สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Skip time ข้ามเวลาลิขิตรัก(ชื่อชั่วคราว)

ตอนที่ 17 : ลิขิตที่ ๑๕ สตรีที่ดีทุกระเบียบนิ้ว มีอยู่ในนิยาย


     อัพเดท 13 ธ.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อดีต ปัจจุบัน อนาคต
Tags: ย้อนเวลา, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : เจ้าขา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าขา Email : Dek-noe(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/54212070xx
< Review/Vote > Rating : 100% [ 7 mem(s) ]
This month views : 1,681 Overall : 53,098
1,040 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 867 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Skip time ข้ามเวลาลิขิตรัก(ชื่อชั่วคราว) ตอนที่ 17 : ลิขิตที่ ๑๕ สตรีที่ดีทุกระเบียบนิ้ว มีอยู่ในนิยาย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4379 , โพส : 26 , Rating : 164 / 34 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

       
                 ลิขิตที่ ๑๕ สตรีที่ดีทุกระเบียบนิ้ว มีอยู่ในนิยาย

 

           

            “อะ โอ้ยย ท่านแม่! หนังข้าจะถลกกลับด้านแล้วเจ้าคะ!! ” ผมโอดครวญ ขืนตัวออกจากอุ้งมือมาร ยามที่ลงแรงทารุณกรรมผิวหนังชั้นนอกของผมอย่างโหดร้าย

 

            หากการออกเรือนจำเป็นต้องตระเตรียมร่างกายให้พร้อมประหนึ่งจะออกรบเช่นนี้แล้วไซร้ ชาตินี้ทั้งชาติ อย่ามีผัว! เอ้ย อย่ามีมันเลยสามงสามีเนี่ย   ผมประจักษ์แจ้งแก่ตัวเองแล้วว่าการเป็นเจ้าสาวที่เพียบพร้อมมันช่างโหดร้ายต่อร่างกายโดยแท้จริง

 

ข้อบัญญัติสิบประการ(อันที่จริงมันก็ไม่ถึงหรอก)ที่สตรีเพศแม่จำต้องระลึกให้ขึ้นใจ

 

 ประการแรก เจ้าสาวที่ดีต้องไร้ไขมันส่วนเกิน

พูดให้ดูหรูไปอย่างนั้น อันที่จริงแค่ไม่อ้วนจนยัดชุดแต่งงานไม่ได้ก็เพียงพอแล้ว ผมเข้าใจนะ หากจะอ้วนฉุ กลมบ็อกเป็นยางรถสิบล้อ ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องน่าอนาถมันก็ออกจะเกินไปสักหน่อย   ดังนั้นอย่างน้อยการเซฟหุ่นให้ดูดีในยามใส่ชุดเจ้าสาวมันก็เป็นทางเลือกที่ดี เชื่อเถอะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนพอใจเมื่อตัวเองกลายเป็นอีอ้วนในวันงานแต่งหรอก มันเป็นวัฒนธรรมการแต่งตัวที่แพร่หลายที่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยในตัวของผู้หญิง...อันที่จริงตัวผมเองก็พูดมากกับรสนิยมของผู้หญิงมากไม่ได้หรอก ณ จุดจุดนี้      

 

ประการที่สอง เจ้าสาวที่ดีต้องมีสุขภาพผิวพรรณเปล่งปลั่ง   

เป็นที่แน่นอนว่า หากรูปร่างดีแต่ขาดการบำรุงรักษาผิวพรรณที่ดี คอร์สนรกสำหรับเจ้าสาวของคุณก็จะไม่มีคำว่าจบ ตราบใดที่ผิวคุณยังแห้งแตกลายงายิ่งกว่าไม้ฝาที่หมดอายุ คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าลุกจากที่นั่งหรอก เชื่อผม   สืบเนื่องมาจากการฝึกวรยุทธ์เมื่อครั้งยังเยาว์วัยและจนถึงปัจจุบันผมก็ยังฝึกอยู่ ผมไม่มีทางเลี่ยงการตากแดดตากลมเผชิญกับสภาพอากาศที่หลากหลายได้เลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวพรรณในบางจุดค่อนข้างห่างไกลจากคำว่าผุดผ่องเป็นยองใย แต่ก็ใช่จะเข้าข่าย ถึก บึก บึน  อันที่จริงผมเป็นคนรูปร่างจัดไปทางที่ดีมีกล้ามเนื้อบ้างพอเป็นพิธีเพราะเป็นคนออกกำลังกายสม่ำเสมอเท่านั้น...แต่ถึงอย่างนั่นก็ไม่ถึงขั้นถูกจับมัดขึงไว้กับเก้าอี้เสียหน่อย

 

ให้มันกลับเสียก่อนสิ ผิวหยาบเป็นกาบกล้วยเช่นนี้ เจ้าไปไถลตัวถูดินมาหรืออย่างไร! นี่เน่ะๆๆ ข้าจะขัดให้เปลือกที่หุ้มเจ้าอยู่หลุดออกให้หมด!” ว่าแล้วก็ออกแรงถูยิ่งกว่าเดิมจนผิวขาวๆ เหอแดงเป็นปื้น เสียงครวญครางที่ออกจากปากของผมก็ยังคงดำเนินต่อไป...ตราบนานเท่านาน

 

เอ่อ...อันที่จริงก็ไม่นานเท่าไหร่สามชั่วโมงพอดิบพอดีกับการแช่น้ำมหาสนุก ที่มีหนึ่งคนนั่งสั่นเป็นเจ้าเข้ากับอีกหลายคนขยันขันแข่งกระทำชำเราผิวหนังของผม

 

            ผมนั่งตัวซีดคาดว่าอีกไม่นานก็คงจะคล่ำดำและเน่าตาย แม้ช่วงแรกๆ ผมจะสามารถต่อปากต่อคำทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ แต่ผ่านไปสักระยะความสามารถในการสนทนาของผมลดลงอย่างน่าใจหาย  ริมฝีปากบางซีดเม้มแน่นป้องกันไม่ให้เกิดการสั่นจนเผลอกัดลิ้นตัวเอง ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตน้อยๆ ของผมละ

 

            ประการที่สาม เจ้าสาวที่ดีต้องเก่งเอา(แต่)ใจ

            ผมขนลุกเล็กน้อยกับหัวข้อที่ได้ฟัง ทั้งยังปฏิญาณในใจอย่างแน่วแน่ว่า ขอฟังเป็นแนวทางไม่ลงลึกถึงภาคปฏิบัติก็แล้วกัน...ผมยังทำให้ไม่ได้บอกเลย     

 

            และข้อสุดท้าย เนื่องจากมันมีหลายข้อผมตัดไปข้อสุดท้ายเลยแล้วกัน...เจ้าสาวที่ดีต้องมีลูกให้ทันใช่

 

!!!!

 

            ผมช็อกเล็กน้อย เมื่อจินตนาการถึงสิ่งมีชีวิตที่ตัวแดงๆ เหี่ยวๆ ย่นๆ ใช้ภาษามนุษย์โลกที่สาม (?) ในการสนทนาหลุดออกมาจากร่างกายของผม  มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ล้ำจนไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้  และประเด็นสำคัญมันอยู่ก่อนหน้านั้นต่างหาก...ผมคิดว่าการมีลูกไม่สามารถทำได้เองฝ่ายเดียว คือมันต้องมีฝ่ายกระทำและถูกกระทำใช่ไหม..?

 

ด้วยความสัตย์จริงผมไม่มีทางยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำแน่ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

 

            ผมไม่พร้อมที่จะเป็นแม่ของลูกให้ใคร

 

...ดูท่าเวรกรรมจะทำงานดีเกินคาดจริง ๆ !

 

..........................................................................

 

 

            ย้อนกลับไปเมื่อวานตอนเย็นๆ ณ หมู่บ้านกลางป่า

 

            “ไป่หูหนีออกมาเช่นนี้หากถูกจับได้ศพพวกเราคาดว่าจักมิงามนัก”  ชิงเหยายอดฝีมือผู้เชียวชาญการวางแผนประจำกลุ่มเอ่ยขัดอารมณ์สุนทรี เรียกอาการสะดุ้งของผู้กระทำผิดได้ผลดีชะงัก

 

            “ชิงเหยาเจ้าอย่าเอ่ยอะไรเป็นลางเช่นนั้น” ชายหนุ่มอีกคนออกปากห้ามอย่างหวาดๆ ทั้งพยายามสอดส่องสายตาหาสิ่งผิดปกติ เมื่อไม่พบสิ่งใดก็ถอนใจอย่างโล่งอก

 

            “ใช่ๆ เยี่ยนเทียนเจ้าพูดถูก เข้าป่าอย่าถามถึงเสือ ล่องเรืออย่าถามถึงจระเข้ หากเจ้ามิอยากเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายอย่าได้เอ่ยถึง หูหลีจิง* เจ้ามิรู้รึว่า...” เฮยจื่อหรี่เสียงลงกระตุ้นความอยากรู้ของเหล่าสหายร่วมชะตากรรม

 

            ที่ดูคล้ายว่า กรรม กำลังคืบคลานเข้ามาหาอย่างเงียบเชียบ

 

            “ว่าอย่างไรงั้นรึ?”  น้ำเสียงคุ้นหูมิได้ทำให้เฮยจื่อระแวงสงสัยเพราะคิดว่าเป็นน้ำเสียงของสหายคนใดสักคนในกลุ่ม ต่างจากเหล่าผู้ฟังที่ดีทั้งหลาย บัดนี้หน้าซีดปากสั่นตั้งท่าจะกระโจนหนีเสียทุกเวลาหากมิโดนสายตาพิฆาตส่งมาเชือดเชือนเสมือนเตือนกลายๆ ว่าหากกล้ากระดิกเท้าหนีละก็ ตาย!    

 

            จึงเป็นเหตุให้เหล่ามิตรสหายที่ดีส่งเพียงกำลังใจไปให้ ทั้งยังเพาวนาในใจให้มันหุบปากเสียทีเพื่อรักษาชีวิตและความปลอดภัยของตน...รวมถึงพวกเขาด้วย

 

            ...หากฟ้าจักมิฟังคำอ้อนวอน เมื่อเฮยจื่อตั้งหน้าตั้งหน้าเอ่ยสิ่งที่ตนคิดออกมาให้รับรู้โดยทั่วกันเสีย...ใช่เสียแล้ว  ชีวิตของพวกเขาทุกคน เสีย แล้ว

 

            “ว่า...เจ้าที่เขาแรงพูดถึงปุบโผล่มาหลอกหลอนปับ! น่ากลัวยิ่งกว่าภูตผีปีศาจเสียอีก” เฮยจื่อพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทั้งยังสังเกตสีหน้าเหล่าสหายที่ซีดสนิทอย่าเป็นห่วง หรือจะคิดไปเองว่าหลังมันเย็นผิดปกติ?

 

            “พวกเจ้ามิสบายรึหน้าซีดๆ อืมมม...จะว่าไปข้าก็รู้สึก เย็นๆ หนาวๆ เสี่ยวสันหลังชอบกล รู้สึกเหมือนเป็นลางบอกเหตุว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรสักอย่าง” ว่าแล้วก็ลูบแขนตัวเองไล่อาการขนลุก  โดยมิสนใจอาการอกสั่นขวัญแขวนของเหล่าสหายที่ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนจากซีดเป็นสลดเสมือนคนไร้ซึ่งอนาคต

 

            เจ้าพลาดแล้วเฮยจื่อ...(x7)

 

            กรอบ  กรอบ กรอบ !

 

            “เสียงอะไรนะ?” ยัง มันยังไม่รู้ถึงเจ้ากรรมนายเวรที่ยืนทะมึนแสยะยิ้มสยองขวัญอยู่ด้านหลัง

 

            หึ หึ หึ หึ ~

 

            เฮือก!

 

            จิตสังหารอันเย็นยะเยือกกระโดดถีบสติของเฮยจื่อให้กระเด็นเข้าร่าง สังเกตสีหน้าของแหล่าสหายอีกครั้งพรางส่งส่ายตาไปถามไถ่ ไม่จริงใช่ไหม หาใช่สิ่งที่เขาคิดใช่หรือเปล่า

 

            ยอมรับความจริงเสียเถอะเฮยจื่อสหายข้า สิ่งที่เจ้าคิดถูกต้องทุกประการ!!

 

            ว้ากกก!!!

 

            หมับ!!

 

            “จะหนีไปไหนหรือ? อยู่เล่นกับข้าให้(ตาย)หายเบื่อก่อนจะเป็นไร!!” ผมกระชากคอเสื้อของเฮยจื่ออย่างแรงเมื่อเห็นว่ามันกำลังจะชิ่งหนี หากไม่กลัวว่ามันจะชำตายคามือผมอยากกระชากหนังหัวกลมๆ นั้นแทนด้วยซ้ำไป  “ช่วงนี้ข้ารู้สึกร่างกายฝืดๆ ขัดๆ เลยอยากเล่นอะไรเจ็บๆ คันๆ สักหน่อย...อย่าได้ขยับ หากข้ามิอนุญาตเข้าใจไหม?” พูดเน้นบางคำพร้อมแสยะยิ้มเป็นของแถม ส่งผลให้ลูกศิษย์ผู้น่าสงสารพยักหน้ารับอย่างจำใจ ทั้งยังไม่กล้าแม้จะหายใจแรงๆ ด้วยกลัวจะไปกระตุ้นต่อมโมโหของอาจารย์ร่างเล็ก(แต่แรงไม่เล็ก)เข้า  

 

            “เอ่อ...คืองี้นะขอรับ กระผมรู้สึกปวดหัวตัวร้อนวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นไข้กระผมขอตัวไป....ว้ากกกก เดี่ยวก่อนนนน”  พูดไม่จบประโยคร่างกายอันสมบูรณ์แน่นไปด้วยมัดกล้ามของเฮยจื่อก็ลอยละลิ่วปลิวตามลมไปตกตูมลงกลางน้ำตกท่ามกลางส่ายตาสงสารแลเห็นใจของมิตรสหายผู้ยืนดูเป็นกำลังใจไม่มีแม้แต่ความคิดจะยื่นมือเข้าไปช่วย ด้วยเกรงว่าเวลานี้พวกเขาก็อาจจะเอาชีวิตไม่รอดเช่นกัน

 

            ว้ากกกกก!!!

 

            โอ้ยยยยย!!!!

 

            เฮ้ยๆๆ อาจารย์! นั่นมันดาบนะ! ปาออกมาอย่างนี้ได้ยังงายยยยย

 

            ว้ากกกก

 

            ผัวะ  พลั่ก  ตุบ ตับ อ่อยยยย~

 

            ครึ่งชั่วยามผ่านไป

 

            หึ หึ หึ โฮะ โฮะ โฮะ ~

 

ผมหัวเราะเสียงดังอย่างสะใจประหนึ่งตัวโกงที่ฆ่าพระเอกตาย เพราะสภาพอันน่าสมเพสของลูกศิษย์ทั้งหลายช่างใกล้เคียงคำว่าตายในหลายๆ ความหมายเสียจริง คิดแล้วก็หัวเราะมันอีกสักรอบ หึหึหึ

 

เสียงหัวเราะสยองขวัญเป็นการลดถอนกำลังใจของผู้ได้ฟังอย่างน่าหวาดหวั่นโดยเฉพาะกับซาก (ศพ) ที่นอนอืดอยู่ทั้งหลาย

 

แฮ่ก ท่าน อ า จารย์ พวกข้าขออภัยหากสร้างสิ่งใดให้ท่านขัดเคือง” ไป่หูผู้นำของกลุ่มอาสาเป็นหน่วยกล้าตายกล่าวขอขมา

 

ผมยกยิ้มมุมปากโบกไม้โบกมือไม่ใส่ใจ ทั้งยังกระแทกตัวลงบนท่อนไม้ใหญ่ “ช่างเถอะ ข้ามิได้โกรธเคืองสิ่งใดพวกเจ้า บอกไปแล้วว่าข้าหาเพื่อน เล่น ข้าก็แค่ เล่นๆ อย่าได้ใส่ใจ” คนเป็นอาจารย์(ที่คาดคุณสมบัติครบทุกข้อ)กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง เรียกน้ำตาของผู้มีศักดิ์เป็นลูกศิษย์ให้ไหลพรากเสียเชิงชาย

 

พวกเขาเกือบตายเพียงเพราะการละเล่นของท่านเท่านั้นรึ

 

ท่านอาจารย์”

 

หือม์..?” ผมเลิกคิ้วถาม

 

ท่านมันใจร้าย” คำประณามที่ผมหัวเราะร่าถูกใจ

 

พวกเจ้ารู้จักข้ามาหลายปีพึ่งรู้รึ” ผมยอมรับอย่างภูมิใจ กระตุกยิ้มยั่วเมื่อเห็นลูกศิษย์ที่เอาถ่านอย่างอารมณ์ดี การระบายอารมณ์หลังจากอัดอั้นมานานสามารถทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างมิน่าเชื่อจริงๆ

 

ท่าน!...ท่านมันหน้าด้านเสียจริง”

 

นั่นข้อดีของข้าเลยละ”   ผมกระตุกยิ้ม เหม่อมองพวกเขาทุกคนที่นอนโอดครวญอย่างเงียบๆ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างช้าๆ ซึมซับบรรยาการศผ่อนคลายเหล่านี้เอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย

 

“จ..ย์..”

 

                “อ..จา..ย์!

 

                “อาจารย์ขอรับ!! x8

 

                “หนวกหู!!!” เสียงงุงงิงข้างหูทำผมประสาทแตก “จะเรียกอะไรนักหนาหะ! เดี๋ยวแม่ก็เชือดให้” อาการเหวี่ยงของผมทำให้เหล่าคนฟังสะดุ้งโหยง เผลอสืบเท้าหนีคนละสามก้าว

 

                “..เอ่อ..” U_U

 

                ผมถอนใจ “ช่างเถอะ...พวกเจ้าเรียกข้าทำไม” ผมถาม

 

                “อาจารย์ ~  พวกข้าเพียงเป็นกังวนกับท่าทีที่แปลกไปของท่าน เหตุใดจึงคาดโทษพวกข้าด้วยเล่า” น้ำเสียงทะเล้นของ เฮอจื่อ ชายหนุ่มร่างสูงกำยำ ผู้มีใบหน้าเรียวเข้ม ดวงตาคมกริบ และเส้นผมดำยาวสลวย ฟังดูไร้ที่ติผมรู้ แต่ที่ผมรู้ยิ่งกว่านั้นคือ ความปากเปราะ ปากมาก ปากไม่มีหูรูด ข้อเสียที่กำจัดไม่หายของเจ้าตัวเพราะมันไม่เคยคิดจะกำจัดนั้นแหละ

 

                “ข้าแปลกไป? อย่างไร?” ผมถาม “ข้าออกจะปกติดี...คิดว่านะ” ช่วงท้ายชักไม่มั่นใจว่าผมปกติดีอย่างที่ตัวเองมั่นใจหรือเปล่า เสียงก็เลยแผ่วเป็นพิเศษ ซึ่งมันไม่สามารถรอดพ้นสายตาจับผิดของเฮอจื่อผู้เชี่ยวชาญการสอด(แนม)เรื่องชาวบ้านไปได้

 

                “ไม่เอาน่าอาจารย์ ท่านกำลังหลอกตัวเองอยู่มิใช่หรือ” เฮอจื่อแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อนานๆ ที มันจะสามารถไล่ต้อนผู้เป็นอาจารย์อย่างผมได้

 

                ผมถลึงตามองคนพูด แล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้พวกที่เหลือที่มันยืนหน้าสลอนหล่อไม่เกรงใจผีป่านางไม้(?) อยู่เงียบๆ

 

                เจตนารมณ์ของพวกเจ้าชัดเจนดีนี่...ไอ้พวกกลัวตาย

 

                “อาจารย์ขอรับ”

 

                “อาจารย์ขอรับ....”

 

                “ไม่เอาน่า หยางกวาง อย่าแสดงสีหน้าเหมือนข้ากำลังจะตายในอีกสามวันเจ็ดวันอย่างนั้นสิ” เห็นคนหน้าหวานรูปร่างไม่ต่างจากผู้หญิง (?) มาตีสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยในสวัสดิภาพของผมออกนอกหน้าขนาดนี้ ผมก็รู้สึกผิดเป็นนะ

 

                “แต่สีหน้าท่านมิดีเลยขอรับ” ผมเลิกคิ้ว เหล่มองฝ่ามือที่ไล้ใบหน้าแผ่วเบาเหมือนหากรุนแรงผิวหนังกำพร้า (?) ผมจะหลุดติดมือออกไปด้วย เจ้าเป็นคนดีจังน้า

 

                “ข้าก็แค่มีเรื่องให้ต้องคิดนิดหน่อย” ผมเปรย

 

                “...อย่างท่านนี่ยังมีเรื่องให้ต้องคิดอีกเรอะ”

 

                ผัวะ!

 

                “มันเจ็บนะเฟ้ย อูยย”

 

                ผมถลึงตา “ไม่โดนเท้าลูบหน้าก็ดีเท่าไหร่” เฮอจื่อสะดุ้งหน้าเจื่อน

 

                ที่จริงแล้วผมเป็นคนเรียบร้อย (?) แต่ที่เห็นเถื่อนๆ อย่างนี้ การแสดงครับการแสดง...

 

                เฮ้ออ

 

                “ท่านมีเรื่องหนักใจสิ่งใดโปรดบอกกล่าวพวกข้าเถิดอาจารย์” ไป่หูอาสาถามไถ่อีกครั้งเมื่อเห็นผมเอาแต่ถอนหายใจ เฮ้อๆ

 

                เวลาเพียงห้าปีกลับทำให้หัวโจกนักเลงที่ไม่เป็นโลเป็นพาย กลายเป็นยอดบุรุษหัวหน้ากลุ่มแปดอสรพิษผู้เคร่งขรึมจริงจังได้เนี่ย...ช่างน่ากลัวจริงๆ น้า

 

                แต่ก็นั้นแหละที่ผมต้องการ เพราะหมู่บ้านเล็กๆ ใจกลางป่าเช่นนี้ หากปล่อยไปตามมีตามเกิดคงมิแคล้วดับอนาถกลางดงกันหมดทั้งเด็กทั้งแก่ ดังนั้นผู้นำที่เข้มแข็งและพวกพ้องที่แข็งแกร่งจะเป็นกำลังคอยช่วยให้คนในหมู่บ้านรอดตายได้ ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

 

                และไป่หูก็พร้อมที่จะขึ้นไปยืนในตำแหน่งนั้นแล้ว

 

                ผมคงต้องถอนตัวออกจากที่นี่อย่างจริงจัง เพื่อไปเผชิญชะตากรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อข้างนอกป่านั้นเสียที

 

                “พวกเจ้าคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องญาติพี่น้องภายในหมู่บ้านได้รึยัง” ผมปัดคำถามของไปหูทิ้งแล้วตั้งคำถามกับพวกเขาทั้งแปดแทน

 

                พวกเขามีอาการชะงักเล็กน้อยกับคำถามของผม ก่อนทุกคนจะกระตุกยิ้มมั่นใจ สายตาเปร่งประกายกล้าอย่างที่เมื่อก่อนผมไม่เคยเห็นมาก่อน โอเค ผมได้คำตอบแล้ว

 

                “ดี!...ไป่หูรับคำสั่ง!” ผมประกาศก้องเบื้องหน้าคนทั้งแปดที่ลุกเข่าลงข้างนึงอย่างรวดเร็ว แล้วเงยหน้าจ้องมองผม ได้อารมณ์ยิ่งใหญ่เหมือนเป็นประมุขพรรคมารซะไม่มีละ

 

                “ไป่หูน้อมรับคำสั่งขอรับ!

 

                ผมเผยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า ผมตัดสินใจแล้วและจะไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอน “จากนี้และสืบต่อไปในกาลข้างหน้า! เจ้าจงเป็นเสาหลักและเกราะป้องกันภัยให้กับพวกพ้องพี่น้องทุกคนของเจ้าซะ!  นี่เป็นคำสั่งสุดท้ายที่ข้าจะสั่งในฐานนะอาจารย์ของเจ้า!!!

 

                !!!

 

                “อาจารย์!!!!!” ทุกคนมีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ฟังคำพูดทุดท้ายของผม ซึ่งมันก็ไม่ได้เหนือกว่าที่ผมคาดการไว้เท่าไหร่ แน่นอนหากกลับกันผมก็คงมีสีหน้าไม่แตกต่างจากพวกเขานัก เวลากว่าห้าปีไม่ได้มีแค่ความสามารถ รูปร่างหน้าตาพวกเขาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป แต่ความรู้สึก โดยเฉพาะความผูกพันธ์ ก็ก่อเกิดตามกาลเวลาเช่นกัน...และผมก็ไม่ใช่คนที่ได้รับการยกเว้น 

 

                “ว่าไง? หรือเจ้าจะไม่ทำตามคำสั่งข้า” ผมกดเสียงต่ำ ให้ไป่หูและทุกคนรู้ว่าผมกำลังจะเริ่มไม่พอใจเมื่อพวกเขาแสดงท่าทีจะขัดคำสั่ง

 

                “อึก...ข้าไป่หูจะปฏิบัติตามคำสั่งสุดท้ายของท่านอาจารย์อย่างเคร่งขัดขอรับ!!!

 

                พรึบบบ ! ! !

 

                ผมกางพัดคู่กายและหันหลังให้พวกเขา ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่ว่าแอบใจหายนิดๆ ที่ต่อจากนี่พวกเราจะไม่มีโอกาศได้เจอกันอีก หรือถ้ามี ก็คงไม่ใช่ในนาม หย่งฟู เป็นแน่

 

                “ดูแลตัวเองด้วยพวกเจ้าทุกคน...เพราะนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกันที่ข้าจะมาพบพวกเจ้า...ลาก่อน”

 

                ฟุบ!!

 

                “อาจารย์!!!!!!!”  อสรพิษทั้งแปดได้แต่อึ้งตะลึงลาน เมื่อผู้เป็นอาจารย์จากไปโดยไม่แม้จะให้เวลาเอ๋ยคำร่ำลา กระทั่งสาเหตุของการจากลาพวกเขายังไม่อาจรับรู้ได้

 

                “ท่านช่างใจดำนัก...” เสียงครางแผวของหนึ่งในแปดอสรพิษเอ๋ยตัดพ้อ

 

 

                ใช่...นั่งแหละคือสิ่งที่ข้าเป็น  

 

  

 

อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น มนุษย์ทุกคนย่อมมีข้อดีเป็นของตัวเอง เจ้าก็เช่นกันไป่หู หากยังมีแรงไม่พอจะก้าวไปข้างหน้า ก็จงหยุดเท้าแล้วก้มลงมองตัวเอง  หาสิ่งที่ตนมีแล้วผลักดันให้มันโดดเด่นมุ่งสู่ความสำเร็จ แล้วก้าวต่อไปอย่างมั่นคง” คำสอนที่ไป่หูจำได้ขึ้นใจไม่มีทางลืม แม้ว่าเบื้องหน้าของตนจักปราศจากผู้เป็นอาจารย์ก็ตาม...

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

            “มีสิ่งใดให้นึกถึงนักรึ”

 

            “อะ..!” ผมครางอย่างตกใจ เมื่อท่านแม่ยื่นหน้าเข้ามาเสียชิดแทบจะทิ่มหน้าผม  เพราะมัวคิดอะไรเพลินๆ ผมจึงไม่ทันได้ฟังว่าท่านแม่พูดอะไร ท่านจึงต้องย้ำอีกรอบพลางหรี่ตามองอย่างมิชอบใจ ผมยิ้มแห้งๆ ตีสีหน้าสำนึกผิด

 

            “ขออภัยเจ้าคะ ลูกเพียงกังวลเกี่ยวกับวันพรุ่งนี้” ผมตอบเสียงสั่นเครือ ข่มน้ำตามิให้ไหล จนไหล่บางสั่นเทิ้ม

 

            อย่าสงสาร

 

เพราะผมไม่ได้เศร้า...ผมเจ็บหลัง    

           

            เหม่ยหลันลูบศีรษะบุตรสาวเบาๆ อย่างให้กำลังใจ  เหม่ยเหยาเป็นหญิงสาวที่รักสนุกชอบอิสระเฉกเช่นนางเมื่อครั้งอดีต นางรู้ว่าการพาตัวเองเดินเข้าไปในกรงทองก็เท่ากับการหลงเข้าป่าที่ไม่มีทางออก โดดเดี่ยวอ้างว้างและเต็มไปด้วยอันตราย  ยิ่งนางอายุยังน้อยถึงจะเฉลียวฉลาดแต่จักไล่ทันเล่ห์เหลี่ยมมากมายภายในวังได้เช่นไร (น้อยไปสิ)

 

            หรือนางควรเลื่อนการส่งตัวเข้าวังแล้วติวเข้มหลักสูตรเอาตัวรอด ๓๒ กลยุทธ์ ๔๘ กระบวนท่า นางพญาล่องลม  วิชาก้นหีบที่นางไม่คิดจะสอนให้ใครให้บุตรสาวก่อนดี?

 

            เฮือก!

 

            ผมรู้สึกถึงลางร้ายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวท่านแม่  หวังว่าท่านคงมิมีความคิดแปลกๆ อยากเล่นอะไรตอนนี้หรอกนะ ผมหรี่ตามองท่านแม่ที่เงียบไปอย่างครุ่นคิด(ปนหวาดระแวง)

 

            เหม่ยหลันขมวดคิ้วเคร่งเครียด สอน หรือ มิสอน ดี?

 

            หมับ!

 

            “ขมวดคิ้วยุ่งเช่นนั้นประเดี๋ยวริ้วรอยบนใบหน้าจักปรากฏให้เห็นนะเจ้าคะ” ผมเย้า “ลูกเพียงกังวลเพราะนี้เป็นการเข้าวังครั้งแรกจึงรู้สึกประหม่า หาใช่กังวลเรื่องแต่งงานไม่ ท่านแม่อย่าได้เป็นวิตกจนสร้างความมิสบายใจเลยเจ้าคะ เหม่ยเหยาน้อยของท่านเอาตัวรอดได้”

 

            ผมฉีกยิ้มหวานเพื่อสร้างความสบายใจให้ท่านแม่  ลึกๆ ผมรู้สึกใจหายนิดหน่อยที่ต้องไปอยู่ไกลจากบ้าน ถึงจะใกล้กว่าประเทศไทยกับจีน แต่การต้องออกห่างจากบ้าน (อีกครั้ง)โดยที่มีห่วงคล้องคออยู่เช่นนี้ผมก็อดรู้สึกไม่ดีไม่ได้  สิ่งสุดท้ายที่ผมได้ทำกับคนในครอบครัวคือการกอดแม่ หวังว่าครั้งนี้คงไม่เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดอีกหรอกนะ

 

            อย่าได้แฟนตาซีไปกว่านี้เลยผมขอร้อง...

 

            ท่านแม่อมยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของผม ท่านคงสบายใจขึ้นบ้างแล้ว อย่างน้อยท่านก็ไม่ตีหน้าเครียดทำให้ผมระแวง  ผมมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ

 

            “ลูกเข้มแข็งเสมอเหม่ยเหยา” ท่านแม่ยิ้มหวาน ก่อนจะสั่งเสียงเข้มตัดอารมณ์ผมโดยสิ้นเชิง “เช็ดตัวให้แห้งแล้วมาลองชุดจะได้รู้ว่ามีสิ่งใดต้องแก้ไข เรามิมีเวลาว่างทั้งวันให้เจ้าอู้หรอกนะ”

 

            ซึ้งได้ไม่เกินห้านาทีจริงๆ คนบ้านนี้ ไม่มีความโรแมนติกเอาเสียเลย

 

            “รับทราบเจ้าคะฮูหยิน” ผมประชด เบ้ปากอย่างเซ็ง จากนั้นมหกรรมลองชุดครั้งยิ่งใหญ่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีผมเป็นตุ๊กตาบาบี้ให้ท่านแม่จับแต่งตัวแต่งหน้าเพื่อดูว่าแบบไหนที่ดูดีที่สุด

 

            อันที่จริงผม สวย อยู่แล้วนะ ต่อให้เปลือยเข้าวังก็ยังดูดี (?) ไม่เห็นต้องมาลำบากแต่งนั้นแต่งนี้เลย ใช่ว่าจะเป็นงานแต่งจริงๆ เสียหน่อย กว่าจะได้แต่งยังอีกตั้งเกือบสามเดือน แค่เข้าไปเตรียมตัวเรียนรู้กฎต่างๆ ในวังก่อนไม่เห็นว่าจะต้องยุ่งยากถึงเพียงนี้

 

            ใช่แล้ว อีกเกือบสามเดือนคือฤกษ์ดีแต่งงานของผม ที่จริงมีฤกษ์ที่ช้ากว่านี้(ประมาณครึ่งปี)แต่ฮ่องเต้ใจร้อนอยากได้ลูกสะใภ้ไวไวจึงเลือกฤกษ์นี้ นั้นจึงเป็นเหตุให้ทั่วทั้งวังต่างวุ่นวายกับการเตรียมงานมงคล ไหนจะเทียบเชิญเจ้าแคว้นที่เป็นพันธมิตรทั้งใกล้ไกลต้องรีบเร่งเดินทางเพื่อให้มาทันงานพิธีอีก วุ่นวายกันทั้งในแคว้นและนอกแคว้นกันเลยทีเดียว

 

            โดยเฉพาะผมที่เป็นเจ้าสาว เพราะนอกจากคอร์สนรกฉบับเจ้าสาวที่ดีแล้ว ผมยังต้องติวเข้มเรียนรู้ประเพณีการปฏิบัติตัวในวังอีกร้อยแปดสิบล้านอย่าง ไล่ตั้งแต่การเดิน (ให้สง่า) การนั่ง (ให้งดงาม) การกิน (ให้เรียบร้อย) การพูด (ให้ไพเราะ) การหัวเราะ (ให้น่าฟัง??) และอีกมากมายนับไม่ถ้วน...ยังไม่นับรวมว่าแต่ละอย่างควรปฏิบัติกับคนชนชั้นไหน ยกตัวอย่างง่ายๆ (ที่ยาวมาก)

 

 ฮ่องเต้กับฮองเฮา หรือ คิงกับควีน สูงส่งอยู่บนหิ้งห้ามลบหลู่ดูหมิ่น จะพูดจะจาก็ต้องใช้คำราชาศัพท์  

องค์รัชทายาท ก็ฮ่องเต้องค์ต่อไป สูงแต่น่าส่งไปเกิดใหม่ จำเป็น ต้องให้เกียรติเทียบเท่าฮ่องเต้ในทางปฏิบัติ

ต่อมาคือเหล่าพระสนม (ไม่ว่าจะของใครก็ตาม) ทั้งหลายเรียกสั้นที่เข้าใจตรงกันว่า เมียน้อย กฎเพียงข้อเดียวที่ควรจำให้ขึ้นใจคืออยู่ให้ห่าง เขาไปขวาเราต้องเลี่ยงไปซ้าย เขาเดินหน้าเราต้องถ้อยหลัง เอาง่ายๆ ว่าเลี่ยงได้เป็นเลี่ยงดีที่สุดแล้ว เพราะขึ้นชื่อว่าเมียน้อยย่อมเป็นตัวปัญหา...อันนี้ในความคิดของผมคนเดียว และองค์ชายองค์หญิงรวมเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ คนเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคล บ้างคนหยิ่งยโสเชิดจนคอแทบหักเพื่อทำตัวให้ดูสูงส่ง (น่าสมเพส) เราก็ จำเป็น ต้องเคารพ (ต่อหน้า) นิดนึง หากกับบ้างคนที่ไม่ถือตัวเราสามารถพูดจาธรรมดาได้เพียงแต่ให้ดูนอบน้อมไม่หยาบคายจนเกินไป   

 

 สุดท้ายคือเหล่าขุนนาง เราไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เห็นหัวพวกเขา โอนอ่อนตามสถานการณ์คือสุดยอดนักวางแผน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ เอ่อ...ไม่ใช่สิ คำว่าผลประโยชน์ฟังดูส่อชอบกล เปลี่ยนใหม่เป็นขึ้นอยู่กับผลกระทบที่จะตามมาก็แล้วกัน ประมาณว่าถ้าทำแล้วไม่ขาดทุนก็ทำทำไปเถอะ!

 

 

            “เจ้าว่าชุดนี้เป็นเช่นไร...”

 

            “โป๊ไปเจ้าคะ” ท่านแม่ถามยังไม่ทันจบประโยค ผมก็ชิงตอบเสียงเย็น มองภาพที่สะท้อนในกระจกอย่างเย็นชา อย่าหวังว่าจะได้เห็นแม้แต่เงาผมหากจะให้ผมใส่ชุดนี้

 

            ภาพลำคอระหงที่ไร้ไรผมบดบังเพราะรวบเก็บเรียบร้อยเหนือศีรษะกับเกาะอกสีทองตัดขอบแดงแต่งแต้มด้วยลวดลายวิจิตรสวยงามยาวระพื้นตรึงสายตาหลายคู่ที่อยู่ภายในห้องได้ชะงัก หากมันกลับขัดตาของหุ่นลองชุดยิ่งนัก

 

            บางทีมันก็เกาะต่ำไป

 

            “ข้าหมายถึงมันดูไม่เรียบร้อย ไม่เหมาะสมนักหากโชว์เนื้อหนังให้ชายอื่นนอกจาก สามีได้เห็นก่อนเข้าหอ” ผมว่าแล้วเปลี่ยนชุดใหม่ทันทีที่ท่านแม่พยักหน้าเห็นด้วยกับข้ออ้างของผม

 

            ไม่ใช่เพียงชายอื่นหรอกที่จะไม่ได้เห็น แม้แต่ สามี ก็อย่าหวังจะได้เห็นขาอ่อนผมเลย

            ...เห็นผมอย่างงี้ผมก็รักนวลสงวนตัวเหอะ

 

            “ข้าว่าชุดนี้มันรุ่มร่ามไป มีหวังเดินสะดุดหัวทิ่มพื้นเป็นแน่” 

 

            “ ตัวนี้ก็บางเสียจนเห็นถึงไหนต่อไหน...ใครเป็นคนตัดชุดนี้(วะ)” ผมพึมพำขณะลองชุดตัวที่ยี่สิบแปด เห็นถึงความพยายามของผมไหม?

 

            “เชื่อสิข้าไม่มีทางถอดชุดนี้ได้เองแน่”

 

            “หยุดวุ่นวายกับชายผ้าข้าเสียที ข้าว่าตัดทิ้งไปซะ”

 

            “ไม่ไม่ไม่ ข้าไม่ต้องการลูกไม้ประหลาดนั้น เอามันไปเก็บเสียอาหลิว”

 

            “อย่าได้ลงจากเตียงเป่าเป่าฉือฉือ นี่วุ่นวายมิพอรึ? หดขาเข้าไป ” ผมดุเจ้าสองตัวที่กำลังยื่นขาหน้าออกมาอย่างเนียนๆ เพียงเพื่อจะไต่ลงจากเตียง ทว่าผมจับได้เสียก่อน พวกมันเลยหงอยหดขากลับอย่างไม่เต็มใจ แต่พอผมเผลอมันก็ยื่นออกมาใหม่ แลดูเจ้าเล่ห์เหมือนใครนะ?

 

            “ท่านแม่ข้าว่าหัวข้าหนักเกินกว่าข้าจะแบกไหว” เครื่องประดับเยอะไปแล้วนะ ผมยกหัวไม่ขึ้นจริงๆ

 

            “ข้ากำลังจะไปเล่นงิ้วใช่หรือไม่?”

 

            “ข้า...”

 

            “ข้าว่าเจ้าพูดมากไปแล้วลูกรัก” เสียงเย็นๆ ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่ชัดเจนในความรู้สึกทำให้ผมยิ้มแห้งๆ หุบปากที่ พูดมาก นั่นลงแล้วก้มหน้าก้มตานั่งเป็นหุ่นต่อไป

         

  

.................................................................................

 

 

                ...กลางดึกคืนก่อนเข้าวัง

           

ซวบ

 

            “หลับแล้วหรือน้องหญิงของพี่”  ร่างสูงทรุดตัวลงบนเตียง พลางเอ่ยถามร่างบางยามที่หลับตาพริ้มอย่างเป็นสุขด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าคมทอดมองภาพนิทราแสนหวานของหญิงสาวอันเป็นที่รักนิ่ง  “ความสุขจักอยู่คู่เจ้าชั่วนิจนิรันดร์”  สิ้นเสียงอวยพรร่างสูงทำการโน้มกายมอบจุมพิตหวานอย่างแผ่วเบากลางหน้าผากมน ลูบไล้ศีรษะทุ้ยทิ้งท้ายแล้วอันตรธานจากไปอย่างไร้ล่องลอย 

 

            เฮือก!

 

            ผมสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะฝันประหลาด  ทำการสอดส่องสายตาสังเกตรอบห้องหาสิ่งผิดปกติ ผมถอนใจเมื่อไม่พบสิ่งใดในห้อง  หลายคนคงไม่ปรารถนาพบเจอสิ่งแปลกประหลาดภายในห้องของตนตอนกลางดึกเป็นแน่  อย่างน้อยผมก็คิดเช่นนั้น

 

            ผมยกมือทาบอกพลางหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติที่เตลิดเปิดเปิงเพราะฝันประหลาดเมื่อครู่  ในฝันผมเห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งกำลังทอดอารมณ์ มองภาพหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานท่ามกลางเหล่าสัตว์หน้าตาแปลกๆ ที่ผมไม่รู้จักอยู่กลางทุ่งดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่โตและสวยงามอย่างอ่อนโยน   บรรยากาศท้องทุ่งที่ออกจะเกินจริงไปหน่อยส่งผลให้ผมขมวดคิ้วสงสัยว่ามันจะเป็นสถานที่ใดได้หรือในโลกแห่งนี้  มันดูสวยเกินกว่าจะมีอยู่จริงภายในโลกผมส่ายหน้าไล่ความคิดแปลกๆ ของตัวเอง  

จิตนาการถึงชายหนุ่มรูปงามผู้แผ่รัศมีสว่างไสวชวนแสบตาช้าๆ  ผมไม่ค่อยพอใจสำหรับการรับชมภาพในแนวเดียวเท่าไหร่ เพราะมันทำให้ผมไม่สามารถสังเกตเห็นใบหน้าของหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในบริเวณนี้ ทั้งเธอยังหันหลังเสมือนไม่ต้องการให้ใครได้เห็นซึ่ง ใครในที่นี่ผมคิดว่าคงเป็นตัวผมเอง ผมยังคงจับจ้องทุกกิริยาเหล่านั้นของคนทั้งคู่อย่างนิ่งสงบ  ชายหนุ่มผู้ที่เอาแต่เฝ้ามองร่างบางคล้ายกังวลว่าจะเธออันตรธานหายไป  กับหญิงสาวผู้ไม่ได้มีความสนใจชายหนุ่มมากไปกว่าสัตว์เล็กใหญ่รอบกาย ช่างเป็นภาพที่แปลกและสุขอย่างประหลาด...แต่ที่ประหลาดกว่านั้น คือการที่ผมได้มาเห็นภาพเหล่านี้นี่แหละ ผมขบคิดถึงความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่างๆ  หากยังมิได้ขอสรุปเกี่ยวกับความคิดของตัวเองดวงตาคู่โตของผมก็มีอันเบิกกว้าง  วินาทีที่ชายหนุ่มตะโกนก้องเรียกหญิงสาวอย่างตื่นตระหนก ในจังหวะที่เธอคนนั้นกำลังจะหันมา  ประสาทสัมผัสทั้งห้าของผมก็ดับลงเพราะเสียงระเบิดดังตูม ภาพทุกภาพสั่นไหวกลายเป็นสีขาวโพลน  จากนั้นผมก็สะดุ้งตื่นกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง

 

            ผมเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นไม่ชัดมาก แต่ก็มากพอที่จะสันนิฐานได้ว่าเขาต้องเป็นบุคคลที่หน้าตาดีในระดับสูงมากทีเดียว ทั้งความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนทำให้ผมไม่อยากปักใจเชื่อว่ามันเป็นแค่ฟันลมๆ แล้งๆ เพราะความเคลียดจัดของตัวเอง  การแต่งตัวก็คล้ายคนในวังแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ก่ำกึ่งระหว่างหรูหรากับวิจิตรตระการตา หากให้ผมเดาเล่นๆ ผู้ชายคนนั้นเหมือนเทพเจ้าในสมุดภาพที่ผมเคยหยิบมาอ่านก่อนนอนมากกว่าจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเสียอีก ส่วนผู้หญิงดูจากชุดที่ใส่ผมเดาว่าเธอคงจะเป็นเทพธิดาเหมือนกับชายหนุ่มคนนั้นเป็นแน่ อันที่จริงผมไม่เคยเห็นเทพธิดามาก่อนจึงสรุปไม่ได้ว่าเทพธิดาต้องมีรูปลักษณ์เป็นเช่นไร  แต่ถ้าจะให้ผมเดาคงไม่พ้นหญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ทั้งกายและใจและมีผ้าผืนบางเลื่อยรอบลำแขนบางแล้วลอยข้ามหัวลงมาเลื่อยรอบลำแขนอีกข้างอย่างผู้หญิงที่ผมเห็นในฝันละมั้ง  ไหนจะรัศมีสีทองรอบกายของคนทั้งคู่อีก จะให้ผมเดาว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ต่างดาวก็คงจะเกินไปหน่อย  อย่างน้อยผมก็มีความเชื่อเรื่องเทพเจ้ามากกว่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่พยายามจะยึดครองโลกแล้วกัน

 

            เฮ้อ

 

            ผมคลึงขมับเบาๆ เพราะเครียดเรื่องพรุ่งนี้แน่ๆ ผมถึงได้ฝันเป็นตุเป็นตะอย่างนี้ ฟุ้งซ่านจริงให้ตาย

 

            ผมไล่ความคิดทุกอย่างออกจากหัว จากนั้นทำการล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พยายามสะกดจิตตัวเองเพื่อไม่คิดอะไรเพ้อเจ้อ แล้วผมก็หลับสนิทในเวลาไม่นาน จนกระทั่งถูกปลุกจากสาวใช้คนสนิทเพื่อตื่นขึ้นมาเตรียมตัวในเช้าวันสำคัญนั่นแหละ...

 

 

            “งดงามยิ่งนักเจ้าคะคุณหนู” อาหลิวนั่งจ้องผมตั้งแต่หัวจรดเท้าพูดอย่างเพ้อๆ เหมือนคนไม่เต็ม คำที่หลุดออกจากปากของนางมากที่สุดก็คงจะเป็น งดงามยิ่งนักเจ้าคะ เห็นจะได้ ด้วยนางพูดกรอกหูผมทุกสามนาทีจนผมเริ่มประสาทจะเสีย

 

            “เชื่อเถอะว่าข้าซาบซึ้งกับคำพูดของเจ้าเสียจนหมดความอยากอาหารเช้าไปเสียสิ้น” ผมแขวะ ซึ่งนางตีความหมายของผมเป็นอย่างอื่นแน่ๆ มองจากแววตาน่าขนลุกที่นางมองมา

 

            ผมนั่งลงบนเตียงก่อนจะอุ้มฉือฉือไว้บนตักเกาคางให้มันเบาๆ อย่างที่ชอบทำ ส่วนเป่าเป่ามันก็นอนอยู่ข้างๆ เลียนิ้วเท้าแผล่บๆ มีการเหล่ตามองผมกับเจ้าฉือฉือเล็กน้อย ก่อนจะแบนหน้าหนีไม่สนใจแต่ก็แอบมองเป็นระยะ  เป่าเป่ามันหยิ่งครับมันไม่ค่อยแย่งน้องเล่นถ้าหากมันเห็นน้องมีความสุข แต่ถ้าน้องเริ่มงอแงหรือไม่ชอบใจมันจะถลาเข้ามาดันน้องหลบไปด้านหลังแล้วแยกเขี้ยวขู่ 

 

            ผมว่ามันสองตัวเริ่มเสียสิงโตแล้วนะ

 

            “ขบวนเกี้ยวจะมาเมื่อไหร่อาหลิว”

 

            “ฤกษ์งามคือยาวซื่อเจ้าคะ”

 

            ผมขมวดคิ้วพยักหน้ารับรู้ เก้าโมงเช้าก็คงจะงามอยู่หรอก และมันคงจะงามกว่านี้ถ้าตอนนี้ไม่ใช่หกโมงเช้าเวลาเกือบสามชั่วโมงมากพอที่จะทำให้ผมหลับไปเฝ้าพระอินทร์อีกสักรอบถ้าไม่กลัวว่าชุดจะยับ ผมกรอกตาเบื่อหน่าย  

 

            “แล้วนี้เจ้าเห็นท่านพี่หรือเปล่า”

 

            “คุณชายดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่เรือนใหญ่เจ้าคะ หากคุณหนูต้องการพบจักให้อาหลิวไปเรียนหรือไม่เจ้าคะ”

 

            “ไม่ต้อง ข้าเพียงถามดูไม่ได้มีธุระอันใด เจ้าเก็บของไปเถอะ”  ผมปฏิเสธก่อนจะหันมาเล่นกับเจ้าสองตัวนี้ต่อ หากไม่ได้ยินเสียงกวนๆ ของหย่งหยีที่ดังขึ้นขัดเสียก่อน

 

            “ใช่สิ! เจ้ามันเจ้าของงานนี่ เลยนั่งๆ นอนๆ รอเวลาให้เกี้ยวมารับอย่างสบายอกสบายใจ ไม่เหมือนพี่ชายผู้อาพับเช่นข้าก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ เพียงน้ำสักหยดยังมิตกถึงท้อง”

 

            ร่างพี่ชายผู้อาพับที่สวย (?) สง่าตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า ไร้ซึ่งอาการเหนื่อยหอบจากการตรากตรำทำงานหนักยืนเลิกคิ้วมองผมอย่างสำรวจ

 

            “โถ่ๆ ๆ ผู้ใดบังอาจจับแขนถ่วงขาท่านพี่มิให้เดินไปหาตุ้มน้ำเจ้าคะ มันน่าจับโบยยิ่งนัก”

 

            หย่งหยีเบ้ปากเมื่อโดนผมเหน็บ “พี่มิน่าแวะมาดูสารรูปเจ้าก่อนส่งออกเรือนเลยจริงๆ แต่หากมิมาก็มิได้ประเดี๋ยวจะเสื่อมเสียเกียรติหากเจ้าแต่งตัวเยี่ยงชายชาตรีขึ้นเกี้ยว แต่จากที่ดูแล้ว เจ้าก็พอดูได้อยู่บ้าง คงมิมีผู้ใดกล้าครหานินทาว่าจวนแม่ทัพส่งบุตรสาวที่ห้าวหาญเกินชายไปเป็นพระชายาเป็นแน่”

 

            ปึด!

 

            หางคิ้วผมกระตุกยิกๆ เมื่อท่านพี่ที่รักหักเหลี่ยมโหดแตกประเด็นความแมนของผมออกเป็นข้อๆ

 

            พรึ่บ

 

            “หรือท่านพี่อิจฉาน้องเจ้าคะที่กำลังจะได้ออกเรือน ช่างแตกต่างจากท่านพี่ที่หาหญิงใดมาแลยังมิได้?  โถ่ จักมีสตรีผู้ใดหาญกล้าเดินเคียงคู่บุรุษผู้งดงามเช่นท่านพี่กัน  เปลี่ยนใจเหล่บุรุษดูบ้างสักคราดีไหมเจ้าคะท่านพี่?  ข้ามีหนึ่งหนุ่มนำเสนอนะ หล่อ รวย เลว ท่านสนใจรึไม่?”  ผมเข้าประชิดตัวหย่งหยีทั้งยังลูบหน้าอกแบนเบาๆ เรียกริ้วความไม่พอใจจากคนฟัง

 

            “เหม่ยเหยา เหตุใดน้องจักไสส่งให้พี่รักชอบบุรุษเพศเช่นนั้นนักหึ” หย่งหยีกอดอกมองผมด้วยแววตาจริงจัง หย่งหยีคงคิดว่าได้เวลาหันหน้ามาคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจังเสียที ก่อนที่ผมจะดักตีหัวเขาแล้วลากชายหนุ่มเข้ามาขื่นใจ (?)

 

            “โห ท่านพี่จริงจังรึ?  ข้าเพียงหยอกท่านเล่น หาได้หวังให้เป็นจริงไม่” เห็นหน้างามๆ ข่นมั่วบ่งบอกถึงอารมณ์ ผมจึงยิ้มออดอ้อน ว่าผมแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง

 

            จะยังไงก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านอยู่แล้ว ข้าบังคับท่านมิได้เสียหน่อย เกิดบ้าจี้ชอบผู้ชายขึ้นมาเองนั่นไม่เกี่ยวกับข้านะ เพราะท่านเลือกเองต่างหาก

 

            “ข้าไม่หลงกลใบหน้าจิ้งจอกของเจ้าหรอกเหม่ยเหยา ปากบอกไม่คิดแต่จิตใจกำลังหวังอยู่ลึกๆ สินะ” หย่งหยีเหน็บ เห็นได้ชัดว่ามองผมอย่างหวาดระแวง  

 

            ผมไม่ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น เพียงส่งยิ้มบางๆ แล้วกลับไปนั่งที่เตียงตามเดิม  ก่อนจะสอบถามว่าที่สละเวลาทำงานงกๆ มาหาผมเนี่ยด้วยเหตุผลอันใด          

 

            หย่งหยีส่ายหน้าแล้วย้ำอีกรอบว่าแค่เข้ามาดูความเรียบร้อยของการแต่งตัวของผมจริงๆ ความจริงข้อนี้ฟังแล้วชวนเส้นเท้ากระตุก คิดหรือว่าผมจะแต่งตัวสมชายออกไปขึ้นเกี้ยวให้ท่านพ่อท่านแม่เสียหน้าเล่นนะ ผมกัดฟันกรอดสะบัดหน้าใส่หย่งหยีอย่างมิชอบใจ  ก่อนเราทั้งคู่จะเปลี่ยนประเด็นในการสนทนา แต่ไม่นานหย่งหยีก็ถูกเรียกตัวไปช่วยงาน ทิ้งให้ผมโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ภายในห้องเพียงลำพัง(อาหลิวออกไปช่วยเตรียมงานข้างนอก) ไม่สิยังมีเพื่อนร่วมโลกอยู่ด้วยอีกสองตัว

 

            “นี่เป่าเป่าฉือฉืออยากไปอยู่วังหลวงกับข้ารึเปล่าที่นั้นกว้างมากเลยนะ มีที่ให้วิ่งเล่นตั้งเยอะ พวกเจ้าอยากไปกับข้าแล้วละสิ ข้ารู้หรอก คึคึคึ” พูดเองเออเองอยู่คนเดียว โดยที่ไม่ได้สังเกตสีหน้าเอือมๆ ของสัตว์สี่เท้าตัวน้อยทั้งสองที่ส่ายหน้าระอากับความคิดแปลกๆ ของเจ้านาย

 

                ผมปิ้งไอเดียบรรเจิด จึงพละจากเตียงมองหาอุปกรณ์ที่จำเป็นซึ่งต้องใช้ในการซ่อนตัวของเจ้าสองตัวน้อยทันที  ก็ไม่ได้ห้ามให้ผมพาสัตว์เลี้ยงเข้าไปนี่ให้พาอาหลิวเข้าวังได้เพียงคนเดียวน่าเบื่อจะตาย ไม่รู้รึไงว่าอาหลิวก็อยากได้เพื่อนเล่นเหมือนกัน (ใครกันแน่) ผมเตรียมอุปกรณ์อย่างรวดเร็วและสั่งห้ามไม่ได้พวกมันส่งเสียงร้องเมื่อได้ยินเสียงเอะอะเสียงดังข้างนอก บ่งบอกว่าขบวนเกี้ยวจากวังหลวงได้มาถึงแล้ว

 

เงียบๆ ไว้นะเจ้าหนูเดี๋ยวแม่พาไปเที่ยว”

 

เงียว!”  งะ เงียว?

 

แอดดด~

 

นับจากนี้ชีวิตใหม่กำลังเริ่มขึ้นแล้วเหม่ยเหยา ผมแสยะยิ้มหวาน ก้าวเท้าซ้ายออกจากห้องเพื่อเอาฤกษ์ เอาละ...ในเมื่อถอยไม่ได้ก็วิ่งชนมันเลยแล้วกัน!

 

 

 

 

 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Skip time ข้ามเวลาลิขิตรัก(ชื่อชั่วคราว) ตอนที่ 17 : ลิขิตที่ ๑๕ สตรีที่ดีทุกระเบียบนิ้ว มีอยู่ในนิยาย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4379 , โพส : 26 , Rating : 164 / 34 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2

#26 : ความคิดเห็นที่ 1029
เย้ ในที่สุดไรก็ลงสนุกค่าามาลงต่อเร็วๆน้อรออยุ่ค่าา
Name : Meaw Nari< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Meaw Nari [ IP : 49.230.92.43 ]
Email / Msn: nummorc2542(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ธันวาคม 2557 / 06:22

#25 : ความคิดเห็นที่ 836
นี่ไงงงงง งงๆอะไรท์ช่วยชี้แจ้งแถลงไขที _ _
Name : cherryme< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cherryme [ IP : 180.180.30.31 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มกราคม 2557 / 14:34


#24 : ความคิดเห็นที่ 731
มีมารน้อยไว้เป็นเบ้รับใช้นี้ช่าง....//ยิ้บปี้// น่าสนุกจริงๆคะ รออ่านอยู่นะคะ
PS.  อย่าขาดความมั่นใจในตนเองและอย่าตระหนกตกใจในสิ่งที่คุณทำ เพราะทุกๆสิ่งคือประสบการณ์ https://www.facebook.com/hbn.brown
Name : เฮเบียนัม บราวน์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เฮเบียนัม บราวน์ [ IP : 61.90.31.90 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ธันวาคม 2556 / 18:50

#23 : ความคิดเห็นที่ 589
ตามต่อ
PS.  มนุษย์เราหากทำใจที่ยอมเเพ้ให้เปิดกว้างภาพเเห่งอนาคตที่ปรากฏก็จะสว่างไสว
Name : kikza_kung< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kikza_kung [ IP : 180.180.129.3 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 พฤศจิกายน 2556 / 15:33

#22 : ความคิดเห็นที่ 539
สนุกมาก
Name : ผู้ส่งมอบความตาย< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้ส่งมอบความตาย [ IP : 125.26.128.112 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 / 09:46

#21 : ความคิดเห็นที่ 297
รีบอัพไวๆน่ะ  สู้ๆ
PS.  
Name : เมมฟิส< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.36.36 ]
Email / Msn: junsiri_k(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กรกฎาคม 2556 / 15:01

#20 : ความคิดเห็นที่ 291
ไม่ถึงตายก็แย่แล้ว  เอาให้ถึงตายจะขนาดไหนนะ+55555555555+
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.119.217 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2556 / 10:43

#19 : ความคิดเห็นที่ 290
เหอๆ เตรียมใจกันไว้ได้เลยลูกศิษย์ทั้งหลาย 555
PS.  "รัก"..ไรเตอร์ที่ UP นิยายให้อ่านสม่ำเสมอจัง!! น่ารักที่สุดอ่ะ
Name : MeMie< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MeMie [ IP : 223.207.1.35 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 กรกฎาคม 2556 / 21:57

#18 : ความคิดเห็นที่ 282
หวังว่าคุณชายจู  จะคิดได้
PS.  สถานะ : อารมณ์ดีมากกกก 5555555 ขอบคุณนักเขียนทุกท่าน ที่แต่งนิยายมาให้อ่าน
Name : yukai< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yukai [ IP : 49.48.129.90 ]
Email / Msn: yuka_cutie(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กรกฎาคม 2556 / 23:15

#17 : ความคิดเห็นที่ 265
ชอบมาก กดไลท์เยอะๆๆๆๆ โวลตเยอะๆๆๆๆ  เลย อ่านรวดเดียว แต่ใช้เวลา 2 วันอันเนื่องจากมิมีเวลาอะนะ สนุกกกกกกมากกก ทุกอย่าง โอเค ลงตัวไปหมด ชอบนางเอกร้ายๆๆแบบเนี่ยค่า   กำลังให้ไปเลยเต๊ม 100 ค่าาาาาาา
Name : หลินปิงซ่า< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หลินปิงซ่า [ IP : 49.49.52.33 ]
Email / Msn: dookran(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2556 / 20:28

#16 : ความคิดเห็นที่ 263
หึหึหึหึหึ อยากอ่านต่อ มาต่อไวๆ นะคะ >
Name : starlight [ IP : 101.51.46.35 ]
Email / Msn: perma.ai(แอท)gmail.com
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 22:16

#15 : ความคิดเห็นที่ 262
เห็นด้วยกับ คห.260 ขอรับ^-^
PS.  love me~!!!!
Name : นายด์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นายด์ [ IP : 124.121.16.62 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 18:35

#14 : ความคิดเห็นที่ 260
อยากให้เจิ้นหมิงหลงรักเหม่ยเหยามากๆ
PS.  
Name : เมมฟิส< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.38.56 ]
Email / Msn: junsiri_k(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 12:12

#13 : ความคิดเห็นที่ 259
ถ้าองค์รัชทายาทรู้เรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อไปนะ
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.112.164 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 11:37

#12 : ความคิดเห็นที่ 257
อยากเห็นองค์รัชทายาทจัง...25% ที่เหลือจะมีซีนออกมาให้เห็นมั้ยคะไรเตอร์
Name : มาลี [ IP : 37.228.104.49 ]
Email / Msn: -
วันที่: 8 กรกฎาคม 2556 / 20:54

#11 : ความคิดเห็นที่ 252
กลายเป็นมวยวัดไปได้
Name : sweet-retro [ IP : 27.55.162.41 ]
Email / Msn: sweet-retro(แอท)hotmail.co.th
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 16:33

#10 : ความคิดเห็นที่ 249
คีย์น้อยน่ะ อายุสมอง 40 บ้าง 15 บ้าง ตามอารมณ์
PS.  ความสุขไม่ต้องหาที่ไหน ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากผู้อื่น
Name : ซาลาสซา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ซาลาสซา [ IP : 115.87.221.5 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 14:30

#9 : ความคิดเห็นที่ 248
รอๆๆ50%คะ
Name : maysamo< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ maysamo [ IP : 223.207.120.14 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 09:29

#8 : ความคิดเห็นที่ 247
สนุกหยุดไม่อยุเลยค่ะ
Name : 123 [ IP : 58.8.38.140 ]
Email / Msn: -
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 01:24

#7 : ความคิดเห็นที่ 246
สู้ๆ 

Name : rinriko< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rinriko [ IP : 124.120.49.46 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 / 00:05

#6 : ความคิดเห็นที่ 245
เอิ่ม.... เจิ้นหมิงไหวไหม ถ้ารู้ว่าแพ้นางเอกที่เป็นผู้หญิงอาการน่าจะหนักกว่านี้นะ
Name : ChinChaJang< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ChinChaJang [ IP : 125.25.124.58 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 21:34

#5 : ความคิดเห็นที่ 244
แค่ชนกันยังแค้นขนาดนี้เลยนะ

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 กรกฎาคม 2556 / 11:13
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.113.171 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 20:54

#4 : ความคิดเห็นที่ 243
ไอนี่แค้นฝังหุ่นจริงว่ะ -*-
Name : Greatest moon< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Greatest  moon [ IP : 101.108.223.172 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 19:37

#3 : ความคิดเห็นที่ 242
สนุกมากๆๆๆๆ
PS.  "เธอที่รัก หากโลกทั้งใบทรยศหักหลังเธอ ฉันจะยืนอยู่ข้างหลังเธอและจะทรยศโลกทั้งใบด้วยกัน"
Name : Black Moon< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Black Moon [ IP : 171.5.140.128 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 19:35

#2 : ความคิดเห็นที่ 241
อย่าปล่อยให้เค้าค้างสิ...

ขอุณสำหรับวันนี้นะคะ
PS.  without you the world is no meaning.
Name : BaDMiNToN OoOlll< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BaDMiNToN OoOlll [ IP : 110.171.210.158 ]
Email / Msn: boughtme(แอท)outlook.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 19:28

หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ธันวาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android