#แอบรักมาร์คแบม

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182 Views

  • 4 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    182

    Overall
    182

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีน้าาาาา....เราชื่อณิชาช์นะหรือเรียกนันก็ได้ไม่ต้องเรียกเราว่าไรด์หรอกเรายังไม่ถึงขั้นนั้น

วันนี้เรามีเรื่องสั้นมาร์คแบมมาฝากเป็นการแต่งครั้งแรกนะติชมกันได้เต็มที่เลยนะเราจะได้รู้ข้อบกพร่องของตัวเองแล้วจะได้แก้ไข ฝากเม้นติชมกันเยอะๆน้าาาาา ใครหลงมาอ่านก็ช่วยติชมด้วยแล้วกันอย่าเพิ่งกดออกเลยน้า
ฝากติดแท็กติชมให้กำลังใจกันด้วยน้า แท็กนี้เลย #แอบรักมาร์คแบม


เครดิต.ตามภาพเลยจร้า
B B

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 17 ก.ย. 59 / 21:23

บันทึกเป็น Favorite


#แอบมาร์คแบม

 

 

“คุณเคยตกหลุมรักใครทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าไหม?”


 

“ผมกำลังเป็นแบบนั้นอยู่แหละ”

 

 



{BAMBAM’S PART}

 


“พี่ฮะ...ของพี่ฮะ” เด็กชายตัวน้อยวิ่งดุ๊กดิ๊กๆเข้ามาหาพลางเขย่าแขนผมแล้วยื่นถุงใบหนึ่งให้ เด็กที่ผมจำได้ว่ามักจะมาพร้อมกับของฝากจากใคร “คนนั้น”


 

“จร้าๆขอบคุณมากนะครับ” ผมรับถุงลายน่ารักมาไว้ในมือปุ๊บเด็กน้อยก็วิ่งออกไปปั๊บเป็นแบบนี้ทุกวันจนกลายเป็นภาพชินตาแต่ก็อดยกยิ้มให้กับความน่ารักของเด็กน้อยไม่ได้ไม่รู้ว่าไปโดนหลอกอะไรจากคนคนนั้นนะถึงได้คอยเอาของมาให้เขาทุกวัน

 



 

ผมหิ้วถุงที่เพิ่งรับมาเข้ามาในบริษัทก่อนจะนำไปวางไว้บนโต๊ะทำงานข้างๆกองเอกสาร เดินไปชงกาแฟชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเปิดถุงออกก็พบกับดอกกุหลาบสีแดงสดหนึ่งดอกผมหยิบออกมาก่อนจะนำมันไปปักไว้ในแจกันข้างโต๊ะทำงานรวมกับดอกกุหลาบดอกอื่นๆและแน่นอนดอกไม้ในแจพวกนี้ผมไม่ได้ซื้อมาเอง

 

 

ผละจากแจกันหันมาสนใจของในถุงต่อ ผมหยิบกล่องกระดาษใบเล็กๆออกมาจากถุงก่อนจะเหลือบไปเห็นกระดาษโน๊ตลายสวยที่มีข้อความที่ชวนให้ยกยิ้ม


“มันอาจไม่แพง แต่มันเหมาะกับคุณ”

 

 

ข้อความสั้นๆที่ทำเอาร่างบางนั่งยิ้มไม่หยุด มือเรียวเปิดกล่องออกก่อนจะพบว่ามีสร้อยคอจี้รูปจิงโจ้อยู่ภายในกล่องใบเล็กนี่ เขาจับมันผลิกไปมาก่อนจะปลดตะขอแล้วสวนไว้ที่ระหงแล้วเอาโพสอิทที่ “คนนั้น” ให้มาไปติดไว้กับอันอื่นๆที่เรียงรายอยู่ที่บร์อดด้านหลังโต๊ะทำงานของเขา

 

 

 

ทุกวันเขาจะได้รับของจาก “คนนั้น” โดยผ่านทางเด็กผู้ชายตัวน้อยวัยน่ารักวันนี้เองก็ด้วยผมอมยิ้มเมื่อนึกถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้พลางหัวเราะเมื่อได้ยินรุ่นพี่แซวเรื่องกุหลาบ “น้องแบมเปลี่ยนแจกันเถอะจ้ะมันแย่งน้ำกันหมดแล้ว”



เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน ผมที่ก้าวลงจากรถที่ขับมาทำงานก่อนจะเดินเรื่อยมาจนถึงหน้าบริษัทที่ผมทำงานอยู่ NEW BULL เป็นบริษัทขนาดกลางทำงานเกี่ยวกับการออกแบบบ้านอาคารหรือแม้แต่คอนโด

 

 ผมทำงานที่นี่ได้สองปีกว่าแล้วในตำแหน่งพนักงานบัญชี ก่อนที่ผมจะเดินไปแสกนบัตรตรงทางเข้าเพื่อลงเวลาเข้างานก็มีเด็กผู้ชายน่ารักๆเดินเข้ามาดึงกางเกงผมยึกๆ

 

 


“มีอะไรหรือเปล่าครับ ฮึ?”ผมถามน้องตรงหน้าก่อนจะมองตามแขนเล็กที่ยื่นถุงใบใสมาให้ ผมทำหน้างงเป็นเชิงถามเด็กน้อยว่าเอามาให้พี่ทำไม


 

“มีคนให้เอามาให้พี่คนสวยครับ” เด็กน้อยตอบยื่นถุงใบเดิมมาให้พร้อมกับดอกไม้แล้ววิ่งออกไปเลย ยังไม่ทันได้รู่เรื่องว่าใครเป็นคนให้เอาของพวกนี้มาให้เขา ผมก้มมองในถุงก่อนจะยกยิ้มเมื่อเจอกับคุ้กกี้ที่กำลังอยากกินพอดิบพอดี

 

 

และในทุกๆเช้าที่ผมเข้าบริษัทผมก็มักจะได้รับของจากคนที่ผมไม่รู้จักแม้แต่ทุกวัน ผมเคยถามน้องเขานะว่าพี่คนที่ให้เอามาให้วื่ออะไรน้องเขาก็บอกไม่รู้จนผมเลิกสนใจชื่อเขาแล้วเขาว่า “คนนั้น” แทน

 

ในทุกวันผมจะได้ดอกกุหลาบแดงวันละหนึ่งดอกตลอดจนตอนนี้มันสามารถรวมเป็นช่อได้แล้ว ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบดอกไม้สักเท่าไหร่แต่หลังจากอาทิตย์ที่แล้วผมว่าผมเริ่มชอบกุหลาบแดงขึ้นมาแล้วสิ

 

นอกจากดอกไม้ก็จะมีถุงกระดาษบ้างถุงใบใสบ้างลายน่ารักบ้างที่มาพร้อมกันกับดอกกุหลาบภายในถุงจะมีขนมนมเนย ไม่ก็เป็นของเล็กๆน่ารักๆทุกวัน อย่างเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็เป็นปากกาตัวการ์ตูนน่ารักๆกับกระดาษโน้ตสีสดใส เมื่อวานซืนเป็นบาร์วนี่เจ้าอร่อยที่เขาเคยไปต่อแถวซื้อแต่ว่าหมดซะก่อนเลยไม่ได้กิน เมื่อวานเป็นเครปเค้กสีสันน่ารัก และวันนี้เป็นสร้อยจี้จิงโจ้

 

         

ของทุกอย่างมักจะมาพร้อมกับโพสอิทใบเล็กที่บรรจุข้อความสั้นๆของเขาคนนั้นไว้เสมอ


“เห็นแล้วก็นึกถึงคุณ”


“เผื่อคุณหิว”


“ร้านนี้อร่อยมากเพื่อนบอก”


“มันน่ารักดี”


และอีกหลายๆข้อความที่เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อได้อ่านมัน




“น้องแบม...พี่วานเราไปซื้อกาแฟเย็นในมินิมาร์ทตรงข้ามที” พี่จีมินหัวหน้าแผนกเอ่ยเรีกเสียงหวานมือยังคงพิมพ์งานตาก็ยังจ้องหน้าคอมพิวเตอร์ต่อไม่ยอมขยับไปไหน ช่วงนี้บริษัทเริ่มเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากทำให้งานเยอะขึ้นเป็นพิเศษ


 

“สามแก้วเลยนะจร้เผื่อพี่เฟยด้วย...ขอบใจมากน้าน้องแบม” ละจากหน้าจอหันมาหยิบธนบัตรใบสีแดงให้หนึ่งใบพร้อมกับคำขอบคุณเสียงหวาน ผมไม่ได้ตอบอะไรเพียงยิ้มแล้วเดินออกมา

 

 

 

 

 


“สวัสดีคะ ยินดีต้อนรับคะ” เมื่อเดินเข้ามาภายในร้านก็ได้ยินเสียงพนักงานของร้านกล่าวทักทายเหมือนทุกที ผมค้อมหัวหน่อยๆแล้วเดินไปหยิบแก้วมาสามใบมากดน้ำแข็งและกาแฟเย็นใส่แก้วทันที หัวไปหยิบนมเปรี้ยวมาหนึ่งขวดกับโยเกิร์ตอีกหนึ่งกระปุกสำหรับตัวเองเตรียมไปคิดเงิน

 

 

“มาร์ค มาร์ค!!!มาคิดเงินทีพี่ติดนับเงินอยู่” เสียงพนักงานหน้าร้านคนเดียวในตอนนี้ตะโกนเรียกพนักงานอีกคนให้มาคิดเงินให้ผมแทน

 

 

ผมมองคนมาใหม่อึ้งหน่อยๆไม่คิดว่าพนักงานร้านสะดวกซื้อจะหน้าตาดีขนาดนี้ทั้งโครงหน้าคมได้รูป ดวงตาคมที่ติดประหม่าเล็กๆ สันจมูกโด่ง ริมฝีปากบางที่ลงตัวรับกับใบหน้านั่น

 

 

ทำไมผมถึงไม่เคยเห็นหน้าเขานะหรือว่าเขาเพิ่งจะมาทำงานวันแรกคงจะใช่ เพราะช่วงนี้ผมเองก็เข้าร้านสะดวกซื้อแห่งนี้บ่อยๆถ้าเขามาทำงานนานแล้วผมก็ต้องเคยเห็นบ้างละหน้าตามีเอกลักษณ์ขนาดนี้

 

“อะเอ่อ..ทะทั้งหมด87บาทครับ” คำพูดตะกุกตะกักถูกส่งมาให้ร่างบางที่กำลังยืนเถียงกับสมมติฐานของตัวเองอยู่ ร่างบางยิ้มให้น้อยๆก่อนจะยื่นเงินให้ รับของมาถือไว้ในมือพร้อมเงินทอนแล้วเดินออกจากร้านกลับเข้าที่ทำงานดั่งเดิม


 

BAMBAM END PART

 

 

 





 

MARK’S PART

 

 

!!!ปึก!!!

“โอ้ะ...ขอโทษครับเดี๋ยวผมช่วยเก็บ” ผมก้มลงไปช่วยอีกฝ่ายเก็บกองเอกสารปึกใหญ่ที่หล่นอยู่กับพื้นผลพวงหลังจากที่เดินชนกันเมื่อครู่ส่งให้มือเรียวรับไปถืออีกฝ่ายเอ่ยขอบคุณเบาๆก่อนจะรีบเดินไป

 

 

คนอะไรหุ่นก็บางร่างก็เล็กอย่างกับผู้หญิงแถมหน้ายังสวยอีก ดวงตากลมโตสีดำสนิทที่ชวนหลงใหลรับกับจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มน่าลิ้มลองเหมือนเยลลี่ถ้าได้ลองก็ตงจะ...ฮึ่ย!!! คิดบ้าอะไรของแกไอ้มาร์ค เลิกๆไปหาทำต่อได้แล้ว      

 


ร่างสูงเดินตบหัวตัวเองไปพลางให้เลิกเอาแต่คิดถึงผู้ชายหน้าหวานคนนั้นจนมาถึงหน้าร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่งที่ติดป้ายรับสมัครพนักงาน จะรออะไรล่ะเขารีบเดินเข้าไปกรอกใบสมัครทันที

 

 




 

“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับ” ผมกล่าวทักทายตามสโลแกนของร้านสะดวกซื้อ วันนี้ผมมาทำงานที่ร้านเป็นวันแรกหลังจากที่เมื่อวานผมกรอกใบสมัครเสร็จเรียบร้อยผู้จัดการร้านก็ให้ยูนิฟอร์มมาแล้วให้เริ่มงานได้เลย ผมเดินออกมาจากร้านมายืนรออยู่ตรงทางเข้าที่เดินชนกับคนเมื่อเช้า

 

 

 

จะว่าว่าผมโรคจิตก็ได้เพราะตอนนี้ผมกำลังตามร่างบางอยู่ ผมยืนรอนั่งรอตั้งเสร็จจากสมัครงานจวนเย็นถึงได้เห็นร่างของคนที่วนเวียนอยู่ในหัวของผมตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็ไม่สามารถสลัดภาพของอีกคนทิ้งไปได้

 

 

ร่างบางเดิมใกล้เข้ามาบริเวณที่ผมยืนอยู่ ผมรีบดึงหมวกให้ปิดหน้ามากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเดินผ่านผมไป ไอ้มาร์คเอ๊ยเกิดมายังไม่ทำตัวปัญญาอ่อนแบบนี้มาก่อนเลยให้ตายสิ ถึงแม้ว่าร่างบางของคนที่เป็น “รักแรกพบ” จะเดินไปจากตรงนี้นานแล้วแต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่จางหายไป “ทำไมใจเต้นแรงขนาดนี้นะ”

 


 

“คุณเคยตกหลุมรักใครในครั้งแรกที่เจอไหม”

 

“ผมกำลังเป็นแบบนั้นอยู่ละ”




“เอ่อคือว่า พี่คนสวยครับ ผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าร้านนี่ชื่ออะไรหรอครับ คือพอดีว่าหน้าคุ้นๆนะครับเหมือนเคยรู้จักแต่นึกชื่อไม่ออก” ผมพล่ามประโยคยาวเหยียดที่สุดในชีวิตออกมาตาก็เหลือบมองดูคนที่ยืนกดมือถืออยู่ร้านไปพลางรอคำตอบจากพี่สาวตรงหน้า

 

 

“ชื่อแบมแบมนะจ้ะว่าแต่น้องรู้จักด้วยหรอไม่เคยเห็นแบมบอกพี่เลยว่ารู้จักคนหล่อขนาดนี้ด้วย” อีกฝ่ายพูดไปก็ส่งยิ้มให้ผมไป ผมได้แต่ยิ้มน้อยๆตอบกลับ

  

อ่า...คนอะไรก็ไม่รู้น่ารักไปซะทุกอย่างเลยแม้แต่ชื่อก็ยังน่ารัก หึ่ย!หยักด้ายจังๆ

 



 

“น้องครับ! น้องมานี่หน่อยพี่มีอะไรให้ช่วยนิดนึง” ผมกวักมือเรียกเด็กผู้ชายคนหนึ่งน่าจะเป็นลูกของเจ้าของร้านกาแฟข้างๆร้านที่ผมทำงาน

 

“อ่า...คือเดี๋ยวน้องช่วยเอาของไปให้พี่คนสวยทีนะครับเดี๋ยวพี่ให้ตังค์ยี่สิบไว้กินขนมนะครับ” ผมบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของถุงที่ผมถืออยู่กับเจ้าตัวเล็กที่กุมมือระหว่างข้ามถนนมายังฝั่งที่เป็นที่ทำงานของ “แบมแบม” ก่อนที่ตัวเองจะรีบข้ามกลับมายังที่ทำงานของตนเองเพราะใกล้เวลาที่แบมแบมจะมาทำงานแล้ว

 

 

ถามว่าผมรู้ได้อย่างไงนะหรออืม...ก็แค่ผมมานั่งรออีกคนทุกๆเช้าเป็นเวลาอาทิตย์กว่าเลยทำให้รู้ว่าแบมแบมชอบมาเข้าบริษัทเวลาเจ็ดโมงห้าสิบของทุกวัน

 

ผมนั่งมองร่างบางที่เดินถือถุงใบใสที่ผมให้แอบเห็นอีกคนอมยิ้มนิดแล้วอดรู้สึกดีไม่ได้ที่แบมแบมชอบคุ้กกี้ที่เขาเอาไปให้

 

 

ผมทำแบบเดิมในทุกๆเช้าคือการเอาดอกกุหลาบและของฝากเล็กๆน้อยๆไปให้อีกคนโดยวานให้น้องเตนล์เด็กน้อยคนเดิมเอาไปให้และไม่ลืมควักธนบัตรยี่สิบบาทให้เด็กน้อยไว้กินขนมตามที่เคยพูดเอาไว้

 

 

ทำแบบนี้ทุกวันจนเวลาล่วงเลยมาเป็นอาทิตย์และวันนี้ก็ด้วย ผมหยิบบราวนี่ร้านอร่อยที่เคยเห็นว่าแบมแบมไปต่อแถวซื้อเมื่อวานแต่ว่าหมดซะก่อนเมื่อเช้าผมเลยรีบมาแต่เช้ามืดเพื่อมาต่อคิวซื้อเจ้าสิ่งนี้ ไม่ลืมควักโพสอิทลายน่ารักที่เหมาะกับอีกคนมาเขียนข้อความลงไป “ร้านนี้อร่อยเพื่อนบอก” ผมไม่ได้ลงชื่อหรืออะไรแค่ข้อความสั้นๆกับรูปยิ้มเล็กๆท้ายกระดาษไม่ลืมหยิบดอกกุหลาบสีแดงสดที่แวะซื้อหน้าหอพักมาใส่ไว้ด้วยเมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วผมก็ฝากเจ้าเด็กน้อยไปให้อีกคนเหมือนเดิม...เป็นแบบนี้ทุกวันๆ

 

 

 

 

 


 

“พี่น้อยครับผมปวดท้องไปเข้าห้องน้ำก่อนนะพี่ไม่ไหวแล้ว” ผมรีบหลบฉากออกมาเมื่อเห็นว่าใครบางคนที่ผมกำลังคิดถึงเดินเข้ามาภายในร้าน โดยไม่สนใจคำบ่นของพี่น้อยพนักงานในร้านที่กำลังจัดของอยู่

 




 

 

“เอ่อ...ผมขอตัวก่อนนะครับพอดีว่าแม่โทรมานะครับ” ครับแม่ผมไม่ได้โทรมาหรอกครับก็ผมไม่มีแม่นี่เนอะ มันเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อจะขอตัวหลบออกมาทันทีที่เห็นว่าแบมแบมเดินเข้ามาในร้านพักนี้เขาเข้ามาที่ร้านนี้บ่อยซะจนผมจะคิดข้ออ้างไม่ออกอยู่แล้ว

 

 

ทำไมผมต้องหลบออกมานะหรอ?? ไม่รู้สิผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาที่แบมแบมเข้ามาที่ร้านผมต้องหลบอาจเป็นความรู้สึกประหม่านะครับแถมหัวใจยังเต้นโครมครามทำอะไรไม่ค่อยถูก

 

 

 




 

“เอาเส้นนี้เส้นครับ เท่าไหร่ครับ”ผมยื่นสร้อยคอเป็นรูปจี้จิงโจ้ให้พ่อค้า ตอนนี้ผมกำลังเดินอยู่ที่ตลาดเปิดใหม่มีของสวยๆราคาเป็นกันเองเยอะแยะมากมายเรียกว่าเป็นแหล่งวัยรุ่นวัยทำงานเลยก็ว่าได้ ผมเลือกซื้อของเข้าห้องพักไม่กี่ชิ้นก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าร้านเครื่องประดับร้านหนึ่งตาไปสะดุดกับสร้อยเส้นหนึ่งที่พอเห็นก็อดนึกถึงอีกคนไม่ได้ถ้าเขาไปใส่คงจะเหมาะแน่ๆ ผมจึงไม่ลังเลเลยที่จะซื้อมัน

 

 

ผมแวะซื้อกล่องกระดาษใบเล็กสำหรับใส่สร้อยคอก่อนจะกลับห้องพัก เมื่อมาถึงห้องพักผมวางของทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหัวมาหยิบสร้อยขึ้นมาดู ถ้าอีกคนใส่สร้อยเส้นนี้จะสวยขนาดไหนกันนะ หยิบปากกามาเขียนข้อความสั้นเหมือนที่เคยทำเป็นประจำจนกลายเป็นกิจวัตไปเสียแล้ว 


 

“มันอาจไม่แพง แต่มันเหมาะกับคุณ”

 

ผมเขียนไปตามความรู้ในตอนนี้จริงๆสร้อยเส้นนี้ไม่ได้ราคาสูงผมซื้อมันมาในราคาสองร้อยกว่าบาทพอที่ผมจะสามารถจ่ายได้แต่มันน่าจะเหมาะสมกับอีกคนผมก็ซื้อมาก็แค่นั้นเอง...

 

 

 

 


 

“มาร์ค มาร์ค!!!มาคิดเงินทีพี่ติดนับเงินอยู่” เสียงของพี่น้อยดังมาแต่ไกล นี่ขนาดเขาหนีออกมาแล้วนะยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตอนนี้เลยจริงๆไอ้หัวใจนี่ก็เต้นจังหวะแดนซ์สามช่าอยู่นั่นแหละวุ้ย!!

 

 

 ผมเดินออกมาจากหลังร้านก้มหน้าก้มตาจนมาหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน หยิบของขึ้นมาคิดเงินด้วยมือสั่นนิดๆไม่รู้ว่าหนาวหรือว่าอะไร

 

 

 

“อะเอ่อ..ทะทั้งหมด87บาทครับ” คำพูดติดอ่างที่พยายามจะให้มันปกติถูกส่งไปให้ร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหน้า ผมเหลือบตาไปมองนิดหน่อยจึงได้เห็นว่าที่คอระหงนั่นมีสร้อยจี้จิงโจ้ที่ผมเป็นคนให้สวมอยู่ผมยกยิ้มนิดๆก่อนจะยื่นเงินทอนให้อีกฝ่าย

 

 


MARK END PART


 

 

“ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวพาข้ามกลับเหมือนเดิมนะไปได้แล้ว”ร่างสูงกำชับเด็กน้อยอีกครั้งก่อนจะจูงมือเล็กๆพาข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่งแล้วรีบแอบอยู่ด้านข้างตึก

 



 

นั่งรอเพียงไม่นานก็มีมือมาสะกิดคงจะเป็นเด็กเตนล์ละมั้งแต่ทำไมวันนี้แบมแบมเข้าบริษัทช้าจังร่างสูงครุ่นคิด “ทำไมมาช้านักละของที่...” คำพูดถูกกลืนหายไปหมดสิ้นเมื่อคนที่ยืนอยู่ไม่ใช่เด็กน้อยน่ารักหากแต่ร่างบางเจ้าของใบหน้าหวานที่ทำให้ร่างสูงของบางคนที่นั่งอยู่ไปไม่เป็นมาตลอด

 

  

“คุณคือเจ้าของถุงใบนี้ใช่ไหมครับแล้วก็วันอื่นๆก็ด้วย” ร่างบางถามอีกคนที่นั่งกุมมือแน่น

 


อะเอ่อ..คือว่า...เอ่อคือ...” ร่างบางรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายอย่างลุ้นๆแต่ก็ไม่มีที่ท่าว่าอีกคนจะตอบคำอื่นนอกจากอือๆอาๆ  “มีคนฝากผมมาอีกทีนะครับ” ในที่สุดอีกคนก็ยอมบอก

 

 

“ผมฝากนี่ให้เขาที่นะครับบอกเขาว่าแทนคำขอบคุณสำหรับทุกอย่าง” คำพูดแปลกถูกส่งมาให้อีกคนพร้อมกับถุงกระดาษใบหนึ่งเหมือนที่ร่างบางเคยได้รับตลอดทุกวัน

 

 

“อ่า...เด๋ยวผมจะบอกเขาให้นะครับ” เมื่อรับของมาก็รีบก้มหน้าก้มตาเดินข้ามมาอีกฝั่งทันทีจึงไม่ทันได้ยินเสียงที่ร่างบางคุยโทรศัพท์

 

 



“ครับแม่ เดี๋ยวแบมถึงอังกฤษแล้วจะวิดีโอคอลหานะครับ ตอนนี้กำลังจะไปขึ้นเครื่องครับ...สวัสดีครับ”

 

 



 

 

 

 

ผมนั่งมองถุงกระดาษในมือ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมไม่ได้ให้ของกับเขาเพราว่าผมไม่ได้เจอแบมแบมมาเป็นอาทิตย์แล้วตั้งแต่วันนั้น ผมเอื้อมมือมาจับสร้อยคอจี้จิงโจ้เหมือนกับของที่ให้อีกคนที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนมันเป็นของที่แบมแบมให้ไว้ก่อนที่เขาจะไม่ได้เจออีกคนอีก

 

 

ถ้าวันนั้นเขาเลือกที่จะบอกความจริงกับแบมแบมไปว่าเป็นเขาเองที่เอาของพวกนั้นไปให้ เป็นเขาเองที่แอบชอบแบมแบมจนตอนนี้มันอาจจะกลายเป็นความรักไปแล้วก็ได้ ถ้าเขาเลือกที่จะบอกไปแบบนั้นเขายังจะได้เจอกับแบมอีกหรือเปล่านะ...

 

 

 

 

 

 

 






 


1 ปีผ่านไป



 

“ครับแม่ตอนนี้ผมกำลังจะกลับครับแค่นี้ก่อนนะครับ” ร่างบางเดินหอบผลไม้กับของสดอีกนิดหน่อยออกจากซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อนจะขับรถออกมายังบริษัทเดิมที่เขาเคยทำงาน

 

 

“โอ้ะ! ขอโทษครับเดี๋ยวผมช่วยถือนะครับ” น้ำเสียงคุ้นเคยถูกส่งมาให้ร่างบางพร้อมกับกองเอกสารปึกใหญ่ เหตุการณ์เหมือนเดจาวูอีกครั้ง

 

 

ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันเหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ ยกยิ้มให้กันและกันจี้จิงโจ้ที่ลำคอของคนทั้งคู่ต่างเป็นเครื่องยืนยันว่าทั้งสองคนคือคนที่ต่างฝ่ายต่างกำลังคิดถึงกัน

 

 


“คุณเคยรู้สึกรักทั้งที่ไม่เคยบอกรักกันไหม?”


 

“คุณเคยรู้สึกผูกพันกันทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันไหม??”


 

“พวกเรากำลังเป็นแบบนั้นอยู่นั่นแหละ”















อ่าาาาจบแล้วมีคำผิดหรือยังไงรบกวนเม้นบอกกันบ้างนะคะใครสะดวกเล่นแท็กในทวิตก็แท็กนี้เลย #แอบมาร์คแบม อยากรู้ความเห็นของนักอ่านทุกคนนะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ สายฝนปอย จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Pokamonny (@Pokamonny) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 22:12
    เราว่าเธอเหมาะกับคำว่าไรท์นะ
    ภาษาสวยงาม
    เนื้อเรื่องน่าสนใจ
    รีบมาต่อนะค่ะรออยู่
    รักนะจุ๊บๆ
    #4
    0
  2. วันที่ 17 กันยายน 2559 / 11:33
    เนื้อเรื่องกำลังดีเลยค่ะ มีที่มาที่ไป

    ภาษาที่ใช้เหมาะสมด้วย

    รวมๆแล้วน่ารักมากเลยค่ะ
    #3
    0
  3. #2 Thophan
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 11:31
    น่ารักดั่งพรหมลิขิตสวรรค์...😁😁
    #2
    1
    • 17 กันยายน 2559 / 13:56
      น้องน้ำนี่ผู้น่ารัก😊😊😊😘😘😘
      #2-1
  4. น่ารักค่ะ เป็นเรื่องสั้นที่เข้าใจง่ายอธิบายสองความรู้สึกได้ละมุนดีจร้า แอบส่งของให้เขา จากชอบกลายเป็นรัก ฟินนะคะ
    #1
    1
พิมพ์เลขที่เห็น