองก็ยังขนลุกเลยกับความคิดตัวเองอยู่เลย ไม่จำเป็นต้องให้ท่านมาแสดงให้ดูหรอก ผมค่อนคอดในใจ

 

 

   แม้นระยะเวลาในการใช้ชีวิตเช่นสตรีกว่าสิบปีจะทำให้ผมทำใจได้แล้ว แต่ข้อหนึ่งที่ไม่ว่าจะร่างชายหรือหญิงที่ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีนั้นคือ ความเรียบร้อยอ่อนหวาน  ที่แสดงออกไปทั้งหมดนั่นล้วนแล้วแต่เป็นการแสดงล้วนๆ เพียงแค่พอแสดงไปนานๆ แล้วมันติดจนแยกไม่ออกว่าอันไหนแสดงอันไหนจริงเท่านั้นเอง!

 

            “น้องเหมือนกุลสตรีทุกอย่างสมบูรณ์หาที่ตำหนิมิได้ จะขาดก็เพียงอย่างเดียวที่ดูมิเหมือนนั่นก็คือ นิสัย น้องรักสนุกกล้าได้กล้าเสียจนเกินไป สตรีเรือนใดเที่ยวเข้าหอนางโลมเป็นว่าเล่นเช่นเจ้าบ้างหึ?” หย่งหยีลูบหัวผมอย่างเอ็นดูปนหมั่นไส้นิดๆ

 

            ได้ยินสิ่งที่หย่งหยีพูดผมถึงกับสะอึก ผมรู้ข้อเท็จจริงนี้ดีว่า นิสัย ของผมมันสวนทางกับภาพลักษณ์ที่แสดงออกมากเพียงใด แต่การจะให้ผมแสร้งเรียบร้อยตลอดเวลาผมก็ทำให้ไม่ได้เหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าอุดมคติของคนที่นี่ที่มีต่อผมนั้นจะเป็นเช่นไร แต่ผมจะขอเป็นผู้หญิง(?)ในแบบที่ผมอยากเป็นไม่ใช่ที่ใครอยากให้เป็น ถึงใครจะมองเช่นไรผมไม่สนขอเพียงคนในครอบครัวยอมรับได้ก็พอ

 

            “ท่านพี่ผิดหวังในตัวน้องหรือไม่เจ้าค่ะ” ผมก้มหน้าไม่ยอมสบตาหย่งหยี

 

            “แล้วน้องทำสิ่งใดให้พี่ผิดหวังกันเด็กน้อย”

 

            หย่งหยีโน้มร่างผมเข้าหาแล้วลูบศีรษะเบาๆ ผมก็เงียบปล่อยให้ลูบหัวเล่นเป็นหมาหงอยสิครับ เพราะท่านคนเดียวเลย เปิดประเด็นให้ผมดราม่า

 

            “พี่มิเคยผิดหวังในตัวน้องไม่มีทางและจะไม่มีวัน...ต่อให้น้องเป็นปีศาจจิ้งจอกที่ไม่มีผู้ใดต้องการหรือคอยสร้างแต่เรื่องปวดหัวมาให้พี่ไม่เว้นวัน พี่ก็จะมิมีทางผิดหวังในตัวนองแน่นอน!

 

            เอิ่ม...

 

            เกือบแล้วนะ ผมเกือบซึ้งกับคำพูดของหย่งหยีแล้วจริงๆ

 

            พลั่ก!

 

            “ใครเป็นปีศาจจิ้งจอกที่ไม่มีผู้ใดต้องการกันหะ!!” ผมแหวใส่หย่งหยีที่หงายท้องอยู่ที่พื้นโทษฐานปากพร่อยไม่เลือกเวลา คนกำลังจะซึ้งกลับมาทำลายบรรยากาศเสียนี้  

 

   “อูยย...น้องจะแรงเยอะเกินสตรีแล้วนะ เหม่ยเหยา” หย่งหยีเบ้หน้าโอดโอย ลูบสะโพกปอยๆ  ยัง ยังปากดีไม่เลิกไม่รู้ซะแล้วว่าอีกไม่นานกรรมกำลังตามมาสนอง

 

ฟิ้ว!

 

กึก!

 

            “อยู่เช่นนั้นจนกว่าข้าจะพอใจเถอะเจ้าค่ะ!...ท่านพี่~” ผม(แสยะ)ยิ้มหวาน มองท่านพี่คนสวยที่หมดสภาพแข็งค้างเป็นรูปปั้นอย่างชอบใจ ข้ารักท่านนะ แต่หมั่นไส้ท่านมากกว่า! หึหึหึ

 

            เฮ้ยๆ! อย่าใจร้ายกับพี่เช่นนั้นสิเหม่ยเหยา ถอนเข็มออกให้พี่ก่อนน~

 

            และแล้วช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับหย่งหยีก็ผ่านไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางหมู่มา(ร)ยาที่รายล้อมชอบใจต่อวิบากกรรมที่เขากำลังเผชิญ ฮืออ~

 

...........................................................................

 

            “นับจากนี้ข้าคงมิว่างแวะมาบ่อยนัก”  ผมพูดขึ้น หลังจากทอดตัวลงจิบชาข้างๆ ท่านเหวินเหอในยามสายที่ค่อนไปทางเกือบค่ำของวัน หนีออกจากบ้านเป็นเรื่องปกติสำหรับผมไปแล้ว

 

            หลังจากที่ผมลงโทษหย่งหยีข้อหาปากพร่อยโดยการสกัดจุดให้ค้างอยู่ในท่านั่งราบมือค้ำพื้นประมาณครึ่งชั่วโมง ด้วยความสงสารปนเวทนาผมเลยดึงเข็มออกให้(อันที่จริงผมทนเห็นหน้าตาสวยๆ คลอไปด้วยน้ำใสๆ ของหย่งหยีไม่ไหว) และพอหลุดออกจากอาการค้างเติ่งได้หย่งหยีก็ใช้วิชาตัวเบาพุ่งห่างจากผมเพื่อความปลอดภัยของตัวเองไปหลายเมตร จากนั้นก็บ่นปนตัดพ้อต่างๆ นานาอีกหลายจบ ผมเห็นปากหย่งหยีงึมงำอะไรไม่รู้ เลยเดาเอาว่าท่านคงบ่นผมตามประสา(ไกลขนาดนั้นได้ยินก็แปลกละ =_=;;)

 

            พอหย่งหยีจากไปผมที่ปักผ้า(ที่กลายเป็นงานอดิเรกอีกอย่างไปแล้ว)เสร็จ ก็แอบออกจากจวนเดินทางเข้าป่าเพื่อพบท่านเหวินเหอแจ้งข่าวทันที เพราะผมคิดว่าตัวเองคงไม่มีเวลาว่างแวะมาที่นี่อาทิตย์ละสองสามครั้งอย่างเก่า เว้นแต่แอบออกจากวังได้นะ 

 

            อ้อ ผมบอกไปรึยังว่าอีกไม่เกินสองวันทางวังหลวงจะจัดขบวนมาแห่ผมเข้าวังแล้ว เวลาช่างผ่านไปไวจนน่าตกใจ ทันทีที่ได้ข่าวผมดีใจจนน้ำตาไหลพราก! อิสระสิบกว่าปีของผมจบสิ้นกันแล้ว ให้ตายเถอะ

 

            “เพราะข่าวที่ท่านล้มบุตรชายเสนาบดีจูเช่นนั้นรึ” เหวินเหอเลิกคิ้วถาม ผมกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย

 

หลายปีมานี้ผมแทบจะกลายมาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของหมู่บ้านกลางป่าแห่งนี้ไปแล้ว ทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้านถูกผมสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดมิเหลือ หนำซ้ำยังเสนอความคิดให้วาดแผนที่และวางจุดป้องกันให้หมู่บ้านเพื่อให้เล็ดลอดจากการสำรวจของทางการอีกด้วย ผมอ้างว่าไม่อยากให้ใครมาพบเห็นนอกจากตัวเองเลยต้องหาทางป้องกันไว้ก่อน ถึงจะรู้ว่าคนในหมู่บ้าน(โดยเฉพาะลูกศิษย์ตัวดีทั้งแปด)เก่งกาจเพียงใดแต่กันไว้ก็ดีกว่าแก้

 

            “การข่าวท่านไวดีจริง” ผมแขวะอย่างไม่จริงจัง “สาเหตุหนึ่งก็ใช่แต่ไม่ทั้งหมด ที่ข้ามาก็เพียงแวะมาบอก เผื่อข้าหายไปนานท่านและคนอื่นๆ จะได้มิเป็นห่วง”

 

            “พวกลูกศิษย์ท่านทราบเรื่องหรือยัง”

 

            “ข้ายังมิพบผู้ใดสักคน สงสัยรู้ว่าข้ามาเลยหนีหายกันไปหมด” ผมพูดติดตลก พอนึกว่าเจ้าพวกนั้นแสดงสีหน้าหวาดกลัวการมาของผมแค่ไหนทำเอาอดขำไม่ได้

 

            “หากท่านมิกลั่นแกล้งเจ้าเด็กพวกนั้นทุกวีวัน มีหรือจะพากันหลบหน้า”  เหวินเหอส่ายหน้าระอากับนิสัยขี้แกล้งของผม เอ้าๆ ท่านมิเคยได้ยินหรอกรึ รักดอกจึงหยอกเล่น ถึงมันจะเล่นแรงไปบ้างก็ตามที

 

            “หากข้าพูดแล้วฟัง มีหรือข้าจะลงไม้ลงมือ ข้าออกจะใจดีเป็นมิตรกับทุกคน หึหึ” ผมกระตุกยิ้มร้ายๆ ไปให้คู่สนทนา

 

            “ท่านนี่เหลือเกินจริง” เหวินเหอถอนหายใจอย่างสิ้นหวังกับการหาหนทางแก้นิสัยของผม

 

เหวินเหอจิบชาเหม่อมองภาพอันสงบสุขของหมู่บ้านไล่หลังบอบบางของเด็กหนุ่มหน้าหวานที่ตรงไปยังเรือนที่สร้างขึ้นเพื่อสอนสั่งเพิ่มความรู้ให้เด็กๆ  ภาพเหล่านี้คงมิสามารถเกิดขึ้นได้ การผลัดถิ่นมาอาศัยอยู่ในป่าลึกของแคว้นจ้าวถึงจะมิได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใด แต่การจะหาความสบายในถิ่นที่มิใช้บ้านเกิดย่อมมิมี ชาวบ้านที่อพยพหนีสงครามเช่นพวกเขาก็มิต่างจากเชลยสงคราม ถึงมิได้เข้าร่วมแต่การลักลอบเข้ามาในดินแดนศัตรูก็ถือว่าเสี่ยงต่อการถูกจับกุมยิ่งนัก

 

            ความสงบสุขเช่นนี้จะดำเนินไปได้อีกนานเพียงใดกันนะ...

 

            “ทำสิ่งใดกันอยู่เช่นนั้นรึ” ผมส่งเสียงถามเด็กๆ ผู้ที่กำลังขะมักเขม้นสุ่มหัวกันทำอะไรสักอย่างอยู่เงียบๆ ส่งผลให้หัวดำๆ หลายหัวสะดุ้งโหยงเขกกันเองเรียกเสียงโอดโอยดังระงม จนผมอดขำกับภาพน่าเอ็นดูเหล่านี้ไม่ได้

 

            “อ้าว แล้วกัน ข้ามิได้ตั้งใจ(แกล้ง)ทำให้พวกเจ้าเจ็บตัวเสียหน่อย เหตุใดร้องกันระงมเช่นนี้เล่า”

 

หันมามองเจ้าของเสียงเหล่าเด็กๆ ที่ทำตัวเองเจ็บตัวก็ค้อนขวับเบ้ปากน้อยๆ คล้ายไม่พอใจใส่ตัวต้นเหตุที่ยืนหัวเราะเยาะอยู่

 

“ท่านพี่หย่งฟูแอบมาเงียบๆ ปิงปิงตกใจหมดเลย” ปิงปิงเด็กหญิงตัวเล็กน่ารักแต่ซนยิ่งกว่าลิงบ่นขึ้น แถมเจ้าตัวยังคลำหัวปอยๆ ให้คนที่มองอยู่รู้ว่านางนั้นตกใจมากจนเขกตัวคนอื่นๆ แรงดังโป้ก     

 

            “หือ...ข้าก็เดินมาปกติมิได้แอบมาเสียหน่อย คนที่แอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ เช่นพวกเจ้าต่างหากละที่น่าสงสัย  ไหนดูสิทำอะไรกันอยู่...”

 

            “ไม่ได้นะ!” เสียงเล็กๆ แหวขึ้นอย่างตกใจ ผละตัวออกมากางแขนทั้งสองข้างบังมิให้คนตัวโตกว่ามองเห็น(ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่)ใบหน้ากลมๆ แสดงอาการตระหนกอย่างเห็นได้ชัดจนคนที่กำลังชะโงกหน้ามองหาสิ่งที่เหล่าเด็กๆ กำลังทำเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย

 

            “เอ้?...หรือพวกเจ้าแอบทำสิ่งมิดีถึงมิกล้าให้ข้าดูกัน” ยืดตัวขึ้นแล้วใช้นิ้วลูบคางอย่างครุ่นคิด ขณะลอบสังเกตอาการของเด็กหญิงที่เริ่มหันซ้ายหันขวาหาตัวช่วย

 

            “มะ มิใช่เสียหน่อย! พะ พวกข้ากำลังทำ ทำ...เอ่อ”

 

            “ทำ...?”

 

            “ทะ ทำ ทำ...!” เสียงเล็กเริ่มสั่นเมื่อไม่สามารถหาทางเลี่ยงคำตอบได้ แต่ในจังหวะที่กำลังจะสารภาพเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว บุคคลที่ช่วยชีวิตก็โผล่มาได้ถูกจังหวะ

 

            “ท่านพี่หย่งฟู!

 

            หมับ!

 

            เสียงเรียกหนักๆ พร้อมเรี่ยวแรงที่รัดรอบเอวทำให้ผมเอี่ยวศีรษะไปมองด้านหลัง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ อย่างระอา

 

            “เลี่ยงเหลียงเจ้ามิใช่เด็กตัวเล็กๆ เช่นก่อนแล้วนะ เที่ยวกระโดดกอดผู้อื่นไปทั่วเช่นนี้ได้อย่างไร” ผมแกะมือเล็กออก แล้วหันไปขยี้ผมของเลี่ยงเหลียงให้ฟูฟ่องจนเจ้าตัวเบะปาก

 

            “ ก็ข้าคิดถึงท่าน ข้านึกว่าท่านจะมิมาเสียแล้ววันนี้” เลี่ยงเหลียงพูดเสียงเบา

 

            ผมมองหน้าที่หม่นลงแล้วก็ถอนใจ เลี่ยงเหลียงจะติดผมมากไปแล้วนะ

 

            “มาสิ แต่หลังจากนี้ข้าคงมาบ่อยๆ มิได้” ผมบอกออกไป และแทบจะทันทีที่หน้าหม่นหม่นนั้นเปลี่ยนไปซีดสลดตกใจ

 

            “ทะทำไมละ! ท่านพี่หย่งฟูจะไม่มาที่นี่อีกแล้วหรอ?”

 

             “อย่าพึ่งฟูมฟายไปก่อนสิ ข้าพูดว่ามาได้ไม่บ่อยมิได้หมายความว่าจะไม่มาเสียหน่อย”  ผมอธิบายให้เลี่ยงเหลียงฟัง ก่อนจะหันมามองด้านหลังเพื่อหาตัวจำเลยที่ยังติดคำตอบอยู่อีกคน แต่พอหันกลับมาเหล่าสมุนเด็กทั้งหลายก็หายสลายตัวไปกันหมด

 

            ไวอย่างกับลิงจริงๆ ให้ดิ้นตาย

 

            “แล้วเมื่อไหร่ท่านพี่หย่งฟูจะมาอีก”

 

            ผมยิ้ม ลูบหัวเลี่ยงเหลียงเบาๆ “คงอีกสักพัก ข้ามีธุระต้องทำที่ใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ คงบอกไม่ได้ว่าจะแวะมาอีกทีเมื่อไหร่”

 

            “ข้ากับเลี่ยงซูคงคิดถึงท่านมาก”

 

            “ข้าก็คิดถึงพวกเจ้าทุกคนเหมือนกัน...”

 

            ผมเดินทักทายถามสาระทุกข์สุขดิบของผู้คนในหมู่บ้านทั้งเด็กทั้งแก่เหมือนเช่นทุกครั้งที่เคยทำ รวมถึงกลุ่มเด็กผู้หญิงที่อายุไล่เลี่ยกับผมด้วย พวกนางกำลังจับกลุ่มนั่งปักผ้าตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งเมื่อก่อนผมได้ทำหน้าที่เป็นนายหน้าให้ แต่ตอนนี้หมู่ตานได้ขึ้นมาควบคุมดูแลเองเต็มตัวแล้วหลังจากที่โดนผมลากเข้าเมืองแนะนำให้รู้จักกับหูเตี๋ยและเถ้าแก่เนียเจ้าของร้านปักผ้าต่างๆ รวมทั้งร้านขายยาด้วยเผื่อเอาสมุนไพรไปปล่อย

 

            พักหลังรายได้ของหมู่บ้านจึงเพิ่มขึ้น รวมถึงการเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน  หากคนภายในหมู่บ้านก็ไม่ได้มีความคิดจะย้ายออกไปอยู่ในเมือง ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ที่นี่ทุกคนก็อยู่ดีมีสุขไม่เดือดร้อน อีกส่วนเหตุผลส่วนตัวของพวกเขาผมรู้ แต่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องสนใจแต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่ใส่ใจ

 

            ว่าแต่ว่าไอ้พวกลูกศิษย์ทั้งหลายมันหายหัวไปไม่คิดจะโผล่หน้ามาให้ผมเห็นเลยจริงๆ นะเนี่ย

            เดี๋ยวเถอะ อย่าให้เจอตัวนะแม่จะเอาให้ถึงตาย =____=+++   

 

 

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Skip time ข้ามเวลาลิขิตรัก(ชื่อชั่วคราว) ตอนที่ 17 : ลิขิตที่ ๑๓ ใคร่ครวญต้องช้าๆ ลงมือต้องรวดเร็ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3968 , โพส : 25 , Rating : 164 / 34 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#25 : ความคิดเห็นที่ 836
นี่ไงงงงง งงๆอะไรท์ช่วยชี้แจ้งแถลงไขที _ _
Name : cherryme< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cherryme [ IP : 180.180.30.31 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มกราคม 2557 / 14:34

#24 : ความคิดเห็นที่ 731
มีมารน้อยไว้เป็นเบ้รับใช้นี้ช่าง....//ยิ้บปี้// น่าสนุกจริงๆคะ รออ่านอยู่นะคะ
PS.  อย่าขาดความมั่นใจในตนเองและอย่าตระหนกตกใจในสิ่งที่คุณทำ เพราะทุกๆสิ่งคือประสบการณ์ https://www.facebook.com/hbn.brown
Name : เฮเบียนัม บราวน์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เฮเบียนัม บราวน์ [ IP : 61.90.31.90 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ธันวาคม 2556 / 18:50


#23 : ความคิดเห็นที่ 589
ตามต่อ
PS.  มนุษย์เราหากทำใจที่ยอมเเพ้ให้เปิดกว้างภาพเเห่งอนาคตที่ปรากฏก็จะสว่างไสว
Name : kikza_kung< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kikza_kung [ IP : 180.180.129.3 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 พฤศจิกายน 2556 / 15:33

#22 : ความคิดเห็นที่ 539
สนุกมาก
Name : ผู้ส่งมอบความตาย< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้ส่งมอบความตาย [ IP : 125.26.128.112 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 / 09:46

#21 : ความคิดเห็นที่ 297
รีบอัพไวๆน่ะ  สู้ๆ
PS.  
Name : เมมฟิส< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.36.36 ]
Email / Msn: junsiri_k(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กรกฎาคม 2556 / 15:01

#20 : ความคิดเห็นที่ 291
ไม่ถึงตายก็แย่แล้ว  เอาให้ถึงตายจะขนาดไหนนะ+55555555555+
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.119.217 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2556 / 10:43

#19 : ความคิดเห็นที่ 290
เหอๆ เตรียมใจกันไว้ได้เลยลูกศิษย์ทั้งหลาย 555
PS.  "รัก"..ไรเตอร์ที่ UP นิยายให้อ่านสม่ำเสมอจัง!! น่ารักที่สุดอ่ะ
Name : MeMie< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MeMie [ IP : 223.207.1.35 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 กรกฎาคม 2556 / 21:57

#18 : ความคิดเห็นที่ 282
หวังว่าคุณชายจู  จะคิดได้
PS.  สถานะ : อารมณ์ดีมากกกก 5555555 ขอบคุณนักเขียนทุกท่าน ที่แต่งนิยายมาให้อ่าน
Name : yukai< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yukai [ IP : 49.48.129.90 ]
Email / Msn: yuka_cutie(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กรกฎาคม 2556 / 23:15

#17 : ความคิดเห็นที่ 265
ชอบมาก กดไลท์เยอะๆๆๆๆ โวลตเยอะๆๆๆๆ  เลย อ่านรวดเดียว แต่ใช้เวลา 2 วันอันเนื่องจากมิมีเวลาอะนะ สนุกกกกกกมากกก ทุกอย่าง โอเค ลงตัวไปหมด ชอบนางเอกร้ายๆๆแบบเนี่ยค่า   กำลังให้ไปเลยเต๊ม 100 ค่าาาาาาา
Name : หลินปิงซ่า< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หลินปิงซ่า [ IP : 49.49.52.33 ]
Email / Msn: dookran(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2556 / 20:28

#16 : ความคิดเห็นที่ 263
หึหึหึหึหึ อยากอ่านต่อ มาต่อไวๆ นะคะ >
Name : starlight [ IP : 101.51.46.35 ]
Email / Msn: perma.ai(แอท)gmail.com
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 22:16

#15 : ความคิดเห็นที่ 262
เห็นด้วยกับ คห.260 ขอรับ^-^
PS.  love me~!!!!
Name : นายด์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นายด์ [ IP : 124.121.16.62 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 18:35

#14 : ความคิดเห็นที่ 260
อยากให้เจิ้นหมิงหลงรักเหม่ยเหยามากๆ
PS.  
Name : เมมฟิส< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.38.56 ]
Email / Msn: junsiri_k(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 12:12

#13 : ความคิดเห็นที่ 259
ถ้าองค์รัชทายาทรู้เรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อไปนะ
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.112.164 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 11:37

#12 : ความคิดเห็นที่ 257
อยากเห็นองค์รัชทายาทจัง...25% ที่เหลือจะมีซีนออกมาให้เห็นมั้ยคะไรเตอร์
Name : มาลี [ IP : 37.228.104.49 ]
Email / Msn: -
วันที่: 8 กรกฎาคม 2556 / 20:54

#11 : ความคิดเห็นที่ 252
กลายเป็นมวยวัดไปได้
Name : sweet-retro [ IP : 27.55.162.41 ]
Email / Msn: sweet-retro(แอท)hotmail.co.th
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 16:33

#10 : ความคิดเห็นที่ 249
คีย์น้อยน่ะ อายุสมอง 40 บ้าง 15 บ้าง ตามอารมณ์
PS.  ความสุขไม่ต้องหาที่ไหน ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากผู้อื่น
Name : ซาลาสซา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ซาลาสซา [ IP : 115.87.221.5 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 14:30

#9 : ความคิดเห็นที่ 248
รอๆๆ50%คะ
Name : maysamo< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ maysamo [ IP : 223.207.120.14 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 09:29

#8 : ความคิดเห็นที่ 247
สนุกหยุดไม่อยุเลยค่ะ
Name : 123 [ IP : 58.8.38.140 ]
Email / Msn: -
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 01:24

#7 : ความคิดเห็นที่ 246
สู้ๆ 

Name : rinriko< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rinriko [ IP : 124.120.49.46 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 00:05

#6 : ความคิดเห็นที่ 245
เอิ่ม.... เจิ้นหมิงไหวไหม ถ้ารู้ว่าแพ้นางเอกที่เป็นผู้หญิงอาการน่าจะหนักกว่านี้นะ
Name : ChinChaJang< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ChinChaJang [ IP : 125.25.124.58 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 21:34

#5 : ความคิดเห็นที่ 244
แค่ชนกันยังแค้นขนาดนี้เลยนะ

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 กรกฎาคม 2556 / 11:13
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.113.171 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 20:54

#4 : ความคิดเห็นที่ 243
ไอนี่แค้นฝังหุ่นจริงว่ะ -*-
Name : Greatest moon< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Greatest  moon [ IP : 101.108.223.172 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 19:37

#3 : ความคิดเห็นที่ 242
สนุกมากๆๆๆๆ
PS.  "เธอที่รัก หากโลกทั้งใบทรยศหักหลังเธอ ฉันจะยืนอยู่ข้างหลังเธอและจะทรยศโลกทั้งใบด้วยกัน"
Name : Black Moon< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Black Moon [ IP : 171.5.140.128 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 19:35

#2 : ความคิดเห็นที่ 241
อย่าปล่อยให้เค้าค้างสิ...

ขอุณสำหรับวันนี้นะคะ
PS.  without you the world is no meaning.
Name : BaDMiNToN OoOlll< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BaDMiNToN OoOlll [ IP : 110.171.210.158 ]
Email / Msn: boughtme(แอท)outlook.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 19:28

#1 : ความคิดเห็นที่ 238
TT^TT อยากอ่านต่อจัง
สนุกกกกมากกกค่ะ
มาต่อเร็วๆนะค่ะ
Name : READER< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ READER [ IP : 110.168.174.52 ]
Email / Msn: harry_yui(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 18:35

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android